Jenova Projects

เจโนวาคือสิ่งมีชีวิตจากห้วงอวกาศที่ตกลงมาบนดวงดาวพร้อมกับอุกาบาตเมื่อราว 2000 ปีก่อน เกิดเป็นเครเตอร์ขนาดใหญ่ขึ้นทางตอนเหนือ เจโนวามีความสามารถในการอ่านความทรงจำและความรู้สึกผู้คนพร้อมจำแลงกายได้ ทีแรกมันมีท่าทีเหมือนจะเป็นมิตรกับชาวเซทราซึ่งปกครองดวงดาวอยู่ในขณะนั้น แต่ด้วยสัญชาตญาณที่มีแต่การทำลายล้าง มันได้ปล่อยไวรัสออกมาเล่นงานผู้คนจำนวนมากให้เปลี่ยนร่างเป็นมอนสเตอร์ หนึ่งในความสามารถที่น่าหวาดกลัวทีสุดของเจโนวาคือการรียูเนี่ยน (กลับรวมเป็นหนึ่งเดียว) แม้เซลล์ของมันจะแยกกระจายออกไปแต่ก็ยังคงลักษณะความมีตัวตนของเจโนวาอยู่ มันจะรุกรานเซลล์ข้างเคียงให้รับอิทธิพลบางอย่างซึ่งแตกต่างกันไปแล้วแต่ตัวโฮสต์ เซลล์ทั้งหมดสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้และมีสัญชาตญาณที่จะพยายามกลับมารวมกันเป็นร่างเดียวกันอีกครั้ง นั่นทำให้โฮสต์ที่รับเซลล์เข้าไปมีแนวโน้มจะถูกอำนาจของเจโนวาชักจูงให้มารวมตัวกัน

ชาวเซทราที่พยายามช่วยดวงดาวฟื้นฟูบาดแผลจากการปะทะได้ถูกเจโนวาเล่นงานจนล้มตายไปเป็นจำนวนมาก ดวงดาวรับรู้ถึงวิกฤตการณ์ครั้งนี้และได้สร้างเวพ่อนเป็นอาวุธที่จะทำลายล้างเจโนวา แต่เซทราก็สามารถผนึกเจโนวาได้สำเร็จเสียก่อน ทำให้เหล่าเวพ่อนตกงานและดวงดาวต้องผนึกมันเอาไว้ในกำแพงมาทีเรียทางตอนเหนือ

บริเวณที่เจโนวาตกลงมาเกิดเป็นเครเตอร์ขนาดใหญ่

เวลาผ่านไปนับพันปี จนกระทั่งในปี [µ]-εγλ 1959 บริษัทชินระได้ขุดพบพลังงานมาโคซึ่งสามารถประยุกต์ใช้งานได้สะดวกสบายทำให้ธุรกิจของบริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นชินระได้ออกเสาะหาแหล่งพลังงานมาโคและสร้างเตาปฏิกรณ์ขึ้นตามที่ต่างๆของดวงดาว ชินระเชื่อว่าดินแดนแห่งพันธสัญญาที่ถูกล่าวขานในตำนานนั้นมีพลังงานมาโคอยู่อย่างมหาศาล ทำให้พวกเขาต้องการออกตามหาดินแดนแห่งพันธสัญญาแม้หลายๆคนจะคิดว่ามันเป็นเรื่องเพ้อฝัน โดยตำนานเล่าว่าผู้ที่จะตามหาดินแดนแห่งพันธสัญญาได้ก็คือชาวเซทรา หรือที่มนุษย์ปัจจุบันเรียกกันว่าเผ่าโบราณ แต่เผ่าโบราณที่ใกล้สูญสิ้นเผ่าพันธุ์เต็มทีก็หายากเต็มทน

ร่างของเจโนวาที่ชินระขุดพบ

ในปีเดียวกันนี้ พวกเขาก็ได้ขุดพบร่างของเจโนวาที่ถูกผนึกอยู่ในชั้นหินอายุสองพันปี ชินระเข้าใจว่าเจโนวาคือเผ่าโบราณ จึงมีความคิดที่จะสร้างมนุษย์ที่มีความสามารถของเผ่าโบราณขึ้นมาด้วยการฉีดเซลล์ของเจโนวาที่ทำการปรับปรุงให้เข้ากับร่างของมนุษย์ได้ จึงเกิดเป็นโครงการวิจัยขนาดใหญ่ขึ้น ประกอบด้วยหลายโครงการย่อยที่ภายหลังจุดประสงค์ของแต่ละโครงการก็แตกต่างกันออกไป ทุกโครงการที่เกี่ยวข้องกับการใช้เซลล์ของเจโนวาถูกเรียกรวมๆว่าโครงการเผ่าโบราณ หรือชื่อที่คนส่วนใหญ่เรียกกันก็คือ “เจโนวาโปรเจ็คต์”

โครงการเริ่มดำเนินไปอย่างจริงจังเมื่อราวๆ 30 ปีก่อน ศจ.กัสต์ นักวิทยาศาสตร์อันดับหนึ่งของชินระผู้เป็นหัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์เป็นหัวเรือของโครงการ การทดลองส่วนใหญ่อยู่ในห้องแล็บใต้คฤหาสน์ชินระในนีเบิ้ลไฮม์ โดยมีสมาชิกคนสำคัญประกอบด้วย กัสต์ โฮโจ ฮอลันเดอร์ และลูเครเซีย ต่อมากัสต์พบความจริงที่ว่าเจโนวาไม่ใช่เผ่าโบราณและรู้สึกผิดกับการเอามนุษย์มาทดลอง จึงปลีกตัวออกจากโครงการและหนีจากชินระไป


Project G

โปรเจ็คต์ G คือโปรเจ็คต์ของฮอลันเดอร์ที่สร้างมนุษย์ทดลองจากการฉีดเซลล์เจโนวาเข้าไปในร่างจิลเลี่ยน จากนั้นนำเซลล์จิลเลี่ยนมาฉีดให้มนุษย์ มีมนุษย์ทดลองที่เกิดจากโครงการสองคนคือเจเนซิสซึ่งเกิดจากการนำเซลล์ของจิลเลี่ยนฉีดเข้าไปในครรภ์ของแม่เจเนซิส และแองจีลซึ่งปฏิสนธิภายในร่างของจิลเลี่ยนเอง โดยแองจีลนี้เป็นลูกชายแท้ๆของฮอลันเดอร์และจิลเลี่ยน

ตัว G ในที่นี้หลายคนในชินระเข้าใจว่ามาจาก Genesis แต่แท้จริงแล้วมันมาจาก Gillian เจ้าของเซลล์ที่ใช้ในโปรเจ็คต์ต่างหาก แองจีลและเจเนซิสเป็นสองคนที่รอดจากโปรเจ็คต์นี้และถูกเรียกว่าโซลเยอร์ไทป์ G

เซลล์ของเจโนวาในร่างของโซลเยอร์ไทป์ G ยังคงมีความสามารถในเปลี่ยนแปลงสภาพของเจโนวาหลงเหลือ จึงทำให้เกิดสภาวะเสื่อมสลายที่ร่างกายจะค่อยๆเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆโดยเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงลักษณะผิว กล้ามเนื้อ และสีผม ดังที่เจเนซิสเป็น และหากทำการถ่ายทอดเซลล์ไปยังผู้อื่นร่องรอยของการเสื่อมสลายในตัวโฮสต์ลำดับรองๆลงไปจะมีมากขึ้น แองจีลมีความสมบูรณ์แบบมากกว่าเจเนซิสร่างของเขาจึงไม่เกิดการเสื่อมสลาย แต่เมื่อถ่ายทอดเซลล์ของเขาไปยังร่างอื่น ก๊อปปี้ของเขาก็ยังเกิดการเสื่อมสลายอยู่ดี

ฮอลันเดอร์เลือกใช้เลือดของแองจีลในการรักษาเจเนซิสเนื่องจากเป็นโซลเยอร์ไทป์ G เหมือนกัน

หลังโปรเจ็คต์ G ล้มเหลว จิลเลี่ยนได้พาตัวแองจีลหนีออกจากชินระ แต่ถูกจับกุมไว้ได้และส่งตัวมายังบาโนร่า เธอได้พบกับชายคนหนึ่งและแต่งงานกัน แม้พ่อเลี้ยงของแองจีลจะยากจน แต่จิลเลี่ยนกลับปฏิเสธไม่ยอมรับเงินช่วยเหลือจากชินระ และร่วมกับสามีปิดเรื่องชาติกำเนิดของแองจีลไว้เป็นความลับ ทางด้านเจเนซิสถูกส่งไปให้เจ้าของที่ดินบาโนร่าเลี้ยงดู เจเนซิสพบเหมืองมาโคเก่าของชินระใต้บาโนร่าและใช้ที่นี่เป็นฐานลับของเขาตั้งแต่เด็ก ซึ่งภายหลังฮอลันเดอร์และเจเนซิสได้ใช้ที่นี่เป็นห้องทดลองและผลิตตัวก๊อปปี้

ในบาโนร่ามีหลายคนทำงานให้ชินระและประสบความสำเร็จ อีกทั้งโซลเยอร์ยังมีภาพลักษณ์ที่ดีเรื่องความเป็นมิตรและการปกป้องประชาชน ทำให้เจเนซิสสมัครเข้าโซลเยอร์ก่อนแองจีลจะตามมา ทั้งคู่กลับมาอยู่ในวงจรของชินระอีกครั้งทั้งที่ผู้ปกครองของทั้งสองคนไม่เห็นด้วย

การเสื่อมสภาพของตัวเจเนซิสจะเร่งสภาวะเสื่อมสลายในตัวก๊อปปี้ทั้งหมดด้วย และในกรณีฮอลันเดอร์ที่ฉีดเซลล์ของเจเนซิสเข้าร่างตัวเองนั้น จะเกิดสภาวะเสื่อมสลายเร็วมากเพราะความสามารถทางกายของเขาต่ำกว่าเจเนซิสมากตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แม้สภาวะเสื่อมสลายนี้จะทำให้สูญเสียตัวตนไปเรื่อยๆจนบ้าคลั่งและทำให้ความสามารถในการต่อสู้สูงขึ้น แต่ก๊อปปี้หลายๆตัวก็เปลี่ยนสภาพเป็นมอนสเตอร์ไปอย่างที่เห็น

ร่างก๊อปปี้ของเจเนซิสส่วนใหญ่สร้างจากพวกโซลเยอร์ 2nd และ 3rd class ที่ออกจากชินระมาพร้อมกับเขา ในขณะที่พวกก๊อปปี้ของแองจีลส่วนใหญ่จะสร้างขึ้นจากมอนสเตอร์และลาซาร์ดซึ่งถูกฉีดเซลล์ของแองจีลเข้าไปจนหน้าแก่เป็นแองจีล ส่วนมอนสเตอร์จะไม่เปลี่ยนสภาพเป็นแองจีลแต่จะมีใบหน้าของแองจีลผุดขึ้นบนร่างกายแทน พวกก๊อปปี้จะอ่อนแอกว่าร่างต้นแบบและจิตใจจะถูกควบคุมโดยร่างต้นแบบได้ ยกเว้นกรณีของลาซาร์ดที่จิตใจเข้มแข็งพอ ทำให้เขายังคงเป็นตัวของตัวเองหลังรับเซลล์ของแองจีลมาแล้ว และเขายังรู้สึกถึงเจตนารมณ์ของแองจีลที่ถ่ายทอดมายังตัวเขาทำให้เขาละความแค้นที่มีต่อชินระและเกิดความรู้สึกต้องการช่วยเหลือโลก นอกจากนี้ก๊อปปี้ของแองจีลยังสามารถรับรู้สถานการณ์ของก๊อปปี้ตัวอื่นๆได้ มอนสเตอร์ที่อยู่ในโบสถ์สลัมจึงบินมาช่วยลาซาร์ดตอนเผชิญหน้ากับทหารชินระในตอนจบ Crisis Core ซึ่งก็ทำให้จดหมายฉบับที่ 89 ของแอริธมาถึงมือแซ็คด้วย

นอกจากเจเนซิสและแองจีลแล้ว ที่ชั้นใต้ดินของสำนักงานใหญ่ยังมีการทดลองใช้ยีนส์ของเจเนซิสสร้างโซลเยอร์ที่มีความสามารถหลากหลายและผ่านการฝึกฝนที่โหดเหี้ยมจนเก่งกาจ พวกที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยมียีนส์ของเจเนซิสอยู่ในร่างนี้เรียกเจเนซิสว่า “พี่ชาย” และมีพลังความสามารถเหนือทหารดีพกราวด์ธรรมดาคนอื่นๆ คนส่วนมากรู้จักเจเนซิสในฐานะตัวตนลึกลับที่มีโค้ดเนม “G” โซลเยอร์ผู้จองจำตัวเองเพื่อปกป้องดวงดาว และอยู่ในระดับเดียวกับ “S” (เซฟิรอธ) โซลเยอร์ผู้ทำลายล้างทุกสิ่ง


Project S

โฮโจได้ทำการปรับปรุงเซลล์ของเจโนวาเพื่อให้มีความเข้ากันได้กับมนุษย์ก่อนฉีดเซลล์ดังกล่าวเข้าไปในครรภ์ของลูเครเซีย เด็กคนนี้ถูกตั้งชื่อว่าเซฟิรอธ เขาเป็นลูกชายของลูเครเซียและตัวโฮโจเอง ผลการทดลองออกมายอดเยี่ยม เซฟิรอธไม่เกิดสภาวะเสื่อมสลาย และเซลล์ยังมีความเสถียรไม่หลงเหลือลักษณะการจำลองพันธุกรรมของเจโนวาเหมือนเจเนซิสและแองจีล โปรเจ็คต์นี้ถูกเรียกว่าโปรเจ็ค S (Sephiroth) ซึ่งในทีแรกพนักงานชินระต่างก็เข้าใจกันว่าเซฟิรอธกำเนิดขึ้นมาโดยมีฐานะเป็นเผ่าโบราณ และความสำเร็จของโปรเจ็คต์นี้ก็ทำใหโฮโจได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์แทนที่กัสต์ แซงหน้าฮอลันเดอร์ไป

การกำเนิดของเซฟิรอธทำให้เกิดการผลิตโซลเยอร์ขึ้นจำนวนมากด้วยการนำคนที่แข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจมาฉีดเซลล์ของเจโนวาและอาบมาโค ซึ่งนอกจากคนที่เต็มใจมาสมัครด้วยตัวเองแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของเติร์กที่จะไปกวาดต้อนผู้คนจากที่ต่างๆที่ดูมีศักยภาพเข้ามาเป็นโซลเยอร์ คนที่เข้มแข็งพอจะได้เป็นโซลเยอร์ ส่วนคนอ่อนแอหากรับมาโคเข้าไปปริมาณมากเกินที่ร่างกายสามารถรับได้ก็จะสูญเสียตัวตนไป

ภาพเปรียบเทียบโปรเจ็ค G และโปรเจ็ค S


Reunion

หลังเซฟิรอธรู้ชาติกำเนิดตัวเองและบ้าคลั่งจนถูกคลาวด์โยนลงบ่อมาโคตายไปขณะที่กอดหัวเจโนวาไว้แน่น เขาสร้างร่างตนเองขึ้นมาใหม่ทางตอนเหนือที่พลังงานมาโคไปรวมตัวกันอย่างหนาแน่นและรอที่จะคืนชีพมาอีกครั้ง ทางด้านโฮโจต้องการทดลองปรากฏการณ์รียูเนี่ยนเพื่อยืนยันทฤษฎีของเขา จึงได้เตรียมร่างโคลนของเซฟิรอธจำนวนมากไว้โดยนำคนที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์เผาเมืองนีเบิ้ลไฮม์มาใส่เซลล์ของเจโนวาที่ผ่านการปรับปรุงเข้าไปพร้อมอัดมาโคเหมือนกระบวนการผลิตโซลเยอร์ เพียงแต่คนที่จะเป็นโซลเยอร์จะต้องคัดเอาคนที่เข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจมาแล้ว ส่วนชาวบ้านธรรมดาพวกนี้เมื่อผ่านกระบวนการเดียวกันนี้ก็แหลกสลาย กลายเป็นภานะรองรับความเป็นเจโนวาไป คนพวกนี้สูญเสียตัวตนและถูกจับแต่งเป็นพวกชุดดำเดินโต๋เต๋ไปทั่วเมืองอย่างไร้ความหมาย เป้าหมายของพวกมันมีเพียงหนึ่งเดียวนั่นคือการทำตามคำสั่งของเซฟิรอธ และการรียูเนี่ยน โฮโจเรียกการทดลองนี้ว่า “The Sephiroth Clones Project”

โคลนบางตัวจะมีรอยสักที่โฮโจสักไว้ระบุหมายเลข ซึ่งโคลนมีหมายเลขทั้งหมดที่เราพบใน FFVII มีดังนี้:

  • หมายเลข 1 – (มีคนเห็นว่ามันเดินทางจากโคเรลเหนือไปยังโกลด์ซอเซอร์)

  • หมายเลข 2 – ชายในท่อที่มิดการ์เขต 5

  • หมายเลข 4 – ชายชุดดำในบ้านทีฟาที่นีเบิ้ลไฮม์

  • หมายเลข 5 – ชายชุดดำในบ้านทีฟาที่นีเบิ้ลไฮม์

  • หมายเลข 6 – ชายชุดดำในโรงแรมที่นีเบิ้ลไฮม์

  • หมายเลข 9 – ชายชุดดำหน้าวิหารเผ่าโบราณ

  • หมายเลข 12 – ชายชุดดำในร้านไอเท็มที่นีเบิ้ลไฮม์

  • หมายเลข 13 – นานากิ ซึ่งโฮโจตั้งชื่อให้ว่าเร้ด 13 (ไม่มีผลข้างเคียงจากการทดลอง)

  • ส่วนโคลนตัวอื่นๆไม่มีหมายเลข

คลาวด์และแซ็คเองก็เป็นเหยื่อในการทดลองรียูเนี่ยนนี้ พวกเขาถูกฉีดเซลล์ของเจโนวาที่ผ่านการปรับปรุงเพื่อใช้ในร่างก๊อปปี้ของเซฟิรอธ เรียกว่า S-Cell ซึ่งว่ากันว่ามีลักษณะเหมือนกับเซลล์ของตัวเซฟิรอธเอง แต่เซลล์ของเจโนวาก็ไม่มีผลกับโซลเยอร์อย่างแซ็คทำให้เขาไม่ได้รับผลอะไรจากการทดลอง ในขณะที่คลาวด์สูญเสียจิตใจไปเช่นเดียวกับพวกชุดดำตัวอื่นๆ

คลาวด์และแซ็คถูกชินระนำตัวมาทดลองในเจโนวาโปรเจ็คต์

เจเนซิสเชื่อว่าหากเขารับ S-Cell ที่พันธุกรรมมีความสมบูรณ์เข้าไปจะสามารถหยุดสภาวะการเสื่อมสลายได้ เขาเคยขอเซลล์จากเซฟิรอธ แต่เซฟิรอธไม่เอาด้วยและเสียชีวิตไปเสียก่อน แซ็คและคลาวด์ตัวทดลองของโฮโจที่ถูกฉีด S-Cell เข้าไป จึงเป็นเป้าหมายสำคัญของเจเนซิส แต่หลังจากก๊อปปี้ของเจเนซิสตัวหนึ่งกินผมของแซ็คเข้าไปกลับส่งผลเร่งสภาพเสื่อมสลายให้เร็วขึ้นจนบ้าคลั่งและเปลี่ยนสภาพเป็นมอนสเตอร์ให้แซ็คเชือด เจเนซิสเชื่อว่าคลาวด์เป็นคนมี S-Cell บริสุทธิ์คนสุดท้ายของโลก เขาจึงมุ่งเป้ามาที่คลาวด์ทำให้แซ็คต้องคอยปกป้องคลาวด์จากการย่ำยีของโอตาคุเลิฟเลสคนนี้ด้วย

แม้จะรอดมาจนถึงมิดการ์ได้ด้วยการเสียสละของแซ็ค แต่คลาวด์ก็มีสภาพเป็นเหมือนโคลนชุดดำตัวอื่นๆ คือจิตใจแตกสลาย จนกระทั่งได้มาพบกับทีฟาที่สถานีรถไฟ แล้วเจโนวาในร่างก็จำลองความทรงจำของทีฟาสร้างเป็นบุคลิกของคลาวด์ขึ้นมา

แล้วการรียูเนี่ยนก็เริ่มขึ้น เมื่อร่างไร้หัวของเจโนวาในตึกสำนักงานใหญ่ชินระเปลี่ยนสภาพเป็นเซฟิรอธ แล้วฆ่าล้างตึก พร้อมกับเปิดกรงขังปล่อยคลาวด์ ซึ่งเป็นโคลนพวกเดียวกันออกมา คลาวด์ได้เผชิญหน้ากับเซฟิรอธตัวปลอมนี้หลายครั้งหลายครา และมันได้ส่งชิ้นส่วนลงมาสู้กับเขาเป็นระยะๆ

ทีแรกโฮโจคิดว่าการรียูเนี่ยนจะเกิดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ซึ่งมีร่างของเจโนวาอยู่ แต่จริงๆแล้วมันเกิดที่เครเตอร์ตอนเหนือซึ่งมีหัวเจโนวารวมทั้งร่างของเซฟิรอธอยู่ต่างหาก โคลนทั้งหมด ทั้งเจโนวาในร่างเซฟิรอธ, พวกชายชุดดำ รวมทั้งตัวคลาวด์เองได้เดินทางมายังเครเตอร์ตอนเหนือ พวกโคลนนั้นทำตามสัญชาติญาณรียูเนี่ยน ส่วนคลาวด์ตามล่าเซฟิรอธด้วยเรื่องส่วนตัว แต่เขาก็ถูกหลอกเอาว่าแท้จริงแล้วความทรงจำทั้งหมดของเขามันปลอม เขาเป็นแค่โคลนที่ถูกสร้างขึ้นมา และความแค้นทั้งหลายแหล่ก็เป็นแค่ความทรงจำที่คลาวด์ใส่เข้ามาเพื่อให้ตามเซฟิรอธเพื่อมารียูเนี่ยนนั่นเอง

เซฟิรอธสังหารพวกชุดดำที่เข้าร่วมรียูเนี่ยน

การรียูเนี่ยนเสร็จสมบูรณ์ โคลนทั้งหมดกลับมารวมกับส่วนหัวที่เซฟิรอธหิ้วอยู่ และกลายเป็น Synthesis Jenova ซึ่งมีพลังที่แท้จริงเหมือนเจโนวาที่เคยกวาดล้างเซทราเมื่อสองพันปีก่อนอีกครั้ง แต่มันก็ถูกพวกคลาวด์ทำลายอีกหน ก่อนจะตกลงไปในไลฟ์สตรีมพร้อมเซฟิรอธ ซึ่งก่อให้เกิดไลฟ์สตรีมดำและโรคจีโอสติ๊กม่าขึ้น

 

ภาพแสดงผังเส้นทางของชิ้นส่วนเจโนวาทั้งหมด


ตัวหนังสือบนหัวเจโนวา

แผ่นเหล็กบนหัวเจโนวามีตัวหนังสือบันทึกของชินระติดไว้ในฐานะหนึ่งในอุปกรณ์ทดลองสำคัญ ซึ่งในแต่ละภาคที่เจโนวาออกมาตัวหนังสือจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆดังนี้ 

Final Fantasy VII

MADE IN HONG KONG

ALL RIGHTS RESERVED 1996

SQUER COMPANY LIMITED 

(ผลิตในฮ่องกง... แถมล้อชื่อบริษัทตัวเองแบบเขียนตามเสียงคาตาคานะ SU-KU-U-e-A = SQUER อีกต่างหาก...)

 

 Advent Children

 [µ] - εγλ 19591010 ค้นพบ (ภาษาญี่ปุ่น)

[µ] - εγλ 19670702 ผนึก (ภาษาญี่ปุ่น)

 (บอกวันที่ค้นพบ Oct10, [µ] - εγλ 1959 และวันที่บรรจุใน chamber ที่นีเบิ้ลไฮม์ July2, [µ] - εγλ 1967)

 

Last Order

STRICT SECRECY

SCIENTIFIC INQUIRY SECTION

SHIN-RA COMPANY LIMITED

(บอกชื่อหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลเจ้าวัตถุทดลองชิ้นนี้)

 

<กลับไปหน้าหลัก>

 


Web Content by Shiryu
This site is best viewed in Firefox with a resolution of 1024x786