Timeline
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
| Revision as of 08:15, 30 สิงหาคม 2026 Sigurd (พูดคุย | contribs) ← Previous diff |
Revision as of 08:27, 30 สิงหาคม 2026 Sigurd (พูดคุย | contribs) Next diff → |
||
| Line 6: | Line 6: | ||
| เหตุการณ์ในเกมภาคหลักแต่ละภาคจะเกิดในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน โดยภาค 2 และ 3 จะเกิดหลังภาค 1 และภาค 4 และ 5 จะเกิดก่อนภาค 1<br> | เหตุการณ์ในเกมภาคหลักแต่ละภาคจะเกิดในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน โดยภาค 2 และ 3 จะเกิดหลังภาค 1 และภาค 4 และ 5 จะเกิดก่อนภาค 1<br> | ||
| *'''[[Genso Suikoden IV|Suikoden IV]]''' | *'''[[Genso Suikoden IV|Suikoden IV]]''' | ||
| - | ปีสุริยะศักราชที่ 307 (150 ปีก่อน [[Genso Suikoden|Suikoden I]])<br> | + | ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 307 (150 ปีก่อน [[Genso Suikoden|Suikoden I]])<br> |
| *'''[[Genso Suikoden V|Suikoden V]]''' | *'''[[Genso Suikoden V|Suikoden V]]''' | ||
| - | ปีสุริยะศักราชที่ 450 (6 ปีก่อน [[Genso Suikoden|Suikoden I]])<br> | + | ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 450 (6 ปีก่อน [[Genso Suikoden|Suikoden I]])<br> |
| *'''[[Genso Suikoden Star Leap|Suikoden Star Leap]]''' | *'''[[Genso Suikoden Star Leap|Suikoden Star Leap]]''' | ||
| - | ปีสุริยะศักราชที่ 453 (2 ปีก่อน [[Genso Suikoden|Suikoden I]])<br> | + | ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 453 (2 ปีก่อน [[Genso Suikoden|Suikoden I]])<br> |
| *'''[[Genso Suikoden|Suikoden I]]''' | *'''[[Genso Suikoden|Suikoden I]]''' | ||
| - | ปีสุริยะศักราชที่ 455-457 | + | ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 455-457 |
| *'''[[Genso Suikoden II|Suikoden II]]''' | *'''[[Genso Suikoden II|Suikoden II]]''' | ||
| - | ปีสุริยะศักราชที่ 460 (3 ปีให้หลังจาก [[Genso Suikoden|Suikoden I]])<br> | + | ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 460 (3 ปีให้หลังจาก [[Genso Suikoden|Suikoden I]])<br> |
| *'''[[Genso Suikoden III|Suikoden III]]''' | *'''[[Genso Suikoden III|Suikoden III]]''' | ||
| - | ปีสุริยะศักราชที่ 475 (15 ปีให้หลังจาก [[Genso Suikoden|Suikoden I]])<br> | + | ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 475 (15 ปีให้หลังจาก [[Genso Suikoden|Suikoden I]])<br> |
| <br> | <br> | ||
| Line 349: | Line 349: | ||
| '''ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 448 หรือ ปฏิทินจักรวรรดิจันทราแดงปีที่ 219 [เหตุการณ์สังการหมู่Kalekka]''' | '''ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 448 หรือ ปฏิทินจักรวรรดิจันทราแดงปีที่ 219 [เหตุการณ์สังการหมู่Kalekka]''' | ||
| - | *ช่วงสงครามโจวสตัน-สการ์เล็ตมูน [[Leon Silverberg]] ได้เสนอให้จักรวรรดิเผาทำลายและสังหารหมู่ที่คาเรคกะ (カレッカ/ Kalekka) ทางชายแดนสการ์เล็ตมูนเพื่อใส่ความพวกโจวสตัน ด้วยความโกรธแค้น ชาวสการ์เล็ตมูนจับอาวุธขึ้นสู้และสามารถขับไล่โจวสตันออกไปได้สำเร็จ เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นฝีมือของฝ่ายพันธมิตร และแมทชู ซิลเบอร์เบิร์ก (軍師マッシュ・シルバーバーグ/ Mathiu Silverburg) ก็แยกตัวจากจักรวรรดิจันทราแดงหลังเหตุการณ์นี้ | + | *ช่วงสงครามโจวสตัน-สการ์เล็ตมูน [[Leon Silverberg]] ได้เสนอให้จักรวรรดิเผาทำลายและสังหารหมู่ที่คาเรคกะ (カレッカ/ Kalekka) ทางชายแดนสการ์เล็ตมูนเพื่อใส่ความพวกโจวสตัน ด้วยความโกรธแค้น ชาวสการ์เล็ตมูนจับอาวุธขึ้นสู้และสามารถขับไล่โจวสตันออกไปได้สำเร็จ เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นฝีมือของฝ่ายพันธมิตร และแมทชู ซิลเบอร์เบิร์ก (マッシュ・シルバーバーグ/ Mathiu Silverberg) ก็แยกตัวจากจักรวรรดิจันทราแดงหลังเหตุการณ์นี้ |
| Line 356: | Line 356: | ||
| - | '''ปีสุริยะศักราชที่ 450 [ราชินีLymsleiaปฏิรุปการปกครอง]''' | + | '''ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 449-450 หรือ ปฏิทินเมืองหลวงใหม่ปีที่ 237-238 [ราชินีLymsleiaปฏิรุปการปกครอง]''' |
| *ราชีนีอัลชูทาร์ท[[Arshtat Falenas]]ถูกลอบปลงพระชนม์ ขุนนางตระกูลก็อดวินส์ได้วางแผนสังหารราชินีอัลชูทาร์ท และให้องค์หญิงลิมสเลียร์ (リムスレーア/ Lymsleir) เป็นตัวแทนสืบทอดบัลลังก์ เกิดสงครามซันรูน [[Genso Suikoden V]] | *ราชีนีอัลชูทาร์ท[[Arshtat Falenas]]ถูกลอบปลงพระชนม์ ขุนนางตระกูลก็อดวินส์ได้วางแผนสังหารราชินีอัลชูทาร์ท และให้องค์หญิงลิมสเลียร์ (リムスレーア/ Lymsleir) เป็นตัวแทนสืบทอดบัลลังก์ เกิดสงครามซันรูน [[Genso Suikoden V]] | ||
| *องค์ชาย (王子/ Prince) เสนาธิการลูเครเทีย (軍師ルクレティア/ Lucretia) และ อัศวินราชินีจอร์ก (女王騎士ゲオルグ/ Queen Knight Georg) ได้เป็นศูนย์กลางของกองทัพ ทำสงครามทวงคืนประเทศ และประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือองค์หญิงและปราบมัลสคาล ก็อดวินส์ (マルスカール・ゴドウィン卿/ Maskar Godwin) ต้นตอของสงคราม (เป็นช่วงจบสงครามของภาค 5) | *องค์ชาย (王子/ Prince) เสนาธิการลูเครเทีย (軍師ルクレティア/ Lucretia) และ อัศวินราชินีจอร์ก (女王騎士ゲオルグ/ Queen Knight Georg) ได้เป็นศูนย์กลางของกองทัพ ทำสงครามทวงคืนประเทศ และประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือองค์หญิงและปราบมัลสคาล ก็อดวินส์ (マルスカール・ゴドウィン卿/ Maskar Godwin) ต้นตอของสงคราม (เป็นช่วงจบสงครามของภาค 5) | ||
| Line 364: | Line 364: | ||
| - | *'''ปีสุริยะศักราชที่ 453 [ก่อตั้งกองกำลังต่อต้านจักรวรรดิ]''' | + | '''ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 453 หรือ ปฏิทินจักรวรรดิจันทราแดงปีที่ 224 [ก่อตั้งกองกำลังต่อต้านจักรวรรดิ]''' |
| - | โอเด็สซ่า [[Odessa Silverberg]]ก่อตั้งกองกำลังต่อต้านจักรวรรดิ | + | *โอเดสซ่า ซิลเบอร์เบิร์ก (オデッサ・シルバーバーグ/ Odessa Silverburg) เป็นศูนย์กลางในการก่อตั้งกองทัพปลดปล่อย (解放軍/ Liberation Army) และเริ่มทำสงครามปลดปล่อย (解放戦争/ Liberation War) หรือที่รู้จักกันในชื่อสงครามตราแห่งประตู(門の紋章戦争/ Gate Rune War) กับจักรวรรดิ |
| - | *'''ปีสุริยะศักราชที่ 455 [ทีลสืบทอดรูนโซลอีทเตอร์จากเท็ด]''' | + | '''ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 455 หรือ ปฏิทินจักรวรรดิจันทราแดงปีที่ 226 [ทีลสืบทอดรูนโซลอีทเตอร์จากเท็ด]''' |
| - | ทีล ([[Tir]]) ได้รับสืบทอด[[Soul Eater]]ต่อจากเท็ด ([[Ted]]) | + | *ทีล ([[Tir]]) ได้รับสืบทอด[[Soul Eater]]ต่อจากเท็ด ([[Ted]]) |
| - | โอเด็สซ่า ([[Odessa Silverberg]]) โดนสังหารจากการจู่โจมกองบัญชาการของกลุ่มปลดปล่อยที่Lenankamp ทีลกลายเป็นผู้นำต่อจากการสนับสนุนของแมทธิว ([[Mathiu Silverberg]]) พี่ชายของโอเด็สซ่า | + | *ฐานลับของฝ่ายกองทัพปลดปล่อยถูกพวกกองทัพจักรวรรดิล่วงรู้ และเข้าโจมตี โอเดสซ่า ซิลเบอร์เบิร์กตาย ทีลกลายเป็นผู้นำต่อจากการสนับสนุนของแมทธิว ([[Mathiu Silverberg]]) พี่ชายของโอเด็สซ่า เริ่มต้นของสงครามเกตรูน [[Genso Suikoden]] |
| - | เริ่มต้นของสงครามเกตรูน [[Genso Suikoden|Suikoden I]] | + | |
| - | *'''ปีสุริยะศักราชที่ 456 [โจวสตันรุกรานสกาเล็ตมูน]''' | + | '''ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 456 หรือ ปฏิทินจักรวรรดิจันทราแดงปีที่ 227 หรือ ปฏิทินพันธมิตรปีที่ 143 หรือ ปฏิทินไฮแลนด์ปีที่ 220 [โจวสตันรุกรานสกาเล็ตมูน]''' |
| + | *เนื่องจากการจลาจลภายในจักรวรรดิจันทราแดง เสนาธิการของกองทัพปลดปล่อย แมทชู ซิลเบอร์เบิร์ก ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับทินโต้และเซาท์วินโดวส์ เข้าโจมตีดินแดนทางเหนือของจักรวรรดิ | ||
| - | *'''ปีสุริยะศักราชที่ 457 [สิ้นสุดสงครามเกตรูน ก่อตั้งสาธารณรัฐโทรัน]''' | + | '''ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 457 หรือ ปฏิทินจักรวรรดิจันทราแดงปีที่ 228 หรือ ปีเริ่มต้นแห่งปฏิทินสาธาณรัฐโทรัน [สิ้นสุดสงครามเกตรูน ก่อตั้งสาธารณรัฐโทรัน]''' |
| - | จักรวรรดิสการ์เล็ตมูนถูกโค่นล้ม จักรพรรดิบัลบารอสซ่าเสียชีวิตพร้อมอำมาตย์วินดี้ที่ราชวังเกร็กมินสเตอร์ เมืองนี้ได้เปลี่ยนเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐโทรันในเวลาต่อมา | + | *ทายาทตระกูลแม็คดอลผู้นำกองทัพปลดปล่อยได้รับชัยชนะในสงครามปลดปล่อย ส่งผลให้จักรวรรดิล่มสลาย จักรพรรดิบัลบารอสซ่าเสียชีวิตพร้อมอำมาตย์วินดี้ที่ราชวังเกร็กมินสเตอร์ |
| + | *ก่อตั้งประเทศสาธารณรัฐโทรัน โดยมีเรพันท์ (レパント/ Lepant) เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรก (เป็นช่วงจบสงครามของภาค 1) | ||
| + | '''ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 458 หรือ ปฏิทินพันธมิตรปีที่ 145 หรือ ปฏิทินไฮแลนด์ปีที่ 222 [โทรันจู่โจมโจวสตัน]''' | ||
| + | *หลังจากสาธารณรัฐโทรันปราบจักรวรรดิจันทราแดง เรพันท์ประธานาธิบดีคนแรก ร่วมกับผู้บัญชาการกองทัพ คูวานด้า รอสแมน (クワンダ・ロスマン/ Kwanda Rossman) คาซิม ฮาจิล (カシム・ハジル/ Kasim Hazil) และ โซเนีย ชูเลน (ソニア・シューレン/Sonya Shulen) ได้เริ่มทวงคืนดินแดนทางด้านเหนือ และด้วยแผนการรบอันรวดเร็ว แข็งแกร่ง ส่งผลให้กองทัพเซาท์วินโดวส์พ่ายแพ้หมดท่าและล่าถอยไป และเนื่องจากการไม่ได้รับความช่วยเหลือจากฝ่ายทินโต้ ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างทินโต้และเซาท์วินโดวส์และเหตุนี้ส่งผลให้อาณาจักรไฮแลนด์เริ่มบุกดินแดนของพันธมิตร | ||
| + | *เก็นคาคุตายในปีนี้ | ||
| - | *'''ปีสุริยะศักราชที่ 458 [โทรันจู่โจมโจวสตัน]''' | ||
| + | '''ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 460 หรือ ปฏิทินพันธมิตรปีที่ 147 หรือ ปฏิทินไฮแลนด์ปีที่ 224 [สงครามรวบรวมแผ่นดินดูนัน]''' | ||
| + | *ลูก้า ไบร์ท (ルカ・ブライト/ Luca Blight) องค์ชายอาณาจักรไฮแลนด์ เริ่มโจมตีฝ่ายพันธมิตร และเป็นการเริ่มต้นสงครามเอกภาพแห่งดิวนัน (デュナン統一戦争/ Dunan Unification War) ในสงครามนี้ บุตรชายของเก็นคาคุ ได้ก่อตั้งกองทัพพันธมิตรใหม่ (新同盟軍/ New Allied Army) รวบรวมฝ่ายพันธมิตรเดิมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และได้รับชัยชนะเหนือไฮแลนด์ อาณาจักรไฮแลนด์ถึงคราวล่มสลาย และฝ่ายพันธมิตรใหม่ ได้สถาปนาประเทศสาธารณะรัฐดิวนัน (デュナン共和国/ Dunan Republic) บุตรชายเก็นคาคุผู้ที่ผู้คนคาดหวังว่าจะได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีรุ่นแรกของดิวนัน ได้หายตัวไประหว่างพิธี [[Genso Suikoden II]] | ||
| - | *'''ปีสุริยะศักราชที่ 460 [สงครามรวบรวมแผ่นดินดูนัน]''' | + | |
| - | จากการรุกรานของไฮแลนด์ที่นำโดยลูก้าไบลท์ ริโอว ผู้นำกองทัพดูนานรวมพันธมิตรโจวสตันบางส่วนเป็นปึกแผ่นอีกครั้งและพิชิตไฮแลนด์ได้สำเร็จ หลังจากนั้นได้ก่อตั้งสาธารณรัฐดูนานซึ่งเป็นการรวมตัวของอดีตพันธมิตรโจวสตันและไฮแลนด์เข้าด้วยกัน มีเทเรซ่าเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐ ก่อนที่ทินโทจะแยกตัวออกไปเป็นประเทศอิสระในเวลาต่อมา [[Genso Suikoden II|Suikoden II]] | + | '''ปีสุริยะศักราชที่ 461 [เทเรสได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี]''' |
| + | *เทเรส ไวส์เมล (テレーズ/ Teresa) ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีของสาธารณะรัฐดิวนันอย่างเป็นทางการ ในเวลาเดียวกัน เสนาธิการชูว์แสดงถึงท่าทีที่ต้องการถอนตัวจากตำแหน่งอย่างชัดเจน และก็ได้ออกจากหน้าที่กลับไปเป็นพ่อค้าดังที่ต้องการ โดยผู้ที่รับหน้าที่แทนก็คือคลาอุส (クラウス/ Claus) | ||
| + | *เล็คนาร์ท (レックナート/ Leknaat) ได้ยินข่าวลือเรื่องที่ลุค (ルック/ Luc) เดินทางไปคริสตัลวาลเล่ (クリスタルバレー/ Crystal Valley) โดยลำพัง และได้พาเซร่า (セラ/ Sarah) กลับมา | ||
Revision as of 08:27, 30 สิงหาคม 2026
Timeline
ในหน้านี้จะเป็นการบอกเล่าถึงเหตุการณ์ในปีต่างๆ ที่ผ่านของโลกSuikoden ตั้งแต่หลังจากเหตุการณ์ที่โล่ห์และดาบได้ต่อสู้กัน จนกำเนิดโลกนี้ขึ้น
โดยในโลกของSuikoden จะนับเวลาปีศักราชว่า "Solar Year" (หรือ IS) ทำให้ในTimelineนี้จะเรียงลำดับปีศักราชด้วยคำว่า "สุริยะศักราช")
เหตุการณ์ในเกมภาคหลักแต่ละภาคจะเกิดในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน โดยภาค 2 และ 3 จะเกิดหลังภาค 1 และภาค 4 และ 5 จะเกิดก่อนภาค 1
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 307 (150 ปีก่อน Suikoden I)
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 450 (6 ปีก่อน Suikoden I)
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 453 (2 ปีก่อน Suikoden I)
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 455-457
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 460 (3 ปีให้หลังจาก Suikoden I)
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 475 (15 ปีให้หลังจาก Suikoden I)
Credit: redmagicians, Shiryu, Reingale
ก่อนปฏิทินสุริยคติ 375 ปี [เซียร่ากลายเป็น แวมไพร์ตนแรกของโลก]
- ไม่มีการปรากฏแน่ชัด แต่เซียร่า ไมเคน (シエラ/Sierra Mikain) ได้รับพลังของตราแห่งจันทรา (Moon Rune) และกลายเป็นบรรพบุรุษของ "แวมไพร์" ตนแรกของโลก
แรกเริ่มเธอไม่สามารถควบคุมความกระหายและความบ้าคลั่งของตนได้จึงเริ่มออกทำร้ายผู้คน ก่อนที่เธอจะรู้สึกผิดและเสียใจต่อการกระทำของตน จึงได้เดินทางเข้าสู่ป่าออกห่างจากสังคมมนุษย์
ที่นี่เธอได้พบกับรีน เพเนนเบิร์ก (Rean Penenberg) อัศวินหนุ่มผู้บาดเจ็บสาหัสปางตาย แต่เธอได้ช่วยชีวิตเขาไว้ด้วยการเปลี่ยนให้เขาเป็นแวมไพร์เช่นเดียวกับเธอ ก่อนที่ทั้งคู่จะช่วยกันก่อตั้งหมู่บ้านจันทราคราม
- จากบทสัมภาษณ์ เซียร่าได้ถือครองตราจันทราเมื่ออายุประมาณ 16 ปี ซึ่งแสดงว่าเธอเกิดก่อนเริ่มปฏิทินสุริยคติประมาณปี 391
ก่อนปฏิทินสุริยคติประมาณ 250 ปี [ก่อตั้งราชินีอาณาจักรฟาเลน่า]
- ได้มีการสถาปนาอาณาจักรราชินีฟาเรน่า ยามเมื่อราชินีองค์แรกทรงเสด็จมาถึงลูนัส พร้อมตราแห่งสุริยะ แต่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในหนังสือรับรองทางประวัติศาสตร์
ก่อนปฏิทินสุริยคติ 2 ปี [ก่อตั้งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ฮาร์โมเนีย]
- ฮิคุซัค (ヒクサク/Hikusaak) ได้มีชัยเหนือราชอาณาจักรอาโรเนียร์ (アロニア王国/ Kingdom of Aronia) และก่อตั้งราชอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ฮาร์โมเนียร์ (ハルモニア神聖国/ Holy Kingdom of Harmonia) ขึ้น ก่อนที่เขาจะถูกยกย่องเป็น "วีรบุรุษหนึ่งเดียว"
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 0 [ปีเริ่มต้นแห่งปฏิทินสุริยคติ]
- ฮิคุซัค (Hikusaak) ดำรงตำแหน่งมหาสังฆราช (神官長/ High Priest) และปกครองฮาร์โมเนียด้วยระบอบเทวาธิปไตย (神官政治/ Theocratic)
- เป็นปีที่เริ่มนับศักราชด้วยปฏิทินสุริยคติ (太陽暦/ Solar Year)
ปฏิทินสุริยคติ ประมาณปีที่ 20 [ก่อตั้งหมู่บ้านนักรบ]
- อัศวินศักดิ์สิทธิ์คลิฟท์ ( (聖戦士クリフト/Klift) ปกป้องพื้นที่แถบโลริมาร์จากการบุกรุกของชาวฮาร์โมเนียได้ เขาก่อตั้งหมู่บ้านนักรบ (戦士の村/ Warrior's Village) ขึ้นมาพร้อมฝึกผู้คนในหมู่บ้านให้เป็นนักรบ ก่อนที่ฮาร์โมเนียร์จะทำสัญญาสงบศึกกับหมู่บ้านนักรบ และให้สิทธิในการปกครองตนเอง ในช่วงนี้คริฟท์ได้เริ่มสั่งสอนสิ่งต่างๆให้แก่คนในหมู่บ้าน (เช่น พิธีกรรมของนักรบที่โตเป็นผู้ใหญ่ เป็นต้น) จนสืบทอดกลายเป็นประเพณีของหมู่บ้านนักรบ
ปฏิทินสุริยคติ ประมาณปีที่ 70 [การฆ่าล้างตระกูลผู้รักษาตราแห่งประตู]
- อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ฮาลโมเนีย ได้รุกรานหมู่บ้านผู้ปกป้องตราแห่งประตู (門の紋章/ Gate Rune)
- วินดี้ (ウィンディ/ Windy) และเลคนาร์ท (レックナート/ Leknaat) ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านได้หลบหนีออกมาได้ และได้แบ่งตราแห่งประตูกันคนละครึ่ง โดยที่วินดี้ได้ถือครองส่วนประตูหลัง (ด้านทางออก) และเลคนาร์ทได้ถือครองส่วนประตูหน้า (ด้านทางเข้า)
- จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เลคนาร์ทสูญเสียทักษะการมองเห็นของเธอไป
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 78 [ตราแห่งจันทราถูกขโมย]
- แวมไพร์เนคลอร์ด (ネクロード/Neclord) ได้ขโมยตราแห่งจันทรา (Moon Rune) ไปจากหมู่บ้านจันทราคราม (蒼き月の村/ Blue Moon Village) พร้อมแวมไพร์จำนวนหนึ่ง ผลจากการกระทำในครั้งนี้ทำให้แวมไพร์ในหมู่บ้านกลับกลายเป็นผู้กระหายเลือดเหมือนเมื่อก่อน บ้างก็เลือกที่จะจบชีวิตของตนลงเพื่อความปลอดภัยของผู้อื่น บ้างก็เลือกที่จะสังหารสิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อการดำรงอยู่ของตนต่อไป
- เซียร่าที่เป็นแวมไพร์ตนแรกไม่ได้รับผลกระทบนี้ไปด้วย เธอจึงออกตามล่าเหล่าแวมไพร์ที่สังหารชีวิตอื่นและทวงคืนตราที่ถูกขโมยไปจากเนคลอร์ด
ปฏิทินสุริยคติ ประมาณปีที่ 80 [สัญญาอาณาเขตสามเผ่าพันธ์ใน Great Forrest]
- หมู่บ้านแห่งป่าใหญ่ (大森林/ Great Forest Village) ได้แก่ เผ่าคนแคระ โคโบลท์และเอลฟ์ ได้ประกาศสนธิสัญญาครั้งใหญ่ (大盟約/ Great Contact) แบ่งอาณาเขตกันในพื้นที่ป่าGreat Forrest เพื่อแบ่งกั้นเขตแดนของเผ่า และเพื่อไม่ให้เผ่ามนุษย์เข้าไปด้านในป่าได้ หกนักปราชญ์จึงได้ร่ายเวทย์มนตร์ไว้ที่ทางเข้าป่าแห่งโมรัน
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 110 [สถาปนาราชอาณาจักรดูนัน]
- กษัตริย์เบอนานด์ (Bernand) ทรงสถาปนาราชอาณาจักรดูนัน (デュナン君主国/ Kingdom of Dunan) ขึ้น โดยมีเมืองเซาท์วินโดวส์ (サウスウィンドゥ/ South Window) เป็นเมืองหลวง พร้อมพื้นที่ของมิวส์, ทูริเวอร์, กรีนฮิลและมาธิลด้าเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักร
ปฏิทินสุริยคติ ประมาณปีที่ 140 [ก่อตั้ง New Armes Kingdom]
- หัวหน้าบาลาด (長バラド/ Chief Balad) แห่งเผ่าอิชูวาร์ค 1 ใน 5 เผ่าใหญ่ได้แบ่งดินแดนทางทิศใต้ แถบตะวันออกของทวีปที่เป็นที่ตั้งของอาณาจักราราชินีฟาเรน่า ฟาเรน่าที่ต้องการเสถียรภาพที่มั่นคงของพื้นที่ทางตะวันออก จึงให้การสนับสนุนช่วยเหลือบาลาด จนกระทั่งเกิดการจลาจลจากความแบ่งแยกของเผ่าพันธุ์เป็นเวลา 10 ปี บาลาดจึงลดบทบาทเผ่าอื่น และสถาปนาตนเป็นราชาแห่งราชวงศ์อาเมสใหม่ (アーメス新王朝/ New Armes Royal Court) และความสัมพันธ์ต่อฟาเรน่าก็แย่ลงนับจากเหตุการณ์นี้
ปฏิทินสุริยคติ ประมาณปีที่ 150[วินดี้โจมตีหมู่บ้านลับที่เก็บซ่อนตรา]
- วินดี้(Windy) พร้อมเนคลอร์ด(Neclord) และยูเบอร์ (Yuber) บุกรุกหมู่บ้านแห่งตราที่ถูกซ่อน (隠された紋章の村 / Village of the Hidden Rune) เพื่อค้นหาตราแห่งชีวิตและความตาย (Rune of life and death หรือ Soul Eater) หนึ่งในตราที่แท้จริงทั้ง27 แต่ประสบความล้มเหลวเมื่อปู่ของเท็ด (Ted) ได้ทำการส่งต่อตรานี้ให้แก่หลานชายก่อนจะสั่งให้เขาหนีไป สุดท้ายหมู่บ้านนี้ก็ถูกทำลายลงโดยฝีมือของยูเบอร์
ปีสุริยะศักราชที่ 160 [กำเนิดผู้สังหารแวมไพร์]
- กล่าวกันว่า วิลเดอร์ (ワイルダー / Wilder) บุรุษผู้อาศัยอยู่ ณ ดินแดนนิรนาม ( 無名諸国 / Nameless Lands) ได้กลายเป็นมนุษย์คนแรกที่สามารถสังหารแวมไพร์ลงได้ แต่ไม่ทราบวิธีการ
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 185 [ก่อตั้งมิวส์]
- เมืองมิวส์ (ミューズ/ Muse) ประสบความสำเร็จในการใช้ระบบการปกครองโดยนายกเทศมนตรี (市長制/ Mayor System) โดยมีเรเบีย (レビア/ Revier) เป็นนายกเทศมนตรีคนแรก แต่เนื่องจากความไม่มั่นคงในเขตแดนของดิวนัน จึงทำให้เกิดความขัดแย้งอยู่เสมอ
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 212 หรือ ปีเริ่มต้นแห่งปฏิทินเมืองหลวงใหม่ [ทูริเวอร์แยกตัวเป็นเอกราช ราชินีอาณาจักรฟาเลน่าย้ายเมืองหลวง ถือกำเนิดQueen's Knights]
- ระบบรัฐสภาสองสภา (二院会議) ได้ถูกนำมาเริ่มใช้ที่เมืองทูริเวอร์ (トゥーリバー/ Two River) โดบทูริเวอร์มีสิทธิปกครองในอาณาเขตนี้
- เริ่มใช้ปฏิทินเมืองหลวงใหม่ (新都暦/ New Capital Calendar) ปฏิทินที่ใช้ในราชินีอาณาจักรฟาเลน่า พร้อมกับการย้ายเมืองหลวงจากสตรอมฟิสต์ (ストームフィスト/ Stormfist) สู่โซลฟาเรน่า (ソルファレナ/ Sol Falena) ตามคำบัญชาขององค์ราชินีครอเช็ด (クワルシェード/ Khorshed)
- Queen's Knightsถือกำเนิดขึ้นในราชินีอาณาจักรฟาเลน่าด้วยจุดประสงค์เพื่อปกป้องราชินีและครอบครัว
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 230 หรือ ปีเริ่มต้นแห่งปฏิทินจักรวรรดิจันทราแดง [สงครามกลางเมืองฮาร์โมเนีย]
- เกิดข่าวลือเรื่องการเสียชีวิตของฮิคุซัค (ヒクサク/Hikusaak)
- จักรวรรดิจันทราแดง (赤月帝国/ Scarlet Moon Empire) ก่อกำเนิดขึ้น จากการเป็นอิสรภาพด้วยการยึดครองนครหลวงศักดิ์สิทธิ์ลูพันด้า (ルパンダ/ Lupanda) ซึ่งเป็นนครหลวงแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์แห่งฮาลโมเนีย โดยมีจักรพรรดิคนแรกคือกรานาท รุกเนอร์ (クラナッハ・ルーグナー/ Kranach Rugner) ผู้ได้รับสมญานามว่าอัศวินจันทราแดง (赤い月の騎士/ Scarlet Moon Knight)
- ในช่วงเวลานี้ตระกูลรุกเนอร์ได้ตราแห่งกษัตริย์ (覇王の紋章/ Sovereign Rune) ที่เคยเป็นของฮาร์โมเนียเป็นสมบัติประจำตระกูล และด้วยความช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถของจูเลี่ยน ซิลเวอร์เบิร์ก (ユリアン・シルバーバーグ/ Julian Silverburg) ผู้เป็นเสนาธิการทหาร (正軍師 / Military Strategist) ยิ่งทำให้จักรวรรดิได้อิสรภาพยิ่งขึ้น ส่งผลให้ตระกูลซิลเวอร์เบิร์กมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่ว นอกจากนี้นครหลวงศักดิ์สิทธิ์ลูพันด้าได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นเกรกมินสเตอร์
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 237 หรือ ปีเริ่มต้นแห่งปฏิทินไฮแลนด์ [จบสิ้นสงครามกลางเมืองฮาร์โมเนีย, ก่อตั้งราชอาณาจักรไฮแลนด์]
- เมาโร ไบล์ท Mauro Blight ได้ปราบปรามความวุ่นวายภายในประเทศ และได้ดินแดนทางตอนใต้เป็นผลตอบแทนจากฮาร์โมเนีย และได้สถาปนาอาณาจักรไฮแลนด์ขึ้น (ハイランド王国/ Highland Kingdom)
- ตระกูลไบล์ทยังได้รับการแต่งตั้งจากฮาร์โมเนียว่าเป็น ผู้พิทักษ์หลักคำสอน (教義の守護者/ Defender of the Creed) พร้อมทั้งได้รับมอบตราแห่งสัตว์ (Beast Rune) มาเป็นของขวัญ (แต่แท้จริงแล้วเป็นความปรารถนาของตัวตราเองที่ถูกใช้เป็นเครื่องบรรณาการ)
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 250 [ย้ายเมืองหลวงฟาเลน่าเสร็จสิ้น]
- องค์ราชินีครอเช็ด (Khorshed) ย้ายเมืองหลวงจากสตรอมฟิสต์ไปสู่โซลฟาเลน่าได้สำเร็จ
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 252 หรือ ปฏิทินไฮแลนด์ ปีที่ 16 [สิ้นสุดราชอาณาจักรดูนัน]
- เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในราชอาณาจักรดูนันที่ปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตย และจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายกบฏ ส่งผลให้เมืองเซาท์วินโดวส์เปลี่ยนการปกครองเป็นระบบนายกเทศมนตรี
- ไฮแลนด์ถือโอกาศรุกรานเซาท์วินโดว์ทางทิศตะวันออก (ชายแดนของมิวส์ในช่วงเวลานั้น)
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 280 หรือ ปฏิทินไฮแลนด์ ปีที่ 44 [ก่อตั้งกองอัศวินมาทิลด้า]
- มิวส์ให้เงินทุนในการก่อตั้งเป็นกองอัศวินมาทิลด้า (マチルダ騎士団/ Matilda Knight) ขึ้นเพื่อเพื่อต่อกรกับกำลังทหารที่เข้มแข็งของไฮแลนด์ โดยมีอัศวินในพื้นที่เข้าร่วมเป็นกำลังสำคัญ
ปฏิทินสุริยคติ ประมาณปีที่ 287 [อัญเชิญสิ่งมีชีวิตจากต่างโลก]
- จอมเวทย์แห่งเมืองมิเดิ้ลพอร์ทนามว่าวอร์ล็อค (Warlock) ได้อัญเชิญต้นไม้ยักษ์ (Giant Tree) และเผ่าปลาออกมามาจากต่างโลก เขาได้พัฒนาปืนใหญ่มนตรา (紋章砲/ Rune Cannon) โดยใช้ต้นไม้ยักษ์ Giant Tree และตาของเผ่าปลาเป็นวัตถุดิบ
- ในช่วงเวลาเดียวกันยอห์น (Yohn) ได้ปรากฎตัวขึ้นและพบกับวอลเตอร์ (Walter) สายลับแห่งจักรวรรดิจันทราแดง
ปฏิทินสุริยคติ ประมาณปีที่ 292 [รูนแห่งการลงทัณฑ์ได้ถูกนำมาใช้]
- ราชินีโอเบล (オベル王妃/ Queen Obel) ถูกโจรสลัดเข้าจู่โจมอย่างกะทันหัน เพื่อปกป้องลูกเธอจึงได้ใช้ตราแห่งการลงทัณฑ์ (罰の紋章/ Rune of Punishment) และสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน
- องค์ชายองค์แรกของโอเบลหายสาบสูญ
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 292-297 [จักรวรรดิกูลูคเริ่มการขยายอาณาเขต]
- จักรวรรดิคูลุค (Kooluk Empire) เริ่มนโยบายการขยายอาณาเขตทางใต้
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 294 หรือ ปฏิทินไฮแลนด์ ปีที่ 58 [อัศวินมาธิลด้าแยกตัวเป็นอิสระ]
- กองอัศวินมาทิลด้าต้องการสิทธิในการปกครองตนเองมากขึ้น จึงได้แยกตนออกจากเขตปกครองเมืองมิวส์ แต่ก็มีสนธิสัญญาร่วมที่เท่าเทียมกัน ในการแบ่งกำลังทหารและเขตแดน ระหว่างกองอัศวินของมิวส์และของมาทิลด้า
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 299 [ลูกชายของเครย์สืบทอดรูนแห่งการลงทัณฑ์]
- ในปีนี้ได้เกิดอุบัติเหตุทางทะเลขึ้น และตราแห่งการลงทัณฑ์ได้ตกไปอยู่ในมือของพ่อของลัคจี้ (ラクジー/ Rakgi) และเขาได้สินใจทิ้งครอบครัวไป
- เอเลนัวร์ (エレノア/ Elenor) ได้พบกับเกรย์แฮม เครย์ (クレイ/ Graham Cray) และได้เป็นลูกศิษย์
- เกรย์แฮม เครย์ (クレイ/ Graham Clay) ได้สืบทอดรูนต่อแต่เขาตัดแขนของตัวเองทิ้งเพื่อหนีจากคำสาป ทำให้ลูกชายของเครย์ได้รับสืบทอดรูนต่อ ลูกชายของเครย์ใช้พลังของรูนฆ่าพวกขุนนางของสการ์เล็ตมูนเหล่านั้นทิ้งเพื่อปกป้องพ่อและหมู่บ้านจากเหตุการณ์ล่ามนุษย์จนต้องตายไป
- หลังลูกชายของเคลย์เสียชีวิต รูนแห่งการลงทัณฑ์ได้หายสาบสูญไปช่วงหนึ่ง แต่สุดท้ายได้ตกไปอยู่ในมือของโจรสลัดสตีล (Steele)
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 300 ทรอยมีชัยเหนือไกเอ็น
- คณะตรวจสอบเรื่องรูนแคนน่อนของวอลเตอร์เดินทางมาถึงราซริล คิริล (キリル/ Kyril) พบลาซโล (Lazlo) ที่ถนนด้านหลังเมืองราซริล (Rhapsodia)
- ในยุทธนาวีระหว่างจักรวรรดิกูลูคและไกเอ็นที่ป้อมเอลอีล ทรอยผู้นำกองทัพเรือของกูลูคนำเรือลำเดียวออกรบและสามารถจมเรือของไกเอ็นได้ถึงสี่ลำ
ปีสุริยะศักราชที่ 302 [สงครามก่อตั้งสหพันธรัฐหมู่เกาะ]
- เกิดปัญหาขัดแย้งขึ้นทั่วทั้งประเทศหมู่เกาะเนื่องจากรูนแห่งการลงทัณฑ์ จักรวรรดิกูลูครุกรานประเทศหมู่เกาะ เริ่มสงครามก่อตั้งสหพันธรัฐหมู่เกาะ (Suikoden IV)
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 304 (พ่อของแรคกิสืบทอดรูนแห่งการลงทัณฑ์)
- ซีกูลด์ (Sigurd) ในฐานะผู้รับใช้ของเจ้าเมืองมิดเดิ้ลพอร์ทนำเรือออกโจมตีเรือของโจรสลัดเฮอร์เวย์ (Hervey) แต่ก็ถูกโจรสลัดสตีลเข้ามาโจมตีทั้งคู่ เอ็ดการ์ช่วยทั้งสองคนไว้และไล่สตีลกลับไปได้สำเร็จ ทำให้ทั้งสองคนเต็มใจเข้ามาอยู่ในรังโจรสลัดตั้งแต่นั้น
- ชาวประมงพ่อของแรคกิ (Rakgi) ออกเรือไปพบกับรูนแห่งการลงทัณฑ์เข้า หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้กลับมาบ้านอีก ซึ่งข้อมูลของพ่อของแรคกินี้ ได้มาจากปากคำของริคิเอะ ซึ่งขัดกับข้อมูลส่วนไทม์ไลน์ใน Official Guide
ปฏิทินสุริยคติ ประมาณปีที่ 306 [วอลเตอร์และเอ็ดการ์เสียชีวิต บรันโด้สืบทอดรูนแห่งการลงทัณฑ์]
- วอลเตอร์ (ウォルター/ Walter) และเอ็ดการ์ (Edgar) เสียชีวิตจากการต่อสู้กับโจรสลัดสตีล (Steele)
- วอลเตอร์ (ウォルター/ Walter) พ่อของคิริล (キリル/ Kyril) ได้กลายเป็นมนุษย์ปลาและเข้าทำล้ายคิริล ทำให้อันดัค (アンダルク/ Andark) ต้องจำใจฆ่ามนุษย์ปลาวอลเตอร์ จากเหตุการณ์นี้ทำให้คิริลต้องสิ้นสติเป็นเวลา 3 ปี และตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างของผู้ใหญ่ตามเหตุการณ์ใน Rhapsodia (Suikoden Tactics)
- รูนแห่งการลงทัณฑ์ (Rune of Punishment) ย้ายจากสตีลไปอยู่กับบรันโด้ (Brandeau) บรันโด้นำร่างของเอ็ดการ์ใส่โลงและลอยมายังรังโจรสลัด และออกเรือพร้อมกับเพ็ค (ペック/ Peck) ลูกน้องคนสนิทที่ถูกพลังของรูนแห่งการลงทัณฑ์ทำให้เสียโฉมไป
- บรันโด้นำเรือเข้าโจมตีราซริลแต่พวกของเกล็น (Glen Cott) เข้ามาขัดขวาง บรันโด้ดวลกับลาซโล (Lazlo) และแพ้ก่อนที่รูนแห่งการลงทัณฑ์จะย้ายมาอยู่กับเกล็นและวิญญาณของบรันโด้ก็ถูกรูนกลืนเข้าไป เกล็นใช้รูนขับไล่โจรสลัดที่โจมตีราซริล ก่อนจะเสียชีวิตและลาซโลได้เป็นผู้สืบทอดคนต่อไป
ปีสุริยะศักราชที่ 307 [สิ้นสุดสงครามก่อตั้งสหพันธรัฐหมู่เกาะ]
- ลาสโล (Lazlo) พบกับเท็ด (Ted) ในเรือหมอกระหว่างสงครามก่อตั้งสหพันธรัฐหมู่เกาะใน Genso Suikoden IV
- จักรวรรดิกูลูคตกลงที่จะหยุดรบหลังจากป้อมเอลอีลถูกทำลายลง
- รีโน่ เอน คูลเดส (リノ・エン・クルデス/ Lino En Culdes) ได้เป็นผู้แทนคนแรกแห่งประเทศพันธมิตรหมู่เกาะ (Island Nations Federation)
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 309 จักรวรรดิกูลูคล่มสลาย
- อิสคัสหนึ่งในสมาชิกสภาสูงของกูลูคใช้อีวิลอายยึดอำนาจในจักรวรรดิและเปลี่ยนจักรพรรดิจูเลียสเป็นมนุษย์ปลา
- คณะเดินทางของคิริลพร้อมด้วยความช่วยเหลือจากกลุ่มประเทศพันธมิตรหมู่เกาะและหยุดยั้งอิสคัสได้สำเร็จ จักรวรรดิกูลูคล่มสลายลงหลังเสียคนสำคัญทั้งในกองทัพและราชวงศ์ไปเกือบหมด (เหตุการณ์ภาคราฟโซเดีย ช่วงหลังคิริลตื่น)
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 314 หรือ ปีเริ่มต้นแห่งปฏิทินพันธมิตร [มิวส์ เซาท์วินด์ ทูริเวอร์ และมาธิลด้าลงนามเป็นพันธมิตรกัน ในสนธิสัญญาโจวสตัน]
- ผู้แทนของมาธิลด้า, มิวส์, เซาท์วินด์ และทูริเวอร์ ได้ลงนามเซ็นสัญญาก่อตั้งพันธมิตรโจวสตัน (ジョウストン都市同盟/ Jowstone Alliance) เพื่อผนึกกำลังป้องกันตนเองจากการรุกรานของไฮแลนด์ ชื่อ “โจวสตัน” มาจากสถานที่เซ็น* พันธะสัญญาคือยอดเขาโจวสตันในเมืองมิวส์ (ジョウストンの丘/ Jowstone Hill)
ปฏิทินสุริยคติ ประมาณปีที่ 330 [สถาปนาอาณาจักรเทพเจ้านากาล]
- มีการสถาปนาอาณาจักรเทพเจ้านากาล (ナガール教主国/ Nagarea Theocracy) แต่รายละเอียดไม่เป็นที่แน่ชัด
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 337 หรือ ปฏิทินเมืองหลวงใหม่ปีที่ 125 [ฟาเรน่าเริ่มการค้า]
- ราชินีเอลเมลาค (エルメラーク/ Elmelark) แห่งฟาเรน่า เริ่มมีการค้าขาย แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับประเทศหมู่เกาะ
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 340 หรือ ปฏิทินจักรวรรดิจันทราแดง ปีที่ 111 [เกิดภัยพิบัติใหญ่ จากการดวลกันของ 2 สุดยอดจอมเวท]
- โครวลี่และมาซัสผู้เป็นลูกศิษย์ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดจอมเวท ได้ประลองฝีมือกันด้วยเวทมนต์ พลังทำลายของการดวลทำลายบริเวณตะวันตกของบริเวณเซนันจนกลายเป็นทะเลทรายคาราคัส หลังจบการดวลทั้งสองคนเสียชีวิต (แม้ทั้งคู่จะตายไปจากการต่อสู้ครั้งนี้ แต่ทั้งคู่ได้คืนชีพขึ้นมาใหม่ในภายหลัง)
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 347 หรือ ปฏิทินจักรวรรดิจันทราแดง ปีที่ 118 [สร้างคุกโซนิเอลเสร็จ]
- ที่คุมขังโซนิเอล (ソニエール/ Soniere) ของจักรวรรดิจันทราแดงสร้างเสร็จสมบูรณ์ คุกนี้ถูกสร้างขึ้นโดยแรงงานของนักโทษคุกกาย่า คุกกาย่าได้ถูกทำลายลงหลังโซเนียร์สร้างเสร็จ ใช้เป็นสถานจองจำที่ใหญ่และมีการป้องกันรัดกุมที่สุดในโทรันสำหรับคุมขังนักโทษโทษหนักหรือกระทำการอันสั่นคลอนความมั่นคงของจักรวรรดิ
- Godwins ปกครองเมือง Stormfist
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 360 หรือ ปฏิทินเมืองหลวงใหม่ปีที่ 148 [นากาลบุกฟาเรน่า]
- อาณาจักรเทพเจ้านากาลวางแผนบุกโจมตีอาณาจักรราชินีฟาเรน่า และได้เริ่มเผยแพร่คำสอนของตน เพื่อรวบรวมกำลังเตรียมพร้อมที่จะโจมตี พระราชินีแห่งฟาเรน่าได้เกณฑ์ชาวเมืองที่เลี้ยงม้ามังกรเข้ากองทัพ และได้ปรับโครงสร้างจนกลายเป็นกองทหารม้ามังกรเฟย์ตัส
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 362 หรือ ปฏิทินพันธมิตรปีที่ 49 [ก่อตั้งสถาบันการศึกษา แกรนด์ลีฟ]
- มีการก่อตั้งโรงเรียนแกรนลีฟ (グランリーフ学院/ Grand Leaf Academy) ภายในเมืองกรีนฮิลล์ (グリンヒル市/ Greenhill) ซึ่งอยู่ภายใต้เขตการปกครองของมิวส์ โดยมีอเลน ไวส์เมล (アレン・ワイズメル/ Alen Wisemail) เป็นผู้ก่อตั้ง
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 365 [รูลูนอยล์ถูกสร้าง]
- พระราชวังลูรูนอยล์ (ルルノイエの宮殿 / L'renouille Palace) ของอาณาจักรไฮแลนด์ สร้างเสร็จสมบูรณ์
- หัวหน้าชนเผ่าเอลฟ์ถือกำเนิด
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 366 [ทินโท เข้าร่วมลงนามในสนธิสัญญาโจวสตัน]
- เมืองเหมืองแร่ทินโต้ (ティント/ Tinto) ประสบความสำเร็จในการแยกตัวเพื่อปกครองตนเอง โดยใช้กิลด์เหมืองแร่เป็นศูนย์กลางการปกครอง และในปีเดียวกันก็ได้เข้าร่วมกับพันธมิตรโจวส์ตัน
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 370 หรือ ปฏิทินจักรวรรดิจันทราแดง ปีที่ 141 [ปราสาทสคาเลทีเซียสร้างเสร็จ]
- ปราสาทสคาเลทีเซีย (スカーレティシア城/ Scarleticia Castle) สร้างเสร็จสมบูรณ์
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 373 หรือ ปฏิทินพันธมิตรปีที่ 60 [กรีนฮิลได้รับอิสรภาพ]
- เมืองกรีนฮิลล์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในเขตแดนของมิวส์ ยืนยันที่จะขอแยกตัว เพื่อปกครองตนเอง เพื่อ “อิสรภาพแห่งการเรียนรู้” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโรงเรียนแกรนลีฟ แม้ว่าไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากนายกเทศมนตรีรุ่นก่อนๆของมิวส์ แต่เมื่อยูเรีย ได้เป็นนายกเทศมนตรี เธอได้รับรองคำขอ กรีนฮิลล์จึงได้อิสรภาพในการปกครองตนเอง
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 376 หรือ ปฏิทินเมืองหลวงใหม่ปีที่ 164 [แผ่นดินไหวครั้งใหญ่]
- เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่บริเวณพรมแดนของฟาเรน่าและนากาล แผ่นดินไหวครั้งนี้มีระดับความรุนแรงสูงมาก ส่งผลทำให้ภูเขาลูกหนึ่งที่เชื่อมทั้งสองประเทศถล่มลงมา เส้นทางการสัญจรทางบกของทั้งสองประเทศถูกตัดขาด ซึ่งถือว่าเป็นแผ่นดินไหวที่แปลกประหลาดมาก เนื่องจากปราสาทเซาโรนิคส์ (サウロニクス城/ Saoronix Castle) และโกลเดียส (ゴルディアス/ Gordius) ซึ่งอยู่ใกล้กันไม่ได้รับผลกระทบใดๆเลย จากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ส่งผลให้อาณาจักรเทพเจ้านากาลยกเลิกการเผยแพร่คำสอนและการส่งกำลังทหารรุกรานประเทศอื่น และทำการปิดประเทศตัดขาดจากโลกภายนอกทันที
- เหตุแผ่นดินไหวอันแปลกประหลาดครั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่เป็นการจงใจให้เกิด และมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกี่ยวข้องกับตราพสุธาที่แท้จริง (真なる土の紋章/ True Earth Rune) ซึ่งถ้าเป็นจริง มีความเป็นไปได้สูงที่ฮาลโมเนีย ได้ครองครองตราพสุธาที่แท้จริงในปีนี้
- ข้อสังเกตอีกอย่างคือ เอเรช นักบวชจากนากาล มีความถนัดทางเวทย์ดินอยู่ในระดับ A อาจจะมีความเป็นไปได้ที่สถานที่ผนึกตราพสุธาที่แท้จริงจะอยู่ที่นากาล
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 378 หรือ ปฏิทินพันธมิตรปีที่ 65 [กรีนฮิลเข้าร่วมลงนามในสนธิสัญญาโจวสตัน]
- หลังมีการย้ายอำนาจการปกครองทั้งหมดของมิวส์ไปที่เมืองกรีนฮิลล์ กรีนฮิลล์ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรโจวส์ตัน
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 392 หรือ ปฏิทินพันธมิตรปีที่ 79 [สถาบันแกรนด์ลีฟปฏิรูปใหม่ กลายเป็นสถาบันนิวลีฟ]
- โรงเรียนแกรนลีฟมีการปฏิรูปโรงเรียนครั้งสำคัญ และเปลี่ยนการสืบทอดตำแหน่งอธิการบดีของตระกูลไวส์เมล เป็นการเลือกตั้ง (ผู้ที่ลงเลือกตั้ง จะเป็นผู้ที่ถูกเสนอชื่อจากคณะกรรมการจัดการการเลือกตั้ง) และจากการตัดสินใจปฏิรูปครั้งนี้จึงได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น โรงเรียนนิวลีฟ (ニューリーフ学院/ New Leaf Academy)
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 400 [เกโด้ถือครองตราอัสนีที่แท้จริง]
- เกโด้ (ゲド/ Geddoe) ได้ถือครองตราอัสนีที่แท้จริง (真なる雷の紋章/ True Thunder Rune)
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 407 หรือ ปฏิทินจักรวรรดิจันทราแดงปีที่ 178 [สงครามทูตแห่งเพลิงครั้งแรก]
- ปราสาทโมราเวีย (モラビア城/ Moravia Castle) สร้างเสร็จสมบูรณ์
- วีรุบุรษเพลิง (炎の英雄/ Flame Champion) ได้รวบรวมกองกำลังผู้ถือครองเพลิง (炎の運び手/ Fire Bringer) ที่บริเวณพรมแดนของกราสแลนด์ (グラスランド/ Grasslands) เพื่อบุกโจมตีฮาลโมเนีย
- วีรุบุรุษเพลิง (炎の英雄/ Flame Champion) ได้ถือครองตราอัคคีที่แท้จริง (真なる火の紋章/ True Fire Rune)
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 411 [กองกำลังผู้ถือครองเพลิงพ่ายแพ้ให้กับฮาลโมเนีย]
- กองกำลังผู้ถือครองเพลิง ได้เข้าโจมตีเพื่อขับไล่ทหารที่ประจำตามเมืองในเขตแดนของฮาลโมเนีย ด้วยวิธีรบแบบกองโจร แต่ด้วยกำลังทหารที่เหนือกว่าของฮาลโมเนีย เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายปะทะกันที่บริเวณภูเขาทำให้กองกำลังผู้ถือครองเพลิงถูกรุมล้อมทั้งด้านหน้าและหลัง และถูกทำลายจนหมดสิ้น
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 415 ตราวารีที่แท้จริงถูกขโมย
- กองกำลังผู้ถือครองเพลิง ประสบความสำเร็จในการในการบุกวิหารเพียงหนึ่ง (一つの神殿/ Harmonian Shrine) และได้ขโมยตราวารีที่แท้จริง (真なる水の紋章/ True Water Rune) ไปจากวิหาร
- ไวแอ็ท (ワイアット/ Wyatt) ได้ถือครองตราวารีที่แท้จริง (真なる水の紋章/ True Water Rune)
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 416 [ฮาลโมเนียจับเชลยกลาสแลนด์]
- กองทัพฮาลโมเนียได้บุกโจมตีกราสแลนด์ และจับพลเมืองของกราสแลนด์ไปด้วย เป็นจำนวน 5000 คน
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 417 [แฟลมแชมเปี้ยนยอมจำนนต่อฮาร์โมเนีย]
- กองทัพฮาลโมเนีย ได้ยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนตัววีรบุรุษเพลิงกับพลเมืองชาวกราสแลนด์ 5000 คน แม้ว่ากองกำลังชาวกลาสแลนด์ และพลเมืองชั้น 3 ที่เปลี่ยนฝ่ายเพราะต่อต้านฮาลโมเนีย จะคัดค้านข้อเสนอนี้ แต่วีรบุรุษเพลิงก็ยอมทำตามคำขอของฮาลโมเนีย และถูกจับกุมตัว
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 419 [ฮาลโมเนียชนะกลาสแลนด์]
- กองกำลังของกลาสแลนด์และกองกำลังปฏิวัติชาวฮาลโมเนีย ร่วมมือกันสู้รบกับกองทัพของฮาลโมเนีย เนื่องจากการขาดกองกำลังผู้ถือครองเพลิงไป ทำให้ไม่สามารถควบคุมการต่อสู้ได้ ทำให้ผลจบลงที่ชัยชนะของกองทัพฮาลโมเนีย หมู่บ้านของเผ่าต่างๆที่เข้าร่วมกองกำลังปฏิวัติ ต่างถูกเผาทำลาย ผู้คนจำนวนมากถูกจับไปเป็นทาส
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 420 [ก่อตั้งเซ็คเซน]
- เมืองแห่งการค้าพิเศษประสบความสำเร็จในการสถาปนาประเทศสหพันธรัฐเซ็กเซ็น (ゼクセン連邦/ Zexen Federation) ที่ขึ้นกับสภาผู้แทนราษฎร และให้บีเน่ เดล เซ็กเซ่ (ビネ・デル・ゼクセ/ Viney Del Zexay) เป็นศูนย์กลางการปกครอง และในเวลาเดียวกัน ได้ก่อตั้งกองอัศวินเซ็กเซ็น (ゼクセン騎士団/ Zexen Knight) เพื่อใช้ในการป้องกันตนเอง
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 421 [แฟลมแชมเปี้ยนหลบหนี]
- เกิดความขัดแย้งระหว่างเซ็กเซ็นและกราสแลนด์ รอบๆแนวชายแดน ส่งผลให้เกิดการต่อสู้กันอยู่บ่อยครั้ง
- วีรบุรุษเพลิงประสบความสำเร็จในการหลบหนีออกจากคริสตัลวาลเลย์ (クリスタルバレー/ Crystal Valley) ด้วยความช่วยเหลือจากสมาชิกของกองกำลังผู้ถือครองเพลิง
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 422 [ก่อตั้งปราสาทบราส]
- ปราสาทบราส (ブラス城/ Brass Castle) ของสหพันธรัฐเซ็กเซ็นสร้างเสร็จสมบูรณ์
- กองกำลังผู้ถือครองเพลิงและผู้ตกอยู่ใต้อำนาจของฮาลโมเนีย รวมทั้งกองกำลังกลาสแลนด์ร่วมมือกันเพื่ออิสรภาพของกลาสแลนด์ ได้เข้าปะทะกับกองทัพของฮาลโมเนียอย่างรุนแรง ในระหว่างการต่อสู้ ได้เกิดระเบิดลึกลับขึ้น ทำให้กองทัพฮาลโมเนียตายทุกคน ไฟจากการระเบิดลุกลามถึง 3 วันโดยทำให้ไม่เห็นช่วงเวลากลางคืนเลย และเหตุการณ์นี้ยังส่งผลทำให้ชาวกลาสแลนด์บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก
- มีความเป็นไปได้สูงที่ ลูเครเทีย ได้เห็นพลังอำนาจของตราที่แท้จริงในช่วงปีนี้ เมื่อนับเวลาจากช่วงที่เธอเกิดและคำบอกเล่าของเธอก่อนที่ส่งองค์ชายไปหยุดก็อดวินส์ผู้ใช้ตราตะวัน
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 423 [ก่อตั้งสมาคมพ่อค้าอิสระเซ็กเซ็น]
สหพันธรัฐประสบความสำเร็จในการก่อตั้งสมาคมพ่อค้าอิสระเซ็กเซ็น
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 425 [สัญญาสงบศึกฮาลโมเนีย กลาสแลนด์]
- อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ฮาลโมเนีย เริ่มบุกรุกกลาสแลนด์อย่างเต็มตัว กลาสแลนด์ได้รวมตัวกันอีกครั้งโดยมีวีรบุรุษเพลิงเป็นศูนย์กลาง และสามารถขับไล่กองทัพฮาลโมเนียไปได้ ส่งผลให้กองทัพฮาลโมเนียตัดสินใจทำสนธิสัญญาสงบศึกกับกองกำลังผู้ถือครองเพลิงและกลาสแลนด์เป็นเวลา 50 ปี ในศึกครั้งนี้ทำให้ 6 เผ่าพันธุ์ (シックス・クラン/ Six Clan) ผู้ร่วมมือกันกับวีรบุรษเพลิงป้องกันการรุกรานจากศัตรูภายนอก
กลายเป็นศูนย์กลางของกลาสแลนด์ และหันมาปรองดองกับฮาลโมเนียตามคำประกาศตามสนธิสัญญาไม่รุกรานกันเป็นเวลา 50 ปีในทันทีทันใด และได้ใช้ปราสาทบุ๊คเด้ฮุคเค่ (ビュッデヒュッケ城/ Budehuc Castle) ซึ่งเป็นที่ร่วมกันระหว่างเซ็กเซ็นและกลาสแลนด์เป็นที่ลงนามสนธิสัญญา และยังส่งผลให้เซ็กเซ็นและกลาสแลนด์ซึ่งมีอาณาเขตติดกัน หันมาปรองดองกันอีกด้วย สิ้นสุดสงครามทูตแห่งเพลิง
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 426 [ก่อตั้งกองอัศวินเซ็กเซ็น]
- สหพันธรัฐเซ็กเซ็นสัมผัสได้ถึงการเป็นภัยจากความปรองดองกันของกลาสแลนด์และฮาลโมเนีย จึงได้ก่อตั้งกองอัศวินเซ็กเซ็นขึ้นมาเพื่อป้องกันภัย
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 428 หรือ ปฏิทินพันธมิตรปีที่ 115 หรือ ปฏิทินไฮแลนด์ปีที่ 192 [ไฮแลนด์รุกรานเมืองมิวส์]
- ราชาโรเบล ไบร์ท (ロベール・ブライト/ Rebert Blight) ได้แต่งตั้งฮาน คันนิ่งกัม (ハーン・カニンガム/ Han Cunningham) หัวหน้ากองทหารที่ 1 ให้เข้าโจมตีพันธมิตรโจวส์ตัน ทำให้นายกเทศมนตรีดาเรล (ダレル/ Darel) ลี้ภัยไปเซาท์วินโดวส์ เก็นคาคุ (ゲンカク/ Genkaku) ได้รวบรวมชาวเมืองมิวส์ที่เหลืออยู่ และเริ่มต่อต้านกองทัพไฮแลนด์
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 430 [วีรุบุรุษเพลิงหายไป]
- กองทัพฮาลโมเนียได้จัดตั้ง กลุ่มผู้ถือครองเพลิงให้เป็น หน่วยดูแลความปลอดภัยเขตชายแดน วีรุบุรุษเพลิงหายไปจากประวัติศาสตร์ ผู้ถือครองเพลิงที่เหลือต่างก็กระจัดกระจายกันไป
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 431 หรือ ปฏิทินเมืองหลวงใหม่ปีที่ 219 [แย่งชิงบัลลังก์ราชินีที่ฟาเรน่า]
- เริ่มมีการลอบสังหารแย่งชิงบัลลังก์ราชินีที่อาณาจักรราชินีฟาเรน่า
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 432 หรือ ปฏิทินพันธมิตรปีที่ 115 หรือ ปฏิทินไฮแลนด์ปีที่ 192 [การโจมตีของปรมาจารย์เก็นคาคุ]
- กองทัพพันธมิตรที่นำโดยเก็นคาคุได้เริ่ม การโจมตีครั้งใหญ่ (大攻勢/ Great Offensive) และประสบความสำเร็จในการช่วงชิงเมืองกรีนฮิลล์และกองอัศวินมาทิลด้ากลับคืนมา
- ในปีนี้เก็นคาคุซื้อที่ดินที่อยู่ภายในทูริเวอร์ เพื่อชาววิงฮอร์ท (ウィングホード/ Wing Hordes) ที่ถูกชาวทินโต้แย่งชิงที่อยู่อาศัยในเหมืองไป
- ในการประชุมที่เนินสูง (การประชุมระดับสูงสุดของกลุ่มพันธมิตร) เรื่องการยินยอมในผลประโยชน์ต่างๆ เนื่องด้วยการสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากของพันธมิตรไปกับการสงคราม ทำให้ดาเรล นายกเทศมนตรีของมิวส์ ไม่พอใจเก็นคาคุ
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 433 หรือ ปฏิทินเมืองหลวงใหม่ปีที่ 221 [อัลชูทาร์ทอภิเษกสมรส]
- อาณาจักรราชินีฟาเรน่า ได้เริ่มงานเทศกาลเทพยุทธ์ (闘神祭/ Sacred Game) เพื่อเลือกคู่ครองให้กับองค์หญิงอัลชูทาร์ท ผู้ชนะเลิศในงานนี้เป็นนักรบไร้ชื่อเสียง นามเฟริด (フェリド/ Ferid) ซึ่งไม่ใช่ทาสนักสู้ตัวแทนของขุนนางผู้มีอำนาจ
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 434 หรือ ปฏิทินพันธมิตรปีที่ 121 หรือ ปฏิทินไฮแลนด์ปีที่ 198 [เก็นคาคุถูกขับไล่]
เก็นคาคุ ผู้บัญชาการกองทัพพันธมิตร และ หัวหน้ากองทัพที่ 1 ฮานได้เป็นศูนย์กลางในการทำสนธิสัญญาสงบศึก แต่ก็ยังมีปัญหาความขัดแย้งในการครอบครองเขตแดนเล็กทางตะวันออกของไฮแลนด์ (หรือ เมืองเคียโร) และเพื่อทำให้เรื่องสงบลงจึงได้จัดการต่อสู้ตัวต่อตัวระหว่างเก็นคาคุและฮาน เพื่อให้ฝ่ายที่ชนะได้ครองเขตแดนนั้นไป เก็นคาคุที่รู้แผนร้ายของดาเรลที่ให้เก็นคาคุใช้ดาบอาบยาพิษที่อาจจะทำให้ฮานถึงตายได้ เก็นคาคุจึงยอมแพ้ และส่งผลให้เก็นคาคุถูกขับไล่ออกจากพันธมิตร
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 438 หรือ ปฏิทินเมืองหลวงใหม่ปีที่ 226 [การแย่งชิงราชบัลลังก์]
- ราชินีโอลฮาเซ็ต (オルハゼータ) สิ้นพระชนม์ ทำให้องค์หญิงสองพี่น้อง ชาสเรวาม (シャスレワール) และ ฟารุสลาม (ファルズラーム) เกิดความขัดแย้งในการแย่งชิงบัลลังก์ราชินี ซึ่งส่งผลให้สถานการณ์วุ่นวายในบ้านเมืองร้ายแรงมากยิ่งขึ้น มีการลอบสังหารบุคคลสำคัญของทั้ง 2 ฝ่ายเป็นจำนวนมาก เช่น มัลดาส(マルダース), คาอุส(カウス), โรซารินด์(ロザリンド) และ ฮิรัม(ヒラム)
- เกิดคดีการหลบหนีของทาสนักสู้แห่งฟาเรน่า หลังจากเหตุการณ์นั้น ส่งผลให้ทาสนักสู้ถูกทารุณกรรมมากยิ่งขึ้น และยังเกิดการขายทาสไปต่างแดนอีกด้วย
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 439 หรือ ปฏิทินเมืองหลวงใหม่ปีที่ 227 [ฟารุสลามขึ้นครองราชย์]
- จากความเหนื่อยล้าในการต่อสู้แย่งชิงราชบัลลังก์ ชาสเรวามจึงสละราชบัลลังก์ให้แก่ฟารุสลาม แต่เนื่องจากราชินีพระองค์ใหม่ ฟารุสลามไม่เชื่อใจ จึงได้กำจัดเครือญาติและพี่สาวของเธอเป็นลำดับแรก
- ไคล์ (カイル/ Kyle) ไปยุ่งกับลูกสาวบุญธรรมของเดเบียส (デビアス卿) จึงถูกขับไล่ออกจากเรลการ์
- ในช่วงเวลาแถวๆนี้ น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ ลูเครเทียและเคียซารี่ได้พบกัน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มัลสคาล เดินทางไปฮาลโมเนียและดึงตัวลูเครเทียมาช่วยงานในการสงครามในอีก 2 ปีถัดไป
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 441 หรือ ปฏิทินเมืองหลวงใหม่ปีที่ 229 [อัลชูทาร์ทได้ครองราชบัลลังก์]
- ราชินีฟารุสลามสิ้นพระชนม์อย่างกะทันหัน อัลชูทาร์ทได้ขึ้นเป็นราชินีพระองค์ใหม่ ไซอาริสตัดสินใจถอนหมั้นกับกีเซล เพื่อป้องกันเหตุวุ่นวาย
- อาณาจักรอาเมสใหม่ จึงถือโอกาสยกทัพใหญ่บุกรุกดินแดน เสนาธิการทหารลูเครเทีย (軍師ルクレティア/ Lucretia Merces) ได้ออกอุบายระดับแนวหน้า ส่งผลให้หัวหน้าอัศวินราชินีเฟริดที่นำทัพ ได้รับชัยชนะอย่างงดงามในศึกนี้ *อาณาจักรอาเมสใหม่ที่พ่ายแพ้ในการออกรบต่างแดนไปอย่างหมดรูป ทำให้ราชาแห่งเผ่าดัลจา (ダルジャ族) ถูกกลุ่มหัวรุนแรงขับไล่และสูญเสียบัลลังก์ และได้จาลาด (ジャラト) จากเผ่าอิชูวัค (イシュヴァーク族) สืบบัลลังก์แทน
- เนื่องจากไคล์เป็นทหารอาสาสมัครผู้กล้าหาญ ที่สร้างผลงานในสงครามใหญ่และถูกใจเฟริดยิ่งนัก ไคล์จึงได้รับการเสนอชื่อเป็นอัศวินราชินี และเฟริดได้เก็บลีออน(リオン/ Lyon) เด็กที่เจอในระหว่างสงครามมาเลี้ยง
ปีสุริยะศักราชที่ 443 หรือ ปฏิทินพันธมิตรปีที่ 130 หรือ ปฏิทินไฮแลนด์ปีที่ 207[การลักพาตัวราชวงศ์ไฮแลนด์]
- ระหว่างการเดินทางเยี่ยมเยียนราษฎรแถวชายแดนของราชาแห่งอาณาจักรไฮแลนด์และครอบครัว ได้ถูกกลุ่มนักเลงเข้าโจมตี แม้ว่าจะออกข่าวสาธารณะว่าเกิดจากผู้ทรยศต่ออาณาจักร แต่แท้ที่จริงแล้ว เมื่อดูจากอาวุธของนักเลงที่เพียบพร้อม และฝีมือที่ดูเหมือนว่าฝึกอบรมมาอย่างดี จึงเป็นไปได้สูงที่เป็นอุบายของนายกเทศมนตรีเมืองมิวส์
จากการถูกกลุ่มนักเลง เข้าโจมตีนี้ แม้ราชาอากาเรสจะหนีไปได้ แต่ราชินีซาร่าและองค์ชายลูก้า ถูกจับเป็นตัวประกัน ราชินีถูกนักเลงรุมข่มขืน ส่งผลให้ลูก้าเกลียดชังพวกพันธมิตรโจวส์ตัน ฮานได้นำกำลังเข้าช่วยเหลือซาร่าและลูก้า พวกอันธพาลหลบหนีไปได้ เหตุการณ์นี้ทำให้ราชินีซาร่ากลายเป็นคนวิกลจริต และถูกส่งไปพักรักษาตัวที่เคียโร่
- ในช่วงเวลาแถวๆนี้พ่อของริชาร์ด (リヒャルト/ Richard) ผู้ทรมานลูกของตนอย่างรุนแรง ถูกมิวเลอร์ (ミューラー/ Mueller) สังหาร ริชาร์ดเกิดความเคารพต่อมิวเลอร์ จึงเข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทหารรับจ้างรินด์บลูม (リンドブルム傭兵旅団)
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 446 หรือ ปฏิทินจักรวรรดิจันทราแดงปีที่ 217 [เริ่มสงครามชิงบัลลังก์]
- เกิดศึกชิงบัลลังก์ขึ้นโดย เกล รุกเนอร์ ได้ก่อสงครามชิงบัลลังก์ (継承戦争/ Succession War) กับบาลบารอสซ่า รุกเนอร์ (バルバロッサ・ルーグナー/ Barbarossa Rugner) ทางด้านเกลมีจอมทัพที่เข้มแข็งมากมายทั้งครอยซ์ ชมิดช์ และเบอร์เก้น และฉวยโอกาสเข้าตีตอนจอมทัพทั้งหกของบัลบารอสซ่าไม่อยู่ประจำการจนบัลบารอสซ่าเพลี่ยงพล้ำและทิ้งเมืองหลวงหนีไปตั้งหลักที่ป้อมปันนูยาคุต้า (Punnu Yakuta)
- คลาวเดีย ภรรยาของบัลบารอสซ่าได้เสียชีวิตลงในสงครามครั้งนี้
- ด้วยความสามารถของเลออน ซิลเบอร์เบิร์ก และ 6 แม่ทัพใหญ่แห่งจักรวรรดิ ทำให้ฝ่ายบัลบารอสซ่าเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในท้ายที่สุด หลังสงครามนี้ เกออร์ค ไพร์ม (ゲオルグ・プライム/ Georg Prime) 1 ใน 6 ยอดแม่ทัพถือว่าสัญญาลุล่วงไปแล้ว และออกจากจักรวรรดิไป
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 447 หรือ ปฏิทินจักรวรรดิจันทราแดงปีที่ 218 หรือ ปฏิทินพันธมิตรปีที่ 134 หรือ ปฏิทินไฮแลนด์ปีที่ 211 หรือ ปฏิทินเมืองหลวงใหม่ปีที่ 235 [ทินโทรุกรานสกาเล็ตมูน ตรารุ่งอรุณหายสาปสูญ]
- เมืองทินโต้และภาคใต้ของกองทัพพันธมิตร ถือโอกาสที่จักรวรรดิจันทราแดงเกิดสงครามภายใน รวมพลังกันบุกรุกดินแดนของจักรวรรดิจันทราแดง แต่เมื่อปะทะกับจักรพรรดิบาลบารอสซ่าที่ได้บัลลังก์คืน พร้อมด้วย 6 แม่ทัพใหญ่ และเสนาธิการเลออน ซิลเบอร์เบิร์ก จึงต้องล่าถอยกลับไป
- ตระกูลก็อดวิน (Godwin) ได้ค้นพบซากโบราณสถานซินดัล (シンダルの遺跡/ Sindar Ruin) ที่ด้านในเทือกเขาอัสวาล (アストワル山脈/ Ashwal Mountain) ครึ่งปีหลังจากนั้น เกิดเหตุการณ์จลาจลขึ้นที่เขตลอร์ดเลค (ロードレイク/ Lordlake) ตำหนักตะวันออกถูกบุกรุก ส่งผลให้ 1 ในตราที่เป็นสมบัติแห่งราชวงค์ฟาเรน่าหายสาบสูญไป จากเหตุนี้ทำให้ราชินีอัลชูทาร์ทถือครองตราตะวัน (太陽の紋章/ Sun Rune) และใช้พลังของมันทำลายเขตลอร์ดเลค
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 448 หรือ ปฏิทินจักรวรรดิจันทราแดงปีที่ 219 [เหตุการณ์สังการหมู่Kalekka]
- ช่วงสงครามโจวสตัน-สการ์เล็ตมูน Leon Silverberg ได้เสนอให้จักรวรรดิเผาทำลายและสังหารหมู่ที่คาเรคกะ (カレッカ/ Kalekka) ทางชายแดนสการ์เล็ตมูนเพื่อใส่ความพวกโจวสตัน ด้วยความโกรธแค้น ชาวสการ์เล็ตมูนจับอาวุธขึ้นสู้และสามารถขับไล่โจวสตันออกไปได้สำเร็จ เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นฝีมือของฝ่ายพันธมิตร และแมทชู ซิลเบอร์เบิร์ก (マッシュ・シルバーバーグ/ Mathiu Silverberg) ก็แยกตัวจากจักรวรรดิจันทราแดงหลังเหตุการณ์นี้
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 449 [North Windowถูกทำลาย ราชีนีอัลชูทาร์ทสวรรคต]
- หมู่บ้านNorth Windowถูกเนคลอร์ดทำลายและเปลี่ยนผู้คนเป็นซอมบี้ เมืองทั้งเมืองกลายเป็นเมืองร้างที่เต็มไปด้วยสุสานไร้คนเหลียวแลมากว่าทศวรรษ
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 449-450 หรือ ปฏิทินเมืองหลวงใหม่ปีที่ 237-238 [ราชินีLymsleiaปฏิรุปการปกครอง]
- ราชีนีอัลชูทาร์ทArshtat Falenasถูกลอบปลงพระชนม์ ขุนนางตระกูลก็อดวินส์ได้วางแผนสังหารราชินีอัลชูทาร์ท และให้องค์หญิงลิมสเลียร์ (リムスレーア/ Lymsleir) เป็นตัวแทนสืบทอดบัลลังก์ เกิดสงครามซันรูน Genso Suikoden V
- องค์ชาย (王子/ Prince) เสนาธิการลูเครเทีย (軍師ルクレティア/ Lucretia) และ อัศวินราชินีจอร์ก (女王騎士ゲオルグ/ Queen Knight Georg) ได้เป็นศูนย์กลางของกองทัพ ทำสงครามทวงคืนประเทศ และประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือองค์หญิงและปราบมัลสคาล ก็อดวินส์ (マルスカール・ゴドウィン卿/ Maskar Godwin) ต้นตอของสงคราม (เป็นช่วงจบสงครามของภาค 5)
- ในระหว่างสงคราม มิลิช (ミルイヒ) 1 ใน 6 แม่ทัพใหญ่แห่งจักรวรรดิจันทราแดง ได้เป็นตัวแทนเดินทางมาเชื่อมสัมพันธไมตรี ในพิธีราชินีภิเศกของราชินีลิมสเลียร์ หลังจบสงคราม การครองราชย์ของราชินีลิมส์ ถือเป็นโมฆะ
- ราชินีลิมสเลียร์ยังคงครองราชย์ต่อและดำเนินการปฏิรูปการเมืองการปกครองครั้งใหญ่ รวมถึงการเปลี่ยนวุฒิสภาเพื่อให้เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทนมากยิ่งขึ้น
- Anji เบื่อหน่ายการกดขี่ของจักรวรรดิและก่อตั้งกลุ่มโจรสลัดที่ทะเลสาบโทรัน
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 453 หรือ ปฏิทินจักรวรรดิจันทราแดงปีที่ 224 [ก่อตั้งกองกำลังต่อต้านจักรวรรดิ]
- โอเดสซ่า ซิลเบอร์เบิร์ก (オデッサ・シルバーバーグ/ Odessa Silverburg) เป็นศูนย์กลางในการก่อตั้งกองทัพปลดปล่อย (解放軍/ Liberation Army) และเริ่มทำสงครามปลดปล่อย (解放戦争/ Liberation War) หรือที่รู้จักกันในชื่อสงครามตราแห่งประตู(門の紋章戦争/ Gate Rune War) กับจักรวรรดิ
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 455 หรือ ปฏิทินจักรวรรดิจันทราแดงปีที่ 226 [ทีลสืบทอดรูนโซลอีทเตอร์จากเท็ด]
- ทีล (Tir) ได้รับสืบทอดSoul Eaterต่อจากเท็ด (Ted)
- ฐานลับของฝ่ายกองทัพปลดปล่อยถูกพวกกองทัพจักรวรรดิล่วงรู้ และเข้าโจมตี โอเดสซ่า ซิลเบอร์เบิร์กตาย ทีลกลายเป็นผู้นำต่อจากการสนับสนุนของแมทธิว (Mathiu Silverberg) พี่ชายของโอเด็สซ่า เริ่มต้นของสงครามเกตรูน Genso Suikoden
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 456 หรือ ปฏิทินจักรวรรดิจันทราแดงปีที่ 227 หรือ ปฏิทินพันธมิตรปีที่ 143 หรือ ปฏิทินไฮแลนด์ปีที่ 220 [โจวสตันรุกรานสกาเล็ตมูน]
- เนื่องจากการจลาจลภายในจักรวรรดิจันทราแดง เสนาธิการของกองทัพปลดปล่อย แมทชู ซิลเบอร์เบิร์ก ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับทินโต้และเซาท์วินโดวส์ เข้าโจมตีดินแดนทางเหนือของจักรวรรดิ
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 457 หรือ ปฏิทินจักรวรรดิจันทราแดงปีที่ 228 หรือ ปีเริ่มต้นแห่งปฏิทินสาธาณรัฐโทรัน [สิ้นสุดสงครามเกตรูน ก่อตั้งสาธารณรัฐโทรัน]
- ทายาทตระกูลแม็คดอลผู้นำกองทัพปลดปล่อยได้รับชัยชนะในสงครามปลดปล่อย ส่งผลให้จักรวรรดิล่มสลาย จักรพรรดิบัลบารอสซ่าเสียชีวิตพร้อมอำมาตย์วินดี้ที่ราชวังเกร็กมินสเตอร์
- ก่อตั้งประเทศสาธารณรัฐโทรัน โดยมีเรพันท์ (レパント/ Lepant) เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรก (เป็นช่วงจบสงครามของภาค 1)
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 458 หรือ ปฏิทินพันธมิตรปีที่ 145 หรือ ปฏิทินไฮแลนด์ปีที่ 222 [โทรันจู่โจมโจวสตัน]
- หลังจากสาธารณรัฐโทรันปราบจักรวรรดิจันทราแดง เรพันท์ประธานาธิบดีคนแรก ร่วมกับผู้บัญชาการกองทัพ คูวานด้า รอสแมน (クワンダ・ロスマン/ Kwanda Rossman) คาซิม ฮาจิล (カシム・ハジル/ Kasim Hazil) และ โซเนีย ชูเลน (ソニア・シューレン/Sonya Shulen) ได้เริ่มทวงคืนดินแดนทางด้านเหนือ และด้วยแผนการรบอันรวดเร็ว แข็งแกร่ง ส่งผลให้กองทัพเซาท์วินโดวส์พ่ายแพ้หมดท่าและล่าถอยไป และเนื่องจากการไม่ได้รับความช่วยเหลือจากฝ่ายทินโต้ ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างทินโต้และเซาท์วินโดวส์และเหตุนี้ส่งผลให้อาณาจักรไฮแลนด์เริ่มบุกดินแดนของพันธมิตร
- เก็นคาคุตายในปีนี้
ปฏิทินสุริยคติ ปีที่ 460 หรือ ปฏิทินพันธมิตรปีที่ 147 หรือ ปฏิทินไฮแลนด์ปีที่ 224 [สงครามรวบรวมแผ่นดินดูนัน]
- ลูก้า ไบร์ท (ルカ・ブライト/ Luca Blight) องค์ชายอาณาจักรไฮแลนด์ เริ่มโจมตีฝ่ายพันธมิตร และเป็นการเริ่มต้นสงครามเอกภาพแห่งดิวนัน (デュナン統一戦争/ Dunan Unification War) ในสงครามนี้ บุตรชายของเก็นคาคุ ได้ก่อตั้งกองทัพพันธมิตรใหม่ (新同盟軍/ New Allied Army) รวบรวมฝ่ายพันธมิตรเดิมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และได้รับชัยชนะเหนือไฮแลนด์ อาณาจักรไฮแลนด์ถึงคราวล่มสลาย และฝ่ายพันธมิตรใหม่ ได้สถาปนาประเทศสาธารณะรัฐดิวนัน (デュナン共和国/ Dunan Republic) บุตรชายเก็นคาคุผู้ที่ผู้คนคาดหวังว่าจะได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีรุ่นแรกของดิวนัน ได้หายตัวไประหว่างพิธี Genso Suikoden II
ปีสุริยะศักราชที่ 461 [เทเรสได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี]
- เทเรส ไวส์เมล (テレーズ/ Teresa) ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีของสาธารณะรัฐดิวนันอย่างเป็นทางการ ในเวลาเดียวกัน เสนาธิการชูว์แสดงถึงท่าทีที่ต้องการถอนตัวจากตำแหน่งอย่างชัดเจน และก็ได้ออกจากหน้าที่กลับไปเป็นพ่อค้าดังที่ต้องการ โดยผู้ที่รับหน้าที่แทนก็คือคลาอุส (クラウス/ Claus)
- เล็คนาร์ท (レックナート/ Leknaat) ได้ยินข่าวลือเรื่องที่ลุค (ルック/ Luc) เดินทางไปคริสตัลวาลเล่ (クリスタルバレー/ Crystal Valley) โดยลำพัง และได้พาเซร่า (セラ/ Sarah) กลับมา
- ปีสุริยะศักราชที่ 470 [ครบรอบ 50 ปีเซ็กเซ็น]
- ปีสุริยะศักราชที่ 472 [การก่อกบฎ Higheast]
ภายหลังที่ไฮแลนด์ล่มสลายและถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของดูนัน ผู้ปกครองไฮอีสต์พยายามก่อกบฏเพื่อแยกตัวออกจากดูนานอีกครั้งในปี IS472 ด้วยการยุยงของฮาร์โมเนีย แต่ชูก็กลับมาช่วยกองทัพดูนานขับไล่ฮาร์โมเนียออกจากพื้นที่ไฮอีสต์ได้สำเร็จ
- ปีสุริยะศักราชที่ 475 [สงครามทูตแห่งเพลิงครั้งที่ 2]
