Timeline
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
| Revision as of 04:03, 18 พฤศจิกายน 2022 Sigurd (พูดคุย | contribs) (→Timeline) ← Previous diff |
Revision as of 23:52, 29 สิงหาคม 2026 Sigurd (พูดคุย | contribs) Next diff → |
||
| Line 13: | Line 13: | ||
| ---- | ---- | ||
| <br> | <br> | ||
| - | * '''-375 ปีก่อนการนับสุริยะศักราช [เซียร่ากลายเป็น แวมไพร์ตนแรกของโลก]''' | + | '''-375 ปีก่อนการนับสุริยะศักราช [เซียร่ากลายเป็น แวมไพร์ตนแรกของโลก]''' |
| - | ไม่มีการปรากฏแน่ชัด แต่เซียร่า ไมเคน ([[Sierra Mikain]]) ได้รับพลังของตราแห่งจันทราและกลายเป็น "แวมไพร์" ตนแรกของโลกในปีนี้ | + | *ไม่มีการปรากฏแน่ชัด แต่เซียร่า ไมเคน (シエラ/[[Sierra Mikain]]) ได้รับพลังของตราแห่งจันทรา ([[Moon Rune]]) และกลายเป็นบรรพบุรุษของ "แวมไพร์" ตนแรกของโลก |
| แรกเริ่มเธอไม่สามารถควบคุมความกระหายและความบ้าคลั่งของตนได้จึงเริ่มออกทำร้ายผู้คน ก่อนที่เธอจะรู้สึกผิดและเสียใจต่อการกระทำของตน จึงได้เดินทางเข้าสู่ป่าออกห่างจากสังคมมนุษย์ | แรกเริ่มเธอไม่สามารถควบคุมความกระหายและความบ้าคลั่งของตนได้จึงเริ่มออกทำร้ายผู้คน ก่อนที่เธอจะรู้สึกผิดและเสียใจต่อการกระทำของตน จึงได้เดินทางเข้าสู่ป่าออกห่างจากสังคมมนุษย์ | ||
| ที่นี่เธอได้พบกับรีน เพเนนเบิร์ก ([[Rean Penenberg]]) อัศวินหนุ่มผู้บาดเจ็บสาหัสปางตาย แต่เธอได้ช่วยชีวิตเขาไว้ด้วยการเปลี่ยนให้เขาเป็นแวมไพร์เช่นเดียวกับเธอ ก่อนที่ทั้งคู่จะช่วยกันก่อตั้งหมู่บ้านจันทราคราม<br> | ที่นี่เธอได้พบกับรีน เพเนนเบิร์ก ([[Rean Penenberg]]) อัศวินหนุ่มผู้บาดเจ็บสาหัสปางตาย แต่เธอได้ช่วยชีวิตเขาไว้ด้วยการเปลี่ยนให้เขาเป็นแวมไพร์เช่นเดียวกับเธอ ก่อนที่ทั้งคู่จะช่วยกันก่อตั้งหมู่บ้านจันทราคราม<br> | ||
| + | * จากบทสัมภาษณ์ เซียร่าได้ถือครองตราจันทราเมื่ออายุประมาณ 16 ปี ซึ่งแสดงว่าเธอเกิดก่อนเริ่มปฏิทินสุริยคติประมาณ 391 ปี | ||
| - | * '''-200 ปีก่อนการนับสุริยะศักราช [ก่อตั้งราชินีอาณาจักรฟาเลน่า]''' | ||
| - | ตามตำนานกล่าวไว้ว่า ราชินีอาณาจักรฟาเลน่าถูกก่อตั้งขึ้นในปีนี้ ยามเมื่อราชินีองค์แรกทรงเสด็จมาถึงลูนัส พร้อมตราแห่งสุริยะ | ||
| + | '''-250 ปีก่อนปฏิทินสุริยคติ [ก่อตั้งราชินีอาณาจักรฟาเลน่า]''' | ||
| + | *ได้มีการสถาปนาอาณาจักรราชินีฟาเรน่า ยามเมื่อราชินีองค์แรกทรงเสด็จมาถึงลูนัส พร้อมตราแห่งสุริยะ แต่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในหนังสือรับรองทางประวัติศาสตร์ | ||
| - | * '''-2 ปีก่อนการนับสุริยะศักราช [ก่อตั้งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ฮาร์โมเนีย]''' | ||
| - | ฮิคุซัค ([[Hikusaak]]) ได้มีชัยเหนือราชอาณาจักรอาโรเนียร์ และก่อตั้งราชอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ฮาร์โมเนียร์ขึ้น ก่อนที่เขาจะถูกยกย่องเป็น "วีรบุรุษหนึ่งเดียว" | ||
| + | '''-2 ปีก่อนการนับสุริยะศักราช [ก่อตั้งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ฮาร์โมเนีย]''' | ||
| + | *ฮิคุซัค (ヒクサク/[[Hikusaak]]) ได้มีชัยเหนือราชอาณาจักรอาโรเนียร์ (アロニア王国/ Kingdom of Aronia) และก่อตั้งราชอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ฮาร์โมเนียร์ (ハルモニア神聖国/ Holy Kingdom of Harmonia) ขึ้น ก่อนที่เขาจะถูกยกย่องเป็น "วีรบุรุษหนึ่งเดียว" | ||
| - | * '''ปีสุริยะศักราชที่ 0 [เริ่มการนับปีสุริยะศักราช]''' | ||
| - | ฮิคุซัค ([[Hikusaak]]) ดำรงตำแหน่งมหาสังฆราชและปกครองฮาร์โมเนียด้วยระบอบเทวาธิปไตย และเป็นปีที่เริ่มนับศักราชด้วยปฏิทินสุริยะ | ||
| + | '''ปีสุริยะศักราชที่ 0 [เริ่มการนับปีสุริยะศักราช]''' | ||
| + | *ฮิคุซัค ([[Hikusaak]]) ดำรงตำแหน่งมหาสังฆราช (神官長/ High Priest) และปกครองฮาร์โมเนียด้วยระบอบเทวาธิปไตย (神官政治/ Theocratic) | ||
| + | *เป็นปีที่เริ่มนับศักราชด้วยปฏิทินสุริยะ (太陽暦/ Solar Year) | ||
| - | * '''ปีสุริยะศักราชที่ 20 [ก่อตั้งหมู่บ้านนักรบ]''' | ||
| - | อัศวินศักดิ์สิทธิ์คลิฟท์ ([[Klift]]) ปกป้องพื้นที่แถบโลริมาร์จากการบุกรุกของชาวฮาร์โมเนียได้ เขาก่อตั้งหมู่บ้านนักรบขึ้นมาพร้อมฝึกผู้คนในหมู่บ้านให้เป็นนักรบ ก่อนที่ฮาร์โมเนียร์จะทำสัญญาสงบศึกกับหมู่บ้านนักรบ และให้สิทธิในการปกครองตนเอง | ||
| + | '''ปีสุริยะศักราชที่ 20 [ก่อตั้งหมู่บ้านนักรบ]''' | ||
| + | *อัศวินศักดิ์สิทธิ์คลิฟท์ ( (聖戦士クリフト/[[Klift]]) ปกป้องพื้นที่แถบโลริมาร์จากการบุกรุกของชาวฮาร์โมเนียได้ เขาก่อตั้งหมู่บ้านนักรบ (戦士の村/ Warrior's Village) ขึ้นมาพร้อมฝึกผู้คนในหมู่บ้านให้เป็นนักรบ ก่อนที่ฮาร์โมเนียร์จะทำสัญญาสงบศึกกับหมู่บ้านนักรบ และให้สิทธิในการปกครองตนเอง ในช่วงนี้คริฟท์ได้เริ่มสั่งสอนสิ่งต่างๆให้แก่คนในหมู่บ้าน (เช่น พิธีกรรมของนักรบที่โตเป็นผู้ใหญ่ เป็นต้น) จนสืบทอดกลายเป็นประเพณีของหมู่บ้านนักรบ | ||
| - | * ''' ปีสุริยะศักราชที่ 70 [การฆ่าล้างตระกูลผู้รักษาตราแห่งประตู]''' | ||
| - | ในการเสาะหาตราแห่งประตู (Gate Rune) ทหารฮาร์โมเนียได้ทำการสังหารหมู่ตระกูลผู้รักษาตราแห่งประตู แต่วินดี้ ([[Windy]]) และเลคนาร์ท([[Leknaat]]) สามารถหลบหนีออกมาได้ ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกตราแห่งประตูออกเป็นเสี้ยวหน้าและเสี้ยวหลัง พร้อมแยกทางกันไปเพื่อความปลอดภัยของตราที่แท้จริง | ||
| - | จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เลคนาร์ทสูญเสียทักษะการมองเห็นของเธอไป | + | ''' ปีสุริยะศักราชที่ 70 [การฆ่าล้างตระกูลผู้รักษาตราแห่งประตู]''' |
| + | *อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ฮาลโมเนีย ได้รุกรานหมู่บ้านผู้ปกป้องตราแห่งประตู (門の紋章/ [[Gate Rune]]) | ||
| + | *วินดี้ (ウィンディ/ [[Windy]]) และเลคนาร์ท (レックナート/ [[Leknaat]]) ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านได้หลบหนีออกมาได้ และได้แบ่งตราแห่งประตูกันคนละครึ่ง โดยที่วินดี้ได้ถือครองส่วนประตูหลัง (ด้านทางออก) และเลคนาร์ทได้ถือครองส่วนประตูหน้า (ด้านทางเข้า) | ||
| + | *จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เลคนาร์ทสูญเสียทักษะการมองเห็นของเธอไป | ||
| - | * '''ปีสุริยะศักราชที่ 78 [ตราแห่งจันทราถูกขโมย]''' | + | '''ปีสุริยะศักราชที่ 78 [ตราแห่งจันทราถูกขโมย]''' |
| - | แวมไพร์เนคลอร์ด ([[Neclord]]) ได้ขโมยตราแห่งจันทรา (Moon Rune) ไปจากหมู่บ้านจันทราคราม พร้อมแวมไพร์จำนวนหนึ่ง ผลจากการกระทำในครั้งนี้ทำให้แวมไพร์ในหมู่บ้านกลับกลายเป็นผู้กระหายเลือดเหมือนเมื่อก่อน บ้างก็เลือกที่จะจบชีวิตของตนลงเพื่อความปลอดภัยของผู้อื่น บ้างก็เลือกที่จะสังหารสิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อการดำรงอยู่ของตนต่อไป เซียร่าที่เป็นแวมไพร์ตนแรกไม่ได้รับผลกระทบนี้ไปด้วย เธอจึงออกตามล่าเหล่าแวมไพร์ที่สังหารชีวิตอื่นและทวงคืนตราที่ถูกขโมยไปจากเนคลอร์ด | + | *แวมไพร์เนคลอร์ด (ネクロード/[[Neclord]]) ได้ขโมยตราแห่งจันทรา ([[Moon Rune]]) ไปจากหมู่บ้านจันทราคราม (蒼き月の村/ Blue Moon Village) พร้อมแวมไพร์จำนวนหนึ่ง ผลจากการกระทำในครั้งนี้ทำให้แวมไพร์ในหมู่บ้านกลับกลายเป็นผู้กระหายเลือดเหมือนเมื่อก่อน บ้างก็เลือกที่จะจบชีวิตของตนลงเพื่อความปลอดภัยของผู้อื่น บ้างก็เลือกที่จะสังหารสิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อการดำรงอยู่ของตนต่อไป |
| + | *เซียร่าที่เป็นแวมไพร์ตนแรกไม่ได้รับผลกระทบนี้ไปด้วย เธอจึงออกตามล่าเหล่าแวมไพร์ที่สังหารชีวิตอื่นและทวงคืนตราที่ถูกขโมยไปจากเนคลอร์ด | ||
| - | * '''ปีสุริยะศักราชที่ 80 [สัญญาอาณาเขตสามเผ่าพันธ์ในGreat Forrest]''' | + | '''ปีสุริยะศักราชที่ 80 [สัญญาอาณาเขตสามเผ่าพันธ์ใน Great Forrest]''' |
| - | เผ่าคนแคระ โคโบลท์และเอลฟ์ เซ็นต์สัญญาแบ่งอาณาเขตกันในพื้นที่ ป่าGreat Forrest | + | *หมู่บ้านแห่งป่าใหญ่ (大森林/ Great Forest Village) ได้แก่ เผ่าคนแคระ โคโบลท์และเอลฟ์ ได้ประกาศสนธิสัญญาครั้งใหญ่ (大盟約/ Great Contact) แบ่งอาณาเขตกันในพื้นที่ป่าGreat Forrest เพื่อแบ่งกั้นเขตแดนของเผ่า และเพื่อไม่ให้เผ่ามนุษย์เข้าไปด้านในป่าได้ หกนักปราชญ์จึงได้ร่ายเวทย์มนตร์ไว้ที่ทางเข้าป่าแห่งโมรัน |
| - | * '''ปีสุริยะศักราชที่ 110 [สถาปนาราชอาณาจักรดูนาน]''' | + | '''ปีสุริยะศักราชที่ 110 [สถาปนาราชอาณาจักรดูนัน]''' |
| - | กษัตริย์เบอนานด์ ([[Bernand]]) ทรงสถาปนาราชอาณาจักรดูนานขึ้นโดยมีเมืองเซาท์วินด์เป็นเมืองหลวง พร้อมพื้นที่ของมิวส์,ทูริเวอร์,กรีนฮิลและมาธิลด้าเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักร | + | *กษัตริย์เบอนานด์ ([[Bernand]]) ทรงสถาปนาราชอาณาจักรดูนัน (デュナン君主国/ Kingdom of Dunan) ขึ้น โดยมีเมืองเซาท์วินโดวส์ (サウスウィンドゥ/ South Window) เป็นเมืองหลวง พร้อมพื้นที่ของมิวส์, ทูริเวอร์, กรีนฮิลและมาธิลด้าเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักร |
| - | * '''ปีสุริยะศักราชที่ 140 [ก่อตั้งNew Armes Kingdom]''' | + | '''ปีสุริยะศักราชที่ 140 [ก่อตั้ง New Armes Kingdom]''' |
| - | [[Halad]]แห่งเผ่าIshvaakตั้งกองทัพขึ้นมาภายใต้การสนับสนุนของฟาเลน่า เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพของกองกำลังเผ่าพันธ์ที่อยู่ทิศตะวันออกฟากหนึ่งของอ่าวฟาเลน่า ผ่านไปหลายสิบปี [[Halad]] สามารถรวมเผ่าให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ และก่อตั้งNew Armes Kingdomขึ้นที่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของฟาเลน่า. | + | *หัวหน้าบาลาด (長バラド/ Chief Balad) แห่งเผ่าอิชูวาร์ค 1 ใน 5 เผ่าใหญ่ได้แบ่งดินแดนทางทิศใต้ แถบตะวันออกของทวีปที่เป็นที่ตั้งของอาณาจักราราชินีฟาเรน่า ฟาเรน่าที่ต้องการเสถียรภาพที่มั่นคงของพื้นที่ทางตะวันออก จึงให้การสนับสนุนช่วยเหลือบาลาด จนกระทั่งเกิดการจลาจลจากความแบ่งแยกของเผ่าพันธุ์เป็นเวลา 10 ปี บาลาดจึงลดบทบาทเผ่าอื่น และสถาปนาตนเป็นราชาแห่งราชวงศ์อาเมสใหม่ (アーメス新王朝/ New Armes Royal Court) และความสัมพันธ์ต่อฟาเรน่าก็แย่ลงนับจากเหตุการณ์นี้ |
| - | * '''ปีสุริยะศักราชที่ 150 [วินดี้โจมตีหมู่บ้านลับที่เก็บซ่อนตรา]''' | + | '''ปีสุริยะศักราชที่ 150 [วินดี้โจมตีหมู่บ้านลับที่เก็บซ่อนตรา]''' |
| - | วินดี้([[Windy]]) พร้อม เนคลอร์ด([[Neclord]])และ ยูเบอร์ ([[Yuber]]) โจมตีหมู่บ้านลับที่เก็บซ่อนตราเพื่อค้นหาตราแห่งชีวิตและความตาย(Rune of life and death) หนึ่งในตราที่แท้จริงทั้ง27 แต่ประสบความล้มเหลวเมื่อปู่ของเท็ด([[Ted]]) ได้ทำการส่งต่อตรานี้ให้แก่หลานชายก่อนจะสั่งให้เขาหนีไป สุดท้ายหมู่บ้านนี้ก็ถูกทำลายลงโดยฝีมือของยูเบอร์ | + | *วินดี้([[Windy]]) พร้อมเนคลอร์ด([[Neclord]]) และยูเบอร์ ([[Yuber]]) บุกรุกหมู่บ้านแห่งตราที่ถูกซ่อน (隠された紋章の村 / Village of the Hidden Rune) เพื่อค้นหาตราแห่งชีวิตและความตาย ([[Rune of life and death]] หรือ Soul Eater) หนึ่งในตราที่แท้จริงทั้ง27 แต่ประสบความล้มเหลวเมื่อปู่ของเท็ด ([[Ted]]) ได้ทำการส่งต่อตรานี้ให้แก่หลานชายก่อนจะสั่งให้เขาหนีไป สุดท้ายหมู่บ้านนี้ก็ถูกทำลายลงโดยฝีมือของยูเบอร์ |
| - | * '''ปีสุริยะศักราชที่ 160 [กำเนิดผู้สังหารแวมไพร์]''' | + | '''ปีสุริยะศักราชที่ 160 [กำเนิดผู้สังหารแวมไพร์]''' |
| - | กล่าวกันว่า วิลเดอร์(Wilder) บุรุษผู้อาศัยอยู่ ณ ดินแดนนิรนาม (Nameless Lands) ได้กลายเป็นมนุษย์คนแรกที่สามารถสังหารแวมไพร์ลงได้ แต่ด้วยวิธีใดยังไม่ปรากฏ | + | *กล่าวกันว่า วิลเดอร์ (ワイルダー / Wilder) บุรุษผู้อาศัยอยู่ ณ ดินแดนนิรนาม ( 無名諸国 / Nameless Lands) ได้กลายเป็นมนุษย์คนแรกที่สามารถสังหารแวมไพร์ลงได้ แต่ไม่ทราบวิธีการ |
| - | * '''ปีสุริยะศักราชที่ 185 [ก่อตั้งมิวส์]''' | + | '''ปีสุริยะศักราชที่ 185 [ก่อตั้งมิวส์]''' |
| - | เมืองมิวส์ก่อตั้งรัฐบาลระบบนายกเทศมนตรี โดยมี [[Revier]] เป็นนายกเทศมนตรีคนแรก | + | *เมืองมิวส์ (ミューズ/ Muse) ประสบความสำเร็จในการใช้ระบบการปกครองโดยนายกเทศมนตรี (市長制/ Mayor System) โดยมีเรเบีย (レビア/ Revier) เป็นนายกเทศมนตรีคนแรก แต่เนื่องจากความไม่มั่นคงในเขตแดนของดิวนัน จึงทำให้เกิดความขัดแย้งอยู่เสมอ |
| - | * '''ปีสุริยะศักราชที่ 212 [ทูริเวอร์แยกตัวเป็นเอกราช ราชินีอาณาจักรฟาเลน่าย้ายเมืองหลวง ถือกำเนิดQueen's Knights]''' | + | '''ปีสุริยะศักราชที่ 212 [ทูริเวอร์แยกตัวเป็นเอกราช ราชินีอาณาจักรฟาเลน่าย้ายเมืองหลวง ถือกำเนิดQueen's Knights]''' |
| - | ระบบสภาคู่ได้ถูกนำมาเริ่มใช้ที่เมืองทูริเวอร์ และทูริเวอร์มีสิทธิปกครองในอาณาเขตนี้<br> | + | *ระบบรัฐสภาสองสภา (二院会議) ได้ถูกนำมาเริ่มใช้ที่เมืองทูริเวอร์ (トゥーリバー/ Two River) โดบทูริเวอร์มีสิทธิปกครองในอาณาเขตนี้<br> |
| - | เริ่มใช้ New Capital Calendar ปฏิทินที่ใช้ในราชินีอาณาจักรฟาเลน่าพร้อมกับการย้ายเมืองหลวงจากสตรอมฟิสต์ไปสู่โซลฟาเลน่า ตามคำบัญชาขององค์ราชินีครอเช็ด([[Khorshed]])<br> | + | *เริ่มใช้ปฏิทินเมืองหลวงใหม่ (新都暦/ New Capital Calendar) ปฏิทินที่ใช้ในราชินีอาณาจักรฟาเลน่า พร้อมกับการย้ายเมืองหลวงจากสตรอมฟิสต์ (ストームフィスト/ Stormfist) สู่โซลฟาเรน่า (ソルファレナ/ Sol Falena) ตามคำบัญชาขององค์ราชินีครอเช็ด (クワルシェード/ [[Khorshed]]) |
| - | Queen's Knightsถือกำเนิดขึ้นในราชินีอาณาจักรฟาเลน่าด้วยจุดประสงค์เพื่อปกป้องราชินีและครอบครัว<br> | + | *Queen's Knightsถือกำเนิดขึ้นในราชินีอาณาจักรฟาเลน่าด้วยจุดประสงค์เพื่อปกป้องราชินีและครอบครัว<br> |
| - | * '''ปีสุริยะศักราชที่ 230 [สงครามกลางเมืองฮาร์โมเนีย]''' | + | '''ปีสุริยะศักราชที่ 230 [สงครามกลางเมืองฮาร์โมเนีย]''' |
| - | จักรวรรดิสกาเล็ตมูนแยกตัวออกจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ฮาร์โมเนียระหว่างเกิดสงครามกลางเมือง [[Kranach Rugner]]กลายเป็นจักรพรรดิ์คนแรก และ[[Sovereign Rune]]กลายเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลรักเนอร์ | + | *เกิดข่าวลือเรื่องการเสียชีวิตของฮิคุซัค (ヒクサク/[[Hikusaak]]) |
| + | *จักรวรรดิจันทราแดง (赤月帝国/ Scarlet Moon Empire) ก่อกำเนิดขึ้น จากการเป็นอิสรภาพด้วยการยึดครองนครหลวงศักดิ์สิทธิ์ลูพันด้า (ルパンダ/ [[Lupanda]]) ซึ่งเป็นนครหลวงแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์แห่งฮาลโมเนีย โดยมีจักรพรรดิคนแรกคือกรานาท รุกเนอร์ (クラナッハ・ルーグナー/ [[Kranach Rugner]]) ผู้ได้รับสมญานามว่าอัศวินจันทราแดง (赤い月の騎士/ Scarlet Moon Knight) | ||
| + | *ในช่วงเวลานี้ตระกูลรุกเนอร์ได้ตราแห่งกษัตริย์ (覇王の紋章/ [[Sovereign Rune]]) ที่เคยเป็นของฮาร์โมเนียเป็นสมบัติประจำตระกูล และด้วยความช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถของจูเลี่ยน ซิลเวอร์เบิร์ก (ユリアン・シルバーバーグ/ Julian Silverburg) ผู้เป็นเสนาธิการทหาร (正軍師 / Military Strategist) ยิ่งทำให้จักรวรรดิได้อิสรภาพยิ่งขึ้น ส่งผลให้ตระกูลซิลเวอร์เบิร์กมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่ว นอกจากนี้นครหลวงศักดิ์สิทธิ์ลูพันด้าได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นเกรกมินสเตอร์ | ||
| - | * '''ปีสุริยะศักราชที่ 237 [จบสิ้นสงครามกลางเมืองฮาร์โมเนีย, ก่อตั้งราชอาณาจักรไฮแลนด์]''' | + | '''ปีสุริยะศักราชที่ 237 [จบสิ้นสงครามกลางเมืองฮาร์โมเนีย, ก่อตั้งราชอาณาจักรไฮแลนด์]''' |
| - | [[Mauro Blight]] ก่อตั้งราชอาณาจักรไฮแลนด์ ซึ่งฮาร์โมเนียมอบที่ดินทางตอนใต้ให้กับเขาจากการหยุดยั้งสงครามกลางเมืองได้ นอกจากนั้นครอบครัวไบลท์ยังได้รับฉายาว่า ผู้พิทักษ์แห่งความศรัทธา พร้อมทั้งได้รับ [[Beast Rune]]มาเป็นของขวัญ | + | *เมาโร ไบล์ท [[Mauro Blight]] ได้ปราบปรามความวุ่นวายภายในประเทศ และได้ดินแดนทางตอนใต้เป็นผลตอบแทนจากฮาร์โมเนีย และได้สถาปนาอาณาจักรไฮแลนด์ขึ้น (ハイランド王国/ Highland Kingdom) |
| + | *ตระกูลไบล์ทยังได้รับการแต่งตั้งจากฮาร์โมเนียว่าเป็น ผู้พิทักษ์หลักคำสอน (教義の守護者/ Defender of the Creed) พร้อมทั้งได้รับมอบตราแห่งสัตว์ ([[Beast Rune]]) มาเป็นของขวัญ (แต่แท้จริงแล้วเป็นความปรารถนาของตัวตราเองที่ถูกใช้เป็นเครื่องบรรณาการ) | ||
| - | * '''ปีสุริยะศักราชที่ 250 [จบสิ้นการย้ายเมืองหลวงฟาเลน่า]''' | + | '''ปีสุริยะศักราชที่ 250 [ย้ายเมืองหลวงฟาเลน่าเสร็จสิ้น]''' |
| - | องค์ราชินีครอเช็ด([[Khorshed]])ย้ายเมืองหลวงจากสตรอมฟิสต์ไปสู่โซลฟาเลน่าได้สำเร็จ | + | * องค์ราชินีครอเช็ด([[Khorshed]])ย้ายเมืองหลวงจากสตรอมฟิสต์ไปสู่โซลฟาเลน่าได้สำเร็จ |
| - | * '''ปีสุริยะศักราชที่ 252 [สิ้นสุดราชอาณาจักรดูนัน]''' | + | '''ปีสุริยศักราชที่ 252 หรือ ปฏิทินไฮแลนด์ที่ 16 [สิ้นสุดราชอาณาจักรดูนัน]''' |
| - | สงครามกลางเมืองเกิดขึ้นในระบอบราชาธิปไตยดูนัน ไฮแลนด์รุกรานเซาท์วินโดว์ทางทิศตะวันออก (ตอนนี้กลายเป็นชายแดนมิวส์) การปฏิวัติสำเร็จ เมืองเซาท์วินโดว์ใต้ถูกจัดให้อยู่ในระบบนายกเทศมนตรี | + | *เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในราชอาณาจักรดูนันที่ปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตย และจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายกบฏ ส่งผลให้เมืองเซาท์วินโดวส์เปลี่ยนการปกครองเป็นระบบนายกเทศมนตรี |
| + | *ไฮแลนด์ถือโอกาศรุกรานเซาท์วินโดว์ทางทิศตะวันออก (ชายแดนของมิวส์ในช่วงเวลานั้น) | ||
| - | * '''ปีสุริยะศักราชที่ 280 [ก่อตั้ง มาธิลด้า]''' | + | '''ปีปฏิทินสุริยศักราชที่ 280 หรือ ปฏิทินไฮแลนด์ที่ 44 [ก่อตั้งกองอัศวินมาทิลด้า]''' |
| - | มิวส์ให้เงินทุนในการก่อตั้งอัศวิน มาธิลด้าขึ้นเพื่อคานอำนาจของไฮแลนด์ โดยมีอัศวินในพื้นที่เข้าร่วมเป็นกำลังสำคัญ | + | * มิวส์ให้เงินทุนในการก่อตั้งเป็นกองอัศวินมาทิลด้า (マチルダ騎士団/ Matilda Knight) ขึ้นเพื่อเพื่อต่อกรกับกำลังทหารที่เข้มแข็งของไฮแลนด์ โดยมีอัศวินในพื้นที่เข้าร่วมเป็นกำลังสำคัญ |
| Line 115: | Line 123: | ||
| เกิดสงครามครั้งใหญ่ระหว่างไกเอ็นและคูลูคที่ป้อมเอลอีล กูลูคเป็นฝ่ายชนะด้วยการนำของทรอย<br> | เกิดสงครามครั้งใหญ่ระหว่างไกเอ็นและคูลูคที่ป้อมเอลอีล กูลูคเป็นฝ่ายชนะด้วยการนำของทรอย<br> | ||
| วอลเตอร์เดินทางมาที่ [[Razril]]เพื่อสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับรูนแคนน่อน | วอลเตอร์เดินทางมาที่ [[Razril]]เพื่อสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับรูนแคนน่อน | ||
| + | |||
| + | |||
| + | '''ปีสุริยะศักราชที่ 300''' | ||
| + | *คิริลพบลาซโล ([[Lazlo]]) ที่ถนนด้านหลังเมืองราซริล (Rhapsodia), เกล็นแพ้ทรอยที่เอลอีล (จากปากคำของเกล็น) | ||
| Line 120: | Line 132: | ||
| เกิดปัญหาขัดแย้งขึ้นภายในประเทศหมู่เกาะเนื่องจากรูนแห่งการลงทัณฑ์ จักรวรรดิกูลูครุกรานประเทศหมู่เกาะ เริ่มสงครามก่อตั้งสหพันธรัฐหมู่เกาะ ([[Genso Suikoden IV|Suikoden IV]]) | เกิดปัญหาขัดแย้งขึ้นภายในประเทศหมู่เกาะเนื่องจากรูนแห่งการลงทัณฑ์ จักรวรรดิกูลูครุกรานประเทศหมู่เกาะ เริ่มสงครามก่อตั้งสหพันธรัฐหมู่เกาะ ([[Genso Suikoden IV|Suikoden IV]]) | ||
| + | '''ปีสุริยะศักราชที่ 304''' | ||
| + | *เฮอร์เวย์และซีกูลด์ถูกเอ็ดการ์ช่วยไว้จากปืนของสตีล (ในภาคแท็คติคบอกว่า few years later, ภาคสี่เฮอร์เวย์บอกว่าอยู่กับคิกะมาสามปี), พ่อแรคกิหายสาปสูญ (ปากคำริคิเอะ) | ||
| - | * '''ปีสุริยะศักราชที่ 305 [วอลเตอร์และเอ็ดการ์เสียชีวิต บรันโด้สืบทอดรูนแห่งการลงทัณฑ์]''' | + | |
| - | วอลเตอร์ ([[Walter]]) และเอ็ดการ์ ([[Edgar]]) เสียชีวิตจากการต่อสู้กับโจรสลัดสตีลี่ ([[Steele]]) คิริล ([[Kyril]]) ลูกชายของวอลเตอร์ได้รับบาดเจ็บหนักจากการต่อสู้ครั้งนี้ รูนแห่งการลงทัณฑ์ย้ายจากสตีลี่ไปอยู่กับบรันโด้ ([[Brandeau]]) บรันโด้นำร่างของเอ็ดการ์ใส่โลงและลอยมายังรังโจรสลัด และออกเรือพร้อมกับเพ็ค ([[Peck]]) คู่หูคนสนิทที่ถูกพลังของรูนแห่งการลงทัณฑ์ทำให้เสียโฉมไป | + | '''ปีสุริยะศักราชที่ 305 [วอลเตอร์และเอ็ดการ์เสียชีวิต บรันโด้สืบทอดรูนแห่งการลงทัณฑ์]''' |
| + | *วอลเตอร์ ([[Walter]]) และเอ็ดการ์ ([[Edgar]]) เสียชีวิตจากการต่อสู้กับโจรสลัดสตีลี่ ([[Steele]]) | ||
| + | *คิริล ([[Kyril]]) ลูกชายของวอลเตอร์ได้รับบาดเจ็บหนักจากการต่อสู้ครั้งนี้ | ||
| + | *รูนแห่งการลงทัณฑ์ ([[Rune of Punishment]]) ย้ายจากสตีลี่ไปอยู่กับบรันโด้ ([[Brandeau]]) บรันโด้นำร่างของเอ็ดการ์ใส่โลงและลอยมายังรังโจรสลัด และออกเรือพร้อมกับเพ็ค ([[Peck]]) คู่หูคนสนิทที่ถูกพลังของรูนแห่งการลงทัณฑ์ทำให้เสียโฉมไป | ||
| Line 131: | Line 148: | ||
| * '''ปีสุริยะศักราชที่ 307 [สิ้นสุดสงครามก่อตั้งสหพันธรัฐหมู่เกาะ]''' | * '''ปีสุริยะศักราชที่ 307 [สิ้นสุดสงครามก่อตั้งสหพันธรัฐหมู่เกาะ]''' | ||
| ลาสโลพบกับเท็ดในเรือหมอก<br> | ลาสโลพบกับเท็ดในเรือหมอก<br> | ||
| - | จักรวรรดิกูลูคตกลงที่จะหยุบรบหลังจากป้อมเอลอีลถูกทำลายลง ลิโน ([[Lino En Kuldes]]) กลับมาเป็นกษัตริย์ของโอเบลและก่อตั้งสหพันธรัฐหมู่เกาะ ([[Island Nations|Island Nations Federation]]) ขึ้นมา<br> | + | จักรวรรดิกูลูคตกลงที่จะหยุบรบหลังจากป้อมเอลอีลถูกทำลายลง ลิโน ([[Lino En Kuldes]]) กลับมาเป็นกษัตริย์ของโอเบลและก่อตั้งสหพันธรัฐหมู่เกาะ ([[Island Nations|Island Nations Federation]]) ขึ้นมา<br>44 |
| + | |||
| + | |||
| + | '''ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 309''' | ||
| + | *อิสคัสหนึ่งในสมาชิกสภาสูงของกูลูคใช้อีวิลอายยึดอำนาจในจักรวรรดิและเปลี่ยนจักรพรรดิจูเลียสเป็นมนุษย์ปลา | ||
| + | *คณะเดินทางของคิริลพร้อมด้วยความช่วยเหลือจากกลุ่มประเทศพันธมิตรหมู่เกาะและหยุดยั้งอิสคัสได้สำเร็จ หลังเสียคนสำคัญทั้งในกองทัพและราชวงศ์ไปเกือบหมดทำให้จักรวรรดิกูลูคล่มสลายลง | ||
| Line 287: | Line 309: | ||
| *'''ปีสุริยะศักราชที่ 475 [สงครามทูตแห่งเพลิงครั้งที่ 2]''' | *'''ปีสุริยะศักราชที่ 475 [สงครามทูตแห่งเพลิงครั้งที่ 2]''' | ||
| [[Genso Suikoden III|Suikoden III]] | [[Genso Suikoden III|Suikoden III]] | ||
| + | |||
| + | ==References== | ||
| + | *[http://www.suikosource.com/games/gs1/guides/ Suikosource: Suikoden Guide] | ||
| + | *[https://www.suikofriend.com/forum/viewtopic.php?f=8&t=126/ ข้อมูล Timeline ของซีรีย์ (มาช่วยกันแก้ไขให้สมบูรณ์กันเถอะ)] | ||
Revision as of 23:52, 29 สิงหาคม 2026
Timeline
ในหน้านี้จะเป็นการบอกเล่าถึงเหตุการณ์ในปีต่างๆ ที่ผ่านของโลกSuikoden ตั้งแต่หลังจากเหตุการณ์ที่โล่ห์และดาบได้ต่อสู้กัน จนกำเนิดโลกนี้ขึ้น
โดยในโลกของSuikoden จะนับเวลาปีศักราชว่า "Solar Year" (หรือ IS) ทำให้ในTimelineนี้จะเรียงลำดับปีศักราชด้วยคำว่า "สุริยะศักราช")
เหตุการณ์ในเกมภาคหลักทั้ง 5 ภาคจะเกิดในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน โดยภาค 2 และ 3 จะเกิดหลังภาค 1 และภาค 4 และ 5 จะเกิดก่อนภาค 1
Suikoden IV (150 ปีก่อน Suikoden I)
Suikoden V (6 ปีก่อน Suikoden I)
Suikoden I
Suikoden II (3 ปีให้หลังจาก Suikoden I)
Suikoden III (18 ปีให้หลังจาก Suikoden I)
-375 ปีก่อนการนับสุริยะศักราช [เซียร่ากลายเป็น แวมไพร์ตนแรกของโลก]
- ไม่มีการปรากฏแน่ชัด แต่เซียร่า ไมเคน (シエラ/Sierra Mikain) ได้รับพลังของตราแห่งจันทรา (Moon Rune) และกลายเป็นบรรพบุรุษของ "แวมไพร์" ตนแรกของโลก
แรกเริ่มเธอไม่สามารถควบคุมความกระหายและความบ้าคลั่งของตนได้จึงเริ่มออกทำร้ายผู้คน ก่อนที่เธอจะรู้สึกผิดและเสียใจต่อการกระทำของตน จึงได้เดินทางเข้าสู่ป่าออกห่างจากสังคมมนุษย์
ที่นี่เธอได้พบกับรีน เพเนนเบิร์ก (Rean Penenberg) อัศวินหนุ่มผู้บาดเจ็บสาหัสปางตาย แต่เธอได้ช่วยชีวิตเขาไว้ด้วยการเปลี่ยนให้เขาเป็นแวมไพร์เช่นเดียวกับเธอ ก่อนที่ทั้งคู่จะช่วยกันก่อตั้งหมู่บ้านจันทราคราม
- จากบทสัมภาษณ์ เซียร่าได้ถือครองตราจันทราเมื่ออายุประมาณ 16 ปี ซึ่งแสดงว่าเธอเกิดก่อนเริ่มปฏิทินสุริยคติประมาณ 391 ปี
-250 ปีก่อนปฏิทินสุริยคติ [ก่อตั้งราชินีอาณาจักรฟาเลน่า]
- ได้มีการสถาปนาอาณาจักรราชินีฟาเรน่า ยามเมื่อราชินีองค์แรกทรงเสด็จมาถึงลูนัส พร้อมตราแห่งสุริยะ แต่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในหนังสือรับรองทางประวัติศาสตร์
-2 ปีก่อนการนับสุริยะศักราช [ก่อตั้งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ฮาร์โมเนีย]
- ฮิคุซัค (ヒクサク/Hikusaak) ได้มีชัยเหนือราชอาณาจักรอาโรเนียร์ (アロニア王国/ Kingdom of Aronia) และก่อตั้งราชอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ฮาร์โมเนียร์ (ハルモニア神聖国/ Holy Kingdom of Harmonia) ขึ้น ก่อนที่เขาจะถูกยกย่องเป็น "วีรบุรุษหนึ่งเดียว"
ปีสุริยะศักราชที่ 0 [เริ่มการนับปีสุริยะศักราช]
- ฮิคุซัค (Hikusaak) ดำรงตำแหน่งมหาสังฆราช (神官長/ High Priest) และปกครองฮาร์โมเนียด้วยระบอบเทวาธิปไตย (神官政治/ Theocratic)
- เป็นปีที่เริ่มนับศักราชด้วยปฏิทินสุริยะ (太陽暦/ Solar Year)
ปีสุริยะศักราชที่ 20 [ก่อตั้งหมู่บ้านนักรบ]
- อัศวินศักดิ์สิทธิ์คลิฟท์ ( (聖戦士クリフト/Klift) ปกป้องพื้นที่แถบโลริมาร์จากการบุกรุกของชาวฮาร์โมเนียได้ เขาก่อตั้งหมู่บ้านนักรบ (戦士の村/ Warrior's Village) ขึ้นมาพร้อมฝึกผู้คนในหมู่บ้านให้เป็นนักรบ ก่อนที่ฮาร์โมเนียร์จะทำสัญญาสงบศึกกับหมู่บ้านนักรบ และให้สิทธิในการปกครองตนเอง ในช่วงนี้คริฟท์ได้เริ่มสั่งสอนสิ่งต่างๆให้แก่คนในหมู่บ้าน (เช่น พิธีกรรมของนักรบที่โตเป็นผู้ใหญ่ เป็นต้น) จนสืบทอดกลายเป็นประเพณีของหมู่บ้านนักรบ
ปีสุริยะศักราชที่ 70 [การฆ่าล้างตระกูลผู้รักษาตราแห่งประตู]
- อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ฮาลโมเนีย ได้รุกรานหมู่บ้านผู้ปกป้องตราแห่งประตู (門の紋章/ Gate Rune)
- วินดี้ (ウィンディ/ Windy) และเลคนาร์ท (レックナート/ Leknaat) ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านได้หลบหนีออกมาได้ และได้แบ่งตราแห่งประตูกันคนละครึ่ง โดยที่วินดี้ได้ถือครองส่วนประตูหลัง (ด้านทางออก) และเลคนาร์ทได้ถือครองส่วนประตูหน้า (ด้านทางเข้า)
- จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เลคนาร์ทสูญเสียทักษะการมองเห็นของเธอไป
ปีสุริยะศักราชที่ 78 [ตราแห่งจันทราถูกขโมย]
- แวมไพร์เนคลอร์ด (ネクロード/Neclord) ได้ขโมยตราแห่งจันทรา (Moon Rune) ไปจากหมู่บ้านจันทราคราม (蒼き月の村/ Blue Moon Village) พร้อมแวมไพร์จำนวนหนึ่ง ผลจากการกระทำในครั้งนี้ทำให้แวมไพร์ในหมู่บ้านกลับกลายเป็นผู้กระหายเลือดเหมือนเมื่อก่อน บ้างก็เลือกที่จะจบชีวิตของตนลงเพื่อความปลอดภัยของผู้อื่น บ้างก็เลือกที่จะสังหารสิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อการดำรงอยู่ของตนต่อไป
- เซียร่าที่เป็นแวมไพร์ตนแรกไม่ได้รับผลกระทบนี้ไปด้วย เธอจึงออกตามล่าเหล่าแวมไพร์ที่สังหารชีวิตอื่นและทวงคืนตราที่ถูกขโมยไปจากเนคลอร์ด
ปีสุริยะศักราชที่ 80 [สัญญาอาณาเขตสามเผ่าพันธ์ใน Great Forrest]
- หมู่บ้านแห่งป่าใหญ่ (大森林/ Great Forest Village) ได้แก่ เผ่าคนแคระ โคโบลท์และเอลฟ์ ได้ประกาศสนธิสัญญาครั้งใหญ่ (大盟約/ Great Contact) แบ่งอาณาเขตกันในพื้นที่ป่าGreat Forrest เพื่อแบ่งกั้นเขตแดนของเผ่า และเพื่อไม่ให้เผ่ามนุษย์เข้าไปด้านในป่าได้ หกนักปราชญ์จึงได้ร่ายเวทย์มนตร์ไว้ที่ทางเข้าป่าแห่งโมรัน
ปีสุริยะศักราชที่ 110 [สถาปนาราชอาณาจักรดูนัน]
- กษัตริย์เบอนานด์ (Bernand) ทรงสถาปนาราชอาณาจักรดูนัน (デュナン君主国/ Kingdom of Dunan) ขึ้น โดยมีเมืองเซาท์วินโดวส์ (サウスウィンドゥ/ South Window) เป็นเมืองหลวง พร้อมพื้นที่ของมิวส์, ทูริเวอร์, กรีนฮิลและมาธิลด้าเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักร
ปีสุริยะศักราชที่ 140 [ก่อตั้ง New Armes Kingdom]
- หัวหน้าบาลาด (長バラド/ Chief Balad) แห่งเผ่าอิชูวาร์ค 1 ใน 5 เผ่าใหญ่ได้แบ่งดินแดนทางทิศใต้ แถบตะวันออกของทวีปที่เป็นที่ตั้งของอาณาจักราราชินีฟาเรน่า ฟาเรน่าที่ต้องการเสถียรภาพที่มั่นคงของพื้นที่ทางตะวันออก จึงให้การสนับสนุนช่วยเหลือบาลาด จนกระทั่งเกิดการจลาจลจากความแบ่งแยกของเผ่าพันธุ์เป็นเวลา 10 ปี บาลาดจึงลดบทบาทเผ่าอื่น และสถาปนาตนเป็นราชาแห่งราชวงศ์อาเมสใหม่ (アーメス新王朝/ New Armes Royal Court) และความสัมพันธ์ต่อฟาเรน่าก็แย่ลงนับจากเหตุการณ์นี้
ปีสุริยะศักราชที่ 150 [วินดี้โจมตีหมู่บ้านลับที่เก็บซ่อนตรา]
- วินดี้(Windy) พร้อมเนคลอร์ด(Neclord) และยูเบอร์ (Yuber) บุกรุกหมู่บ้านแห่งตราที่ถูกซ่อน (隠された紋章の村 / Village of the Hidden Rune) เพื่อค้นหาตราแห่งชีวิตและความตาย (Rune of life and death หรือ Soul Eater) หนึ่งในตราที่แท้จริงทั้ง27 แต่ประสบความล้มเหลวเมื่อปู่ของเท็ด (Ted) ได้ทำการส่งต่อตรานี้ให้แก่หลานชายก่อนจะสั่งให้เขาหนีไป สุดท้ายหมู่บ้านนี้ก็ถูกทำลายลงโดยฝีมือของยูเบอร์
ปีสุริยะศักราชที่ 160 [กำเนิดผู้สังหารแวมไพร์]
- กล่าวกันว่า วิลเดอร์ (ワイルダー / Wilder) บุรุษผู้อาศัยอยู่ ณ ดินแดนนิรนาม ( 無名諸国 / Nameless Lands) ได้กลายเป็นมนุษย์คนแรกที่สามารถสังหารแวมไพร์ลงได้ แต่ไม่ทราบวิธีการ
ปีสุริยะศักราชที่ 185 [ก่อตั้งมิวส์]
- เมืองมิวส์ (ミューズ/ Muse) ประสบความสำเร็จในการใช้ระบบการปกครองโดยนายกเทศมนตรี (市長制/ Mayor System) โดยมีเรเบีย (レビア/ Revier) เป็นนายกเทศมนตรีคนแรก แต่เนื่องจากความไม่มั่นคงในเขตแดนของดิวนัน จึงทำให้เกิดความขัดแย้งอยู่เสมอ
ปีสุริยะศักราชที่ 212 [ทูริเวอร์แยกตัวเป็นเอกราช ราชินีอาณาจักรฟาเลน่าย้ายเมืองหลวง ถือกำเนิดQueen's Knights]
- ระบบรัฐสภาสองสภา (二院会議) ได้ถูกนำมาเริ่มใช้ที่เมืองทูริเวอร์ (トゥーリバー/ Two River) โดบทูริเวอร์มีสิทธิปกครองในอาณาเขตนี้
- เริ่มใช้ปฏิทินเมืองหลวงใหม่ (新都暦/ New Capital Calendar) ปฏิทินที่ใช้ในราชินีอาณาจักรฟาเลน่า พร้อมกับการย้ายเมืองหลวงจากสตรอมฟิสต์ (ストームフィスト/ Stormfist) สู่โซลฟาเรน่า (ソルファレナ/ Sol Falena) ตามคำบัญชาขององค์ราชินีครอเช็ด (クワルシェード/ Khorshed)
- Queen's Knightsถือกำเนิดขึ้นในราชินีอาณาจักรฟาเลน่าด้วยจุดประสงค์เพื่อปกป้องราชินีและครอบครัว
ปีสุริยะศักราชที่ 230 [สงครามกลางเมืองฮาร์โมเนีย]
- เกิดข่าวลือเรื่องการเสียชีวิตของฮิคุซัค (ヒクサク/Hikusaak)
- จักรวรรดิจันทราแดง (赤月帝国/ Scarlet Moon Empire) ก่อกำเนิดขึ้น จากการเป็นอิสรภาพด้วยการยึดครองนครหลวงศักดิ์สิทธิ์ลูพันด้า (ルパンダ/ Lupanda) ซึ่งเป็นนครหลวงแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์แห่งฮาลโมเนีย โดยมีจักรพรรดิคนแรกคือกรานาท รุกเนอร์ (クラナッハ・ルーグナー/ Kranach Rugner) ผู้ได้รับสมญานามว่าอัศวินจันทราแดง (赤い月の騎士/ Scarlet Moon Knight)
- ในช่วงเวลานี้ตระกูลรุกเนอร์ได้ตราแห่งกษัตริย์ (覇王の紋章/ Sovereign Rune) ที่เคยเป็นของฮาร์โมเนียเป็นสมบัติประจำตระกูล และด้วยความช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถของจูเลี่ยน ซิลเวอร์เบิร์ก (ユリアン・シルバーバーグ/ Julian Silverburg) ผู้เป็นเสนาธิการทหาร (正軍師 / Military Strategist) ยิ่งทำให้จักรวรรดิได้อิสรภาพยิ่งขึ้น ส่งผลให้ตระกูลซิลเวอร์เบิร์กมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่ว นอกจากนี้นครหลวงศักดิ์สิทธิ์ลูพันด้าได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นเกรกมินสเตอร์
ปีสุริยะศักราชที่ 237 [จบสิ้นสงครามกลางเมืองฮาร์โมเนีย, ก่อตั้งราชอาณาจักรไฮแลนด์]
- เมาโร ไบล์ท Mauro Blight ได้ปราบปรามความวุ่นวายภายในประเทศ และได้ดินแดนทางตอนใต้เป็นผลตอบแทนจากฮาร์โมเนีย และได้สถาปนาอาณาจักรไฮแลนด์ขึ้น (ハイランド王国/ Highland Kingdom)
- ตระกูลไบล์ทยังได้รับการแต่งตั้งจากฮาร์โมเนียว่าเป็น ผู้พิทักษ์หลักคำสอน (教義の守護者/ Defender of the Creed) พร้อมทั้งได้รับมอบตราแห่งสัตว์ (Beast Rune) มาเป็นของขวัญ (แต่แท้จริงแล้วเป็นความปรารถนาของตัวตราเองที่ถูกใช้เป็นเครื่องบรรณาการ)
ปีสุริยะศักราชที่ 250 [ย้ายเมืองหลวงฟาเลน่าเสร็จสิ้น]
- องค์ราชินีครอเช็ด(Khorshed)ย้ายเมืองหลวงจากสตรอมฟิสต์ไปสู่โซลฟาเลน่าได้สำเร็จ
ปีสุริยศักราชที่ 252 หรือ ปฏิทินไฮแลนด์ที่ 16 [สิ้นสุดราชอาณาจักรดูนัน]
- เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในราชอาณาจักรดูนันที่ปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตย และจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายกบฏ ส่งผลให้เมืองเซาท์วินโดวส์เปลี่ยนการปกครองเป็นระบบนายกเทศมนตรี
- ไฮแลนด์ถือโอกาศรุกรานเซาท์วินโดว์ทางทิศตะวันออก (ชายแดนของมิวส์ในช่วงเวลานั้น)
ปีปฏิทินสุริยศักราชที่ 280 หรือ ปฏิทินไฮแลนด์ที่ 44 [ก่อตั้งกองอัศวินมาทิลด้า]
- มิวส์ให้เงินทุนในการก่อตั้งเป็นกองอัศวินมาทิลด้า (マチルダ騎士団/ Matilda Knight) ขึ้นเพื่อเพื่อต่อกรกับกำลังทหารที่เข้มแข็งของไฮแลนด์ โดยมีอัศวินในพื้นที่เข้าร่วมเป็นกำลังสำคัญ
- ปีสุริยะศักราชที่ 287 [ก่อตั้ง มาธิลด้า]
วอร์ล็อก (Warlock) อัญเชิญ (Giant Tree) ออกมามาจากต่างโลก เขาได้พัฒนารูนแคนน่อนจากวัตถุดิบที่ได้จากGiant Tree และในช่วงเวลาเดียวกันยอห์น (Yohn) ได้ปรากฎตัวขึ้นที่จักรวรรดิสกาเล็ตมูนและพบกับวอลเตอร์ (Walter)
- ปีสุริยะศักราชที่ 292 [รูนแห่งการลงทัณฑ์ได้ถูกนำมาใช้]
รูนแห่งการลงทัณฑ์ (Rune of Punishment ) ได้นำออกมาจากราชอาญาจักรโอเบล (Kingdom of Obel) ราชินีแห่งโอเบลได้ใช้รูนนี้เพื่อต้นต้านกลุ่มโจรสลัด
- ปีสุริยะศักราชที่ 292-297 [จักรวรรดิกูลูคเริ่มการขยายอาณาเขต]
จักรวรรดิคูลุค (Kooluk Empire) เริ่มนโยบายการขยายอาณาเขตทางใต้
- ปีสุริยะศักราชที่ 294 [อัศวินมาธิลด้าแยกตัวเป็นอิสระ]
อัศวินมาธิลด้าเป็นอิสระจากกฎของเมืองมิวส์ และได้มีการปฏิรูปที่ดินเพื่อทำให้ต้นทุนที่ดินของอัศวินมาธิลด้าเท่าเทียมกับที่ดินของอัศวินสังกัดเมืองมิวส์
- ปีสุริยะศักราชที่ 299 [ลูกชายของเครย์สืบทอดรูนแห่งการลงทัณฑ์]
พ่อของRakgiกลายเป็นผู้สืบทอดรูนแห่งการลงทัณฑ์ หลังจากนั้น เครย์ (Graham Cray) จะต้องได้สืบทอดรูนต่อแต่เขาตัดแขนของตัวเองทิ้งเพื่อหนีจากคำสาป ทำให้ลูกชายของเครย์ได้รับสืบทอดรูนต่อ ลูกชายของเครย์ใช้พลังของรูนฆ่าพวกขุนนางของสการ์เล็ตมูนเหล่านั้นทิ้งเพื่อปกป้องพ่อและหมู่บ้านจากเหตุการณ์ล่ามนุษย์ หลังลูกชายของเคลย์เสียชีวิต รูนแห่งการลงทัณฑ์ได้หายสาบสูญไปช่วงหนึ่ง และสุดท้ายได้ตกไปอยู่ในมือของโจรสลัดสตีลี่ (Steele)
เกิดสงครามครั้งใหญ่ระหว่างไกเอ็นและคูลูคที่ป้อมเอลอีล กูลูคเป็นฝ่ายชนะด้วยการนำของทรอย
วอลเตอร์เดินทางมาที่ Razrilเพื่อสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับรูนแคนน่อน
ปีสุริยะศักราชที่ 300
- คิริลพบลาซโล (Lazlo) ที่ถนนด้านหลังเมืองราซริล (Rhapsodia), เกล็นแพ้ทรอยที่เอลอีล (จากปากคำของเกล็น)
- ปีสุริยะศักราชที่ 302 [สงครามก่อตั้งสหพันธรัฐหมู่เกาะ]
เกิดปัญหาขัดแย้งขึ้นภายในประเทศหมู่เกาะเนื่องจากรูนแห่งการลงทัณฑ์ จักรวรรดิกูลูครุกรานประเทศหมู่เกาะ เริ่มสงครามก่อตั้งสหพันธรัฐหมู่เกาะ (Suikoden IV)
ปีสุริยะศักราชที่ 304
- เฮอร์เวย์และซีกูลด์ถูกเอ็ดการ์ช่วยไว้จากปืนของสตีล (ในภาคแท็คติคบอกว่า few years later, ภาคสี่เฮอร์เวย์บอกว่าอยู่กับคิกะมาสามปี), พ่อแรคกิหายสาปสูญ (ปากคำริคิเอะ)
ปีสุริยะศักราชที่ 305 [วอลเตอร์และเอ็ดการ์เสียชีวิต บรันโด้สืบทอดรูนแห่งการลงทัณฑ์]
- วอลเตอร์ (Walter) และเอ็ดการ์ (Edgar) เสียชีวิตจากการต่อสู้กับโจรสลัดสตีลี่ (Steele)
- คิริล (Kyril) ลูกชายของวอลเตอร์ได้รับบาดเจ็บหนักจากการต่อสู้ครั้งนี้
- รูนแห่งการลงทัณฑ์ (Rune of Punishment) ย้ายจากสตีลี่ไปอยู่กับบรันโด้ (Brandeau) บรันโด้นำร่างของเอ็ดการ์ใส่โลงและลอยมายังรังโจรสลัด และออกเรือพร้อมกับเพ็ค (Peck) คู่หูคนสนิทที่ถูกพลังของรูนแห่งการลงทัณฑ์ทำให้เสียโฉมไป
- ปีสุริยะศักราชที่ 306 [ลาสโลสืบทอดรูนแห่งการลงทัณฑ์]
บรันโด้นำเรือเข้าโจมตีราซริลแต่พวกของเกล็น (Glen Cott) เข้ามาขัดขวาง บรันโด้ดวลกับลาซโล (Lazlo) และแพ้ก่อนที่รูนแห่งการลงทัณฑ์จะย้ายมาอยู่กับเกล็นและวิญญาณของบรันโด้ก็ถูกรูนกลืนเข้าไป เกล็นใช้รูนขับไล่โจรสลัดที่โจมตีราซริล ก่อนจะเสียชีวิตและลาซโลได้เป็นผู้สืบทอดคนต่อไป
- ปีสุริยะศักราชที่ 307 [สิ้นสุดสงครามก่อตั้งสหพันธรัฐหมู่เกาะ]
ลาสโลพบกับเท็ดในเรือหมอก
จักรวรรดิกูลูคตกลงที่จะหยุบรบหลังจากป้อมเอลอีลถูกทำลายลง ลิโน (Lino En Kuldes) กลับมาเป็นกษัตริย์ของโอเบลและก่อตั้งสหพันธรัฐหมู่เกาะ (Island Nations Federation) ขึ้นมา
44
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 309
- อิสคัสหนึ่งในสมาชิกสภาสูงของกูลูคใช้อีวิลอายยึดอำนาจในจักรวรรดิและเปลี่ยนจักรพรรดิจูเลียสเป็นมนุษย์ปลา
- คณะเดินทางของคิริลพร้อมด้วยความช่วยเหลือจากกลุ่มประเทศพันธมิตรหมู่เกาะและหยุดยั้งอิสคัสได้สำเร็จ หลังเสียคนสำคัญทั้งในกองทัพและราชวงศ์ไปเกือบหมดทำให้จักรวรรดิกูลูคล่มสลายลง
- ปีสุริยะศักราชที่ 307-314 [อาณาจักรกูลูคล้มสลาย]
แต่ละเขตของอาณาจักรถูกรวมเข้ากับจักรวรรดิสกาเล็ตมูน
- ปีสุริยะศักราชที่ 314 [มิวส์ เซาท์วินด์ ทูริเวอร์ และมาธิลด้าลงนามเป็นพันธมิตรกัน ในสนธิสัญญาโจวสตัน]
ผู้แทนของมาธิลด้า, มิวส์, เซาท์วินด์ และทูริเวอร์ ได้ลงนามเซ็นสัญญาก่อตั้งพันธมิตรโจวสตันเพื่อผนึกกำลังป้องกันตนเองจากการรุกรานของไฮแลนด์ ชื่อ “โจวสตัน” มาจากสถานที่เซ็นพันธะสัญญาคือยอดเขาโจวสตันในเมืองมิวส์
- ปีสุริยะศักราชที่ 340 [เกิดภัยพิบัติใหญ่ จากการดวลกันของ2สุดยอดจอมเวท]
โครวลี่และมาซัสผู้เป็นลูกศิษย์ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดจอมเวท ได้ประลองฝีมือกันด้วยเวทมนต์ พลังทำลายของการดวลทำลายบริเวณตะวันตกของบริเวณเซนันจนกลายเป็นทะเลทรายคาราคัส หลังจบการดวลทั้งสองคนเสียชีวิต
- ปีสุริยะศักราชที่ 345 [จอมเวทโครวลี่กลับชาติมาเกิดใหม่(ในร่างเดิม?)]
- ปีสุริยะศักราชที่ 347 [สร้างคุกโซเนียร์เสร็จ]
คุกโซเนียร์ถูกสร้างขึ้นโดยแรงงานของนักโทษคุกกาย่า คุกกาย่าได้ถูกทำลายลงหลังโซเนียร์สร้างเสร็จ ใช้เป็นสถานจองจำที่ใหญ่และมีการป้องกันรัดกุมที่สุดในโทรันสำหรับคุมขังนักโทษโทษหนักหรือกระทำการอันสั่นคลอนความมั่นคงของจักรวรรดิ
- ปีสุริยะศักราชที่ 347 [Godwins ปกครองเมือง Stormfist]
- ปีสุริยะศักราชที่ 362 [ก่อตั้งสถาบันการศึกษา แกรนด์ลีฟ]
นิวลีฟอคาเดมี่ที่เป็นสถาบันการศึกษาเก่าแก่ที่ตั้งขึ้นในกรีนฮิลในฐานะสมบัติของมิวส์ โดยอเลนไวส์เมลเป็นผู้ก่อตั้ง หลังจากนั้นกรีนฮิลให้ความสำคัญกับการศึกษามาตลอด
- ปีสุริยะศักราชที่ 365 [รูลูนอยล์ถูกสร้าง&หัวหน้าชนเผ่าเอลฟ์ถือกำเนิด]
- ปีสุริยะศักราชที่ 366 [ทินโท เข้าร่วมลงนามในสนธิสัญญาโจวสตัน]
- ปีสุริยะศักราชที่ 373 [กรีนฮิลได้รับอิสรภาพ]
- ปีสุริยะศักราชที่ 374 [จอมเวทมาซัสกลับชาติมาเกิดใหม่(ในร่างเดิม?)]
- ปีสุริยะศักราชที่ 378 [กรีนฮิลเข้าร่วมลงนามในสนธิสัญญาโจวสตัน]
- ปีสุริยะศักราชที่ 392 [สถาบันแกรนด์ลีฟปฏิรูปใหม่ กลายเป็นสถาบันนิวลีฟ]
- ปีสุริยะศักราชที่ 406 [กำเนิดบัลบารอสซ่า รุกเนอร์]
- ปีสุริยะศักราชที่ 407 [สงครามทูตแห่งเพลิงครั้งแรก]
- ปีสุริยะศักราชที่ 417 [แฟลมแชมเปี้ยนยอมจำนนต่อฮาร์โมเนีย]
เพื่อแลกกับอิสรภาพของเชลยชาวกลาสแลนด์ถึง5000คน เฟลมแชมเปี้ยนจึงยอมจำนนต่ออาณาจักรศักดิ์สิทธิฮาร์โมเนีย
- ปีสุริยะศักราชที่ 420 [ก่อตั้งเซ็คเซน]
- ปีสุริยะศักราชที่ 421 [แฟลมแชมเปี้ยนหลบหนี]
- ปีสุริยะศักราชที่ 422 [ก่อตั้งปราสาทบราส]
- ปีสุริยะศักราชที่ 424 [รูนไฟที่แท้จริงทำลายล้างกราสแลนด์]
- ปีสุริยะศักราชที่ 425 [สิ้นสุดสงครามทูตแห่งเพลิง]
- ปีสุริยะศักราชที่ 428 [ไฮแลนด์รุกรานเมืองมิวส์]
- ปีสุริยะศักราชที่ 432 [การโจมตีของปรมาจารย์เก็นคาคุ]
- ปีสุริยะศักราชที่ 432 [ไฮแลนด์ยึดเมืองเคียโร่]
- ปีสุริยะศักราชที่ 433 [อัลชูทาร์ทอภิเษกสมรส]
องค์หญิงอัลชูทาร์ทได้อภิเษกสมรสกับ นักรบไร้ชื่อเสียงจากประเทศหมู่เกาะ นามเฟริท ที่ชนะศึกเทพยุทธ์ (Sacred Game)
- ปีสุริยะศักราชที่ 438 [การแย่งชิงราชบัลลังก์]
ราชินีโอลฮาเซทสิ้นพระชนม์ ได้เกิดการแย่งชิงราชบัลลังก์อย่างรุนแรงระหว่าง องค์หญิงชาสเลวาม และ องค์หญิงฟารุสลาม ทำให้ขุนนางที่สนับสนุนแต่ละฝ่ายตายไปเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ ภรรยาของมัลสคาล และ ลูกชายคนโตตระกูลบาโรวส์
- ปีสุริยะศักราชที่ 439 [ฟารุสลามขึ้นครองราชย์]
องค์หญิงชาสเลวามยอมแพ้องค์หญิงฟารุสลาม แต่ฟารุสลามไม่เชื่อ นึกว่าเป็นแผนซึ่งเธอก็ได้ใช้กลุ่มประตูยมโลก (ยูเซย์โนะมอน) ลอบฆ่าชาสเลวาม และราชบังลังก์ใหม่ได้ตกเป็นขององค์หญิง ฟารุสลาม
- ปีสุริยะศักราชที่ 441 [อัลชูทาร์ทได้ครองราชบัลลังก์]
ราชินีฟารุสลามสิ้นพระชนม์ องค์หญิงอัลชูทาร์ทได้ครองราชบัลลังก์ และในปีนี้อาเมสได้บุกเข้ามา กุนซือคนใหม่ของมัลสคาลได้แสดงฝีมือในการขับไล่พวกอาเมสไปอย่างง่ายดาย แน่นอนล่ะว่าเธอคือ ลูเครเทีย
- ปีสุริยะศักราชที่ 443 [การลักพาตัวราชวงศ์ไฮแลนด์]
- ปีสุริยะศักราชที่ 446 [เริ่มสงครามชิงบัลลังก์]
เกิดศึกชิงบัลลังก์ขึ้นโดย เกล รุกเนอร์ ได้ก่อสงครามชิงบัลลังก์กับบัลบารอสซ่า รุกเนอร์ (Barbarossa Rugner) ทางด้านเกลมีจอมทัพที่เข้มแข็งมากมายทั้งครอยซ์ ชมิดช์ และเบอร์เก้น และฉวยโอกาสเข้าตีตอนจอมทัพทั้งหกของบัลบารอสซ่าไม่อยู่ประจำการจนบัลบารอสซ่าเพลี่ยงพล้ำและทิ้งเมืองหลวงหนีไปตั้งหลักที่ป้อมปันนูยาคุต้า (Punnu Yakuta) คลาวเดีย ภรรยาของบัลบารอสซ่าได้เสียชีวิตลงในสงครามครั้งนี้
- ปีสุริยะศักราชที่ 447 [ทินโทรุกรานสกาเล็ตมูน ตรารุ่งอรุณหายสาปสูญ]
ทางโจวสตันนำโดยกองกำลังของเซาท์วินโด้และทินโทบุกเข้าตีพื้นที่ดาน่า เกิดสงครามต่อเนื่องยาวนาน เลอ้อนได้เสนอให้ทำการเผาทำลายคาเล็กก้า แล้วป้ายความผิดให้โจวสตัน ทำให้ชาวเมืองมีกำลังใจฮึดสู้และขับไล่โจวสตันออกไปได้สำเร็จแลกกับความสูญเสียมากมาย
ตรารุ่งอรุณได้หายไปจากการจลาจลที่ลอร์ดเลค ลอร์ดเลคถูกพลังของซันรูนทำให้กลายเป็นเมืองที่แห้งเหือด
Marscal Godwin ค้นพบร่องรอยของซากวิหารซิกดาร์ในภูเขาAshtwalที่อยู่ไกลออกไปทางทิศเหนือ
- ปีสุริยะศักราชที่ 448 [เหตุการณ์สังการหมู่Kalekka]
ช่วงสงครามโจวสตัน-สการ์เล็ตมูน Leon Silverbergได้เสนอให้จักรวรรดิเผาทำลายเมืองคาเล็คก้าทางชายแดนสการ์เล็ตมูนเพื่อใส่ความพวกโจวสตัน ด้วยความโกรธแค้น ชาวสการ์เล็ตมูนจับอาวุธขึ้นสู้และสามารถขับไล่โจวสตันออกไปได้สำเร็จ แต่จากเหตุการณ์นี้ทำให้Mathiu Silverbergถึงกับรังเกียจสงคราม และตัดสินใตถอนตัวจากจักรวรรดิไป
- ปีสุริยะศักราชที่ 449 [North Windowถูกทำลาย ราชีนีอัลชูทาร์ทสวรรคต]
หมู่บ้านNorth Windowถูกเนคลอร์ดทำลายและเปลี่ยนผู้คนเป็นซอมบี้ เมืองทั้งเมืองกลายเป็นเมืองร้างที่เต็มไปด้วยสุสานไร้คนเหลียวแลมากว่าทศวรรษ
ราชีนีอัลชูทาร์ทArshtat Falenasถูกลอบปลงพระชนม์ Lymsleia ลูกสาวขึ้นครองราชย์ เกิดสงครามซันรูน Suikoden V
- ปีสุริยะศักราชที่ 450 [ราชินีLymsleiaปฏิรุปการปกครอง]
ราชินีLymsleiaยังคงครองราชย์ต่อและดำเนินการปฏิรูปการเมืองการปกครองครั้งใหญ่ รวมถึงการเปลี่ยนวุฒิสภาเพื่อให้เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทนมากยิ่งขึ้น
Anjiเบื่อหน่ายการกดขี่ของจักรวรรดิและก่อตั้งกลุ่มโจรสลัดที่ทะเลสาบโทรัน
- ปีสุริยะศักราชที่ 453 [ก่อตั้งกองกำลังต่อต้านจักรวรรดิ]
โอเด็สซ่า Odessa Silverbergก่อตั้งกองกำลังต่อต้านจักรวรรดิ
- ปีสุริยะศักราชที่ 455 [ทีลสืบทอดรูนโซลอีทเตอร์จากเท็ด]
ทีล (Tir) ได้รับสืบทอดSoul Eaterต่อจากเท็ด (Ted) โอเด็สซ่า (Odessa Silverberg) โดนสังหารจากการจู่โจมกองบัญชาการของกลุ่มปลดปล่อยที่Lenankamp ทีลกลายเป็นผู้นำต่อจากการสนับสนุนของแมทธิว (Mathiu Silverberg) พี่ชายของโอเด็สซ่า เริ่มต้นของสงครามเกตรูน Suikoden I
- ปีสุริยะศักราชที่ 456 [โจวสตันรุกรานสกาเล็ตมูน]
- ปีสุริยะศักราชที่ 457 [สิ้นสุดสงครามเกตรูน ก่อตั้งสาธารณรัฐโทรัน]
จักรวรรดิสการ์เล็ตมูนถูกโค่นล้ม จักรพรรดิบัลบารอสซ่าเสียชีวิตพร้อมอำมาตย์วินดี้ที่ราชวังเกร็กมินสเตอร์ เมืองนี้ได้เปลี่ยนเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐโทรันในเวลาต่อมา
- ปีสุริยะศักราชที่ 458 [โทรันจู่โจมโจวสตัน]
- ปีสุริยะศักราชที่ 460 [สงครามรวบรวมแผ่นดินดูนัน]
จากการรุกรานของไฮแลนด์ที่นำโดยลูก้าไบลท์ ริโอว ผู้นำกองทัพดูนานรวมพันธมิตรโจวสตันบางส่วนเป็นปึกแผ่นอีกครั้งและพิชิตไฮแลนด์ได้สำเร็จ หลังจากนั้นได้ก่อตั้งสาธารณรัฐดูนานซึ่งเป็นการรวมตัวของอดีตพันธมิตรโจวสตันและไฮแลนด์เข้าด้วยกัน มีเทเรซ่าเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐ ก่อนที่ทินโทจะแยกตัวออกไปเป็นประเทศอิสระในเวลาต่อมา Suikoden II
- ปีสุริยะศักราชที่ 470 [ครบรอบ 50 ปีเซ็กเซ็น]
- ปีสุริยะศักราชที่ 472 [การก่อกบฎ Higheast]
ภายหลังที่ไฮแลนด์ล่มสลายและถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของดูนัน ผู้ปกครองไฮอีสต์พยายามก่อกบฏเพื่อแยกตัวออกจากดูนานอีกครั้งในปี IS472 ด้วยการยุยงของฮาร์โมเนีย แต่ชูก็กลับมาช่วยกองทัพดูนานขับไล่ฮาร์โมเนียออกจากพื้นที่ไฮอีสต์ได้สำเร็จ
- ปีสุริยะศักราชที่ 475 [สงครามทูตแห่งเพลิงครั้งที่ 2]
