The Outlanders ep6

จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

ความเดิมตอนที่แล้ว


--Shiryu 01:09, 3 พฤษภาคม 2008 (ICT)

อุซโซเล่าเรื่องสงครามฝนเลือดที่ผ่านมาให้ซุยโคแอสไลฟ์ฟังโดยละเอียด ดูเหมือนทั้งสองคนต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือฟื้นฟูซุยโคยูนิเวิร์สขึ้นมาอีกรอบ "แต่ยังไงเราก็ต้องมีคนร่วมด้วยมากกว่านี้ก่อน ไม่งั้นยังไงก็ไม่พอที่จะสร้างทุกอย่างกลับมาใหม่แน่ๆ ....คุณอายะก็ไม่อยู่แล้ว"

"ยิ่งไปกว่านั้นคือต้องรวมคนให้มากพอที่จะต่อสู้กับพวกบ่อนทำลายที่ยังคงเหลืออยู่ เชื่อข้าเถอะ พวกวาก้าบอนด์มันยังคงอยู่ในมิตินี้"

จากจุดเริ่มต้นที่มีเพียงแค่สามคนดูยังไงก็ไม่ค่อยจะมีหวัง อุซโซเลยลองหันไปถามเลเวลซีกูลด์ดู เผื่อจะเก่ง

"ข้าเพิ่งเข้าเกมส์มาได้ห้าวัน ....เลเวลสาม" ซีกูลด์ช่างมีสถานะน่าอนาถนัก

"พวกเราสามคนเลเวลรวมกันถึงจะเท่าวาก้าบอนด์คนนึงได้มั้งเนี่ย แถมไอ้พวกนั้นไม่ได้ดีแค่เลเวลสูงด้วย ชักรู้สึกสิ้นหวังยังไงไม่รู้ - -"


"งั้นมาสู้กับข้าซะ"


ซุยโคแอสไลฟ์เรียกซีกูลด์มาสู้ตัวต่อตัวกับเขา ดูยังไงก็ไม่เข้าใจว่าเขาคิดอะไรอยู่ มือใหม่เลเวล 3 ให้ตายก็ไม่มีปัญญาชนะซุยโคแอสไลฟ์ที่เคยนำเอาท์แลนเดอร์ออกตีจนรวมเอาท์แลนด์เป็นหนึ่งเดียวได้

"งั้นจะไม่เกรงใจละนะ ย้าก!!!" ซีกูลด์ชกเข้าไปเต็มแรง!!! ....ซุยโคแอสไลฟ์ลงไปชักดิ้นชักงอแบบละครเวทีสถาปัด "แหงกๆๆๆๆ โอยเจ็บจ้าๆๆๆๆ ข้าแพ้แล้ว พลังของซีกูลด์ช่างร้ายแรงนัก~"

-_____- อุซโซละเหี่ยใจกับการตีบทแตกสุดเหียก


"นี่มันอะไรกันวะ!!?" อุซโซคว่ำโต๊ะอย่างแรงงงง รับไม่ได้อย่างแรงงงงง สักวันจะลากไอ้คนทำระบบมาชำเราให้หนำใจ การฝึกฝนแทบลำบากประดาตายที่ผ่านมาหมดความหมายไปทันใด อายะมารู้เข้าคงน้ำตาไหลพรากๆ

"ไอ้คนเต้นไก่ย่างจนเลเวล 36 อย่างแกไม่มีสิทธิ์บ่นเว้ย แถมเราไม่ได้มีคนแค่นี้หรอกนะ"

แล้วซุยโคแอสไลฟ์ก็เดินไปเขย่าๆถุง พวกคนที่เขาไป recruit ไว้มากมายตกออกมา (ทำอย่างกับขยะสด -___-) "ในเหล่าคนมากมายนี้จะมีเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นแหละที่จะมาร่วมสร้างโลกใหม่เป็นตำนานกับข้า" แล้วกระบวนการคัดสรรค์ก็เริ่มต้นขึ้น เริ่มจากคนแรก....ซิกฟุต

"บร๊ะเจ้าป๊อบบูชา!!!" ...ซุยโคแอสไลฟ์จับซิกฟุตเหวี่ยงลงหน้าต่างไปทันใด

"แรคไหมครับ แรคไหมครับ" ดีแสดถูกโยนลงไปในกองขยะสดทันที

"จะครองโลกก็ต้องรู้จักเก็บเงิน..." ชีลุงถูกโยนเข้าเตาฌาปนกิจ วัดดอนสำเพ็ง

"มุๆๆๆมิ้ๆๆเมี้ยว =w= ลาเมนโต้ โอเช้~" ซึคาเสี่ยวถูกจับเข้าเครื่องปั่นแห้งสามนาที

"ไม่ต้องจับซือจังเข้าเครื่องปั่นแห้งหรอก จับมาไว้ใกล้ๆผมความอบอุ่นก็มากเพียงพอแล้ว" จีนีไอ้ถูกแยกไปไว้กองขยะเผาได้พร้อมแปะป้ายห้ามรีไซเคิล

"ในถุงตะกี้ยอดเยี่ยมไปเลยหละครับ มีทั้งม้า ทั้งติส ลุงชิ แล้วก็จีนี่น่ารักจุ๊บๆ ^^ (อ้อ มีสึกะด้วย - -//)" ซุยโคแอสไลฟ์รีบมัดปากถุงทันทีก่อนไอ้ตัวสุดท้ายจะคลานออกมา


"ใช้ไม่ได้สักคน! พรุ่งนี้ข้าจะออกไปรวบรวมมาใหม่!"

"เอ่อ ไปเก็บมาหยั่งกะขยะสดแบบนี้มันคงได้ตัวเลือกดีๆมาหรอกนะ - - ลองประกาศผ่านเว็บไซต์จัดหางานดูดีกว่านะ" อุซโซยื่นข้อเสนอที่ห่วยพอกัน ซีกูลด์เห็นว่าเอาไอ้รั่วสองตัวมานำเรื่องแบบนี้เรื่องมันคงไม่เดินไปไหน จึงช่วยหยิบยื่นสาระให้ตามแต่จะสมควร

"นอกจากวาก้าบอนด์ก็มีพวกมือปืนรับจ้างกลุ่มอื่นเหมือนกัน ถ้าใช้พวกนั้นน่าจะพอรับมือวาก้าบอนด์ได้"

"หมายถึงเรเนอเกด (Renegade) น่ะเรอะ?" ซุยโคแอสไลฟ์ที่มีบัญชีหนังหมายาวเป็นหางว่าวรู้จักเหล่าผู้เล่นทั้งในและนอกมิติเป็นอย่างดี เรเนอเกดเป็นกลุ่มคนที่รวมตัวกันเดินทางไปหลากหลายมิติเพื่อรับจ้างทำงานเหมือนกับวาก้าบอนด์ ผิดกันแค่วาก้าบอนด์รับจ้างทำลายโลก แต่เรเนอเกดรับจ้างล่าค่าหัว "ถ้าพูดถึงเฉพาะเรื่องการต่อสู้ต่อให้เป็นวาก้าบอนด์ก็ยากที่จะเอาชนะพวกที่ฝึกมาล่าโดยเฉพาะอย่างเรเนอเกดได้ .....มั้งนะ"

"ฟังดูดีเหมือนกันนะ แต่เราจะมีปัญญาจ้างพวกนั้นเหรอ?"

"ฉันไม่คิดจะเสียตังค์จ้างไอ้พวกนั้นหรอก เราจะร่วมงานด้วยผลประโยชน์ร่วมกัน"

อุซโซไม่ค่อยเข้าใจแผนการของซุยโคแอสไลฟ์เท่าไหร่ แต่ดูเหมือนเขาจะคิดเรื่องการร่วมมือกับเรเนอเกดไว้ก่อนที่ซีกูลด์จะเสนอซะอีก


--Shiryu 22:48, 28 พฤษภาคม 2008 (ICT)

พวกซุยโคแอสไลฟ์นั่งเรือเหาะสุดยอดวิทยาการของซุยโคยูนิเวิร์สยุคน้ำมันแพง (ข้างในใส่มุคุมุคุไว้สามสิบตัว) มายังตะวันตกของกราสแลนด์ที่ยังมีคนพลุกพล่านเพราะไม่ได้รับผลกระทบจากสงคราม เนื่องจากช่วงที่จักรวรรดิบุกรุกโลกอยู่นั้น ผู้เล่นเหล่านี้ติดสอบจึงไม่ได้ล็อกอินเข้ามาโดนฆ่าตาย (จะเอาอะไรมากกับโลกเกมส์ออนไลน์ล่ะคุณ)

"เจ๊กระเทยแดงเอ้ย! มารับลูกค้าหน่อยเร็ว!"

สิ้นเสียงเรียกของซุยโคแอสไลฟ์ อาเจ๊ชุดแดงโบ๊ะหน้าหนาเตอะก็แร่ดออกมาจากโรงน้ำชารับออเดอร์ลูกค้า

"ขอน้ำหัวหอมทิงนองนอยที่นึง"

"งั้นเชิญด้านหลังร้านเลยค่าาาา"

ดูเหมือนจะเป็นโค้ดลับที่ซุยโคแอสไลฟ์ใช้ที่นี่ กระเทยแดงพาทั้งสามคนมาด้านหลังร้านมีทางใต้ดินลงไปยังรังลับที่มีเด็กจำนวนมากมายมหาศาล ซุยโคแอสไลฟ์อธิบายให้อุซโซและซีกูลด์ที่เพิ่งมาที่นี่ครั้งแรกว่านี่คือหนึ่งในที่ซ่อนตัวของเรเนอเกด กองกำลังลับที่มีนักฆ่าที่ฝึกมาอย่างดีจำนวนมากมายมหาศาล แล้วซุยโคแอสไลฟ์ก็เริ่มเจรจาธุรกิจ

"เรื่องที่เคยบอกว่าจะให้ช่วยสร้างราชวังหัวหอมที่เอาท์แลนด์ขอยกเลิก เปลี่ยนค่าจ้างเป็นอย่างอื่นแทนได้มั้ย?"

ฟังแบบนี้อุซโซก็เริ่มเข้าใจว่าซุยโคแอสไลฟ์เคยทำงานแลกเปลี่ยนอะไรบางอย่างกับคนกลุ่มนี้

"ได้สิฮ้าาาา ตกลงอยากให้เราช่วยทำอะไรเหรอ?"

"ช่วยกำจัดไอ้พวกนี้ให้หน่อย" ซุยโคแอสไลฟ์ส่งรูปถ่ายวาก้าบอนด์ให้กระเทยแดง แต่ก็ถูกตีกลับในชั่วพริบตา

"จะบ้าเหรอย้าาา!!! ค่าหัวไอ้พวกนี้รวมกันซื้อประเทศๆนึงได้เลยนะ แบบนี้โก่งค่าจ้างกันชัดๆ เดี๊ยนจะฟ้องกรมแรงงาน~"

"ไม่ได้ให้จัดการหมดเฟ้ย แค่กำจัดโมกุริหรือไม่ก็ชีริวคนใดคนหนึ่งก็พอ"

กระเทยแดงยังคงไม่อยากรับข้อเสนอเท่าไหร่

"งั้นก็จัดการสมาชิกที่เหลือสักสองคนไหนก็ได้ ....ถ้าช่วยได้เราแถมซีกูลด์ให้ไปดูเล่นหนึ่งตัว!"

"มันซักผ้าได้รึเปล่า?"

"ซักไม่ได้ แต่มันใช้ทับกระดาษได้!!"

กระเทยแดงดูท่าทางไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ส่วนซีกูลด์พยายามยิงไฟร์บอลใส่ซุยโคแอสไลฟ์แต่อุซโซห้ามไว้

"ช้าก่อน อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ ...หากท่านช่วยงานเราครั้งนี้ แถมให้พิเศษ อุซโซหนึ่งตัว! เอาไปใช้แรงงานกับเรเนอเกดได้ตลอดชีพ!"

"เดี๊ยนเป็นกระเทยแต่ไม่ได้ชอบตูดผู้ชายย่ะ อย่าเหมาเดี๊ยนเป็นสปีชี่ยส์เดียวกับนาโนแตกสิคะ!!"

"อย่าเพิ่งปฏิเสธก่อนได้เห็นสินค้า ~ (เม้งจับอุซโซถอดกางเกง) ขอรับประกันคุณภาพ รูก้นกระชับ! ลีลาน่าพึงใจ! ประกันคุณภาพสามปีแรงดีไม่ตก!! สินค้าจัดส่งตรงถึงหน้าบ้านท่าน!!!"

"ดีล!!!!"

"บาดโซ้บบบบบบบบบ" (เสียงอุซโซ)


การเจรจาประสบผลสำเร็จ กระเทยแดงได้ติดต่อไปยังสำนักงานใหญ่ของกลุ่มเรเนอเกดว่าด้วยเรื่องการหาทางจัดการวาก้าบอนด์โดยร่วมมือกับพวกซุยโคแอสไลฟ์ ส่วนอุซโซคิดว่าจะหาวิธีกำจัดไอ้ซุยโคแอสไลฟ์กับกระเทยแดงทิ้งหลังจากจัดการวาก้าบอนด์ได้แล้ว =v=


อีกด้านหนึ่ง ณ ชายแดนกราสแลนด์-ฮาร์โมเนีย พวกวาก้าบอนด์ถูกผู้เล่นระดับสูงจำนวนมากล้อมอยู่

"พวกนี้อะไรเนี่ย? มีผู้เล่นเลเวลเยอะขนาดนี้เหลืออยู่ในโลกนี้อีกเรอะ?"

อิสอาร์ลหนึ่งในกลุ่มโจรกองนี้พูดขึ้น "เราคืออีนิกม่า กองโจรที่รวมตัวของผู้เล่นที่เก่งกาจที่กำลังออกตามล่าพลังของพระเจ้าที่เรียกว่าทรูรูนที่อยู่ที่ไหนสักแห่งในมิตินี้อยู่ ถ้าได้ครอบครองมัน เราอาจมีกำลังเหนือกว่าใครๆแม้แต่พวกจากมิติที่เข้มแข็งอย่างพวกจักรวรรดิ"

ราวดี้พูดต่อ "แต่ตามหามานานแสนนานก็ยังไม่มีวี่แวว หากได้พลังของพวกแกทุกอย่างคงง่ายขึ้น มาร่วมมือกับเราดีกว่าน่า..."

แบล็คเรนเห็นแล้วส่ายหน้า ชีริวก็รู้ดีว่าพวกนี้ก็แค่เกรียนปิดเทอมที่มีเวลาปั๊มเลเวลแต่ไม่มีฝีมือ "เสียเวลาตอแยกับพวกนี้เป็นบ้า"

"ไม่เสียเวลาหรอกครับ" เยอร์โน่พูดขึ้น "เจ้าพวกนี้คืออีนิกม่า หนึ่งในสี่จุดจบแห่งห้วงมิติเวลา ที่เป็นเป้าหมายการตามล่าของเรา"


"ตามล่าเรอะ!! งั้นต้องให้ดูพวกเราโชว์เมพแล้วจะเปลี่ยนใจ!!!" อีนิกม่านับสิบคนที่ล้อมอยู่ยิงลูกพลังเข้าใส่ แต่อัลคาเชลก็เอามือข้างที่เป็นเกราะเหล็กรับไว้ได้ด้วยมือเดียว

"กลไกของโลกนี้ไม่ได้เรื่อง .....มันถึงได้มีของที่ไม่เข้าท่าที่สุดใน wire world ทั้งสี่อย่างเกิดขึ้นมา อย่างที่หนึ่งคือทางเชื่อมต่อเกรทไชรน์ที่จะลากมิติอื่นพ่วงลงหลุมดำสุดห้วงเวลา อย่างที่สองคือพวกสมองกลวงที่ได้กำลังอันไม่ชอบธรรมไปด้วยคำตัดสินห่วยๆของระบบ แล้วพวกมันก็จะเอาพลังมหาศาลที่ได้มาไปทำเรื่องที่รังแต่จะสร้างความฉิบหายให้กับโลกอื่น .....ไอ้พวกนี้ต้องถูกกระทืบให้ขี้แตกตายให้หมด!"

อัลคาเชลเดินดุ่ยๆเข้าไปกลางฝูงอีนิกม่าขณะที่พวกVagabondคนอื่นจับกลุ่มนั่งกินหมูกระทะกันสบายใจ


"ช่างทางนั้นเหอะ ต่อให้เลเวลพวกนั้นสูงแค่ไหนแต่ถ้าตัวผู้เล่นบ่มีไก๊ก็ไม่มีอะไรน่าห่วงเท่าไหร่ ว่าแต่ได้ข่าวเรื่องที่renegadeกำลังตามล่าพวกเราอยู่หรือเปล่า?" ชีริวเปิดประเด็นขึ้นป้องกันบอร์ดร้าง แต่คนอื่นๆไม่เคยได้ยินชื่อเรเนอเกดมาก่อนทำให้กระทู้มี 0 reply น่าเศร้าใจนัก T^T

"ฉันอธิบายเอง เรื่องราวของเรเนอเกดตอนที่เข้าไปสืบข่าวในเกรทชไรน์ก็พอได้ยินมาบ้าง" แบล็คเรนออกตัววาดแผนผังประกอบคำบรรยายสมฐานะมืออาร์ตระดับพรีเมียมของบอร์ดซุยโคเฟรนด์

"พวกเรเนอเกดประกอบด้วยสมาชิกประมาณ 12-13 คน หน้าที่หลักคือออกรับจ้างล่าค่าหัวทั่วไวร์เวิลด์ ด้านพลังต่อสู้เทียบแล้วพวกมันสู้เราไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้เรเนอเกดน่ากลัวคือโครงสร้างองค์กรที่ไม่มีวันพังทลาย ในสภาวะปกติพวกมันจะแฝงตัวกับฝูงชนเหมือนคนทั่วไป"

ภาพ:Renegade_map.jpg

(กระต่ายสีเหลืองๆคือพวกเรเนอเกดค่ะ)

ภาพ:Renegade_map2.jpg

"แต่เมื่อรับภารกิจ พวกมันจะติดต่อกันด้วยผัสสะเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในระดับโทรจิตจำเพาะ นอกจากพวกมันด้วยกันเองแล้วไม่มีใครดักฟังพวกมันได้ เรเนอเกดมีเครือข่ายตัวสำรองอยู่อีกนับสิบคนเป็นพวกเด็กที่มีความสามารถพิเศษที่พวกมันเลี้ยงกันไว้ หากพวกมันคนใดคนหนึ่งถูกกำจัด สมาชิกคนใหม่จะเข้ามาแทนที่ทันที ต่อให้หัวหน้าถูกกำจัดพวกมันก็หาคนใหม่ขึ้นมาแทนที่ได้ ...ผิดกับพวกเรา... ถึงวาก้าบอนด์จะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ถ้าเราเสียโมะซังไปทุกอย่างก็จบ"


"เพราะพวกเราจะไม่มีพลังในการเดินทางข้ามมิติอีกต่อไป" เยอร์โน่พยายามมีบท

"ถูกต้อง ทุกคนเห็นโครงสร้างของพวกมันแล้วคิดว่าไงกันบ้าง?"

"ข้าคิดว่าเจ้ากระต่ายนั่นดูเหมือนแมวมากกว่า...." ชีริวเสนอความเห็นไม่ทันจบก็ถูกแบล็คเรนจับใส่เยอร์มันซูเพล็กซ์คอเดี้ยง ไม่สามารถไปงานโอโตยะเมะได้

อัลคาเชลลากถุงมือเหล็กเปื้อนเลือดกลับมาหาคนอื่นๆหลังจัดการพวกอีนิกม่าตายเกลี้ยงแล้ว "เราทำลายเรเนอเกดไม่ได้ แต่พวกมันก็ไม่มีทางเอาชนะเราได้เหมือนกัน (เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะเราเมพไงครับ lol) ....อย่าไปสนใจเลย ศัตรูที่เราต้องกำจัดจริงๆก็มีแค่จุดจบของห้วงมิติเวลาทั้งสี่เท่านั้นแหละ"

"ก็ว่างั้นแหละ ตัวที่สามที่ต้องกำจัดทิ้งคืออะไรเหรอ?" แบล็คเรนหันไปถามเยอร์โน่

"ขอทานครับ ขอทานในคาเลเรียคนนึง"

"ต่อไปจะต้องสู้กับขอทานเนี่ยนะ?"

"อย่าดูถูกพลังของความปรารถนานะครับ ศึกครั้งต่อไปพวกเราอาจจะต้องตายกันหมดก็ได้"

"........." พอได้ยินเยอร์โน่พูดแบบนี้คนอื่นๆก็เหมือนจะรู้ว่าศัตรูคนต่อไปของพวกเขาคืออะไร

แล้วพวกวาก้าบอนด์ก็เดินทางไปยังตะวันออกของกราสแลนด์...


ส่วนทางด้านอุซโซ....กำลังไล่จับเพนกวิน

"คนแต่งลำเอียงกันเห็นๆเลยนะครับเนี่ย ทำไมทีตอนตัวโกงมีบทมันดูดีจังล่ะครับ -*-" อุซโซรู้สึกอนาถใจ เลเวลห้าสิบกว่าแต่วิ่งไล่เพนกวินไม่ทัน

"พวกมอนสเตอร์แถวนี้กำจัดไม่ได้ง่ายๆแน่ มันไม่ใช่เพนกวินธรรมดา มันเป็นเพนกวินเขตร้อนที่กินสตาเลี่ยนเป็นอาหารหลักทำให้มันว่องไว"

"ถ้าสร้างโลกขึ้นมาใหม่ อย่าได้อุตริยัดมอนสเตอร์โปรไฟล์อุจาดจิตแบบนี้มาเชียว =v= /me จดๆ...ว่าแต่กลางทะเลทรายแบบนี้ใส่เพนกวินเข้ามาได้ไงวะ!!?" หลังฟังคำอธิบายของซีกูลด์ อุซโซก็จดรายการแก้เกมลง commod box ที่กล่องเต็มจนปลิ้นเป็นสการ์เล็ตมูนแล้ว

"เลิกบ่นซะ ต่อให้ได้เรเนอเกดเป็นพวกเราก็ยังต้องหาเพื่อนเพิ่มแล้วก็เพิ่มเลเวลพวกเรากันก่อน จะได้มีอำนาจต่อรองมากขึ้นอีกนิด ไม่งั้นแกได้ตกเป็นทาสเรือนเบี้ยอีนังกระเทยแดงตลอดชาติแน่"

"ที่เป็นแบบนี้เพราะใครมันเสนอข้อเสนอบัดซบแบบนั้นล่ะฟะ -*-"

"…….แต่ก็มิได้นำพา"

อุซโซกระโดดกระทืบซุยโคแอสไลฟ์แทนเพนกวิน ทำให้เพนกวินบินหนีไป~


"เลเวลเรายังไม่พอที่จะกำจัดมอนสเตอร์ร้ายกาจแบบนั้น ไปหาตัวเชือดง่ายๆกว่านี้หน่อยดีกว่า" พวกซุยโคแอสไลฟ์เดินต่อมาอีกสักพักก็พบมอนสเตอร์จอร์ดี้เผ่าเป็ด

"อ่าฮ่า!! ปล่อยข้าจัดการเอง!!!" พอเห็นตัวท่าทางกระจอกซุยโคแอสไลฟ์ก็พุ่งเข้าหาคนแรก

  • จอร์ดี้ปล่อย Ice Pillar x3
  • ซุยโคแอสไลฟ์ติดสภาวะ Frozen
  • ซุยโคแอสไลฟ์ถูกส่งไปวางขายที่ฮาเก้นดาซ ให้พวกเด็กๆเข้าไปกินกัน

"เฮอะ! กระจอกสิ้นดี กะอีแค่เป็ดตัวเดียวข้าจะโชว์ฝีมือจัดการมันในหนึ่งเทิร์น!!" อุซโซออกตัวมองหาจุดดับด้วยสุดยอดสกิลที่เขาภาคภูมิใจ...

  • จอร์ดี้เต้นระบำเป๋าฮื้อ
  • อุซโซติดสภาวะเมาหมาเลียตูด
  • อุซโซวิ่งเข้าไปสู้กับตู้ "กลางทะเลทรายมีตู้ได้ไงฟะ?!"
  • อุซโซถูกประตูตู้ดีดกลับ
  • อุซโซ K.O.

(สองผู้เล่นสุดแกร่งนอนตูดโก่งน่าอนาถใจ)

"อา...ซีกูลด์....เราฝากความหวังไว้กับแกแล้วนะ ถ้าแกตายเราก็เกมส์โอเวอร์กันยกทีม" (อุซโซเริ่มคิดในใจว่าเกมส์โอเวอร์ไปตั้งแต่ตอนสงครามยังจะดูดีกว่ามั้งน่ะ =A=)

"อย่าห่วงเลย เห็นบทนำเห่ยๆแบบนั้นแต่ผมไม่กระจอกนะครับ" ซีกูลด์หยิบตำรามนต์ดำขึ้นมาแล้วร่ายคาถาแฟลร์เผาจอร์ดี้กลายเป็นเถ้าถ่าน

"โอ้ววว สมเป็นซีกูลด์ที่ท่านซุยโคแอสไลฟ์เลี้ยงดูมาจริงๆครับ พลังเวทย์ของหมอนี่ร้ายกาจสมตำแหน่งจอมเวทย์ในตำนานทีเดียว" ซุยโคแอสไลฟ์เปลี่ยนมารับบทผู้บรรยายเฉยเลย

"ครับ แต่จอร์ดี้น่าจะมีก๊อกสองให้สมเป็นมอนสเตอร์ที่สามารถเอาชนะพวกเราสองคนได้อยู่" อุซโซร่วมด้วยช่วยบรรยายอีกคน ขณะตักไอติมซุยโคแอสไลฟ์เข้าปาก

จอร์ดี้เติมพลังงานด้วยถัง E แล้วเข้ามาสู้อีกครั้ง

"แย่ละสิ! เจ้านี่ไม่ใช่มอนสเตอร์ธรรมดา มันร้ายกาจกว่าเพนกวินตะกี้เสียอีก!!" ซุยโคแอสไลฟ์พากย์ต่อทั้งที่ถูกกินจนเหลือแต่หัว

ซีกูลด์จึงจำต้องใช้คาถาต้องห้าม คาถาไฟขั้นสูงสุดที่รุนแรงกว่าแฟลร์.... "ริคแฟลร์!!"

ริคแฟลร์วิ่งออกมาจับจอร์ดี้ใส่ฟิกเกอร์โฟร์เล็กล็อคลงไปดิ้นพราดๆ แต่จอร์ดี้ก็ไม่ยอมแพ้งอกขาออกมาอีกสี่ข้าง ทำให้ซีกูลด์ต้องเรียกเดวิดแฟลร์ และซาร่าแฟลร์ ลูกชายและภรรยาของริคแฟลร์ออกมาช่วยกันล็อคขาจอร์ดี้จนสิ้นใจในที่สุด เป็นการปราบศัตรูสุดแกร่งเพื่อโชว์เทพของซีกูลด์ "มันเทพตรงไหนวระ!!?" (เสียงอุซโซตะโกนมา)

พอเห็นแบบนี้ซุยโคแอสไลฟ์ก็นึกขึ้นได้ว่าถึงจะเพิ่งเข้าเกมส์มาแต่ซีกูลด์ก็เคยเล่นซุยโคยูนิเวิร์สมาก่อนอย่างน้อยสามหนแล้ว ประสบการณ์เพียบ

"เทพในโลกออนไลน์มีอยู่สองประเภท พวกที่ว่างมานั่งปั๊มเลเวล กับพวกที่เทพมาตั้งแต่จุติ ...พอดีผมเป็นพวกหลังน่ะ" ซีกูลด์เริ่มนิสัยชอบแบ่งคนเป็นสองประเภท แต่กว่าจะเท่แบบในแชปเตอร์ไพเรทคิงคงต้องฝึกอีกสักสามสิบสองศตวรรษ

  • ซีกูลด์สามารถปราบจอร์ดี้ได้ ได้ประสบการณ์เพิ่มเป็นเลเวล 45
  • ซีกูลด์ได้ครอบครองคฑามหาเวทย์ Invincible Sky
  • ซีกูลด์ได้พลังสกิล Avartar สามารถจำลองข้อมูลสถานะของผู้เล่นที่มีในระบบหนึ่งคน
  • ซีกูลด์ได้ Platinum ID card เข้าออกได้ทุกดันเจี้ยนในโลก

"ไอ้นี่มันเป็ดหรือเอเมอรัลด์เวพอนฟะ!!!" อุซโซคว่ำโต๊ะอย่างแรงงงงง ว่าแล้วก็จดรายการด่าไอ้คนสร้างเกมส์ลงคอมมดบ็อกซ์อีกยี่สิบฉบับ

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น!! ....จอร์ดี้ที่นอนพะงาบๆพูดกับซีกูลด์

"เจ้าเก่งกาจมากจริงๆ แต่ก่อนอื่นข้ามีอะไรจะบอกเจ้า จริงๆแล้วข้าคือพ่อของเจ้า..."

ซีกูลด์กด skip ฉากคุยทันทีแบบไม่สนใจคีย์สุดยอดของเนื้อเรื่อง "หือ? ตะกี้เป็ดมันพูดอะไรด้วยเหรอครับ? =v= ผมไม่เห็นได้ยินอะไรเลย"

ส่วนอุซโซเริ่มปาหมอนใส่คนแต่งไม่หยุด คนแต่งจึงถูกลากไปสงบสติอารมณ์ก่อนเนื้อเรื่องมันจะมั่วไปกว่านี้


--Shiryu 14:17, 4 มิถุนายน 2008 (ICT)


หลังขุนเลเวลสำเร็จ (มันสำเร็จตรงไหนฟะ?!! << อุซโซโวยมา) พวกซุยโคแอสไลฟ์ก็เข้ามาในคาเลเรียเพื่อหาเพื่อนเพิ่มเติม ใครได้เข้ามาเป็นพวกในช่วงขาดแคลนตัวละครแบบนี้รับรองเกิดได้ง่ายดาย (เหมือนบอร์ดเราตอนนี้ ตึ่งโป๊ะ!!) เพราะงั้นจึงจำเป็นต้องคัดเมมเบอร์ที่คาดหวังได้ว่าจะสามารถอยู่ยืนระยะได้ยาวนาน ...ว่าแล้วก็หันไปเห็นไอพอนกำลังไล่จับหนูกินอยู่ข้างท่อน้ำพลางตะโกน "ขอดูขอดูขอดูขอดูขอดูขอดูขอดูขอดูขอดู"

"ยินดีด้วย เจ้าคือหนึ่งในผู้ที่ข้าเลือกให้มาเป็น 108 ดารา จงใช้ความสามารถของเจ้าเพื่อทำให้ข้าผงาดฟ้า~"

"ขอดู" ไอพอนตอบไม่รู้เรื่องแต่ซุยโคแอสไลฟ์ก็โปรโมทเว็บต่อไปไม่หยุดยั้ง

"สิ่งที่วาก้าบอนด์ทำกับโลกของเรานั้นเลวร้ายยิ่งนัก เราไม่ปล่อยให้มันทำตามใจชอบอีกต่อไปแล้ว สงครามหลังจากนี้คือการล้างแค้น!!"

"ชอบดูซ่อน"

อุซโซชักไม่อยากได้ไอ้ตัวแบบนี้เข้ามาในกลุ่ม "เม้งครับ ก่อนชักชวนเพื่อนเราใช้สติปัญญาพิจารณาสักนิดได้ไหมครับ"

"พวกเรารวบรวมคนเก่งที่มีจิตใจรักซุยโคเด็นจากทุกสารทิศ โลกที่กำลังจะสร้างต่อไปนี้จะยิ่งใหญ่กว่าโลกที่ผ่านมาทั้งสามโลก ข้าจะสร้างโลกที่แม้แต่จักรวรรดิก็ไม่มีปัญญาบุกมาทำลายได้"

" :D " ไอพอนยิงคอมเมนท์กากไม่หยุดยั้ง

"ดังนั้นจงอย่ากังวลอะไรเลยสหายข้า จงเดินตามเส้นทางที่ข้ากำลังจะสร้างขึ้นมาอย่างเชื่อมั่นเถิด"

"ดูดู๊ดู"

"ตกลงเจ้ายอมเข้าเป็นพวกเดียวกับข้าแล้วสินะ โอ้วววเยส!! กุ recruit คนได้แล้วววว"

  • ipon has joi….. //แปร้ด!!

อุซโซกระทืบไอพอนตายอนาถขี้แตกเรี่ยราดเพื่อป้องกันไม่ให้ลากไอ้ตัวแบบนี้เข้ามาในเนื้อเรื่องอย่างสุดความสามารถ แต่ยังไม่ทันไรเหลือบไปอีกทีก็เห็นซุยโคแอสไลฟ์กำลังชวน kumamon สมาชิกผีอีกคนเป็นพวกอยู่ "อะไรนะ? เจ้าเข้ามาเป็นปลิงสูบไฟล์ครบทั้งหกกระทู้โดยไม่ตอบกระทู้อื่นงั้นรึ? ทำได้ดีมาก!! ข้าต้องการพลังของเจ้ามาช่วยในการกอบกู้โลก..." //แป้ะ!! โดนอุซโซกระทืบตายไปอีกคน ...แต่เม้งก็วิ่งไปชวน jeep สมาชิกผีอีกคนเป็นพวกต่ออย่างรวดเร็ว อุซโซเลยต้องรีบเข้าไปล็อครวบด้านหลัง "ซีกุนโว้ย! มาช่วยกันหน่อย!! อย่าให้ไอ้บ้านี่ชวนพวกกากๆเข้ามาเปลืองที่ 108 ดาราเป็นอันขาดนะ!!"

"โฮกกก จะชวนเพื่อนนนน ข้าจะชวนเพื่อนนนนนนนน~!!"

ซีกูลด์วิ่งมาเอาคฑาตบใส่ซุยโคแอสไลฟ์ไม่ยั้ง จนความจำเสื่อม ลืมเรื่องที่จะ recruit เพื่อนไปชั่วขณะ

  • ซีกูลด์ตีกบาลซุยโคแอสไลฟ์แตก ได้เลเวลเพิ่มเป็น 47

"แสรด มาหยอดโบนัสเรื่อยเปื่อยอะไรแถวนี้ฟระ สนใจเนื้อเรื่องมั่ง!"

  • ซีกูลด์ถูกลดกลับมาเลเวล 45 เหมือนเดิม เพราะระบบงอนที่ถูกด่า


แล้วจู่ๆก็มีโกเล็มวิ่งมาโจมตีพวกอุซโซ

"โอ้วววว ข้าขอชวนเจ้ามาเป็น 108 ดารา~"

//ซุยโคแอสไลฟ์โดนจับขึงด้วยเชือกหนัง

"หลังไอ้เป็ดนรกนั่นก็ไม่เจอศัตรูนานละ ตัวนี้ขอฉันจัดการเอง!!" อุซโซจับหัวของโกเล็มเหวี่ยงขึ้นไปบนฟ้าแล้วอัดลูกพลังขนาดมหึมาใส่ แต่ก็ดูท่าทางไม่สะทกสะท้านเท่าไหร่

"ไอ้นี่ไม่ใช่มอนสเตอร์... มันเป็นการ์เดี้ยนฟอร์ซ!!"

ซีกูลด์เปิดตำราที่พกไว้อ่านดู อุซโซก็ประหลาดใจเพราะไม่คิดว่านอกจากซึคาสะแล้วยังมีคนเรียกอสูรอัญเชิญได้อีก แต่คิดๆดูแล้วมันมีอาชีพ summoner ก็ต้องมีคนอื่นที่เรียกอสูรได้อยู่แล้วนี่นะ ว่าแล้วก็เล็งเข้าจุดตายซัดลูกพลังใส่โกเล็มตายในนัดเดียว แต่ลิไวอาซัน อสูรตัวต่อไปก็ออกมาทันที คราวนี้มันสร้างคลื่นน้ำมาเบือนวิถีการมองทำให้เล็งจุดตายลำบาก

"คิดว่าข้ามีปัญญาแค่มองจุดตายชาวบ้านรึไง ....คอยดูพลังที่แท้จริงนี่ซะ เปิดประตูมิคสัญญี 46 บาน!!"

มันมีท่าแบบนั้นที่ไหนกันเล่า "เพิ่มท่าใหม่ๆให้ตูมั่งสิว้อยยยย" อุซโซโดนลิไวอาซันเอาคลื่นยักษ์ซัดหายไปพร้อมกับบ้านเรือนราษฎรนับพันหลังลอยออกมหาสมุทรอินเดียไป...


"ซวยแล้วไง พี่อุซโซหายวับไปละ - - แบบนี้เห็นทีจะต้อง...." แต่ก่อนที่ซีกูลด์จะได้ลงมือทำอะไรลิไวอาซันก็สลายไป ซุยโคแอสไลฟ์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมไม้ตีหอมในมือ

"อสูรมี connection แค่เส้นเดียวคือเส้นที่เชื่อมกับผู้อัญเชิญ ถ้าตัด connection ซะ มันก็จะถูกวิเคราะห์ว่าเป็นส่วนเกินของระบบที่ต้องกำจัดทิ้ง แล้วก็จะถูกระบบลบหายไป"

"อ้อ สกิลของแกเอาไว้สู้แบบนี้เองเรอะ เฮ้ย!! ความสามารถแบบนี้มันจะโกงเกินไปแล้วว้อยยย!!" อุซโซที่ว่ายน้ำกลับมาบ่นพลางเต้นระบำมหาภารตะทำคอยึกๆแบบที่ไปเห็นมาตอนลอยไปเกยชายฝั่งประเทศอินเดียเมื่อสักครู่

"เรื่องนั้นช่างมันก่อน จากทิศทางของ connection ทำให้รู้ว่าผู้อัญเชิญคือแกนั่นแหละ!!" ซุยดะอิจิชี้นิ้วเฉลยตัวคนร้ายไปยังนินจาสาวตัวกระเปี๊ยกที่อำพรางตัวอยู่บนต้นไม้

"มองออกด้วยหรือนี่!? ใช้ได้นี่นาพวกแก (กระดาษพรางตัวเป็นรูปต้นสนแต่หลบอยู่ใต้ต้นทุเรียน) ฮ่าๆๆ เราคือนักอัญเชิญชื่อเรนนี่! (ดูยังไงก็นินจาชัดๆ!!) พอดีหัวหน้าอยากให้มาทดสอบฝีมือพวกนายน่ะ ขอล่วงเกินหน่อยนะ"

เรนนี่กระโดดปาดาวกระจายนับร้อยออกไปทั่วทิศแต่ซีกูลด์ก็ยิงฝนน้ำแข็งจำนวนเท่ากันขึ้นไปต้านไว้ได้หมด ก่อนอุซโซจะกระโดดขึ้นไปตบเรนนี่ลงมาแบนติดดิน

"หึหึหึ ฝีมือก็ไม่เท่าไหร่ ทำไมหัวหน้าถึงคาดหวังกับพวกแกไว้สูงนักนะ" (พูดขณะหน้ามุดอยู่ในโพรงตุ่น)

"อ้อ เรนนี่จากเรเนอเกดนี่นา" ซุยโคแอสไลฟ์เห็นก็ทักขึ้นมา "อาร์คโซลเป็นไงมั่ง?"

มีเสียงบ่นดังออกมาจากหลืบในเมือง "สบายดี แต่ช่วงนี้งานยุ่งมากเลยครับ ไม่ได้เข้าบอร์ดเลยครับ ข่าวสารก็ตามไม่ค่อยทัน ขอดูซ่อนหน่อยนะครับ" แล้วชายสวมผ้าคลุมถือดาบยาวสีดำที่ชื่ออาร์คโซลเดินออกมาจากซอกตึก มีดาวกระจายลูกหลงจากเรนนี่ปักอยู่บนหัวเลือดพุ่งปรี๊ดๆ พอเห็นซุยโคแอสไลฟ์อยู่กับอุซโซและซีกูลด์ก็เอ่ยปากถาม "เนี่ยเหรอ พวกลูกน้องสุดแกร่งที่แกเล่าให้ฟัง?"


"ใครเป็นลูกน้องเอ็งฟร้าาาา!!!" <<จริงๆอยากโวยแบบนี้แต่อุซโซมีเรื่องที่อยากรู้มากกว่า "หรือว่าคนๆนี้คือหัวหน้ากลุ่มเรเนอเกดที่จะช่วยเราจัดการวาก้าบอนด์?"

"ถูกต้องแล้ว และค่าจ้างแลกเปลี่ยนก็คือฉันจะช่วยพวกนี้ตามหาความทรงจำของเด็กที่ชื่อเรนนี่คนนี้"

"เสียความจำเหรอ?"

อาร์คโซลตอบ "ฮื่อ เรนนี่กุมความลับเรื่องสุดยอดมนต์อสูรอยู่ หากได้ความทรงจำกลับคืนมาเราก็จะได้ครอบครองพลังที่ยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขต"

อุซโซมองเรนนี่กี่ทีๆก็รู้ว่านี่มันนินจาาาาา มันไม่ใช่ผู้อัญเชิญญญญ =A= ว่าแต่สุดยอดอสูรที่ว่าไม่ใช่คาออส ที่โดนราทาทอสก์ฟันหัวแบะไปแล้วเรอะ?

"แค่ช่วยหาความทรงจำของเรนนี่งั้นเหรอ? งานที่ซุยโคแอสไลฟ์ตกลงกับเรเนอเกดไว้มันน่าจะมากกว่านี้นี่นา?" ซีกูลด์เริ่มตั้งข้อสงสัย "เพราะทีแรกเห็นพูดกับกระเทยแดงว่างานนั่นมีมูลค่ามากขนาดเรเนอเกดจะสร้างปราสาทหัวหอมให้เลย แต่เปลี่ยนข้อตกลงเป็นการกำจัดวาก้าบอนด์แทน"


พอเห็นทุกคนเงียบไปซุยโคแอสไลฟ์ก็เฉลยเรื่องข้อตกลงที่เขาวางไว้กับเรเนอเกดออกมา... "ค่าจ้างของเรเนอเกดคือหลังตามหาความทรงจำให้เรนนี่สำเร็จแล้ว ....ข้าจะยกหัวตัวเองให้เรเนอเกด"

"ฮื่อ เพราะจักรวรรดิตั้งค่าหัวซุยโคแอสไลฟ์ไว้ 220 ล้านเบรี ข้อหาไปลากคนออกจากบอร์ด AF เกือบสิบชีวิต เอ้ย! ข้อหาที่หมอนี่กำจัดพวกเอลีทโซลเยอร์ที่ไล่ต้อนพวกชาวบ้านแถบชานเมืองตายไปตั้ง 3 คน" เรนนี่อธิบายต่อถึงเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงสงครามฝนเลือดที่อุซโซไม่เคยรู้มาก่อน ขณะที่คนส่วนใหญ่พากันไปช่วยป้องกันเกรทชไรน์ที่ฮาร์โมเนีย ซุยโคแอสไลฟ์ได้พาคนส่วนหนึ่งต่อสู้กับพวกทหารจักรวรรดิที่เข้าโจมตีในพื้นที่อื่นด้วย

"เฮ้ย เอาจริงดิ?! แบบนี้ต่อให้บรรลุเป้าหมายกำจัดวาก้าบอนด์ได้แต่แกก็ตายนะ คิดว่าแกอยากใช้ชีวิตในโลกใหม่ที่สร้างขึ้นมาเองซะอีก!!"

"สร้างโลกขึ้นมาใหม่เป็นจุดหมายสุดท้ายของฉัน หลังจากนั้นฉันไม่สนใจแล้วหละ" ซุยโคแอสไลฟ์ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา พาเอาบรรยากาศเงียบไปฉับพลัน

"ฮื่อ เพราะงั้นลำบากหน่อยนะ ^^ ฮึฮึฮึฮึ....."


อาร์คโซลพูดด้วยหน้ายิ้มแย้มกึ่งโรคจิต ทิ้งให้พวกอุซโซและซีกูลด์ตะลึงกับข้อตกลงที่ไม่เคยรู้มาก่อน ...แล้วคืนนั้นลมก็พัดเอาพายุฝนเข้ามาในเมือง...


--Shiryu 23:24, 10 มิถุนายน 2008 (ICT)

เสียงฝนยังคงกระหน่ำลงมาไม่หยุด ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยระวังสุขภาพกันด้วยนะครับ ไข้หวัดกำลังแพร่ระบาดในบอร์ดเป็นระยะๆ (ควรเสริมภูมิต้านทานด้วยเชื้อกบฏ) พวกอุซโซกำลังประชุมเรื่องการวางแผนรับมือศึกต่อๆไปอย่างเคร่งเครียด

"ข้าว่าเราควรวางฟอร์เมชั่นแบบ 4-4-2 ห้อยเรนนี่กับซีกูลด์ไว้เป็นกองหน้า"

"แต่ข้าว่านสพ.ฉบับหน้าต้องปกเป็นรูปเซียร่าแน่นอน"

"ไอ้เรื่องพรรค์นั้นข้าไม่สนใจหรอก ข้ากลัวแค่ว่าพวกสมาชิกหน้าใหม่มันจะมียอดโพสต์แซงข้ามากกว่า"

(สรุปแล้วมันไม่ได้คุยเรื่องเดียวกัน เลื่อนข้ามไปซะ เสียเวลาอ่าน) พวกชาวคาเลเรียที่มาชุมนุมกันที่นี่พอได้ยินว่าหนนี้เรเนอเกดมีเป้าหมายคือวาก้าบอนด์ก็ต่างพากันซุบซิบถึงสุดยอดการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น บ้างก็คิดว่าวาก้าบอนด์น่าจะชนะเพราะพลังการต่อสู้ของพวกมันอยู่ลำดับต้นๆของ wire world บ้างก็ว่าเรเนอเกดได้เปรียบเพราะต่อสู้ในถิ่นตัวเองแถมสามารถหากำลังเสริมทั้งอาวุธและกำลังรบได้จากทุกสารทิศ ที่สำคัญคือมีองค์กรที่ไม่พังทลาย แต่จู่ๆก็มีคนตะโกนจากข้างนอกเข้ามาในร้านเหล้า

"ไม่มีใครชนะทั้งนั้นแหละ ไอ้พวกดีแต่อ้างว่าทำเพื่อยุติความขัดแย้งอย่างนั้นอย่างนี้แล้วก็ก่อสงครามไม่จบไม่สิ้น หลงไปกับกลไกของมิติบ้าๆนี้กันหมด! ตายซะให้หมดนั่นแหละดี!!"

อาร์คโซลเล่าให้ฟังว่าคนที่ตะโกนโวยวายอยู่นี่เป็นขอทานที่เสียบ้านเกิด, ครอบครัว รวมทั้งแขนซ้ายไปกับสงครามครั้งที่ผ่านๆมาจนวิกลจริต "รู้ไหมว่าคนเราต้องเสียอะไรไปมากขนาดไหนถึงจะไม่เรียกว่าคน?" แล้วอาร์คโซลก็ถามคำถามประหลาด

"จะเสียอะไรไปแค่ไหนถ้าเกิดเป็นคน ยังไงก็ยังเป็นคน" ซุยโคแอสไลฟ์ตอบโดยยึดมั่นหลักความเป็นพระเอก แต่ไม่ถูกใจอาร์คโซล

"ตามบันไดความต้องการมนุษย์ห้าขั้นของมาสโลว ไล่จากบนลงล่างลงมา ถ้าเสียปัจจัยพื้นฐานที่อยู่ชั้นล่างสุดไปก็ไม่น่าจะเรียกว่ามนุษย์" ซีกูลด์ตอบอิงหลักวิชาการ แต่อาร์คโซลส่ายหน้าเพราะฟังไม่รู้เรื่อง

"เสรีภาพคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนพึงมี ....." ส่วนอุซโซเปิดหนังสือชีวประวัติลินคอล์นตอบเฉยเลย เลยโดนสันหนังสือฟาดกบาล

เรนนี่ต้องออกมาช่วยอธิบายให้ฟัง "พวกเราเชื่อว่าทรัพย์สิน, ร่างกาย, หัวใจ, และความมีตัวตนนั่นแหละถึงจะประกอบกันเป็นมนุษย์คนหนึ่ง (เคยได้ยินรูนจืดจางๆอันนึงมันตะโกนบอกมาค่ะ) อย่างขอทานข้างนอกนั่นยังเหลืออยู่อีกหลายสิ่งหลายอย่างแต่กลับไม่เคยคิดที่จะสู้ พวกrenegadeแตกต่างไปจากพวกคนแบบนั้น ต่อให้เหลือแค่ความมีตัวตนเราก็จะสู้เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนต้องสูญเสียเพิ่มมากไปกว่านี้อีก นั่นคือสาเหตุที่เราต้องกำจัดพวกอาชญากรแห่งห้วงมิติทั้งหลาย นิน..นิน..." (ไม่รู้จะหยอดคำลงท้ายมาทำไม)

"คอขวดของVagabondคือพลังความสามารถของโมกุริที่ทำให้พวกมันยังคงเป็นวาก้าบอนด์อยู่ได้ โอกาสเดียวที่จะชนะคือพยายามหาทางแยกโมกุริออกมาจัดการให้ได้"

อาร์คโซลว่าเรื่องแผนต่อ ทั้งที่ในกลุ่มเขาไม่มีใครรู้ความสามารถสกิลอย่างที่สองของโมกุริที่ใครๆก็บอกว่าร้ายกาจที่สุดในจักรวาลสักคน

"แต่พวกมันแข็งแกร่งมากๆทุกคน เราจะเปิดศึกขึ้นในปราสาทจักราศีทางตอนตะวันออกไกลของฮาร์โมเนีย ถ้าเป็นที่นั่นเรเนอเกดจะได้เปรียบมากมายมหาศาล แล้วทางด้านนายก็แบ่งกำลังออกไปจัดการโมกุริ"


ขณะกำลังวางแผนกันจู่ๆวาลฟอร์ การ์เดี้ยนฟอร์ซของเรนนี่ที่บินลาดตระเวนอยู่ก็ตกลงมา "!!!"

"มันมาแล้วทุกคน ....ระวังให้ดีล่ะ"

อาร์คโซลชี้ขึ้นไปให้ทุกคนเห็นเมฆฝนแหวกออกด้วยแรงลมมหาศาล มีคนตีลังกาปั่นอากาศพุ่งตรงมายังคาเลเรียด้วยความเร็วลม 70 น็อต

"แบล็คเรน! นั่นมันแบล็คเรนนี่นา!!"

"หนึ่งในวาก้าบอนด์สินะ กล้ามาคนเดียวด้วยรึนี่" อาร์คโซลคว้าดาบยาวมา ก่อนเอาร็อคเก็ตแพ็คติดหลังพุ่งขึ้นไปชนกับแบล็คเรนแต่แบล็คเรนก็หมุนตัวเตะแหวกอากาศทำให้อาร์คโซลเสียจังหวะ ก่อนจะตามมาโจมตีใส่นับครั้งไม่ถ้วน

"ดาบยาวสู้บนอากาศไม่ไหวจริงแฮะ งั้นเปลี่ยนเป็นดามัสกัสเบลด" อาร์คโซลเปลี่ยนอาวุธเป็นดาบเขี้ยวตะขอ เกี่ยวเสื้อแบล็คเรนแล้วเหวี่ยงไปกระแทกภูเขาที่อยู่ด้านหลัง ตกใส่มังกรสามหัวที่กำลังสู้กับพวกเกโด้อยู่พอดี

"หยิบ เดธแองเจิ้ลมา"

เรนนี่ลากปืนกลขนาดยักษ์ที่ยิงปืนใหญ่มาโคได้แบบห่ากระสุนนับร้อยในเสี้ยววินาทีออกมาจากโกดังในร้านเหล้า (ขนาดใหญ่เท่าห้องครัว) ส่งให้อาร์คโซลเปิดเทศกาลซัดปืนบ้าเป่าภูเขาด้านหลังคาเลเรียหายไปทั้งลูกพร้อมๆกับแบล็คเรน (และพวกเกโด้ที่เคราะห์ร้าย)

"เรียบร้อยไหม?" ทันทีที่การต่อสู้จบลง ซุยโคแอสไลฟ์ก็โผล่ออกมาจากตุ่มอย่างสง่างาม

"ยัง มันหนีไปได้ ...ออกจากภูเขานั่นในเสี้ยววินาที เร็วขนาดนี้เจอกันหนหน้าต้องวางแผนรับมือให้รัดกุมกว่านี้ และดูเหมือนมันจะไม่ได้ตั้งใจมาจัดการเราอยู่แล้ว ไม่งั้นต่อให้เก่งขนาดไหนคงไม่คิดส่งคนๆเดียวมาเล่นงานพวกเราเยอะขนาดนี้หรอก"

พอได้ยินอาร์คโซลพูดแบบนี้อุซโซก็นึกออก "ตอนสอบคัดเลือก GM แบล็คเรนก็เป็นคนเอาไอ้สิ่งมีชีวิตตัวนั้นเข้ามาปล่อยในฮาร์โมเนีย แฝงตัวเป็นสปายในกลุ่มพวกเรา ตอนนี้ก็คงเหมือนกัน....."

"หมายถึงมิโคโตะที่เข้าไปควบคุมร่างกายคนถูกสิงได้สินะ ....แบบนี้พวกเราคนใดคนหนึ่งอาจถูกเล่นงานไปแล้วหละ =v="

"ถ้าแบบนี้ก็เสร็จมันสิ มีวิธีตรวจหาได้ไหมว่ามันสิงอยู่ในคนไหน?"

"ปล่อยเป็นหน้าที่ข้าเอง..." แล้วซุยโคแอสไลฟ์ก็ก้าวออกมา....


--Shiryu 21:28, 13 มิถุนายน 2008 (ICT)

"ด้วยดวงตาที่มองเห็น connection นี่แหละ ถ้าเจอเส้นที่เชื่อมโยงกับพวกมันก็แสดงว่านั่นคือมิโคโตะ!!" แล้วซุยโคแอสไลฟ์ก็เริ่มเพ่งดู connection เห็นเส้นโยงไปมามากมายมหาศาล ออกจากเรนนี่ 13 เส้น ออกจากอาร์คโซล 17 เส้น โยงระหว่างเรนนี่กับอาร์คโซล โยงจากเรนนี่ไปวาลฟอร์ที่หมอบอยู่หน้าบ้าน โยงจากอุซโซไปซีกูลด์ โยงจากโกคูไปเบจิต้า โยงจากสนติ๊ไปจำลอง โยงจากโรนัลโด้ไปรีลมาดริด และอื่นๆอีกมากมาย

"อืม....มีเพื่อนกันเยอะดีเนอะ มันดูลำบากนะ ขอตัดทิ้งสักเส้นสองเส้นแล้วกัน" ซุยโคแอสไลฟ์เดินไปตัด connection เรนนี่-วาลฟอร์ ทำให้วาลฟอร์ถูกลบทิ้งไปจากระบบทันที

//ตุ้บ ปั้ก บึ้ก ผัวะๆๆๆ!! อุ้ก เอ๋ง! (เสียงคนถูกกระทืบ)

"เฮอะ รู้แค่ connection จะไปหามิโคโตะได้ไงกันล่ะคู้ณ~" ซุยโคแอสไลฟ์แก้ตัวเรื่อยเปื่อย คนเสนอมันแกเองไม่ใช่เรอะ?

"ฉันก็ว่างั้นแหละ ถ้าไม่จับพวกวาก้าบอนด์ให้ได้สักคนมองเอาแบบนี้ยังไงก็ดูไม่ออกหรอก"


ตกกลางคืน ซีกูลด์เริ่มเห่าหอนและออกหากิน ทิ้งให้อุซโซถูกซุยโคแอสไลฟ์นอนกก (เสื่อมไปครับลุง -*- ขอไม่โดนเม้งตุ๋ยสักภาคนึงเซะ <<อุซโซโวยมา) งั้นเปลี่ยนเป็นทิ้งให้อุซโซนั่งกินมื้อดึกกับซุยโคแอสไลฟ์กันสองคนในห้องพักของคาเลเรียที่อาร์คโซลจัดไว้ให้

"จริงสิ เรื่องความทรงจำของเรนนี่...ช่วยเล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อยได้ไหม? เผื่อจะมีอะไรที่ฉันช่วยได้มั่ง" อุซโซถามหนึ่งในหลายๆเรื่องที่มันคาใจเหลือเกิน

"อย่างแกเรอะ? ถึงน่าจะช่วยได้แกคงไม่อยากจะช่วยหรอก"

"ถึงในแชปเตอร์หลักจะเลวแต่ตอนนี้ผมเป็นคนดีนะครับ เล่ามาเถอะน่า" (พอเมาเก๊กฮวยจะเริ่มพูดจาไม่รู้เรื่อง...ถ้าเมามากๆจะชกกับตู้)

พอเห็นอุซโซทำหน้าหวานออดอ้อน ซุยโคแอสไลฟ์ก็เริ่มอ่อนระทวยใจอ่อน ว่าแล้วก็เริ่มบรรยาย...

"รู้ใช่ไหมว่าความสามารถของอาร์คโซลคือเปลี่ยนแปลงความทรงจำ (อุซโซพยักหน้า) ....เรนนี่ถูกระบบเลือกให้เป็นผู้ใช้อาวุธลับสายนินจาโดยพิจารณาจากความเหมาะสมกับผู้เล่น ไม่ใช่ผู้อัญเชิญ แต่ระดับความ compatible กับอาชีพผู้อัญเชิญเรนนี่ก็ยังสูงที่สุดในกลุ่มเรเนอเกด แล้วอาร์คโซลต้องการใช้เรนนี่เป็นผู้อัญเชิญ เพื่อปลดผนึกสุดยอดอสูรที่ซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในโลกนี้"

อุซโซเข้าใจดีว่าทำไมอาร์คโซลถึงพยายามบังคับให้เรนนี่เป็นผู้อัญเชิญ แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวข้องกับความทรงจำของเรนนี่ยังไง

"พลังเจตจำนงเสรีของเรนนี่มีไม่มากพอที่จะอัญเชิญอสูรตัวนั้นได้ แต่ถ้าเป็นซึคาสะคงจะทำได้ เพราะงั้นข้าเลยขายความทรงจำของซึคาสะที่มีให้อาร์คโซลใส่ให้เรนนี่เพื่อเพิ่มความเข้ากันได้กับอาชีพผู้อัญเชิญ"

"…………….. ขายความทรงจำของซือจัง OAO!!!"

"แล้วถ้าเรนนี่ถูกเปลี่ยนแปลงความทรงจำถึงระดับที่กลายเป็นซึคาสะไป พลังของเจตจำนงเสรีจะตื่นขึ้นมาจนสามารถอัญเชิญอสูรตัวนั้นได้ ...ภารกิจนี้ก็จะสมบูรณ์"

"..........................ตัวตนของเรนนี่ก็จะหายไป OAO!!!!!"

"ถูกต้อง ฮ่าๆๆๆ เป็นไงล่ะ ข้าเลวไหม?"


ตูม!!!!!!!


ซุยโคแอสไลฟ์ถูกคาถาดาวแดงอัดลอยออกนอกบ้านไป ปัจจุบันตำรวจกำลังตามหาศพอยู่

"โอ๊ยยย ไอ้เลวไม่ได้ผุดได้เกิด!!! นี่ยังดีนะว่าแกยอมสละชีวิตแลกค่าหัวกับเรเนอเกดเพื่อให้กำจัดวาก้าบอนด์น่ะ"

"หือ? ฉันคิดจะแลกหัวจริงๆซะที่ไหน หลังจากเรเนอเกดจัดการวาก้าบอนด์ได้ข้าจะฉวยโอกาสกำจัดพวกมันทิ้งตอนพวกมันเผลอ+อ่อนกำลังลง แล้วข้าก็จะได้ปกครองโลกใหม่แต่เพียงผู้เดียว ฮ่าๆๆๆๆๆ"

อุซโซที่อุตส่าห์หลงนึกว่าซุยโคแอสไลฟ์เป็นคนดีได้สอง rep ก็รู้สึกว่าตนเองช่างโง่เขลาที่เคยคิดเช่นนั้น....

ว่าแต่ตอนนี้เขาจะทำอะไรได้อีกล่ะ? ลำพังกำลังของตัวเองยังไงก็กำจัดวาก้าบอนด์ไม่ได้ แต่ถ้าปล่อยให้ซุยโคแอสไลฟ์จัดการ เรนนี่ก็จะหายไป ทั้งเรเนอเกดและวาก้าบอนด์จะถูกกำจัด โลกจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ต่อให้ต้องมีคนเสียสละมากมายมหาศาลยังไงก็ดูดีกว่าทางเลือกแรก อุซโซเลยจำต้องเดินตามเกมส์อุบาทว์ๆของซุยโคแอสไลฟ์ต่อไป


พอรุ่งเช้าซุยโคแอสไลฟ์ก็เคาะจานให้ซีกูลด์ลงมากินข้าว (นี่มันเป็นหมาไปจริงๆแล้วสินะ) ส่วนอุซโซยังไม่ตื่นเนื่องจากเมื่อคืนเชียร์ฮอลแลนด์ดึกมาก พอลงมาข้างล่างก็พบอาร์คโซลและเรนนี่เอาหม้อครอบหัวเตรียมออกศึกเต็มรูปแบบ (ตรงไหน?) "เกิดอะไรขึ้น?"

"พวกอุลส์ฝูงใหญ่ พอเริ่มแล้งมากๆก็ลงจากภูเขามาเล่นงานชาวบ้าน"

พอมองไปก็พบฝูงหมาป่าจำนวนนับร้อยเข้าล้อมหมู่บ้าน "งั้นผมขอตัวไปนอนก่อนนะครับ ปกติตื่นบ่ายโมง ^^//"....โพล๊ะ!! ซุยโคแอสไลฟ์โดนลากคอมาช่วยสู้ทันที

"อย่าห่วงเลย เดี๋ยวเราจะบินออกไปขอกำลังเสริมจากพวกเรเนอเกดที่เหลือที่อยู่นอกเมืองนะ" เรนนี่วิ่งขึ้นไปบนหลังคาแล้วเอาผ้าปูโต๊ะมาใช้วิชานินจากระรอกบิน .....ตกปุ๊ลงกลางฝูงหมาป่าพอดี //เรนนี่เปลี่ยนสภาพเป็นทานุกิบด ส่งออกไปมอนทาน่า (เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าไม่ควรเชื่อการ์ตูนของอาบีโกะมากนัก)

"เอาวะ ลองออกไปบู๊กับพวกมันดูสักตั้ง แค่ฝูงหมาป่ายังกลัวจะมีปัญญาไปสู้กับไอ้พวกเด็กนรกนั่นได้ไง" อาร์คโซลเตรียมร็อคเก็ตลันเชอร์และรีวอลเวอร์สามกระบอกให้ตัวเองใช้ ก่อนส่งมีดพร้าให้ซุยโคแอสไลฟ์, อุซโซ และซีกูลด์คนละเล่มเอาไปสู้

"เราไม่เห็นด้วยเจ้าค่ะ การกำจัดศัตรูมากขนาดนี้ใช้มนต์อสูรดีกว่า"

"งั้นก็เรียกออกมาเสะ พลังของเธอตอนนี้อย่างเก่งก็เรียกได้แค่ลิไวอาซันไม่ใช่เรอะ?"

อุซโซนึกขึ้นมาได้ว่าเรนนี่ไม่ได้เกิดมาเป็นนักอัญเชิญเหมือนซึคาสะ อย่างเก่งก็เรียกได้แค่อสูรลำดับต่ำๆ

ขณะที่พวกอาร์คโซลยังวางแผนไม่ทันเรียบร้อยข้างนอกก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น

"!!!"

พวกอุลส์กระเด็นกระจุยกระจาย แล้วบิ๊กก็เดินฝ่ากองไฟออกมา

"ไม่เจอกันนานยังมีแต่เรื่องวุ่นๆไม่เลิกเลยนะพวกนี้"

เมดิอุสก็ตามมาติดๆพลางหยิบระเบิดปรมาณูที่ผลิตเองในครัวเรือน (กะทำเป็นโครงงานส่งครู) เขวี้ยงใส่ฝูงอุลส์กระจุยไปอีกแถบ ตัวที่หนีตายกรูกันเข้ามาหาทั้งสองคนก็ถูกคมดาบของบิ๊กตวัดนับครั้งไม่ถ้วน กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไป

"ไหนๆก็ไม่ได้โผล่มานาน แค่นี้อาจยังไม่ชัดพอว่าผมเทพขึ้นแค่ไหน คราวนี้ผมจะหลับตาสู้ให้ชมครับ" บิ๊กหลับตาเคลื่อนตัวเข้าหาฝูงอุลส์ที่เหลือฟาดดาบลงจุดตายจนฝูงหมาค่อยๆร่วงตามทางที่บิ๊กเดินผ่านราวกับโมเสสฝ่าทะเลแดง

....แล้วบิ๊กก็เดินตกบ่อน้ำไปเพราะไม่ได้มองทาง "แสดดด -*- ให้ตูเท่ตลอดตอนมั่งไม่ได้เลยรึไงฟร้า!!"


"บิ๊ก!!" อุซโซตะโกนเรียกชื่อเพื่อนเก่า ก่อนช่วยลากบิ๊กขึ้นมาจากบ่อ แล้วเมดิอุสก็เข้ามาสมทบ

"ตอนนี้เราเตรียมการเรียบร้อยแล้ว"

"พวกแกหายไปไหนม๊าาาาา?!!"

"เพราะพวกจักรวรรดิอาจจะจับตาอยู่ ตอนนั้นเราเปราะบาง ถ้าถูกเล่นงานซ้ำก็จบเห่ แต่ตอนนี้นายเองก็รวมพลังกับพวกกองกำลังอื่นได้แล้ว ทางด้านเราใช้ช่วงเวลาที่รออยู่เตรียมการอะไรอีกเล็กน้อย ฉันสร้างเทพอาวุธขึ้นมาได้ชิ้นหนึ่ง บิ๊กก็ไปฝึกวิชาดาบจนเลเวลพุ่งพรวดๆจนสเคาน์เตอร์พัง"

"ว่าแต่ พี่แรทเซลหายไปไหนซะล่ะ?"

"แรทเซลค้นข้อมูลสำคัญอย่างนึงอยู่ ยังเข้ามาสมทบพวกเราไม่ได้"


แล้วบิ๊กก็เจอซุยโคแอสไลฟ์อีกจนได้ "อ้อ ไอ้หมอนี่ยังมีชีวิตอยู่อีกเหรอ?"

อุซโซรู้ว่าพวกเอาท์แลนด์เดิมมีความทรงจำที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยพยายามจะแก้ตัว "จริงๆแล้วหมอนี่เป็นคนดีนะบิ๊ก ซุยโคแอสไลฟ์น่ะ...." แต่เขาก็นึกไม่ออกว่าจะพูดว่าอะไรเพราะความดีมันหักล้างกับความเลวหมดแล้ว

"ชิ! คนเยอะอีกแล้วเรอะเนี่ย ข้าก็ไม่มีบทกันพอดี หมดอารมณ์ -*- ขอพาซีกูลด์ไปเดินเล่นก่อนหละ" ซุยโคแอสไลฟ์หลบหนีฝูงชน จูงซีกูลด์เดินออกจากบ้านไป~ ส่วนอาร์คโซลออกไปไล่เก็บ boost piece ที่ดรอปจากซากอุลส์ (เอาไปทำอาวุธ) ปล่อยให้อุซโซนั่งเสวนากับพวกเพื่อนๆที่เขาไม่ได้พบมานาน แล้วอุซโซก็แนะนำเรนนี่ให้รู้จัก แล้วบอกเรื่องความทรงจำของซึคาสะที่ถูกใส่เข้าไปในหัวเรนนี่ส่วนนึงด้วยความสามารถของอาร์คโซล



--Shiryu 23:31, 19 มิถุนายน 2008 (ICT)

"อืม.... ถ้าเป็นเจ้านั่นก็ไม่แปลกใจละนะที่มันจะทำแบบนี้ = = ..."

"แถมความทรงจำของซึคาสะจะถูกใช้เพื่อเรียกสุดยอดอสูรอีก"

"แต่ถ้าไม่รู้เรื่องราวของซึคาสะละเอียดจริงๆก็ไม่สามารถรวบรวมความทรงจำได้ละเอียดพอที่จะประกอบกันสร้างซึคาสะคนใหม่ขึ้นมาหรอกนะ แสดงว่าที่ผ่านมาหมอนั่นแคร์ซึคาสะมากเหมือนกัน" อุซโซเริ่มรู้สึกว่าซุยโคแอสไลฟ์ก็มีด้านที่อ่อนโยน

"มันไม่รู้หรอก แต่มันมีเพื่อนสนิทที่เก็บเรื่องราวทุกอย่างของซึคาสะไว้ ไม่ว่าจะไปแอบอ่านบันทึกลับของซือจัง แอบดูซือจังกิน แอบดูซือจังนอน หรือแอบเหล่ดูตอนซือจังอาบน้ำ... เจ้าหมอนั่นมันเป็นสโตกเกอร์ที่ชอบพูดว่า "ซือจัง T-T" น่ะ" พอบิ๊กบอกแบบนี้อุซโซก็รู้สึกโง่ที่ชื่นชมไอ้หมอนั่นอยู่คนเดียว


ตกกลางคืนซุยโคแอสไลฟ์จัดกิจกรรมรอบกองไฟเพื่อให้ทุกคนได้เข้ามาพร้อมหน้ากันถ่ายรูปหน้าบอร์ด (เกี่ยวอะไร?)

"ไม่ได้นั่งรอบกองไฟแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ" พอเริ่มแก่แล้วซุยโคแอสไลฟ์ก็นึกถึงเรื่องราวเก่าๆ

"ตั้งแต่ตอนอยู่ในเอาท์แลนด์ หลังสงครามที่เราถล่มหมู่บ้านอาร์คาน่าพวกเราก็นั่งฉลองดื่มด่ำกับสันติสุขชั่วคราวแบบนี้" บิ๊กที่อยู่ในเหตุการณ์ช่วยตอบ พอจัดกิจกรรมเหมือนย้อนรำลึกไปถึงเรื่องราวเก่าๆอุซโซก็เริ่มรู้สึกว่าซุยโคแอสไลฟ์เป็นคนดีอีกหน

"ตอนนั้นแกเอาพวกอาร์คาน่าที่ตายมากองกันแล้วจุดไฟเผา"

อุซโซเลิกคิดชื่นชมซุยโคแอสไลฟ์ภายในสามวินาที เขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยที่จะต้องไปสนใจว่าหมอนี่มันดีหรือเลวซะแล้ว พวกบิ๊กกับซุยโคแอสไลฟ์นั่งคุยถึงเรื่องเก่าๆสมัยที่เอาท์แลนด์ยังสงบสุข อุซโซก็นึกถึงภาพของเอาท์แลนด์ในความทรงจำที่ซึคาสะเคยเล่าให้ฟังจนเห็นภาพชัดเจนราวกับเคยเห็นมาก่อน ทั้งความทรงจำ ความหวัง และความฝันที่มารวมกันในที่แห่งนี้มากมายเกินกว่าที่จะเกิดขึ้นได้ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้วพวกเขาก็รู้สึกผูกพันกับโลกแห่งนี้ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

"ทั้งที่ตอนแรกคิดว่าแค่เข้ามาเล่นเกมส์สนุกๆไปวันๆ โลกนี้มีอะไรมากกว่าที่คิดเยอะเลยนะ"

พออุซโซเปิดประเด็นขึ้นมาคนอื่นก็เริ่มพูดถึงสาเหตุที่ตัวเองเข้ามาในโลกแห่งนี้

"โลกนี้มีวาคาบะนะครับ สาวผมสั้นน่ะสุดยอด =w=b" แม้เลเวลจะมากมายขนาดไหน เป้าหมายบิ๊กก็ยังต่ำต้อยเหมือนเดิม

"ซุยโคยูนิเวิร์สมีศาสตร์การตีอาวุธที่ยอดเยี่ยมและวัตถุดิบที่หายากที่สุดเท่าที่ข้าเคยรู้มา ถ้าอยู่ที่นี่อีกไม่นานคงบรรลุการสร้างอาวุธเทพแบบที่ไม่สามารถสร้างได้ในโลกอื่น" สำหรับเมดิอุส รายนี้ก็พูดแต่เรื่องตีอาวุธแน่นอน

"เป้าหมายของการเข้ามาในมิตินี้คือ True Treasure สมบัติที่ล้ำค่าสูงสุดในบรรดามิตินับล้านที่มีเฉพาะในโลกซุยโคยูนิเวิร์ส"

พอได้ยินซีกูลด์พูด อุซโซก็คุ้นๆว่าเคยได้ยินคำว่า True Treasure จากที่ไหนสักแห่ง แล้วซีกูลด์ก็พูดต่อ...

"เสียดายรอบที่แล้วเสียท่าในสงครามเอาท์แลนด์ซะได้ ล็อกอินนั้นว่าเทพแล้วนะ แต่ดันเจอวาก้าบอนด์ฆ่าตายซะก่อน"

"เฮ้ยๆๆๆ..... อย่าบอกนะว่าแก....."

"อ้าว คิดว่ารู้กันหมดแล้วซะอีก ผมคือรีเซ่ไงครับ"


พรวด--!!!!!!!!!!!

อุซโซกระอักเลือดน้ำตาไหลพรากๆ "รีเซ่จังเป็นสาวดุ้น TTxTT ~" เขารู้สึกผิดที่คิดว่าโลกออนไลน์มันดีกว่าโลกแห่งความเป็นจริง "ในนี้มันมีแต่เรื่องหลอกลวง หึหึหึ... ข้าจะฟ้องสคบ.ไม่ให้ตัวผู้มันใช้ล็อกอินตัวละครหญิงอีกตลอดกาล =v=" (ยัดจม.ลง commod box อีกหนึ่งฉบับ)

"นั่นสิ จริงๆแล้วซึคาสะอาจเป็นผู้ชายก็ได้นะ"

//ซุยโคแอสไลฟ์พูดจบก็กระเด็นออกนอกโลกทันที


พอรุ่งเช้า หลังซุยโคแอสไลฟ์ขันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พาพวกอุซโซออกเดินทางแยกย้ายกับอาร์คโซลที่จะไปรอที่ปราสาทจักราศี ณ ตะวันออกไกลของฮาร์โมเนีย ที่ๆพวกเขาจะรวมพลเรเนอเกดและใช้เป็นสนามตัดสินกับพวกวาก้าบอนด์ ในขณะที่เมดิอุสจะพาพวกอุซโซไปหาแรทเซลที่ได้ข้อมูลสำคัญบางอย่างมา แต่ไม่สามารถมาพบกับพวกเขาที่นี่ได้ อาร์คโซลฝากเรนนี่เดินทางมากับพวกซุยโคแอสไลฟ์เพื่อเก็บเกี่ยวความทรงจำของซึคาสะและเพิ่มพลังของเจตจำนงเสรีด้วย แต่เรนนี่เองก็ยังไม่รู้เรื่องที่ตัวเองถูกยัดความทรงจำปลอมปนเข้ามา พวกบิ๊กและอุซโซก็ได้แต่หลอกตัวเองว่าเรนนี่คงพอใจที่ได้เรียกสุดยอดอสูรและเป็นหนึ่งในคีย์ที่จะใช้เอาชนะวาก้าบอนด์ (ละมั้ง)

ตอนนี้อุซโซไม่รู้สึกว่าจะแพ้แม้แต่น้อย ทั้งที่ทีแรกพลังของวาก้าบอนด์ห่างกับพวกเขามากมายมหาศาลจนไม่เห็นทางชนะ แต่การวางแผนที่แยบยลและการร่วมมือจากหลายฝ่ายทำให้จุดจบของสงครามเข้าใกล้ความเป็นจริง แต่ขณะกำลังเดินทางออกจากคาเลเรียก็ได้ยินเสียงบ่นดังขึ้น


"ฉลาดกันนักนะ แต่ถ้าฉลาดกว่านี้คงรู้ว่าสุดท้ายแล้วโลกนี้มันก็ไม่มีอะไร ...ไม่มีอะไรจริงๆ...."

ลุค (ชื่อล็อกอิน ไม่เกี่ยวกับลุคในซุยโคเด็น) ขอทานคนเดิมบ่นอุบอิบขณะเดินสวนกับพวกอุซโซก่อนหายลับตาไป ทั้งที่คนอื่นพยายามไม่ใส่ใจคำพูดของคนบ้า แต่อุซโซกลับสะกิดใจที่คนๆนี้พูดเหมือนกับอายะทุกประการ

"...ไม่มีอะไรนอกจากความเศร้าที่ไร้จุดสิ้นสุด..."

"จะสร้างขึ้นมาอีกกี่โลกๆมันก็จะถูกทำลายลงไปทุกครั้ง มันเป็นกลไกของมิติแห่งนี้"

"พวกเจ้ายังเยาว์วัยนักเด็กน้อยเอ๋ย ดวงตาที่มองโลกนั้นถึงพยายามเห็นแต่อนาคตที่มันสวยงาม"

"ที่เดียวที่คนจรอย่างเราจะหลับได้อย่างเป็นสุขคือความดับสูญเท่านั้นแหละ"


ตัดมายังที่ซ่อนของเรเนอเกดในตะวันตกของกราสแลนด์กำลังนองไปด้วยเลือด โมกุริลืมตาขึ้นบนห้องที่เต็มไปด้วยหมอกสีโลหิต และกองซากศพของพวกผู้เล่นนับร้อยที่ถูกโมกุริฆ่าตายในพริบตา

"ปีกสีดำ......การถือกำเนิดของพระเจ้ากำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว....."


TO BE CONTINUED>>

Personal tools