Chapter 1 : à¸à¸³à¹€à¸™à¸´à¸” Onion Rune,เบื้à¸à¸‡à¸¥à¸¶à¸à¸„วามหลังà¸à¸±à¸™à¹à¸ªà¸™à¹€à¸¨à¸£à¹‰à¸²
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
กษัตริย์หัวหอมนาม SuikoAsLife นี้เป็นผู้สืบทอดตราสัญลักษณ์ที่แท้จริง Onion Rune โดยเป็น 1 ในหลายๆตราสัญลักษณ์ที่แท้จริงซึ่งมีอยู่กี่ชิ้นก็มิอาจทราบได้ ตราสัญลักษณ์ที่แท้จริงจะปรากฏออกมาก็ต่อเมื่อเวลาและบุคคลที่เหมาสมถูกชักนำมาให้พบกันด้วยโชคชะตา ผู้ที่ได้ถือครองจะได้รับชีวิตอันเป็นนิรันดร์แลกกับคำสาปที่มีผลแตกต่างกันไปในแต่ละอัน ว่ากันว่าที่มาของ Onion Rune นั้นมาจากกองหัวหอมในโรงเก็บพืชผลของบ้าน SuikoAsLife เอง ครั้นเมื่อยังเป็นเด็กเล่นซนอยู่โดนกองหัวหอมที่ว่าหล่นทับใส่ เด็กน้อยตกใจร้องไห้ดังลั่นขณะที่กองหัวหอมสูงเท่าภูเขาค่อยๆท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้นก็มีแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นในกองหัวหอมนั้นแสงนั้นพุ่งตรงเข้ามาที่หน้าผากของเด็กน้อยแสงเปล่งประกายสว่างขึ้นกว่าเดิม กองหัวหอมที่กำลังท่วมมิดหัวนั้นค่อยๆลดลงและย้อนกลับไปสู่ที่เก็บตามเดิมเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เด็กน้อยยังคงร้องไห้ต่อไปโดยไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงในตัวเองรวมไปถึงชะตาชีวิตที่ถูกขีดขึ้นใหม่ แม่ของเด็กน้อยวิ่งเข้ามาดูก็ต้องชะงักงันงงกับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของตน ลูกชายสุดที่รักที่ยืนหันหลังให้โดยมีแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างหันกลับมามอง ใบหน้าลูกชายของตนที่เคยรู้จักกลับเปลี่ยนไปละม้ายคล้ายกับสิ่งที่ตนรู้จักอย่างดีนั่นก็คือ……หัวหอม เด็กน้อยหมดสติซบบนบ่าของแม่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น
หลังจากนั้นเด็กน้อยนอนหลับไป 3 วัน 3 คืนยังไม่ตื่น แม่ของเด็กน้อยกระวนกระวายใจคิดไม่ตกว่าทำไมใบหน้าลูกถึงเปลี่ยนไปเป็นหัวหอมและหมดสติไปนานถึงเพียงนี้ เธอได้พยายามตามหาหมอที่เก่งที่สุดมารักษาก็ยังไม่สามารถให้การรักษาได้ แต่ว่ามีอยู่สิ่งหนึ่งที่หมอหลายคนพูดตรงกันคือรอยปานดำที่หน้าผากซึ่งไม่เคยปรากฏที่ใบหน้าลูกชายของเธอมาก่อนเป็นรูปที่ไม่สามารถบรรยายได้ชัดเจนแต่แล้วดูลวดลายช่างน่าขนพองสยองเกล้า เหมือนหัวหอมกำลังลอยได้ ทุกคนต่างให้ความเห็นว่ามันควรที่น่าจะเป็นรูนมากกว่า ความรู้สึกรักลูกชายของตนนั้นแรงกล้าถึงแม้ว่าข้อสรุปที่มีอยู่นั้นจะเป็นเพียงข้อสงสัยเธอก็ไม่เลิกหวังถึงแม้ว่าจะเป็นความหวังอันริบหรี่ก็ตาม เธอจึงได้ตัดสินใจเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากแม่มดผู้ทำนายที่อยู่บนภูเขาท้ายหมู่บ้าน ท่านผู้นั้นเป็นคนแปลกประหลาดโดยผู้ที่ไปขอความช่วยเหลือนั้นจะต้องแลกบางสิ่งบางอย่างกับสิ่งที่ต้องการ ความปรารถนาที่แท้จริงนั้นจะเป็นจริงได้เพียง 1 คำขอเท่านั้นและผู้ที่ไปพบท่านผู้นั้นไม่มีใครจำอะไรเกี่ยวกับที่นั่นได้เลย เบื้องหน้าของเธอนั้นเป็นประตูบานใหญ่ที่มีลวดลายเป็นอักษรโบราณซึ่งเธอเองนั้นก็อ่านไม่ออก เธอเอื้อมมือออกไปสัมผัสที่บานประตูนั้นแต่ยังไม่ทันถึง ประตูบานนั้นก็เปิดออกเองเธอรวบรวมความกล้าก้าวเดินผ่านธรณีประตูเข้าไป ให้หลังนั้นประตูปิดลงภายในมืดสลัวเห็นเพียงแสงของเปลวเทียนเธอก้าวเดินต่อไปจนหยุดลงที่หน้าบันไดที่ทอดยาวขึ้นไปสู่ความมืด ทันใดนั้นมีเสียงหญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นฟังดูน่าครั่นคร้าม “ท่านผู้มาเยือน ถ้าท่านก้าวขึ้นมาบนบันไดนี้แล้วจะถอยกลับไม่ได้ ความปรารถนาอันแรงกล้าของท่านจะต้องแลกกับสิ่งที่ข้าต้องการ จงตัดสินใจให้ดี”
- สิ้นเสียงลงความเงียบก็กลับมาเยือนอีกครั้งในใจของแม่ที่รักลูกนั้นยอมสละได้แม้แต่ชีวิตตนเพียงเพื่อให้ลูกชายตนนั้นฟื้นขึ้นมาเธอตัดสินใจก้าวขึ้นไปบน
บันได ทางเดินที่เดินผ่านมาด้านหลังของเธอนั้นได้หายไปทิ้งไว้แต่ความมืดมิดที่อยู่รอบข้าง ทางเดินนั้นดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดในใจเธอคิดว่า “นี่เราเดินมาไกลเท่าไหร่กันแล้วนะ เราคงคิดผิดที่ดั้นด้นมาถึงที่นี่” เสียงหญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ข้ารับรู้ถึงสิ่งที่ท่านปรารถนา ท่านประสงค์ให้บุตรชายท่านฟื้นขึ้นมาจากนิทรานิรัดร์ใช่หรือไม่” เธอได้เอ่ยตอบไป “ใช่ ท่านเข้าใจถูกแล้ว” ไม่ช้าความมืดมิดนั้นก็เริ่มสว่างขึ้นเธอมองเห็นหญิงตาบอดวัยกลางคนนั่งอยู่เบื้องหน้าด้านหน้าหญิงผู้นั้นมีลูกแก้วส่องแสงอยู่หญิงผู้นั้นเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ข้ามีชื่อว่าเล็คนาร์ท ผู้สังเกตการณ์ความเป็นไปของโลกใบนี้ ความปรารถนาของท่านนั้นข้าทำให้สมปรารถนาได้ เพียงแต่ข้าต้องการสิ่งหนึ่งนั่นคือความทรงจำที่ผูกพันของเจ้าและเด็กผู้ถูกเลือกคนนั้น” แม่ของเด็กชายงงงันกับคำพูดนั้น “ท่านเล็คนาร์ทหมายความว่าอย่างไรที่ว่าเป็นผู้ถูกเลือก?” “เด็กคนนั้นถูกเลือกโดยตราสัญลักษณ์ที่แท้จริงที่มีชื่อว่า Onion Rune ตราสัญลักษณ์แห่งผู้นำที่โดดเดี่ยว การที่เด็กคนนั้นจะฟื้นขึ้นมาได้ต้องละทิ้งความทรงจำที่ผูกพันที่สำคัญและเข้าสู่เส้นทางที่ได้ลิขิตไว้เพื่อผู้ครองตราสัญลักษณ์นั้น” เล็คนาร์ทตอบ “แล้วทำไมต้องเป็นลูกชั้นด้วย ทำไม!?” แม่เด็กชายเอ่ย “เป็นการชักนำของดวงดาวข้าบอกได้เพียงเท่านั้น ชะตาของเด็กคนนี้จะยิ่งใหญ่ในอนาคตอันใกล้นี้ ท่านจงอย่าลืมว่าท่านตัดสินใจก้าวขึ้นมาแล้วไม่มีทางหันหลังกลับไป” สิ้นสุดคำพูดของเล็คนาร์ท
- แม่ของเด็กชายครุ่นคิดทั้งน้ำตาอาบใบหน้าแล้วถามขึ้นว่า “ชั้นจำเป็นต้องลืมลูกชายตัวเองด้วยงั้นเหรอ!?” “ถูกต้องแล้ว สิ่งแลกเปลี่ยนนี้จะได้คืนเมื่อถึงเวลา
อันสมควรทั้งคู่” เล็คนาร์ทตอบกลับ “ลูกรักของแม่....แม่ขอโทษเจ้าที่ทุกอย่างต้องเป็นแบบนี้ ท่านเล็คนาร์ทชั้นพร้อมแล้ว” “ทุกอย่างที่ท่านรู้สึกรู้จักเกี่ยวกับเด็กคนนี้จะหายไปหมดสิ้น ท่านจะมองเด็กคนนี้เป็นเพียงเด็กกำพร้าในหมู่บ้านคนหนึ่งเท่านั้น เด็กผู้นั้นก็เช่นกัน” แม่เด็กชายฝืนกลั้นน้ำตาเอาไว้คิดเพียงแต่ว่าเมื่อถึงเวลาอันสมควรจะได้ความทรงจำนั้นกลับคืนมาอีกครั้งแม้ว่าจะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม “ประตูแห่งกาลเวลาจงเปิดออก จงรับความผูกพันความทรงจำของหญิงผู้นี้และเด็กผู้ถูกเลือกไป ไม่เหลือแม้ความอาดูร จงตอบรับคำขอของข้าตราสัญลักษณ์ที่แท้จริงแห่งประตูกาลเวลา” แสงสีฟ้าสว่างวาบกระทบดวงตาของแม่เด็กชายความทรงจำต่างๆถูกฉายปรากฏออกมาเป็นภาพและกำลังถูกกลืนกินด้วยแสงสีฟ้านั่น จนกระทั่งภาพสุดท้ายที่ปรากฏออกมาคือภาพที่เธอได้อุ้มบุตรชายเพียงคนเดียวที่มีอยู่น้ำตาหยดสุดท้ายได้แห้งไปพร้อมกับภาพที่กำลังถูกกลืนกินไปด้วยแสง เวลาเหมือนกับหยุดเดินไปชั่วขณะแสงสงบลง “คำขอของท่านเป็นจริงตามที่ต้องการแล้ว จงกลับไปที่ที่พำนักของท่านและใช้ชีวิตตามปกติ ส่วนเด็กคนนั้นเราจะรับไว้ดูแลเอง” นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่เล็คนาร์ทไม่ได้บอกไว้ตั้งแต่ต้น เมื่อสิ้นสุดคำพูดนางก็ร่ายคาถาเทเลพอร์ทส่งแม่เด็กชายกลับไปที่บ้านพร้อมกับนำตัวเด็กชายกลับมาดูแล
