The Rugner Family
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
ราชวงศ์รุกเนอร์ เป็นราชวงศ์เพียงหนึ่งเดียวที่ปกครองจักรวรรดิสการ์เล็ตมูนมาตั้งแต่สมัยแยกตัวจากฮาร์โมเนียในปี IS230 หลังเกิดความขัดแย้งภายในขึ้นในฮาร์โมเนีย ขุนพลจันทราโลหิต ครานัค รุกเนอร์ (Kranach Rugner) อดีตแม่ทัพป้องกันรูปันด้าได้รับความช่วยเหลือจากจูเลียน ซิลเวอร์เบิร์กนักยุทธศาสตร์ รวมกำลังคนยึดครองนครศักดิ์สิทธิ์รูปันด้า อดีตเมืองหลวงของฮาร์โมเนียได้สำเร็จโดยไม่เกิดการเสียเลือดเนื้อ และแยกตัวออกมาสร้างเป็นจักรววรดิสการ์เล็ตมูน พร้อมทั้งเปลี่นชื่อรูปันด้าเป็นเกร็กมินสเตอร์ (Gregminster) และใช้เป็นเมืองหลวงของสการ์เล็ตมูนมายาวนานจนถึงปัจจุบัน
ตรากษัตริย์ (Soveriegn Rune) หนึ่งใน 27 รูนที่แท้จริงได้รับสืบทอดภายในราชวงศ์มาหลายยุคหลายสมัย โดยตราได้สถิตย์ในดาบมังกรราชันต์ ดาบประจำตัวจักรพรรดิในแต่ละยุค จักรวรรดิสการ์เล็ตมูนก่อสงครามกับจักรวรรดิกูลูคทางตอนใต้มาต่อเนื่องยาวนานจนกระทั่งกูลูคล่มสลายลงในปี IS309 แต่สงครามก็ยังไม่หมดไปจากสการ์เล็ตมูนไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งกับโจวสตันทางตอนเหนือหรือสงครามภายใน กษัตริย์คาร์นาชได้มอบสิทธิการสืบบัลลังก์ให้แก่มิเชลันผู้น้องแทนเกลผู้พี่ หลังกษัตริย์มิเชลัน สวรรคต บัลลังก์ตกแก่บัลบารอสซ่าลูกชายคนที่หกของมิเชลัน ส่วนพวกพี่ๆอีกห้าคนป่วยตายหมดแล้ว บัลบารอสซ่าจึงต้องสืบทอดบัลลังก์ทั้งที่เคยคิดว่าจะได้ใช้ชีวิตแบบธรรมดาๆ และเกิดศึกชิงบัลลังก์ขึ้นโดย เกล รุกเนอร์ ได้ก่อสงครามชิงบัลลังก์กับบัลบารอสซ่า รุกเนอร์ (Barbarossa Rugner) ทางด้านเกลมีจอมทัพที่เข้มแข็งมากมายทั้งครอยซ์ ชมิดช์ และเบอร์เก้น และฉวยโอกาสเข้าตีตอนจอมทัพทั้งหกของบัลบารอสซ่าไม่อยู่ประจำการจนบัลบารอสซ่าเพลี่ยงพล้ำและทิ้งเมืองหลวงหนีไปตั้งหลักที่ป้อมปันนูยาคุต้า (Punnu Yakuta) คลาวเดีย ภรรยาของบัลบารอสซ่าได้เสียชีวิตลงในสงครามครั้งนี้ด้วย แมทธิว ซิลเวอร์เบิร์ก (Mathiu Silverberg) ได้แนะนำให้บัลบารอสซ่าทาบทาม เลอ้อน ซิลเวอร์เบิร์ก (Leon Silverberg) สุดยอดนักยุทธศาสตร์มาช่วยทำให้สถานการณ์ดีขึ้น และยังได้จอร์จ ไพรม์ (Georg Prime) และจอมทัพเทโอ (Teo McDohl) ที่กลับมาประจำการทันเวลา บัลบารอสซ่ากลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบและสงครามตัดสิ้นเกิดขึ้นที่ป้อมควาบ้าหน้าเมืองเกร็กมินสเตอร์ ในศึกนี้เทโอสังหารชมิดช์และเบอร์เก้นได้ ทำให้ชัยชนะตกเป็นของบัลบารอสซ่าและได้ปกครองจักรวรรดิจนยิ่งใหญ่มั่งคั่งทำให้ผู้คนขนานนามเขาว่า "จักรพรรดิทองคำ"
แต่สงครามก็ยังไม่สิ้นสุดลง ทางโจวสตันนำโดยกองกำลังของเซาท์วินโด้และทินโทบุกเข้าตีพื้นที่ดาน่า เกิดสงครามต่อเนื่องยาวนาน เลอ้อนได้เสนอให้ทำการเผาทำลายคาเล็กก้า แล้วป้ายความผิดให้โจวสตัน ทำให้ชาวเมืองมีกำลังใจฮึดสู้และขับไล่โจวสตันออกไปได้สำเร็จแลกกับความสูญเสียมากมาย
บัลบารอสซ่าให้บาซิล ประติมากรลือนามปั้นรูปปั้นเทพีทองคำขึ้นกลางเมืองเกร็กมินสเตอร์เพื่อระลึกถึงคลาวเดีย อดีตภรรยาเขา ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน วินดี้ (Windy) ได้เสนอตัวเข้ามาทำหน้าที่อำมาตย์ของจักรวรรดิ ซึ่งนางได้มีแผนการตามล่าทรูรูนชิ้นหนึ่งที่อยู่ในดินแดนนี้ บัลบารอสซ่าเห็นความคล้ายคลึงกับคลาวเดียก็เปิดอกต้อนรับเธอโดยไม่สนใจอะไร วินดี้ได้ใช้แบล็ครูนควบคุมจอมทัพมิลิชและควันด้า อีกทั้งใช้กองกำลังในการตามหาทรูรูนที่ซ่อนอยู่ในดินแดนนี้ ส่วนบัลบารอสซ่านั้นจมปลักอยู่กับความสูญเสียมากมายมหาศาลมายาวนานหลายสิบปีโดยเหลือเพียงวินดี้เป็นที่ยึดเหนี่ยวและระลึกถึงภรรยาของเขา หลายๆคนได้สังเกตว่าองค์จักรพรรดิเปลี่ยนไป และคาดกันว่าบัลบารอสซ่าเองก็ถูกวินดี้ใช้แบลครูนควบคุม แต่แท้จริงแล้วพลังของตรากษัตริย์ที่เขาถือครองอยู่ต้านฤทธิ์ของแบล็ครูนได้ ถึงอย่างไรบัลบารอสซ่าก็ยอมทำตามแผนการทุกอย่างของวินดี้โดยไม่สนความผิดชอบชั่วดี สร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนเป็นอย่างมาก จนมีการรวมกลุ่มต่อต้านเพื่อล้มล้างราชวงศ์รุกเนอร์ในที่สุด
ทางจักรวรรดิพยายามกวาดล้างกลุ่มต่อต้านและสังหารอะคิลลิสและโอเดสซ่าผู้นำกลุ่มได้สำเร็จ จนตำแหน่งผู้นำตกอยู่ในมือของ ทีล แม็คดอล (Tir McDohl) บุตรคนโตของเทโอ ทีลรวมกลุ่มคนจากที่ต่างๆทั่วดินแดนสการ์เล็ตมูนรวมทั้งเหล่าจอมทัพที่แปรพักตร์ไปและสามารถเอาชนะกองทัพอสูรของวินดี้ตีเกร็กมินสเตอร์แตกได้สำเร็จ ส่วนบัลบารอสซ่านั้นประจำอยู่ในราชวังตลอดช่วงสงครามโดยไม่สนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ในศึกตัดสิน บัลบารอสซ่าได้ใช้พลังของตรากษัตริย์เปลี่ยนร่างเป็นมังกรทองสามเศียรเข้าสู้กับกลุ่มต่อต้าน แต่ก็พ่ายแพ้ เขาบอกรักวินดี้ สารภาพว่าที่ทำไปทุกอย่างเพราะวินดี้ ก่อนจะกอดวินดี้กระโดดลงจากระเบียงสวนลอยของปราสาทเกร็กมินสเตอร์และจบชีวิตไปพร้อมกัน เป็นอันสิ้นสุดราชวงศ์รุกเนอร์ หลังจากนั้นดินแดนนี้ได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นสาธารณรัฐใช้ชื่อว่าโทรัน มีเลพันท์ (Lepant) อดีตพ่อค้าเป็นประธานาธิบดีคนแรก
