FLOWER ep2

จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

ความเดิมตอนที่แล้ว


--Shiryu 01:14, 8 ตุลาคม 2007 (ICT)

"ฮึ่ม!! ซวยละสิ รู้งี้เก็บสาวๆมาทางนี้สักคนก็ดี"

"เอ็งจะได้ใช้ TRUE MEN Formation อีกใช่มะ? เลิกบ่นแล้วมาช่วยกันสู้เจ้าหมอนี่ดีกว่าน่า ....."

"ถ้าเป็นการ์ตูนต่อสู้โบราณต้องมีคนถ่วงเวลาแล้วให้อีกคนผ่านไปก่อน.....เพราะงั้น ผมจะเสียสละถ่วงเวลาเอง พี่ซาซาไรไปสู้กับฟลาวเวอร์เถอะ!" (เอาเปรียบกันเห็นๆ)

"ข้าประทับใจยิ่งนัก เจ้าช่างเป็นเด็กเปรตนรกถูกใจข้าจริงๆ หากโชคดีเราคงได้พบกันในสัมปรายภพ" แล้วซาซาไรก็วิ่งออกไป......ได้สามก้าวก็เห็นหลอดลอยข้ามหัวมา

"แหะๆ ยันได้สองเทิร์นละเจ๊า!" หลอดนอนฟุบกองตรงหน้าซาซาไร เขาเลยเผลอวิ่งเหยียบเอาโดยตั้งใจ ข้อหาทำตัวมีประโยชน์มาตลอดเรื่อง

"เข้ามาทั้งสองคนเถอะครับ -_- จะรีบเจี๋ยนๆแล้วไปช่วยพี่อุซโซจับสองสาวมายูริ หึหึ"

"โฮ่ย!! ตายเป็นตายฟะ!! กีตาร์เทพ ออกมา!!" ซาซาไรงัดกีตาร์เทพลายมาครอสหอกสามง่าม (ตกลงมันจะเป็นอะไรกันแน่) แล้วบรรเลง La Passione เพลงธีมซุยโคเด็นสองทันที

"น...นี่มัน....ทอนฟากำลังเปล่งแสง!!"

อานุภาพของเพลงนี้ยิ่งใหญ่ไพศาล เกิดแสงสว่างจ้าจับตาไปทั้งตึกชินระราวกับร่างอวตารของรูนหรือพลังของดวงดาวทั้ง 108 มาส่องทางเพิ่มพลังให้แก่้เท็นไคผู้นี้..............

"สุดยอด!!! เยี่ยมไปเลยพี่ซาซาไร คราวนี้.........พลังหมดแหล่ว - -" หลอดลงไปนอนฟุบอีกรอบ ซาซาไรก็หมดแรงข้าวต้มเพราะเลเวลทั้งคู่ไม่พอที่จะใช้เพลงนี้

"กำ ทำไมตูต้องมาเจอไอ้ตัวปัญญาอ่อนสองตัวนี้ด้วยเนี่ย" ซิกฟรีดดีดทั้งสองคนกระเด็นออกนอกตัวตึกทันทีก่อนวิ่งไปสมทบพวกสองสาว เอ้ย! อุซโซ


หลอด ริโอว กับซาซาไรร่วงลงมาเรื่อยๆ "ถ้าเป็นแบบนี้ก็ตกไปตายกันพอดี เห็นทีจะต้องทำอะไรสักอย่าง!!" แล้วหลอดก็คว้ากาละมังขึ้นมา เสียบเข้าที่แขนแล้วกระพือแบบกระหัง ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยอะไร ซาซาไรบรรเลงเพลงวิหกฉิมพลีที่อาจารย์ดนตรีบังคับให้ร้องตอนเด็กๆทำให้ทั้งคู่ลอยขึ้นมารอดจากการโหม่งพื้นได้

"เอ่อ ถ้าทำงี้ได้แล้วทำไมไม่ใช้ตั้งแต่แรกอ่ะพี่ จะได้ไม่ต้องไล่เก็บคีย์การ์ด"

"ตึกชั้นหกสิบขึ้นไปเจาะเข้าจากด้านนอกไม่ได้เลยต้องไล่ขึ้นมาทีละชั้น แต่ถ้าเป็นพวกผู้เล่นที่มีสิทธิในการเข้าถึงชั้นสูงๆถึงจะเข้ามาได้แบบอุซโซนั่นไง เอ้า กลับไปชั้น 65 กันเหอะ"

ทั้งคู่ไต่ขึ้นมาชั้น 65 เหมือนเดิม .....พบอุซโซกำลังบู๊กับทานุกิและน้องเศษไม้อย่างดุเดือด "แหะๆ.....เข้าผิดช่องครับ ขอตัวก่อนละน่อ..." แล้วทั้งคู่ก็ไต่กลับออกไป มาเข้าอีกช่องดีกว่า

"เอ่อ....ไอ้สองตัวนั้นยังไปไม่ถึงไหนเลยเรอะ?"

"ชั้นชินแล้วหละคุณทานุกิ ช่างเหอะ มาช่วยกันยันเจ้าอุซโซต่อเหอะ T T"


หลอดและซาซาไรไต่เข้ามาที่รูที่โดดดีดกระเด็นออกมา พวกเขาได้พบกับห้องประหลาดห้องหนึ่ง "ห้องนี้มันอะไรกันนะ ดูสิมีอะไรอยู่กลางห้องด้วย"

"แรงกดดันจากเจ้าสิ่งนั้นมันพอๆกับตอนที่เจอกับฟลาวเวอร์เลย หรือว่าสิ่งนั้นมัน..........."

แต่ยังไม่ทันได้สงสัยอะไรมากไปกว่านี้ซิกฟรีดก็เข้ามาเจอ "กลับมาได้ไงพวกแกสองคน!? คราวนี้จะดีดให้ไปถึงทินโทเลย ย้าก!!!"


--FLOW 06:44, 8 ตุลาคม 2007 (ICT)

ซิกฟรีดเหวี่ยงดาบคู่ด้วยความเร็วแสง ดาบที่ว่องไวเหมือนเลเซอร์ปิดทางหนีทั้งคู่ได้แต่ยืนรอความหายนะ แต่ในขณะที่ทั้งคู่ได้แต่หลับตารอความตายที่คนเขียนกำลังจะละเลงให้นั้นเอง ปาฎิหารย์ก็บังเกิดขึ้น!!

สิ่งที่อยู่กลางห้องซึ่งมีเป็นผลึกคริสตัลด้านในมีสิ่งที่รูปร่างเหมือนมนุษย์ส่องแสงออกมา แล้วก็มีแรงผลักมหาศาลกระแทกซิกฟรีดกระเด็นออกไปนอกตึก

"โอ้ บร๊ะเจ้าจอร์จทรงมาช่วยลูกช้างแว้วว บร๊ะเจ้าจอร์จจงจาเริ๊ญญญ" หลอด ริโอวรีบกราบไหว้ทันทีโดยไม่ต้องคิดแบบชาวสารขัณท์ จนซาซาไรต้องเอากีต้าร์เฉาะกบาลเรียกสติ

"ดูให้ดีๆเสียก่อนสหายหลอด ไอ้นั่นน่ะมันซากคนต่างหาก ไอ้พวกFFDFมันโรคจิตเรอะไงนะ ชอบสะสมแต่ซากเนี่ย" ซาซาไรเซ็งเล่นแต่มุขนี้ ต่อจากซากเม้งคราวนี้จะเป็นซากอะไรอีกล่ะเนี่ย?

เมื่อซาซาไรพินิจดูซากที่ถูกผนึกอยู่ในผลึกให้ดีๆแล้ว... "อืมม์ มีป้ายชื่อเขียนอยู่ที่แท่นด้วยแฮะ ไอ้นี่มันซากใครกันนะ ทำไมถึงมีพลังมหาศาลแบบนี้ แถม...หน้าตายังคล้ายตูอีกต่างหาก"


--HIKUSAAK-- ตามป้ายชื่อ อ่านว่า ฮิ-คุ-ซัค


".... เฮ้ย นี่มันมัมมี่ของฮิคุซัคงั้นเรอะ! มันมีของแบบนี้ด้วยเหรอฟะเนี่ย เกมนี้มันข้ามเหนือสามัญสำนึกซุยไปแล้วสินะ = ='" (คนอ่านคิดในใจ มันก็ตั้งแต่มีไอ้FFDFแล้วนั่นแหละว้อย)

หลังจากนั้นไม่นาน ฟลาวเวอร์ก็ปรากฎตัวออกมาทันทีเพราะเห็นพลังเมื่อครู่นี้ "บัดซบพวกแกมาเห็นเข้าแล้วสินะ!"

"สต๊อปปุ๋ง ไหนสัญญาบอกว่าจะรออยู่ที่ชั้นบนสุดไงฟะ! กลับไปก่อนไป๊ให้พวกตูไขปริศนาไอ้นี่ก่อน!" หลอดรีบมาประท้วงพร้อมนั่งอดอาหารกดดันรัฐบาลเทย

"หุบปาก! ข้ากลับขึ้นมาเองไม่ได้แพ้พวกแกซักหน่อย แล้วนี่มันก็นอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้แล้ว ล้ำเส้นกันขนาดนี้จะให้ข้าอยู่เฉยได้ยังไง พวกข้าทุ่มเทให้กับการค้นหามันแค่ไหนรู้ไม๊ ข้าไม่ยอมให้พวกแกปลดผนึกเอามันออกมาใช้หรอก!"

ฟลาวเวอร์เร่งพลังทรูรูนที่มือขวาออกมาทันที แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกับตอนหน้าตึก ซากของฮิคุซัคส่งพลังออกมาจากคริสตัล พลังที่รุนแรงนี้ทำให้แม้แต่ฟลาวเวอร์ก็ยังได้แค่ยืนนิ่งเป็นตอไม้เคลื่อนไหวไม่ได้ แล้วก็มีเสียงดังออกมาจากซากของฮิคุซัค

 ผู้เล่นที่สืบทอดพลังของข้าเอ๋ย เจ้าอยากได้พลังหรือไม่ พลังที่จะใช้หยุดยั้งสงครามที่ไม่จบสิ้นนี้

แน่นอนนี่เป็นคำถามของซาซาไรผู้เป็นโคลนนิ่งของฮิคุซัคอย่างไม่ต้องสงสัย

"อยากได้! ได้โปรดมอบให้ข้าที"

หลอดเสือกขึ้นมาทันที ทั้งๆที่ก็รู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ได้ถามแก... ฟิ้ววว~ ~ หลอดจึงโดนพลังของตราวายุเที่ยงแท้ซัดปลิวออกนอกตึกตามซิกฟรีดไป พร้อมกับเสียงของฮิคุซัคตะคอกตามไปว่า

 ยังไม่ถึงคิวเอ็ง! อย่าเพิ่งเจ๋อ!


ตัดกลับมาด้านซาซาไรอีกครั้งคำตอบแน่นอนอยู่แล้วว่าต้องมีเพียงหนึ่ง....

"ถ้าพลังนั้นสามารถทำให้สงครามที่น่าเศร้า(บัดซบ)นี้จบลงได้ ข้าซาซาไรก็จะขอใช้มันหยุด(เอาคืน)FFDFเอง" ซาซาไรตอบตกลง โดยมีวงเล็บเป็นคำพูดในใจไม่ที่ไม่กล้าเปิดเผยเดี๋ยวเรตติ้งตก


เมื่อฮิคุซัคได้ยินดังนั้นคริสตัลที่ผนึกซากเขาไว้ก็เปล่งแสงออกมา คว้างง วูบ แล้วบรรยากาศรอบๆตัวซาซาไรก็เปลี่ยนไป บรรยากาศรอบข้างหยุดนิ่ง ทั้งฟลาวเวอร์ และ หลอดที่กำลังกระเด็น แล้วพวกเขาก็หายไปพลันฉากก็กลายเป็นขาวดำเพื่อความประหยัดงบ...

ซาซาไรได้ถูกฮิคุซัคส่งมาในโลกมิติสีเถ้าเพื่อรับการทดสอบนั่นเอง แล้วตราธาตุเที่ยงแท้ทั้ง5ก็ปรากฎออกมา... นี่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับการทดสอบอะไรกันนะ!?


--Shiryu 09:14, 8 ตุลาคม 2007 (ICT)

โลกที่พวกเจ้ายืนอยู่นี้กำเนิดขึ้นจากพลังสมบูรณ์ของพลังที่แท้จริงทั้งห้า

"โลกที่เราอยู่....มันเกิดจากโปรแกรมของโคนาเม้งไม่ใช่รึ?? ทำไมพวก NPC มันถึงชอบพูดอวดดีนักนะ?" ซาซาไรโดนหัตถ์บร๊ะเจ้าตบกบาล

ช่วยอินกับเกมส์หน่อย เดี๋ยวพ่อดีดกระเด็นออกนอกเกมส์ไม่รู้เรื่องรู้ราวซะนี่
เมื่อธาตุทั้งห้าที่แยกออกมามีเจตจำนงของตนเองตั้งแต่ครั้งอดีตกาลได้กลับมารวมกันอีกครั้งจะเกิดอิทธิปาฏิหารย์

"จะเกิดพลังทำลายมหาศาลทำลายทุกสิ่งทุกอย่างกลับไปเป็นอย่างเดิมงั้นสิ??"

เปล่า มันจะเกิดความว่างเปล่าที่ไร้ขอบเขต สิ่งเดียวที่ทำลายได้ทั้งอัตตาของมิติและกาลเวลาก็คือความว่างเปล่า 
มันจะแผ่ขยายขึ้นอย่างไม่มีจุดสิ้นสุดและพาจักรวาลย้อนกลับไปยังยุคที่ไม่มีโล่และดาบ ไม่มีความมืดและหยดน้ำตาให้กำเนิดดาบและโล่อีก
ทุกอย่างจะเป็นเอกภาพโดยสมบูรณ์ รูนที่เจ้ารังเกียจนักหนาก็จะหายสาปสูญไปด้วย แล้วสงครามก็จะไม่มีอีกต่อไป

"ถ้าเป็นแบบนั้นทุกอย่างก็จบสิ้นอยู่ดี! แล้วมันจะต่างจากสงครามตรงไหน?"

ถ้าอยู่มาหลายร้อยปีแบบข้าเจ้าจะเข้าใจไปเอง โลกนี้มันไม่มีอะไรหรอก ไม่มีอะไรจริงๆ 

แล้วก็เกิดวงแสงขนาดใหญ่ตรงกลางของรูนที่แท้จริงทั้งห้า

ยื่นมือเข้ามาสิ รับความรู้ความทรงจำและกำลังส่วนหนึ่งของเราไปซะ เพื่อเปิดศักราชใหม่ของแผ่นดินนี้

"จะหลอกให้เราเป็นหุ่นเชิดของแกอีกละสิ"

ถูกต้องแล้ว เฮ้ย! ข้าไม่มีพันธะอะไรกับโลกนี้อีกต่อไปแล้วต่างหาก แม้แต่เป้าหมายการรวบรวมทรูรูนทั้ง 27 ที่เคยคิดไว้นั่นก็ด้วย 
แล้วความทรงจำในรูนจะค่อยๆสอนเจ้าเองว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น
เอาเป็นว่า ให้เจ้าเรียนรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในฮาร์โมเนียก่อนไปถึงปลายๆเกมส์ผ่านทางความทรงจำของรูนนี้แล้วกันนะ

แล้วรูนแห่งวัฏก็ปรากฏขึ้นในห้วงมิติ...."นี่เราจะได้สืบทอดรูนของท่านหรือนี่!!"

เปล่า รูนแห่งวัฏก็ไม่อยู่ที่นี่แล้ว ข้าแค่เอารูปมาอวดเฉยๆ พลังที่แท้จริงทั้งห้าเรียกรูนอันหนึ่งที่เคยหลุดไปอยู่ในมิติแห่งกองพันอสูรให้กลับมายังมิตินี้อีกครั้ง รับรูนชิ้นนี้ไปซะ


***Sasarai has got Rune of the Nothingness***


รูนนี้มีพลังในการ"ลบล้าง" ไปทำความเข้าใจเอาเองทีหลังนะ แต่หากใช้มันมากไปเรื่อยๆตัวตนที่แท้จริงของเจ้าจะหายไปเรื่อยๆ

ซาซาไรเข้าใจดี พลังที่ยิ่งใหญ่ย่อมต้องแลกเปลี่ยนกับสิ่งสำคัญ แต่เขาคิดว่าถึงยังไงเขาก็แทบจะหายไปจากโลกอยู่แล้วเลยไม่สนใจเท่าไหร่ หลังได้รูนมาแล้วเลเวลก็เพิ่มเป็น 45 ด้วย

เอาละ กลับไปยังโลกของเจ้าซะ

--FLOW 10:38, 8 ตุลาคม 2007 (ICT)

ฮิคุซัคส่งซาซาไรย้อนกลับมายังโลกเดิม ณ วินาทีก่อนที่จะหายไปในมิติสีเถ้า เมื่อสีขาวดำกลับมาเป็นสี่สีอีกครั้ง เพราะฮิคุซัคเดินไปเสียบสายเป็นช่องNTSC แล้วเหตุการ์ณก็ดำเนินต่อไป...

เมื่อซาซาไรได้สติอีกครั้งก็กลับมายืนตรงหน้าผลึก ส่วนผลึกของฮิคุซัคก็ค่อยแตกสลาย โดยก่อนจะสลายไปหมดก็มีเสียงดังเข้ามาในหัวของซาซาไร

 ร่างที่อยู่ในผลึกนี้เป็นเพียงแค่ร่างโคลนเพื่อใช้เชื่อมต่อกับมิตินี้เท่านั้น ตัวตนของข้าอยู่ในมิติสีเถ้า เจ้าจงตามหาผลึกที่บรรจุโคลนอีกสามชิ้นที่เหลือซะ เพื่อปลดปล่อยความทรงจำและพลังของตราอันนี้...

อุเหม่ทำเป็น ร๊อคแมนเอกซ์ไปได้ ซาซาไรได้แต่นึกในใจ "หาซากอีกแล้วเหรอคร้าบบ...ภารกิจตูจะมีแต่หาซากไปอีกเมื่อไหร่ก๊าาาน"


เมื่อกลับมาก็มีเสียงจากระบบแจ้งขึ้นมาไม่ขาดสาย

  • ผู้เล่นซาซาไรเคลียร์ภารกิจปลดผนึกทรูรูน Nothingness ขั้นที่ 1 ได้รับทรูรูน Nothingness พร้อมเรียนรู้พลังขั้นแรก ได้รับโบนัสค่าประสบการ์ณระดับเพิ่มขึ้นสามขั้นเป็นเลเวล 43
  • ผู้เล่นซาซาไรได้เรียนรู้ความทรงจำแห่งจักรวาล เปลี่ยนอาชีพแบบพิเศษจากนักรบอาถรรพ์เป็น ผู้บรรลเลงเพลงแห่งยุคสมัย ได้รับโบนัสค่าประสบการ์ณ ระดับเพิ่มขึ้นเป็นเลเวล 45
  • ผู้เล่นซาซาไรได้รับไอเทมจากNPCจ้าวพิชิตฮิคุซัค เครื่องสายของผู้บรรเลงเพลงแห่งยุคสมัย(กีต้าร์ตัวใหม่)

"โห อะไรมันจะอัพเกรดกันแบบ ลดแลกแจกแถมรวดเดียวแบบนี้เนี่ย! "หลอดชักเริ่มอิจฉาอยากได้บ้างเสียแล้ว แต่ยังไม่หมดระบบยังคงแจ้งถึงสถานะของซาซาไรต่อไป

  • ผู้เล่นซาซาไรเปลี่ยนอาชีพครบสามครั้งขึ้นไป ยกระดับให้เป็นผู้เล่นระดับสูง โปรดศึกษารายละเอียดสิทธิพิเศษในภายหลัง


"กรอด... พวกแก! ไอ้พวกชุบมือเปิบ มันจะหยามกันมากไปแล้ว!" ฟลาวเวอร์ชูนิ้วขึ้นฟ้าเรียกพลังทรูรูนออกมา "ตั้งแต่เล่นเกมมาข้าเพิ่งเคยโดนลูบคมมากขนาดนี้เป็นครั้งแรก"

มือขวาของฟลาวเวอร์เปล่งแสงปลดผนึกพลังของตราแท้ Parasite Rune รวมตัวกับรูน Thunder มือซ้ายกลายเป็นรูน Thunderga เมื่อเรียกใช้งานทอ้งฟ้าก็ก่อเค้าดำมืดฟ้าร้องฟ้าผ่าขึ้นมาทันที

ส่วนซิกฟรีดที่เอาดาบคู่วายมาหมุนทำเป็นใบพัดบินขึ้นมาเห็นก็ถึงกับช็อค..."แว๊กก ท่านประธานคร้าาาบ~ ใช้รูนนั่นในนี้ท่านจะพังตึกเหรองายคร้าาบ พวกผมยังไม่อยากตายนะคร๊าาบบ"

"หุบปากไปซะไอ้พวกไร้ประโยชน์! สิ้นปีนี้ข้าจะให้พวกแกล้างส้วมทั้งตึกเป็นรางวัลโบนัสปลายปี" ฟลาวเวอร์เรียกฟ้าผ่าฟาดลงที่นิ้วแล้วซัดเข้าใส่พวกซาซาไรทันที

หลอด ริโอวเห็นถึงกับสั่นสะท้านรีบทำตุ๊กตาไล่ฝนอิ๊กคิวซัง หวังให้บร๊ะเจ้าจอร์จช่วยทำให้ท้องฟ้าแจ่มใส แต่กลับกันทางซาซาไรกลับไม่หวั่นเกรง เขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยมกับการรับศึกครั้งนี้พลันหยิบกีต้าร์ตัวใหม่ออกมา สกิล war cry ที่เคยหายไปตอนเป็นคาบัลลิสต์ได้กลับมาใช้งานอีกครั้ง!


ลองเจอกับเพลงนี้หน่อยเป็นไงเจ้าประธาน Kishin Douji ZENKI! เทพอสูรสายฟ้าเซงกิ!

วา~ จูล่า~ ออน ! วา~ จูล่า~ ออน ! วา~ จูล่า~ ออน ! วา~ จูล่า~ ออน ! วาจูล่าออนอ๊ออซ !

คราวนี้ซาซาไรไม่ต้องหาคนฟังเพื่อรับผลของพลังแล้ว ด้วยพลังของอาชีพใหม่ทำให้เขาสามารถเปล่งอานุภาพของเพลงออกมาได้โดยตรง ซาซาไรดึงเอามวลสายฟ้าในอากาศออกมาสร้างเป็นบาเรียต้านสายฟ้าของฟลาวเวอร์ได้ พลังมหาศาลของทั้งคู่หักล้างกลางอากาศถึงกับทำให้ชั้น 65 ที่สร้างมาอย่างแข็งแกร่งถึงกับกระจุยกระจาย...

"เป็นไปได้ไงวะ! สายฟ้าเมื่อครู่นั่นพลังระดับเดียวกับสายฟ้าของตราสายฟ้าเที่ยงแท้เลยนะว้อย!!" ฟลาวเวอร์ยั้วะจัด คราวนี้เร่งพลังเยอะกว่าเดิมดูดฟ้าผ่าลงมาถึงสามสาย

โฮ~ เอ~ โร๊ะ~ เซ๊งกิ~! เซ๊งกิ~ ! วาจูล่าออนอ๊ออซ !

ด้านซาซาไรเองก็ไม่ยอมแพ้เรียกสายฟ้าในชั้นบรรยากาศมาเป็นหัวลูกศร เตรียมยิงแลกหมัดให้ตายกันไปข้าง คราวนี้พลังที่แรงกว่าเดิมถึงสามเท่ายิงปะทะกัน แรงทำลายเล่นเอาตึกโบ๋เปิดรับออกซิเจนไปครึ่งแถบ ส่วนเจ้าม้ากับหลอดสงบศึกกันชั่วคราว กอดกันกลมหลบตัวสั่นอยู่ตรงมุมตึกเกือบเอาชีวิตไม่รอดทั้งคู่...

"ว๊าาก ในเมื่อเมิงมีเซนกิ ตูก็มีนี่ว้อยย ลามู!" ฟลาวเวอร์โดดออกไปนอกตึกเร่งพลังของตรากาฝากถึงขั้นสูงสุด เปลี่ยนสายฟ้าบนท้องฟ้าทั้งหมดให้กลายเป็นอเวตาร์ของตรา Thunderga "ลองดูซิว่าคราวนี้ไอ้เซนกิของแกมันจะช่วยได้อีกไหม๊ห๊ะ!!" หลังจากนั้นก็ชี้นิ้วสั่งลามูทิ้งดิ่งลงไปหาซาซาไร

ว๊อยย วา~ จูล่า~ ออน ! วา~ จูล่า~ ออน ! วาจูล่าออนอ๊ออซ ! อ๊าากก !!!!

แต่ดูท่าคราวนี้ซาซาไรจะต้านไม่ไหวแล้วจริงๆ แม้จะพาวเวอร์อัพขึ้นและมีกีต้าร์ตัวใหม่ก็ตาม แต่ถึงยังพลังในตอนนี้ก็ยังไม่สามารถต้านทานพลังทำลายของเวทระดับทรูรูนได้อยู่ดี


"ในที่สุดก็ต้องใช้มันจนได้สินะ..." ซาซาไรกัดฟันแข็งใจใช้พลังตราแห่งความดับสูญเป็นครั้งแรก!


--Shiryu 22:36, 8 ตุลาคม 2007 (ICT)

..........รูนแห่งความจืดจาง เอ้ย! ดับสูญสำแดงพลัง "LV1 ไร้เวท!!"

ประธานเกิดติดสภาวะบ้าใบ้ พลังของรูนสายฟ้าก็เหมือนถูกผนึกไปด้วย "น.....นี่มันอะไรกัน!!"

"พลังของการลบล้างทำลายอาคมทั้งหมดในพื้นที่นี้ไปแล้ว ....นี่พลังของระดับหนึ่งยังสามารถใช้ต้าน Thunderga ได้เชียวรึนี่!!"

ซาซาไรดีดเพลง We're the champion ฉลอง XD

"ไม่มีเวท..ข้า........ก็เก่งกว่าเอ็งอยู่ดี เลเวลห่างกันตั้ง 25 - -a" ดูเหมือนซาซาไรจะลืมอะไรสำคัญไปหรือเปล่า ว่าแล้วเขาก็โดนประธานวิ่งเอาสันมือมาตบๆ "โอ้ยๆ อย่าทำข้อย!" จากนั้นก็เริ่มร้องเพลงเจ็บนี้อีกนาน หลอดที่ดูดนิ้วยืนดูอยู่รู้สึกว่าระดับการต่อสู้มันตกลงมาฮวบฮาบยังไงไม่รู้ ทำไมต้องให้ไอ้บ้านี่เข้ามาแต่งด้วยฟะ

"หนอย! ถ้าอย่างงั้นเห็นทีจะต้องใช้ไอ้นั่นซะแล้ว!!"

ซาซาไรหายไปจากหน้าจอ ......ราวกับนักบอลหลายๆคนของทีมผีแดงเสียจริง จู่ๆก็หายไปจากเกมส์โดยผู้จัดการทีมไม่ได้ขอมา ทำเอาฟลาวเวอร์ถึงกับตะลึง "หรือว่าเราจะโดนสกิลจืดจางเล่นงานเข้าให้แล้ว!!"

"เยี่ยมไปเลย พี่ซาซาไร!!" หลอดวิ่งเข้าไปจับซาซาไรโยนฉลองที่หลอกตาแก่ฟลาวเวอร์ได้ ฟลาวเวอร์เลยรู้ที่อยู่ซาซาไรว่าแล้วก็วิ่งเข้าไปช่วยหลอดโยนเหวี่ยงซาซาไรกระเด็นออกนอกตึกไปอีกรอบ ....แต่ซาซาไรก็โดนพลังลึกลับดีดกลับมา

เอารูนไปแล้วใช้ดีๆหน่อยสิว้าสาด เดี๋ยวปั๊ดเปลี่ยนไปแจกคนอื่นซะนี่ เห็นว่าแกจืดจางเหมาะกับรูนดีหรอกนะถึงให้

ดูเหมือนจิตบร๊ะเจ้ายังตกค้างอยู่แถวๆนี้แฮะ

"นั่นสินะ ข้าเข้าใจแล้ว คราวนี้เอาจริงหละ!!" ซาซาไรบรรเลง Tough Boy เพิ่มพลังกล้ามตนเองเพื่อเตรียมใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งในปี 90s - -b

"พลังของผู้บรรเลงแห่งยุคสมัยน่ะน่ากลัวมากนะ (เคมากด้วย) เรามาแลกหมัดกันดีกว่า" (เสียงแหบห้าว) แล้วซาซาไรกับ FLOWER ก็เปิดเวทีมวยราชดำเนินชกกันพัลวัน (มันดูดีกว่าตะกี้ตรงไหนฟะ?)

"หึ ถึงข้าจะใช้รูนยิงแกไม่ได้ก็จริง แต่ทำแบบนี้ได้เว้ย!" ฟลาวเวอร์ชาร์จสายฟ้าไว้ที่หมัดแล้วอัดซาซาไรกระแทกกำแพงจนขยับไม่ได้ "ตาย!!" ฟลาวเวอร์เตรียมเข้าชาร์จ

"แค่มือยังขยับได้ก็พอแล้วน่า" ซาซาไรบรรเลงเพลง กอด ของวงแคลชสร้างมือผีมาตรึงขาฟลาวเวอร์ไว้ จากนั้นมือก็เริ่มรัดไปทั่วร่าง .....หลอดคิดว่าหากเป็นสาวๆโดนท่านี้คงจะดีไม่น้อย ไม่รู้บร๊ะเจ้าลงทัณฑ์หรืออะไรแต่สายฟ้าจากรูนของฟลาวเวอร์ผ่าโดนลูกหลงลงหัวหลอดไปหนึ่งที

"เฮ้ย หลอดเว้ย!! ตอนนี้แหละ จัดการฟลาวเวอร์ซะ!!" หลอดลุกขึ้นทันทีสมเป็นแมลงสาปประจำเรื่อง เขาหยิบทอนฟาคู่ใจขึ้นมาเตรียมเผด็จศึก

"ไอ้ซิกฟรีดหายไปไหน มาช่วยตูเร็วๆเว้ย!!" .....ไร้เสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก

"ตาย!! ไปชดใช้กรรมในสถานกักกันคนชราซะ!!" ทันทีที่หลอดวิ่งเข้ามา.....ก็โดนเงาลึกลับเตะออกไป สรุปแล้วจนบัดนี้มันก็ยังไม่ได้โชว์


"ขออภัยครับท่านฟลาวเวอร์ เรามาช้าไปนิด" เอลวาน่าปรากฏตัวขึ้นพร้อม NGB เติร์กอีกคนหนึ่ง "NGB! พาท่านประธานกลับไปที่ห้องซะ เราจะถ่วงเวลาทางนี้เอง" แล้วเอลวาน่าก็ชักปืนคู่ใจออกมา ตอนนี้ซาซาไรหลุดออกจากกรงไฟฟ้าได้แล้ว หลอดก็วิ่งเข้ามาสมทบ

เอลวาน่าสังเกตมือของประธานข้างที่เป็นปรสิตเริ่มมีลูกตายื่นออกมาแบบมิคกี้เรื่องปรสิตเดรฉานดูน่ารักดี ...จะบ้าเรอะ!! "NGB.... ไว้จัดการเจ้าสองคนนี้เสร็จแล้วเราจะตามไปช่วยนะ"

NGB เองก็งง ทั้งที่เขามากกว่าที่จะต้องเป็นฝ่ายลงมาช่วยเอลวาน่าหลังพาประธานกลับไปที่ห้องอย่างปลอดภัย แต่ช่างมันก่อน

หลังประธานโดนลากออกนอกฉากไปแล้วเอลวาน่าก็เปิดศึกกับซาซาไรและหลอด ริโอวทันที

"ด้วยพลังใหม่ที่เราได้มา ถึงขนาดสูสีกับประธาน เติร์กอย่างแกยังกล้ามาสู้กับเราอีกเรอะ?" ซาซาไรเริ่มใช้จิตวิทยาขู่

"เพราะประธานสติแตกตอนเห็นแกแย่งชิงทรูรูนนั้นไปทำให้ใช้พลังไม่มีประสิทธิภาพ แล้วยังถูกผนึกรูนสายฟ้าได้อีกต่างหาก แต่สำหรับข้าไม่จำเป็นต้องใช้รูนหรอกนะ" เอลวาน่าหลอกยากกว่าเติร์กปัญญาอ่อนที่ผ่านมาหลายเท่านัก แล้วการต่อสู้ก็เริ่มต้นขึ้น


--FLOW 11:27, 9 ตุลาคม 2007 (ICT)

ซาซาไรที่เพิ่งบรรลุพลังใหม่มาคราวนี้ต้องเจอกับศึกหนักอีกครั้ง เพิ่งบาดเจ็บหนักจากฟลาวเวอร์ไปยังต้องมารับมือกับเอลวาน่าซ้ำอีก ช่างเป็นที่สะใจของคนแต่งยิ่งนัก

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าพวกโง่! คราวนี้แหละข้าจะให้แกได้เห็นฝีมือของขาประจำฟิคนรกแบบข้า!"

"อย่าดูกันให้มากนักตอนนี้ข้าไม่เหมือนก่อนแล้ว ข้าซาซาไรไม่เชื่อว่าจะล้มแกไม่ได้!"

"อย่าลำพองไปนักเจ้ากีต้าร์ ลูกตะกั่วของข้าหยุดด้วยรูนสั่วๆนั่นไม่ได้หรอกเฟ้ย! ปัง ปัง ปัง ปัง" เอลวาน่าซัลโวกระสุนแบบไม่รอคำตอบ

"ยิงไม่ฟังชาวบ้านชาวช่องอีกแล้ว! นี่แกเรียน รด. ที่พม่ามาเรอะไงฟะ!" ซาซาไรหยิบกีต้าร์ออกมาดีดสร้างคลื่นเสียงอุลตร้าโซนิคเบี่ยงวิถีกระสุนออกข้างหมด

"บัดซบ! กันได้กันไป ลูกปืนข้ามีอีกเป็นกระบุง" แล้วเอลวาน่าก็กระหน่ำต่อไป

"ฮ่า งั้นข้าก็จะกันไปเรื่อยๆ" แล้วซาซาไรก็เกากีต้าร์ต่อไป

แล้วทั้งสองคนก็ยิงกันต่อไปไม่มีอะไรคืบหน้า หลอดที่ยืนดูอยู่ข้างๆก็ได้คติสอนใจจากการต่อสู้ครั้งนี้ว่า...เกมนี้สติปัญญาไม่ได้เพิ่มขึ้นตามเลเวลที่อัพแต่อย่างใด


หลอดจึงคิดจะหยิบเนกิมะขึ้นมานั่งดูกางเกงลิงเซ๊ตจังต่อ แต่เล่ม18ไม่มีเซตจังออกเลยปาทิ้งไป แล้วหันไปหาวิธีขึ้นไปชั้น66แทน

"อ๊ะ! เพดานตรงนี้มีรูโบ๋อยู่ด้วย สงสัยคงเกิดจากตอนที่ประธานซัดกับพี่ซาซาไรแหง" เมื่อเห็นดังนั้นหลอดจึงรีบปีนขึ้นไป

เมื่อขึ้นมาถึงชั้น66 หลอดก็เห็นหีบสมบัติวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด "ว้าว เสร็จโจร ชั้นนี้เป็นคลังสมบัติของ FFDF งั้นเรอะเนี่ย! ไหนลองเปิดดูซิมีอะไรบ้าง"

"อะไรฟะ นี่มันก้อนหินไม่ใช่เรอะ..เอามาใส่หีบทำไมฟะ" หลอดเปิดหีบออกมาดูพบแต่ก้อนหินทุกหีบ

"แต่ถ้าเจ้าพวก FFDF เอามาเก็บไว้ถึงชั้นนี้แสดงว่าต้องขายได้ราคาดีแหงๆ จกไปขายถอนทุนหนี้ไอ้เรวานมันดีกว่า" หลอดจึงเอาปี๊ปของทานุกิออกมา แล้วโกยหินที่อยู่ในหีบใส่ปี๊ปไป


ระหว่างที่กำลังหยิบหินใส่ปี๊ปอยู่นั้นเองประตูทางเข้าก็เปิดออก ซารุ กับ ลูก้าก็เดินเข้ามาจ๊ะเอ๋กับหลอด ริโอวพอดี

ซารุเห็นหลอดกำลังเปิดหีบอยู่ก็ตะลึง "เฮ้ย! นั่นแกจะทำอะไรน่ะ เอาหินพวกนั้นไปคืนที่เดิมเดี๋ยวนี้นยะ"

"โฮะๆ ว่าแล้วไม่มีผิดเจ้าหินพวกนี้ต้องเป็นของมีค่าแน่ๆ" หลอดหัวเราะหึหึ ในความฉลาดของตัวเอง โดยไม่ทันได้นึกถึงฝันร้ายที่กำลังจะตามมา...

"เชือดมันซะลูก้า" ซารุเตะลูก้าเข้าสู่ฉากต่อสู้

"รับแซ่บ" ลูก้าหยิบอาวุธที่จะใช้คราวนี้ขึ้นมา แต๊นน(ทำเสียงแบบโดเรม่อน) วันนี้เสนอตอน "ค้อนตีตุ่น" ต๊ะแด่ววว

"เหวอ! ลูก้าเรอะ ไอ้คนที่เก่งกว่าเอลวาน่าที่อยู่ข้างล่างนี่หว่า เผ่นล่ะ!" หลอดรีบมุดลงหีบไปทันที

"ไอ้ปัญญาอ่อนเอ๊ย ข้าจะทุบให้แบนเป็นกล้วยปิ้งไปทั้งหีบนี่ะแหละ!" ลูก้าง้างค้อนตีตุ่นขึ้นมา แล้วเหวี่ยงลงไปที่หีบสุดแรงเกิด

"กรี๊ด อย่านะลูก้า! ลืมไปแล้วเรอะว่ามันมีหินอยู่ อย่าไปกระตุ้นปฎิกริยาหินพวกนั้น!!!" ซารุหน้าซีดตะโกนสั่งห้ามทันที

"เออใช่ ชิบหายล่ะ!" ลูก้าหยุดมือไม่ทันแล้วค้อนฟาดเข้ากับหีบสุดแรงจนหีบยุบไปครึ่ง


........

คว้างง!! อีกสิบวินาทีต่อมา หลอด ริโอว ก็พังหีบออกมา... แถมยังมาดเปลี่ยนไป พลังเพิ่มขึ้นมหาศาล เหมือนเห้งเจียเพิ่งหลุดออกมาจากเตาโป๊ยก่วย แล้วเสียงจากระบบก็แจ้งขึ้นมายายเป็นหางว่าว...

  • ผู้เล่นหลอดริโอวใช้ Upgrade stone กับตนเอง Stone of Power /Stone of Magic / Stone of Defens / Stone of Mag-Def / Stone of Luck /Stone of Skill พัฒนาทักษะพื้นฐานของร่างกาย

"ตัยหอง!!... หินอัพเกรดที่ไปกว้านหามาทั่วโลก โดนไอ้บ้านี่ใช้อัพเกรดไปหมดแล้ว อีลูก้าฉันจะบอกให้ประธานตัดงบแผนกโซลเยอร์ของแกให้หมด!!" ซารุเอาหีบสมบัติในห้องทุ่มใส่ลูก้าอย่างบ้าคลั่ง

"เอาน่ะ! เจ้าเอลวาน่าใช้สกิลReader digestอ่านความทรงจำยัยผู้หญิงนั่น(เศษไม้)ไปแล้ว ตอนนี้เรารู้จักที่ๆจะไปหาหินอัพเกรดได้ไม่จำกัดแล้ว เดี๋ยวข้าไปหาให้ใหม่น่า"

"อย่ามาแก้ตัวให้เสียเวลา เรื่องนั้นมันหน้าที่ของฝ่ายบริหาร แต่ช่างมันก่อนเถอะแกรีบๆจัดการเจ้าหนูนี่ซะ มันรู้ความลับในการสร้างโซลเยอร์แล้ว เราจะปล่อยมันไปไม่ได้!"


หลอด ริโอวหยิบทอนฟาออกมา "คราวนี้ไม่ง่ายแล้วเฟ้ย! รู้ล่ะการที่โซลเยอร์เก่งกาจเกิน LV ของตัวเองมากมายก็เพราะแบบนี้เองสินะ ถ้างั้นตอนนี้ฝีมือฉันก็ไม่ด้อยกว่าพวกแกแล้วล่ะเฟ้ย!" หลอดที่อัพเกรดตัวเองด้วยหินอัพเกรดไปเพียบ คิดจะเจอกับลูก้าโซลเยอร์ที่เก่งที่สุดในตอนนี้แล้ว!



--Luca 16:22, 9 ตุลาคม 2007 (ICT)

นับเป็นเรื่องบังเอิญอย่างแท้จริงที่อีตาคนแต่งดันนึกครึ้มใจเปิดเข้ามาอ่านพอดี และเป็นความโชคร้ายอย่างที่สุดของหลอด ริโอวที่มาท้าทายลูก้าในเวลานี้ แต่ความซวยเหนือสิ่งอื่นใดของหลอด ริโอวก็คือ "คนแต่งมันชื่อ Luca ก๊ากๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ"

"ฮ่าๆๆๆ ก๊ากๆๆๆ เป็นแค่ฮีโร่กระจอกที่ยังไม่ได้จูนอัพ ต่อให้กินหินไปอีก 2 คันรถก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าหรอก กรั่กๆๆๆ" ลูก้าหัวเราะร่วนอย่างได้ใจจนน่าหมั่นไส้

"ไม่ลองไม่รู้หรอกเว้ย!! ย้ากกกก~" สิ้นเสียง หลอด ริโอวก็ควงทอนฟาพุ่งทะยานเข้าหาลูก้าทันที

"เดี๋ยว ช้าก่อน!!" แต่ลูก้าก็ยกมือห้าม หลอด ริโอวจำต้องเบรคเอี๊ยดก่อนจะถามกลับไป

"ทำไม!!?"

"เพราะมัน.....อะหร่อยมากกก" แล้วลูก้าก็ถูกหลอด ริโอวกับซารุรุมกระทืบข้อหาเล่นมุขปัญญาอ่อนที่มักออนแอร์ทางช่อง 9 หลังการ์ตูน

"พอแล้วๆ เจ็บนะว้อย" ลูก้าพยายามเปลี่ยนบรรยากาศให้กลับมาดูจริงจังอีกครั้ง หลอด ริโอวเห็นดังนั้นจึงยอมถอยกลับไปตั้งหลัก เพราะนานๆ ทีตัวเองจะได้มีบทเท่ห์ๆ ได้โชว์ฟอร์มกับเค้ามั่ง แต่ดูซารุจะติดลมมากไปหน่อยจึงระดมตีหัวลูก้าต่ออย่างเมามันส์ด้วยค้อนตีตัวตุ่นที่ลูก้างัดออกมาเองจนลูก้าต้องแย่งคืน

"ตลกกันพอแล้ว เรามาสู้กันอย่างยุติธรรมดีกว่า" ว่าแล้วลูก้าก็ดีดนิ้วเรียกหาอาวุธสุดยอดที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่ตัวเองจะนึกออกทันที "มาถึงเมืองไทยแล้ว Impulse Gundam อันแสนสุดยอด~"


ดนตรีประกอบกำลังจะดังขึ้น (แต่คนแต่งดันจำไม่ได้ว่าเพลงเปิดของกันดั้มภาคนี้คือเพลงอะไรเพราะยังไม่ได้ดูจึงเปิด Balalaika แทน)


ยังไม่ทันที่ Impulse Gundam อันแสนสุดยอดจะประกอบร่างเสร็จก็ถูกบอลพลังของอุซโซลอยมาจากชั้นล่างจนระเบิดไปซะก่อน (เห้ย!! ทำลิงค์นานนะเฟ้ย!!!) ซารุซึ่งรอโอกาสอยู่แล้วรีบวิ่งเข้าไปสำเร็จโทษลูก้าทันที คราวนี้เป็นข้อหาทำให้ตัวเองตกใจและเผลอเชียร์ หลอด ริโอวเห็นน่าสนุกเลยไปช่วยกระทืบซ้ำ

"พอแล้วๆ เป็นโซลเยอร์ก็เจ็บเป็นนะเฟ้ย มาสู้กันจริงๆ ซะที" ลูก้าบ่นโวยวายพลางคิดในใจว่านี่ตูไปติดเชื้อผู้เคราะห์ร้ายมาจากไหนฟะ

"ใช่ มาสู้กันดีกว่า ฉันจะได้มีบทเด่นๆ ไปอวดยัยเศษไม้มั่ง" ว่าแล้ว หลอด ริโอวก็พุ่งทะยานเข้าหาลูก้าอีกครั้ง


แก๊งงงง!! อาวุธปะทะกัน และเป็นอีกครั้งที่ลูก้าเรียกของเล่นชิ้นใหม่ออกมา


"เหลือเชื่อ!? นั่นมัน!! ซุปเปอร์เฉี่ยวเป่ย!!!" หลอด ริโอวตกตะลึงกับของเล่นชิ้นใหม่ของลูก้าเป็นอันมาก แต่ที่น่าจะตกใจยิ่งกว่าคือลูก้าที่อุตส่าห์ไปงัดเอาอาวุธที่ไม่น่าจะมีใครรู้จักมาแล้วแท้ๆ แต่ตานี่กลับรู้จักซะงั้น

"ถ้างั้นคงรู้ความสามารถของมันใช่ไหมล่ะ" ลูก้าถีบอกหลอด ริโอวออกไปแล้วชาร์จสายฟ้ายิงใส่ทันที แรงระเบิดรุนแรงมากจนร่างของหลอด ริโอวลอยไปถึงชั้นบรรยากาศอีกครั้ง โดนบลูอายส์? ยิงเบิร์ธสตรีมใส่จนปลิวหล่นลงมาที่เดิมเหมือน rep ก่อนเลย แต่ครั้งนี้ต่างออกไป หลอด ริโอวลุกขึ้นมาปัดฝุ่นยืนยิ้มอย่างได้ใจ

"อะไรเนี่ย แค่นี้เองเรอะ กระจอกจริงๆ เลย เนี่ยเรอะโซลเยอร์ 1st กรั่กๆๆ กร๊ากๆๆๆๆ" หลอด ริโอวระเบิดเสียงหัวเราะได้เกรียนมากเมื่อพบว่าตัวเองในเวลานี้ช่างเมพเหลือเกิน เมพยิ่งกว่าที่ผ่านมามากมายนัก ต่อให้ไปนอนฝันอีก 10 ชาติยังไม่รู้เลยว่าจะเมพได้ครึ่งของตอนนี้หรือเปล่า

"บัดซบ!! อาวุธของข้าทำอะไรมันไม่ได้ ข้าไม่ยอม!!" ลูก้าแค้นใจยิ่งนักจึงเรียกอาวุธชิ้นใหม่ Wing Gundam ออกมาแล้วกระโดดขึ้นไปขับเองทันที เนื่องจากรอบแรกให้ชินมาขับแล้วทำผลงานได้น่าผิดหวังมาก

"แย่แล้ว มันต้องยิง Buster Rifle มาแน่ๆ เลย ถ้ายิงลงมาล่ะก็ ตึกนี้ได้กระจุยแน่ๆ" หลอด ริโอวเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์ และเป็นอีกครั้งที่หลอด ริโอวรู้จักอาวุธชิ้นนี้ เนื่องจากตอนเด็กๆ หลอด ริโอวมักจะตื่นมาดูตอน 6 โมงเช้าทางไททีวี ในรายการไออะนิเมะเป็นประจำ

"กรี๊ดดดด หยุดนะ!! แกจะบ้าเหรอ ถ้ายิงลงมาได้ตายกันหมดนะยะ!!" ซารุเริ่มหลุดฟอร์มมากขึ้น

"อย่าห่วงเลย ข้าไม่โง่พอจะใช้ของอันตรายแบบนั้นในที่แบบนี้หรอกน่า" สิ้นเสียงของลูก้าเขาก็กดระเบิดทันที กริ๊ก... "นับถอยหลัง 180 วินาทีเตรียมพร้อมระเบิดตัวเอง...Target Lock..."

"กรี๊ดดดดดด ไม่ยิงปืนแต่จะระเบิดตัวเอง นี่แกเข้าไปขับเพื่อจะระเบิดตัวเองเนี่ยนะ!!! แล้วเวลาตั้ง 3 นาทีเนี่ยใครมันเซ็ตไว้ฟะ ให้เวลาศัตรูวิ่งหนีไปก่อนรึไงยะ" ซารุหลุดฟอร์มโดยสมบูรณ์แบบ เธอรู้สึกผิด สิ้นหวัง ปวดร้าว และเสียใจที่สร้างโซลเยอร์ไร้สมองตัวนี้ขึ้นมา...

แต่ลึกๆ แล้วเธอกลับมองว่าเป็นความผิดของไอ้คนแต่งต่างหาก


--FLOW 17:37, 10 ตุลาคม 2007 (ICT)

เมื่อการต่อสู้เข้าขั้นบั่นทอนปัญญายิ่งกว่า ฮายาชิดะบุกพิภพมัจจุราช...ซารุจึงดำเนินการกำจัดจุดอ่อนโดยเรียกเรือเหาะ(มันเข้าตึกมาได้ไง?)กระแทกไอ้กันดั้มวิงออกไประเบิดนอกตึกเป็นจุลออกไปจากสารบบฟิค พอกันดั้มวิงระเบิดเป็นชิ้นๆก็มีคีย์การ์ดชั้น 67 ปลิวมาเข้าใต้เท้าหลอด

ซารุก่ายหน้าผากคิดถูกหรือเปล่าที่ลงชื่อมาเล่นฟิคนี่ "มีแต่ไอ้พวกสติปัญญาต่ำกว่าปังคุงทั้งน๊าาาน ใครก็ได้ช่วยเอาพวกมันไปป้อนน้ำมันตับปลาที..."

"ช่วยไม่ได้ มา!ฉันจะสู้กับเธอเอง" ซารุหันไปท้าหลอด ริโอว "ต้องเรียกเรตติ้งคืนมาก่อนที่คนอ่านจะหายไปหมด"

"จะสู้กับผมเหรอคร๊าาาบ อย่าดีกว่าม้าางตอนนี้หลอด ริโอวเก่งกว่าเดิมสิบชั่วโครตแล้วนะคร้าาาบ" หลอดทำแลบลิ้นปลิ้นตาถอดกางเกงเอามือตีตูดท้าซารุให้เข้ามา

"ถึงฉันจะไม่เก่งเท่าลูก้า แต่นักประดิษฐ์น่ะมันไม่ได้วัดกันที่ฝีมือการต่อสู้หรอกนะ..." ซารุดีดนิ้วเรียกเกราะชุดเกราะออกมาใส่ "แต่มันอยู่ที่หัวต่างหาก!"

ซารุสวมชุดเกราะจัดจ์เข้าปะทะกับหลอดริโอว (กดเข้าไปดูรูปชุดเกราะได้)


การต่อสู้ยกที่สองเริ่มขึ้น หรือควรจะบอกว่าการต่อสู้เพิ่งจะเริ่มขึ้นมากกว่าดี... หลอดเปิดฉากโจมตีก่อนได้เปรียบ เอาทอนฟาตีเข้าลำตัวซารุจังๆโดนเต็ม แต่...... ไม่เป็นอะไรเลย

"เกราะพวกนี้ทำจากเศษของGolem Killerในซากซินดาร์ที่โอเบล ทนแรงกระแทกเป็นเลิศ เวทก็ทำอะไรไม่ได้ เมเทโอตกลงมาก็ยังนอนได้" ซารุร่ายยาวโปรโมตสินค้าเหมือนอีซาร่าในทีวีควอนตั้ม

"อะไรก๊าาน ก็อัพเกรดแล้วชัดๆทำไมมันยังไม่เก่งเหมือนซาซาไรเสียที คนแต่งมันมีอคติกับตูเปล่าเนี่ย" หลอดชักเริ่มห่อเหี่ยวใจ

หลังจากนั้นซารุก็โทรศัพท์เรียกยานเหาะมาโหม่งใส่หลอดจนกระเด็นหมดสภาพ...

"โทษฐานที่แกบังอาจมาใช้หินอัพเกรดกับตัวเองจนหมด ชั้นจะจับแกมาตุ๋นกับยาจีนกินบำรุงกำลังเสียเลย!" (โอ้ววซารุ ระวังท้องเสียนะจ๊ะ)

"ว๊าาาก อย่ากินผมเลยก๊าาาบ ผมไม่อร่อยหรอกก๊าาบ ปล่อยลูกลิงตัวน้อยๆนี่ไปเหอะคร้าาาบ" หลอดนอนร้องขอชีวิตสิ้นสภาพพระเอกของเรื่อง


ในระหว่างที่หลอดกำลังจะโดนจับลงหม้อตุ๋นนั้นเอง Objection! อ้าว ริงโทนนี่เอง...โทรศัพท์ของซารุก็ดังขึ้นมา

"โมชิ โมชิ(แปลว่าสวัสดี) มีอีหยังบ่!?"

นี่NGBพูดรีบกลับมาที่ห้องประธานเร็วเข้าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว! รีบมาดูอาการท่านประธานเร็วเข้า!

"อะไรกัน มีอะไรเกิดขึ้น...หรือว่า!!" ซารุทำเสียงวิตกสุดขีดแล้วก็รีบนั่งยานเหาะขึ้นไปห้องประธานทันทีโดยทิ้งหลอด ริโอวให้รอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด

"โอ รอดแล้วเรา ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ ถึงทำให้พวกนั้นแตกตื่นกันได้ขนาดนี้" หลอด รีบกระเด้งขึ้นมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราสำเร็จสกิลสำออยในที่เกินเหตุจากคลาสแสดงละครที่บ้านบุเดฮัค


"เฮ้ สหายหลอด ท่านปลอดภัยดีรึ" ซาซาไรกระโดดตามขึ้นมาสมทบ

"ก็แค่เกือบตาย แต่อยู่ดีๆพวกนั้นก็ทำหน้าตาตื่นถอนตัวกลับไปกันหมด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น"

"ทางข้าก็เช่นกัน อยู่ๆเจ้าเอลวาน่าก็เลิกยิงแล้วก็ถอยไปเองดื้อๆเสียงั้น ผิดวิสัยสุดๆ"

ทั้งคู่ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร แต่คงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่ ท่ว่าก็คงทำอะไรไม่ได้เหลือแค่ตอนนี้ที่เป็นโอกาสล่ะ ทั้งคู่จึงรีบไปชั้นต่อไปดีกว่า!



--Shiryu 20:43, 10 ตุลาคม 2007 (ICT)

"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ?" หลอดถามตามธรรมเนียมสคริปต์การ์ตูนน้ำเน่า

"โทรไปถามเฮียสอสิ" ซาซาไรตอบอะไรของมันไม่รู้

"ช่างมันเหอะ จังหวะนี้เรารีบๆหาซากเม้งแล้วเผ่นกันดีกว่าน่า" (คิดว่ามันลืมไปแล้วนะเนี่ย) ทั้งคู่วิ่งขึ้นมาเรื่อยๆ....ชั้น 67 68 69....ซึ่งไม่ได้สร้างไว้ จนในที่สุดก็ขึ้นมาถึงชั้น 70 พบกับอีกสองคนยืนเฝ้าหน้าทางเข้าอยู่....

"พวก FFDF งั้นรึ!? เอาพลังของหินแย่งเขามาไปกินซะ!!" หลอดรีบพุ่งเข้าจู่โจมศัตรู แต่ก็โดนสวนกลับใส่คริปเปิล ครอสเฟสทันที "ยอมแล้วก๊าบๆๆๆๆ" ท่าทางหินที่กินไปไม่ได้เพิ่มความอดทนแต่อย่างใด....

"อ้าว ท่านเศษไม้ แม่นางทานุกิ เหตุไฉนพวกท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?"

"จู่ๆอุซโซก็หลบฉากออกมา พวกเราเลยวิ่งขึ้นมาได้ถึงชั้นนี้ ....หรือว่า...."

"หรือว่า...หน้านี้ใกล้ครบ 100kb แล้ว คนแต่งมันเลยรีบตัดจบ!?" หลอดที่โดนครอสเฟสอยู่เสนอความเห็นขึ้นมาก็โดนทานุกิใส่แองเกิ้ลล็อคซ้ำอีกดอก

"ซารุกับเอลวาน่าก็รีบมาที่ห้องประธานเหมือนกัน ไม่รู้ว่าใช่เรื่องเดียวกันหรือเปล่า?"

"ขึ้นมาห้องประธานเหรอ? แต่อุซโซลงไปข้างล่างนะ?" ทานุกิตอบเพิ่มความงงงวยให้ผู้อ่าน มีแต่ไอ้คนแต่งสองคนที่มันไปคุยเนื้อเรื่องกันหลังไมค์นั่นแหละที่เก็ต "ยังไงก็แล้วแต่ รีบเข้าไปกันเถอะ จะไปยังชั้นใต้ดินได้ก็ต้องผ่านห้องประธานไปนี่นะ แล้วไหนๆซากเม้งอาจจะอยู่ใต้ดินด้วยก็ได้!"

ทั้งสี่คนเปิดประตูเข้ามาก็พบพวกเอลวาน่าและซารุ .........และก้อนเนื้อขนาดมหึมากำลังกัดกินทุกอย่างอยู่


"นี่มันอะไรกัน!!?"

"ผลร้ายของรูนปรสิต ....หากใช้มันมากเกินไปมันจะกัดกินร่างกายและสติสัมปชัญญะของผู้ถือครองไป" เอลวาน่าเปิดแอนโธอธิบาย

"อ๊าก!!! ข้ายังไม่มีบทเลยอย่าเพิ่งกินข้า!!!" NGB โดนปรสิตเคี้ยวกรุบๆ ข้อหาเป็นตัวนำเชียร์ลูเซริน่าตอนโหวตตัวละครหญิง ชิ!

"ท่าทางจะสายไปแล้วหละ ....ท่านประธาน....." เอลวาน่าหันมาถามพวกหลอด "ถึงไฟนอลจะไม่มีสาวแว่นที่น่ารักกว่าซานาเอะ แต่ FFDF จะจบสิ้นไม่ได้ ...ข้าขอให้พวกท่านช่วยข้ากำจัดท่านประธานลงตอนนี้ได้หรือไม่?"


--FLOW 23:09, 10 ตุลาคม 2007 (ICT)

"ตก.." ซาซาไรกำลังจะพูดอะไรซักอย่างแต่ทว่า ......"อ๊าาาาาาาาากส์ เพลสามลดราคาอีกแล้วว้อยยยยยยยย!!" ฟลาวเวอร์แหกปากแล้วพ่นพลังทำลายกองยานเหาะที่อยู่ข้างนอกพังพินาศจนหมด ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวกองทัพเรือเหาะที่แข็งแกร่งที่สุดในเกมก็จบสิ้น ...และวิทยาการเรือเหาะก็หายสาปสูญจากซุยโคยูนิเวิรส์ไปตลอดกาล


ย้อนสโลวโมชั่นกลับมา ณ วินาทีที่ซาซาไรกำลังจะตอบเอลวาน่าอีกครั้ง

"ตก.......กะ... ใจ... โห๊มะ ..เลย" เปลี่ยนท่าทีเอาตัวรอดทันควัน

"ต่อให้พวกเราช่วยก็จะไปสู้ได้ยังไงล่ะ นี่มันความเก่งระดับBig Bossชัดๆ ไปเรียกโซลเยอร์ของพวกเธอมาสิซารุ" ทานุกิบทหายไปนานขอออกโรงหน่อย

"ก็อยากจะทำอยู่หรอก แต่โทรไปไม่รับสายกันซักกะตัว เอาซิมไปโหวตอาคาเดมี่หมดแน่ๆ เดี๋ยวกลับมาล่ะก็น่าดู..!!"


ระหว่างที่กำลังเจรจากันอยู่ เจก็โผล่ออกมาจากลิฟท์มาพอดี ..."อ้าวหวัดดี ไม่ได้เจอกันเสียหลายหน้า"

"ยังจะมีหน้ามาเนียนอีกนะแก แค้นนี้ข้าซาซาไรต้องชำระแน่ฝากไว้ก่อนเถอะ"

"ฝากไปดอกเบี้ยเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยดีนะ ข้าแนะนำว่าไปฝากกองทุนดีกว่า ฮา" เจก็ยังไม่วายปล่อยมุขควาย เก่ากว่าพระเจ้าเหาบนหัวพระเจ้าจอร์จออกมา

"ถึงจะให้พวกเราร่วมมือกัน แต่แค่นี้คิดว่าคงเอาชนะมันไม่ได้หรอก" น้องเศษไม้ยังคงรู้ดีกว่าชาวบ้านอยู่เหมือนเดิม ช่วยเบาแรงคนเขียนได้เยอะ

"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเรามีวิธี" ซารุเสนอแผน... "เราจะใช้ปืนใหญ่จูน่อนยิงมัน รับรองพลังของปืนต้องจัดการฟลาวเวอร์ได้แน่"


แผนนี้ฟังดูเข้าท่าที่สุดทุกคนจึงตกลงรับร่างทันทีแบบไม่ต้องผ่านรัฐสภา

"พวกนายล่อมันไปตรงจุดยิงซะ" ส่วนข้าจะรับหน้าที่อันตรายที่สุดอย่าง "สั่งยิง"เอง ...แล้วเจก็โดนทุกคนยำอีกครั้ง หลังจากห่างมือห่างตีนเพื่อนๆไปนานหลายเรป

"โอยเดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งตื้บข้าเซ่ ที่จริงมีแต่ข้ากับประธานเท่านั้นที่สามารถสั่งยิงปืนใหญ่ได้ต่างหากเล่า" เจพูดโกหกส่งเดชเอาตัวรอดจากบาทาสามัคคี


เมื่อเป็นดังนี้แล้ว การร่วมมือกันครั้งใหญ่ของเหล่าคู่อริก็เริ่มขึ้น ซารุ เอลวาน่า หลอด ริโอว ซาซาไร เศษไม้ ทานุกิ โจรสลัด SF และ FFDF ที่เคยกัดกันกลับเข้าร่วมปาตี้เดียวกันเพื่อรับมือกับบอสใหญ่ของครึ่งแรกแล้ว FLOWERร่างปีศาจดอกไม้ทอง!

"มันอาละวาดไม่แยกแยะอะไรแบบนี้ มีวิธีไหนถึงจะเบนความสนใจมันได้บ้าง" ซาซาไรถามเอลวาน่า

"ไส้กรอกไง! เอาของโปรดประธานมาล่อต้องได้ผลแน่" แล้วเอลวาน่าก็โบกแท๊กซี่ไปเซเว่นซื้อสโมกกี้ไบท์กลับมา "เอ้า แด๊กซะ เด็กดี กิ่วกิ้ว"

"ก๊าาาาซ ไม่เอาไส้กรอกไมโครเวฟ! จาเอาไส้กรอกเพ3" ตูมมม!! เอลวาน่าโดนเหียยบแบนเป็นแผ่นกระดาษปาไปรัส

"ใช้ไส้กรอกไม่ได้ก็ต้องใช้นี่! ไก่ย่าง" คราวนี้ทานุกิไปซื้อไก่ย่างสมุนไพรที่สวนรถไฟมาบ้าง "เอ้า กระเดือกซะ กิ่วกิ้ว"

"ไอ้พวกนี้...ตูไม่ใช่หมานะว้อยยย!!!" แล้วทานุก็โดนจับยัดลงปี๊ปเสร็จไปอีกราย


"เราเสียยอดฝีมือไปถึงสองแล้วในเวลาอันรวดเร็ว! ช่างเป็นการต่อสู้ที่ปัญญานิ่มเสียจริงๆ...." ซาซาไรได้แต่ยืนสลดในบทฝั่งตัวเอง ไปแสดงละครบ้านบุเดฮัคยังดีซะกว่า

"ถ้าใช้อาหารล่อไม่ได้ผล งั้นก็ต้องใช้อย่างอื่นล่อ" คราวนี้ หลอด ริโอว ออกโรงมั่ง

"เอานี่ไปซะเนกิมะ 18 เล่มรวด" หลอดเอาหนังสือเนกิมะ มาวางเรียงเป็นทางล่อฟลาวเวอร์มาตรงจุดนัดยิง

"ใครจะไปซกมกดูแต่กางเกงลิงเซ็ตจังแบบแกฟะ" หลอดโดนถีบไปโคจรรอบดวงจันทร์ ทำให้โลกเกิดเป็นปรากฎการ์ณน้ำขึ้นน้ำลง(ไม่รู้เกี่ยวกันได้ยังไง)

"ตายไปอีกตัว...แถมยังไม่มีอะไรคืบหน้าไปจากเมื่อตะกี๋" ตอนนี้เหลือแค่ ซาซาไร ซารุ และ เศษไม้ สามคนแล้ว


"ทรูรูนไง!ทุกคน" ทานุกิโผล่หัวขึ้นมาจากปี๊ป แม้จะออกจากการต่อสู้ไปแล้วก็ยังทำตัวให้เป็นประโยชน์

"จริงด้วย" ทุกคนลืมไปเสียสนิทว่ามีทรูรูนอยู่ คงเป็นเพราะซาซาไรเริ่มเข้าสู่ภาวะจืดจางไร้ที่ติแล้วเป็นแน่ ขนาดเป็นผู้เล่นชั้นสูงติดรูนแล้วแต๊ๆ - -'

..."ย่าห์ หวังว่าคงจะได้ผลนะ" ซาซาไรใช้รูนแห่งความดับสูญ ปะทะกับฟลาวเวอร์ปีศาจดอกไม้ทอง



--Shiryu 06:25, 11 ตุลาคม 2007 (ICT)

"ย้าก!!! พลังรูนแห่งความดับสูญขั้นสอง............!!!!!" รูนของซาซาไรเปล่งแสงจ้า....

"่เพ่ซาซาไรเพิ่งจะใช้ท่าแรกไป นี่ได้ท่าสองแล้วเรอะ!?" หลอดที่โคจรอยู่รอบดวงจันทร์ส่งข้อความมาถาม

"นี่มันครึ่งเรื่องแล้ว ได้รูนช้าไปนิด เลยต้องปั๊มท่ากันไวๆหน่อย"

"อืม ที่ท่านว่ามาก็มีเหตุผล" หลอดโคจรรอบดวงจันทร์ต่อไป พยายามมองหากระต่าย


"ย้ากกกกกก-!!!" เอ้า แหกปากเข้า ถ้ามันจะทำให้ท่าแรงขึ้นก็แหกปากไปเหอะลูก "ข้า......MPหมดแหล่ว" ซาซาไรลงไปนอนตูดโก่ง เลยโดนฟลาวเวอร์ตบออกนอกคอร์ท เป็นลูกโฮมรันไป

"งั้นเราจะทำไงดีล่ะ?" น้องเศษไม้ปรึกษากับซารุเพื่อขอทำวีซ่าลี้ภัยออกนอกประเทศ

"ไม่ต้องห่วง เราผลิตอีเทอร์มาเยอะ เติม MP ได้เป็นหลอดๆ" ซารุขว้างอีเทอร์รสชาติสถุลกว่าโพชั่น 32 เท่า ยัดปากซาซาไรทันที "นั่นคือพลังเฮือกสุดท้ายของข้า.....ที่เหลือ...ฝากท่านด้วยนะ...." แล้วซารุก็สิ้นลม แต่ไม่มีใครเข้าใจว่าแจกอีเทอร์แล้วมันตายได้ไง

"หึหึหึ นี่คือพลังที่แท้จริงที่ได้จากการสนับสนุนของเพื่อนๆ......" ซาซาไรกลับมาเก๊กท่าเตรียมยิงรูนอีกรอบ


พลังรูนขั้นที่สอง!!! ........."ไร้ความเป็นจริง" (Stairway to the Unreality)

ฟลาวเวอร์ถูกภาพลวงตาหลอกหลอนทำให้เขาคิดถึงครั้งยังเล่นไฟนอลแปดกับเพื่อน......โดยแข่งกันฟันรินอร์ที่ติดกับอาเดลอยู่

ขณะนี้ร่างกายของฟลาวเวอร์ไม่เคลื่อนไหวเพราะจิตหลุดเข้าไปในโลกแห่งความไม่เป็นจริงชั่วคราว "ทุกคน!! จังหวะนี้แหละ ....ส่งมันไปหน้าลำกล้องซะ" เจก็กำลังชาร์จไฟรออยู่พอดี

"ถ้างั้นเรา....ช่วยกันเข็นมันไปละกันนะ" แล้วพวกซาซาไรก็รวมพลังกับเพื่อนๆเข็นฟลาวเวอร์ไปหน้าลำกล้อง ช่างเป็นภาพที่น่าดูจริงๆ "จังหวะนี้แหละ ..........ยิง!!!" กระสุนพลังงานขนาดใหญ่ที่ถล่มบาร์เรียร์เครเตอร์ทางเหนือมาแล้วถูกปลดปล่อยออกมาด้วยพลังมหาศาลจนพวกซาซาไรและคนอื่นๆที่ยืนดูอยู่ถึงกับกระเด็น........!!!


....แต่ฟลาวเวอร์ก็หลุดจากสะกดซะก่อน แล้วเอี้ยวตัวหลบกระสุนด้วยท่าของนีโอ

.............-_-

ทุกคนที่ยืนดูต่างพากันหมดอาลัยตายอยาก

"อ่า....เหลือมุกอะไรอีกมะ?" ซาซาไรหมดมาดผู้นำทันที เขานึกถึงวันเก่าๆอยากหวนกลับไปเล่นกีตาร์หน้าสะพานลอยกับพี่ซาก้าอีกครั้ง


"ฮ่าๆๆๆ มดปลวกต่อให้พยายามแค่ไหนก็ไม่มีวันสู้กับพระเจ้าได้หรอกเว้ย!!!" ฟลาวเวอร์ที่จิตหลอมรวมกับรูนปรสิตเกือบสมบูรณ์เตรียมจัดการส่งทุกคนไปลงฟิคนรก (ก็ลงอยู่นี่ไง) แต่แล้วทุกคนก็เหลือบขึ้นไปเห็นเงาคนกระโดดขึ้นไปเอาสองมือตบกระสุนที่ลอยขึ้นไปบนฟ้ากลับลงมากระแทกฟลาวเวอร์เข้าอย่างจัง "เฮ้ย เดี๋ยวๆๆๆ พวกตูก็อยู่ทางนี้นะเว้ย!!!" พวกเศษไม้ต่างหนีตายกันจ้าละหวั่น พลังทำลายที่ซัดกลับมารุนแรงขนาดฟ้าสะท้านดินสะเทือน เกิดแรงแผ่นดินไหวสั่นไปถึงคานาคาน เกิดฝุ่นฟุ้งตลบปกคลุมชั้นบรรยากาศจนไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน จากนั้นฝนก็ตกลงมายาวนานต่อเนื่องเจ็ดเดือน ไดโนเสาร์ก็เริ่มสูญพันธุ์ (เฮ้ย! ไม่เกี่ยว!!)

"บัดซบ! ไอ้ซิสเตอร์เรย์นี่แรงจริงอย่างที่ประธานมันเคยโม้ไว้จริงด้วยฟ่ะ" ชายคนที่กระโดดไปปัดลูกกระสุนลงมาถึงพื้น .....แม่ชีอุซโซนั่นเอง แขนทั้งสองข้างห้อยร่องแร่งๆเตรียมด้วน

"แก!! ไอ้อุซโซ!! แกกล้าทำแบบนี้กับข้าเชียวเรอะ!!" ประธานที่กำลังโดนไฟลุกท่วมบ่นพะงาบๆหวังตัดเงินเดือน แต่แล้วก็มีคลื่นลำแสงวงจันทร์ขนาดมหึมาราวกับจะผ่าตึกให้ขาดได้แล่นเข้ามาปลิดชีพประธาน แล้วลูก้าก็ปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมดาบกษัตริย์ของโรโตะในมือ "แกสร้างองค์กรได้ถึงขนาดนี้ข้านับถือ แต่ความแค้นที่เล่นกับชีวิตของพวกโซลเยอร์นั่นเป็นอีกเรื่อง ใครจะอยากเิกิดมารองรับความทะเยอทะยานของแกบ้าง" อุซโซกล่าวพร้อมถอดแขนทั้งสองที่ห้อยร่องแร่งทิ้งไป แล้วแขนใหม่ก็งอกขึ้นมาแบบพิคโกโร่

"พลังของรียูเนี่ยนนี่สุดยอดจริงๆ"

ลูก้าพูดต่อ "ฟลาวเวอร์เอ๊ย! แกพยายามกุมอำนาจสูงสุดในซุยโคยูนิเวิร์สโดยพยายามสร้างกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดขึ้นมา และเทคโนโลยีเฉพาะทางต่างๆก็พัฒนาไปมาก แต่จากพลังของทรูรูน แกก็เห็นแล้วนี่ว่าสิ่งที่พัฒนากันมาตลอดมันแทบจะเทียบอะไรไม่ได้กับพลังของพระเจ้าเลย ......แต่พวกเราค้นพบวิธีการไปถึงจุดที่เหนือกว่าความทะเยอทะยานของแกเสียแล้ว.........."


ควันจางลง ฟ้าที่มืดทะมืนแหวกออกเป็นสองทาง ชาโดว์แฟลร์สาดลงมาจากสวรรค์แล้วบิดตัวเป็็นเกลียวสมเป็นฉากปรากฏพระวรกายของมหาเมพเซฟิรอธใน AC ยื่งนัก ในที่สุดโซลเยอร์ในตำนานก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมขี่ม้าซิกฟรีดออกมาอย่างสง่างาม.......

"เอ่อ ไม่ต้องขี่ไอ้ม้านี่ได้มั้ย แกไปไกลๆซะซิกฟรีด ให้ตูเดินเท่กว่า -_-" หลังแอบได้ยินเสียงตกลงอะไรกันเล็กๆคราวนี้โซลเยอร์ในตำนานก็ปรากฏตัวจริงๆ

โฟลว เดินฝ่าเปลวไฟสีดำออกมา


TO BE CONTINUED>>