Gensui4 Novel-1-03

จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

สารบัญ

Genso Suikoden 4 Novel Vol.1-Chapter03

ภาพ:wiki-04-01cover.jpg

3-1

ห้องส่วนตัวของลาสโล ตั้งอยู่ ณ มุมหนึ่งของป้อมอัศวิน เป็นห้องที่หัวหน้ากองมอบให้เขาซึ่งไม่มีญาติมิตรอยู่ที่ไหนเป็นพิเศษ ก่อนหน้านี้เขาพักอาศัยอยู่ที่ห้องพักคนรับใช้ของบ้านฟิงเกอร์ฮู้ท แต่หลังจากที่ได้เข้าเป็นอัศวินฝึกหัดของกองอัศวิน เขาก็ได้รับอนุญาตให้ใช้ห้องนี้ได้

เสียงฟังสนิทสนมดังขึ้น เรียกลาสโลที่กำลังก้าวออกจากห้องให้หยุดยืน

“ไงลาสโล สบายดีแล้วเหรอ”

สโนว์นั่นเอง เขายิ้มในขณะที่ยกมือข้างหนึ่งขึ้นทักทาย และก้าวเข้ามาใกล้ ลาสโลจึงพยักหน้าทักตอบด้วยสีหน้าเกร็งๆ

หลังจากการต่อสู้ตัดสินเป็นตายกับโจรสลัดบรันด์ เรือซึ่งบรรทุกพวกลาสโลเอาไว้ก็เดินทางกลับสู่ราสริล ในระหว่างการต่อสู้ เรือของบริษัทขนส่งโอลาคนั้นหายตัวไปตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่มีใครทราบ แต่หลังจากนั้นหลายวันก็มีการติดต่ออย่างสุภาพมายังกองอัศวินว่าพวกเขาได้เดินทางถึงเกาะอิลูยะโดยสวัสดิภาพโดยไม่มีเรือคุ้มกัน

ฝ่ายลาสโลนั้น แม้ได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง แต่ก็ไม่มีแผลสาหัส เมื่อกลับถึงฝั่งก็ได้รับการปฐมพยาบาลที่เหมาะสมในทันที เวลานี้จึงไม่รู้สึกเจ็บอะไรอีกแล้ว คนที่อาการสาหัสกว่ากลับเป็นหัวหน้ากองเกล็นแทน

ได้ยินว่าหลังจากถูกพากลับไปห้อง หัวหน้ากองก็ยังมีอาการไม่ค่อยดีอยู่พักใหญ่ แต่ก็ไม่มีรายละเอียดอื่นๆ อีกแล้ว รองหัวหน้ากองคาตาริน่าเองก็บอกกับสมาชิกกองอัศวินแค่ว่า “อย่าแตกตื่นไป” โดยไม่ยอมอธิบายอะไรมากไปกว่านั้น ทำให้ความไม่สบายใจแผ่ขยายออกกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่สมาชิกกองอัศวิน


ลาสโลเองก็ไม่ได้เจอหน้าสโนว์มาพักใหญ่เช่นกัน ความรู้สึกอึดอัดใจ ทำอย่างไรก็สลัดไม่ออก แต่สโนว์ก็เอ่ยกับลาสโลซึ่งกำลังสับสนด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงราวกับจะกลบเกลื่อนบรรยากาศ

“ฉันอยากจะไปซื้อของในเมืองสักหน่อย เธอไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้มั้ย”
“.....อื้อ”

ทั้งสองเดินออกไปที่สวนกลางด้วยกัน

สมาชิกกองอัศวินจำนวนมาก ยืนอยู่ในบริเวณสวนกลางเหมือนอย่างทุกๆ ครั้ง ลาสโลรู้สึกได้ว่าสายตาของทุกๆ คนมุ่งมาที่พวกเขา จึงกระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก ฝ่ายสโนว์นั้นก็แกล้งทำเหมือนกับว่าไม่รู้สึกตัว และเดินเชิดหน้าด้วยทีท่าไม่หวั่นเกรง ทว่าทั้งคู่ก็ถูกเรียกในหยุดยืนในขณะที่กำลังจะก้าวผ่านบานประตูออกไป

“ไง ลาสโลไม่ใช่เหรอนั่น ร่างกายไม่เป็นไรแล้วเหรอ”

รุ่นพี่ในกองอัศวินนั่นเอง ไม่นานนักทั้งคู่ก็ถูกรุ่นพี่หลายคนยืนล้อมกรอบ

ลาสโลลำบากใจ เพราะพอจะคาดเดาถึงจุดประสงค์ของพวกรุ่นพี่ได้ ทั้งเรื่องที่สโนว์ละทิ้งเรือแล้วหนีเอาตัวรอด รวมทั้งเรื่องที่ลาสโลทำหน้าที่บัญชาการรบแทนและปราบบรันด์ได้สำเร็จนั้น เป็นที่รู้โดยทั่วกันแล้วในกองอัศวิน การที่สโนว์กลายเป็นเป้าหมายให้ถูกหัวเราะเยาะจึงเป็นเรื่องช่วยไม่ได้

“ครับ ไม่เป็นอะไรแล้วครับ”

แล้วพวกรุ่นพี่ก็ชมเชยลาสโลที่เอ่ยตอบเพียงสั้นๆ ไม่ขาดปาก

“นายนี่ยอดไปเลยนะ จัดการเจ้า 6 เสานั่นได้ด้วย เป็นความภาคภูมิใจของกองอัศวินจริงๆ”
“อาการของหัวหน้ากองก็รู้สึกว่าจะเริ่มดีขึ้นแล้วด้วย ดีจริงๆ”

ในขณะที่เอ่ยชมลาสโล ก็รู้สึกได้เลยว่าพวกรุ่นพี่นั้นแกล้งเหน็บแนมสโนว์ด้วยทีละนิดๆ และตัวสโนว์เองก็คงจะรู้สึกได้อย่างชัดเจนที่สุดเป็นแน่

เมื่อสโนว์ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าด้วยท่าทีโมโห ลาสโลก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี คำพูดเสียดสีของพวกรุ่นพี่นั้น ถ้ายอมก้มหน้ารับดีๆ ปล่อยผ่านไปได้ ก็ไม่เป็นไรหรอก.... แต่โดยนิสัยของสโนว์แล้วคงจะทนไม่ไหวอย่างแน่นอน

“ทุกๆ คนคงจะเสียงดังมากไปแล้วมังครับ ทั้งที่อาการบาดเจ็บของหัวหน้ากองก็ไม่ใช่เบาๆ แท้ๆ.... การที่ทุกคนทำหน้าดีใจแบบนี้ผมคิดว่ามันไม่ค่อยเข้าทีนักนะครับ”
“จริงสิ พูดถึงเรื่องบาดเจ็บ คุณอดีตกัปตันที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่แขนล่ะ อาการเป็นยังไงบ้างแล้ว?”

รุ่นพี่ล้อเลียนสโนว์ด้วยน้ำเสียงสนิทสนมราวกับรอพร้อมรับมืออยู่แล้ว เสียงกลั้นหัวเราะเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ สโนว์จ้องมองพวกรุ่นพี่ตาเขม็งด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“ไปกันเถอะ ลาสโล!”

แล้วก็คว้าแขนของลาสโล ลากเดินออกไปอย่างหัวเสียทันที โดยที่เสียงหัวเราะของพวกรุ่นพี่ก็ยังคงไล่หลังมาเรื่อยๆ

ขณะที่เดินลอดผ่านประตูออกไป และมุ่งหน้าไปยังตัวเมือง สโนว์ก็พึมพำอย่างคับแค้นใจ

“ไม่รู้เรื่องอะไรเลยแท้ๆ.... กล้ามาทำเรื่องเสียมารยาทแบบนั้น บังอาจ....”
“....สโนว์”
“ครั้งต่อไปมันต้องไปได้สวยแน่ ฉันจะทำให้เจ้าพวกนั้นไม่มีวันพูดอย่างนั้นได้อีกเป็นครั้งที่สอง”

ลาสโลพยักหน้า พร้อมกับปรับจังหวะการเดินให้เข้ากับสโนว์ แล้วสโนว์จึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริงเหมือนกับจะตั้งสติใหม่ได้แล้ว

“ฉันอยากจะไปซื้อยาหน่อย อาจจะมีประโยชน์กับหัวหน้ากองบ้างไม่มากก็น้อยน่ะนะ ถ้าเป็นเธอคงจะรู้ใช่มั้ยว่าน่าจะไปซื้อที่ไหนดี? ฉันไม่ค่อยชินกับการมาซื้อของเท่าไหร่น่ะ”
“อื้อ ที่ร้านขายอุปกรณ์ก็น่าจะมีขายนะ”
“เอาล่ะ งั้นก็ไปกันเถอะ”

ทั้งสองลอดผ่านซุ้มประตูที่กั้นระหว่างอาณาเขตของกองอัศวินกับตัวเมืองแล้วมุ่งหน้าไปยังย่านการค้า แม้แต่ที่นี่ พวกลาสโลก็ยังคงตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนอยู่ดี

คนในเมืองเองก็เกรงใจสโนว์ ไม่กล้าเข้ามาทักทายแต่อย่างไร แต่ในทางกลับกัน การหลบสายตาที่เหมือนกับจะจงใจนั้นก็บอกเล่าได้เป็นอย่างดีว่าคนในเมืองให้ความสนใจพวกเขาขนาดไหน บทสนทนาที่ขาดตอนเป็นช่วงๆ ก็ดังเข้าหูให้ได้ยิน

“นั่นแหละลาสโล.... นั่นไง ที่อยู่ข้างๆ คุณหนูสโนว์น่ะ....”
“เด็กคนนั้นเหรอที่จัดการโจรสลัดบรันด์.... ยอดไปเลย....”
“เหรอ คุณหนูน่ะนะ....”

ลาสโลเหลือบมองสโนว์ที่กำลังกัดริมฝีปากแน่น

ลาสโลเองก็รู้สึกปวดอยู่ในใจเช่นกัน จริงอยู่การทิ้งเรือหนีเอาตัวรอดนั้นไม่ว่ายังไงก็คงจะต้องถูกต่อว่าอย่างช่วยไม่ได้ แต่สโนว์นั้นก็โชคร้ายที่ต้องมาพบเจอกับศัตรูที่ร้ายกาจขนาดนั้นในงานใหญ่งานแรกที่ได้รับมอบหมาย และในทางกลับกัน ตัวเขาเองก็เพียงแต่โชคดีเท่านั้น เพราะเขาได้หัวหน้ากองที่ตามมาทีหลังช่วยเอาไว้ในช่วงเวลาวิกฤตต่างหาก การที่มาได้รับคำชมเหมือนกับว่าทุกอย่างเป็นผลงานของเขาเองทั้งหมด มันทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก

ทั้งสองไปขอซื้อยาที่ร้านที่ชิปปุทำงานอยู่ และเดินกลับไปที่ป้อมของกองอัศวิน ทั้งที่นึกว่าสโนว์จะไปที่ห้องของหัวหน้ากองด้วยกันแท้ๆ แต่สโนว์กลับหยุดเท้าลงระหว่างทาง และยื่นถุงใส่ยาให้ลาสโล

“เธอช่วยเอาไปให้ทีได้มั้ย”
“สโนว์.......? แล้วเธอล่ะ?”
“ฉันขอตัวดีกว่า.......... ลาสโล”

สโนว์ตีสีหน้าเครียด แล้วจ้องมองหน้าของลาสโล

“คนอื่นๆ จะคิดยังไงก็ช่างเถอะ แต่แค่เธอเท่านั้นที่ฉันอยากให้เชื่อ ตอนนั้นฉันขยับแขนไม่ได้จริงๆ มันช่วยไม่ได้ เธอคงเข้าใจฉันนะ?”

ถึงแขนจะขาดก็เถอะ กัปตันเรือจะออกห่างจากเรือไม่ได้เด็ดขาด เพราะถึงจะจับดาบไม่ได้ แต่ก็ยังสามารถสั่งการเหล่าทหารได้ เพราะนั่นคือหน้าที่ของกัปตันเรือ

ถึงจะบอกกับลาสโลคนเดียวว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ การที่สโนว์จะสามารถลบล้างความอัปยศได้นั้น คงมีแต่จะต้องอดทนสร้างผลงานสะสมไปเรื่อยๆ เท่านั้น ทว่าสำหรับสโนว์ในเวลานี้ความจริงเช่นนั้นอาจจะโหดร้ายเกินไปกระมัง

เมื่อลาสโลพยักหน้าตอบอย่างเงียบๆ สโนว์ก็ยิ้มอย่างสบายใจ แล้วสาวเท้าจากไปอย่างรวดเร็ว

ความจริงแล้วจะไปด้วยกันก็ได้แท้ๆ หัวหน้ากองคงจะไม่ปฏิเสธความหวังดีของสโนว์อย่างแน่นอน ลาสโลคิดอย่างนั้น แต่สโนว์คงจะยังไม่กล้าไปพบหน้าหัวหน้ากองกระมัง


ความอ่อนโยนที่อยากจะเอายาไปให้กับความขี้กลัวจากความที่ไม่คุ้นเคยกับการถูกต่อว่า ไม่ว่าด้านไหนก็สมกับเป็นตัวสโนว์ทั้งนั้น


ลาสโลถอนหายใจ แล้วจึงก้าวขึ้นบันไดหอคอยที่ห้องของหัวหน้ากองตั้งอยู่

เมื่อเคาะประตู ก็ได้ยินเสียงของคาตาริน่าจากด้านใน

“ใครน่ะ? ช่วยเงียบหน่อยจะได้มั้ย”
“ลาสโลครับ เอ่อ.... ผมนำยามาส่งครับ”

คาตาริน่าเปิดประตูออกต้อนรับลาสโลด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“เธอเองเหรอ เข้ามาข้างในสิจ๊ะ”
“แต่ว่า....”
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ วันนี้หัวหน้ากองเองก็ท่าทางรู้สึกดีขึ้นบ้างนิดหน่อยแล้วล่ะ”

ลาสโลเข้าไปในห้องตามที่คาตาริน่าชวน เกล็นนั่งพิงหลังอยู่บนเตียงนอน สีหน้าของเขายังคงไม่สู้ดีนัก แต่ดูสงบเยือกเย็นเหมือนดั่งเช่นทุกๆ ครั้ง

“ไง ลาสโลเหรอ ขอบใจที่มานะ”

คำพูดห้วนๆ แต่ก็มีพลังเหมือนอย่างหัวหน้ากองตามปกติ เมื่อได้ยินเช่นนั้นลาสโลจึงโล่งใจขึ้นบ้าง

“เธอบอกว่าเอายามาส่งสินะ?”
“ครับ”

ลาสโลส่งห่อยาขนานพิเศษให้กับคาตาริน่า

“เธอไปซื้อมาเหรอจ๊ะ? เข้าใจคิดนะ”
“เปล่าหรอกครับ จากสโนว์น่ะครับ”

พอรีบบอกออกไป สีหน้าของคาตาริน่าก็หม่นลงเล็กน้อย

“สโนว์?..... งั้นเหรอ เด็กคนนั้นเองก็คงอยากจะกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาในแบบของเขาสินะ”

คาตาริน่าหันกลับไป และยื่นห่อยาให้กับเกล็น

เกล็นยิ้มและทำท่าเหมือนกับจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าจู่ๆ ใบหน้านั้นก็บูดเบี้ยวลง

“อึ้ก.....!”

มือซ้ายของเกล็นเปล่งแสงออกมา ลาสโลรีบก้าวเข้าไปใกล้เตียงของหัวหน้ากองทันที

ตราสัญลักษณ์อันนั้น ประทับอยู่บนมือซ้ายของเกล็น ตราสัญลักษณ์อันเล็กๆ ซึ่งมีลวดลายสลับซับซ้อน ดูคล้ายกับก้นหอย มันกำลังเปล่งแสงสีแดงฉานออกมา

“ทั้งสองคน.... ออกไปจากห้องซะ ขอข้าอยู่คนเดียว”
“แต่ว่า หัวหน้ากองคะ!”

คาตาริน่ามีทีท่าสับสน แต่เกล็นก็ออกคำสั่งอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

“ไปซะ! แล้วอย่าให้ใครเข้าใกล้ห้องนี้เป็นอันขาดล่ะ!”
“....ทราบแล้วค่ะ”

แม้จะลังเลใจ แต่คำสั่งของหัวหน้ากอง ย่อมขัดขืนไม่ได้

“ไปกันเถอะจ้ะ ลาสโล”

คาตาริน่าดันหลังลาสโลให้ออกไปจากห้อง เมื่อหันกลับไปเหลียวมองตอนที่จะก้าวพ้นประตู เขาก็ได้เห้นสีหน้าของหัวหน้ากองวูบหนึ่ง เกล็นโง้มตัวลง ปิดตาทั้งสองข้างแน่นด้วยท่าทางทรมาน

“เดี๋ยวฉันจะเฝ้าอยู่ที่นี่เองจ้ะ เธอกลับไปพักผ่อนที่ห้องเถอะ”

คาตาริน่าเอ่ยเบาๆ หลังจากปิดประตู ลาสโลจึงเอ่ยถามเธอเสียงค่อย

“หัวหน้ากอง.... มีอาการยังไงบ้างเหรอครับ? อาการแบบเมื่อครู่นี้ เป็นบ่อยเลยเหรอครับ....?”
“นั่นสินะ บางครั้งก็ท่าทางเหมือนท่านจะเจ็บที่มือน่ะ นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีบาดแผลที่ไหนอีก.... ท่านหมอเองก็บอกว่าไม่เคยพบอาการแบบนี้มาก่อนเหมือนกันจ้ะ”

เป็นเพราะตราสัญลักษณ์ที่ได้รับสืบทอดมาจากบรันด์ ถึงจะคิดแบบนั้น แต่ก็บอกออกไปไม่ได้

พลังมหาศาลที่เปลี่ยนผู้ใช้อาวุธลับ และเหล่าสมาชิกกองอัศวินให้กลายเป็นเถ้าถ่านได้ในชั่วพริบตา หมายความว่า หัวหน้ากองได้รับพลังนั้นมาอย่างนั้นหรือ หัวหน้ากองเคยใช้พลังนั้นบ้างหรือเปล่า

แม้จะคิดว่าควรจะต้องเล่าเรื่องนี้ให้คาตาริน่าฟัง แต่ลาสโลก็ยังตัดสินใจไม่ได้ เพราะแม้แต่ตัวลาสโลเองก็ยังไม่สามารถทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเวลานั้นได้เลยแม้แต่น้อย


3-2

หลังจากแยกกับคาตาริน่า ลาสโลก็เดินไปตามระเบียงทางซึ่งทอดไปสู่ห้องส่วนตัวของเขา ทว่าในระหว่างนั้นเองก็ได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น ฟังดูเหมือนเสียงปืนใหญ่ ลาสโลรีบถลันวิ่งออกไปยังสวนกลางทันที

เหล่าสมาชิกกองอัศวินคนอื่นๆ ก็เริ่มมารวมตัวกันที่สวนกลางเช่นกัน คำว่าโจรสลัดดังโหวกเหวกไปทั่ว

โจรสลัด.... หรือว่าลูกน้องของบรันด์จะมาเพื่อแก้แค้น พอเห็นลาสโล พวกทัลและเคเนสก็วิ่งเข้ามาใกล้

“ได้ยินรึยังลาสโล เขาว่าโจรสลัดมาโจมตีเราแน่ะ!”
“พวกของบรันด์งั้นเหรอ....?”
“ไม่รู้เหมือนกัน ยังไงก็ลองไปดูกันก่อนเถอะ!”

ในเวลาที่ผู้บัญชาการอย่างหัวหน้ากองขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้แบบนี้.... ลาสโลวิ่งผ่านสวนกลางไปพร้อมกับพวกทัลโดยที่เก็บงำความไม่สบายใจไว้ภายใน เพื่อพุ่งบานประตูออกไป ท่าเรือก็ปรากฏแก่สายตา เรือหลายลำซึ่งลอยอยู่ห่างออกไปหันกราบเรือเข้าหาป้อม จึงแลเห็นปืนใหญ่เวทมนตร์ที่เรียงรายได้ในทันที

กระสุนปืนใหญ่พุ่งเข้าปะทะกับกำแพงหินของป้อมอัศวิน แรงสั่นสะเทือนมหาศาลส่งผ่านไปทั่วทั้งป้อม

“เราต้องตอบโต้บ้าง! ออกเรือกันเถอะ!”

สมาชิกกองอัศวินต่างก็ ส่งเสียงโห่ร้องกึกก้อง ลาสโลเองก็วิ่งสุดกำลังไปยังเรือที่จอดเทียบท่าอยู่ เมื่อถอนสมอและหันหัวเรือมุ่งหน้าไปยังเรือโจรสลัดแล้ว ใครบางคนก็เอ่ยปากขึ้นมา

“ลาสโล นายเป็นคนสั่งการนะ”
“เอ๋.... แต่ว่า”

บนเรือลำนี้ยังมีสมาชิกกองอัศวินที่อายุมากกว่าเขาอยู่อีกมากมาย ลาสโลลังเลใจ แต่ทัลก็เดินมาตบเข้าที่หลังของเขา

“ทุกคนหวังในตัวนายนะ ฝากด้วยล่ะ ลาสโล”

เพราะตระหนักดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมามัวเกรงใจกัน ลาสโลจึงพยักหน้าตอบ ถ้าเทียบกับเมื่อครั้งที่ถูกเรือหกเสาจู่โจมแล้ว ครั้งนี้จิตใจของเขาสงบกว่ามากนัก แม้เรือฝ่ายศัตรูจะมีจำนวนมาก ทว่าก็เป็นเพียงกลุ่มโจรสลัดธรรมดา ไม่ใช่สัตว์ร้ายที่มีความบ้าคลั่งสิงสถิตอยู่ภายในดังเช่นบรันด์

“ตรวจสอบปืนใหญ่เวทของศัตรู!”
“ครับ! (ไฟ) กับ (สายฟ้า) ครับ!”
“ถ้างั้นทางเราก็ยิงด้วย (น้ำ) กับ (ดิน) ทัล จูเอล ฝากด้วยนะ!”

สมาชิกกองอัศวินแต่ละคนนั้น มีความถนัดในการใช้ตราสัญลักษณ์ที่ต่างกันออกไป จูเอลเข้ากับตราสัญลักษณ์แห่งน้ำได้ดี ส่วนทัลก็ตราสัญลักษณ์แห่งดิน

“ล่อศัตรูให้อยู่ในระยะพอเหมาะ! ปืนใหญ่เวท (น้ำ) เตรียมการพร้อมแล้วรึยัง!”
“ค่ะ!”
“ยิงได้!”

จูเอลยิงกระสุนเวทแห่งน้ำออกไปในทันทีที่ได้รับสัญญาณ กระสุนน้ำลบล้างพลังของกระสุนเวทไฟที่ศัตรุยิงตอบโต้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และพุ่งเข้าทำลายดาดฟ้าเรือของศัตรู

“เอาล่ะ ทัล ต่อไปก็เธอ”
“ไว้ใจได้เลย”

การยิงของทัลก็เข้าเป้าอย่างแม่นยำเช่นกัน เมื่อรับการโจมตีเข้าไป 2 ครั้ง เรือศัตรูก็หมุนเปลี่ยนทิศทางเป็นวงกว้าง

“เอ๋....? คิดจะหนีแล้วเหรอ?”

จูเอลเอ่ยขึ้นอย่างผิดคาด ถึงจะถูกยิงเข้าเต็มที่ แต่สถานการณ์ก็ยังไม่ถึงขั้นที่ว่าจะสู้ต่อไม่ไหว ทั้งที่เป็นอย่างนั้นแต่เรือศัตรูกลับหันหลังหนี แล้วก็ไม่ใช่เพียงแค่ลำเดียว แต่กองเรือที่เหลือทั้งหมดก็เริ่มเคลื่อนตัวออกห่างจากราสริลเช่นกัน

การเคลื่อนไหวของศัตรูไม่เป็นธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัด

กับดักงั้นเหรอ....... เมื่อลาสโลพึมพำขึ้น เคเนสก็เอ่ยเห็นพ้อง

“คงจะอย่างนั้นล่ะ ถ้ารุกตามมากเกินไปจะอันตราย ตอนนี้เราถอยก่อนดีกว่า”
“เข้าใจแล้ว....”

ขณะที่ลาสโลกำลังจะสั่งการให้กลับไปที่ท่าเรือราสริลก่อนนั้นเอง

“มีคนคิดจะรุกต่อด้วยแน่ะ”
“เอ๋?”

ลาสโลตกใจ และทาบมือลงกับกราบเรือ เรือลำหนึ่งกำลังพยายามจะแยกตัวออกจากกลุ่มเรือของกองอัศวินไกเอ็น ดูท่าทีแล้วคงคิดจะไล่ตามกองเรือของโจรสลัดที่กำลังจะหนีไปนั่นเอง ทั้งที่เรือลำอื่นๆ ต่างกำลังจะกลับไปที่ท่าเรือ การไล่ตามศัตรูไปเพียงลำเดียวนั้นเป็นการกระทำที่ไร้หัวคิดอย่างที่สุด

หรือว่าจะเป็นสโนว์ ลาสโลสังหรณ์ใจขึ้นมาแบบนั้น ภาพใบหน้าด้านข้างของสโนว์ที่พึมพำอย่างคับแค้นว่า ครั้งต่อไปต้องไปได้สวยแน่ ลอยขึ้นมาในสมองของลาสโล สโนว์อาจคิดที่จะจมเรือโจรสลัดลงซะที่นี่ เพื่อสร้างผลงาน ลบล้างความอัปยศในวันก่อนก็เป็นได้

กองเรือโจรสลัดที่ควรจะเคลื่อนตัวหนีออกไปลดความเร็วลงอย่างกะทันหัน ศัตรูเองก็คงจะงุนงงกับการกระทำที่บ้าระห่ำของอีกฝ่ายเช่นกัน แต่ก็สมกับเป็นผู้เชี่ยวชาญที่คุ้นเคยกับสมรภูมิจริง กระบวนเรือโจรสลัดแผ่ออกกว้างเป็นรูปพัด เตรียมเข้าล้อมกรอบศัตรูผู้ติดตามอย่างรวดเร็ว

“เอาไงดีล่ะ?”

พอทัลเอ่ยถามขึ้น ลาสโลก็ลังเลใจ นั่นจะใช่เรือของสโนว์หรือไม่ก็เอาเถอะ เขาไม่อยากทอดทิ้งพวกเดียวกัน แต่ทว่าถ้าบุกตามเข้าไปจนติดกับของศัตรูทั้งที่เห็นๆ กันอยู่ ก็อาจจะทำให้เพื่อนๆ ต้องตกอยู่ในอันตรายก็ได้

เมื่อเคเนสช่วยพูดขึ้นว่า “ช่วยไม่ได้นะ ไปกันมั้ย” ลาสโลก็โล่งใจ พวกลาสโลกลับหัวเรือที่กำลังจะหันไปยังท่าเรือ ให้มุ่งสู่น่านน้ำอีกครั้ง เมื่อเห็นดังนั้น กองเรือโจรสลัดก็เกิดระส่ำระสายขึ้นอีกครั้งด้วยว่าไม่รู้จะยิงโจมตีหรือจะหนีต่อดี ดูท่าระบบการบัญชาการของกองเรือโจรสลัดคงจะไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไรนัก

สุดท้าย กองเรือโจรสลัดก็ดูเหมือนว่าจะตัดสินใจหนี เรือที่ถูกกระสุนปืนใหญ่เข้าไป 2 ครั้งในตอนแรก ค่อยๆหันหัวเรืออย่างช้าๆ รั้งท้าย เรือของพวกลาสโลสามารถไล่ตามทันได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ลาสโลก็ไม่ได้ออกคำสั่งให้ยิงปืนใหญ่ เพราะความสงสัยในเรื่องกับดักก็มีส่วน แต่ยิ่งไปกว่านั้น หน้าตาที่ดูซื่อๆ ของผู้บัญชาการฝ่ายศัตรูที่ปรากฏร่างอยู่ที่ดาดฟ้าท้ายเรือนั้นเอง ที่ทำให้ลาสโลหมดความคิดที่จะรบต่อ แถมข้างกายของผู้บัญชาการนั้น ยังมีเด็กหนุ่มอายุไม่มากนักยืนอยู่อีกต่างหาก เมื่อเห็นแบบนั้นแล้ว ก็ทำให้ไม่นึกอยากจะจมเรือนั้นเท่าไร

“อย่าได้ใจไปนะพวกแก!”

ผู้บัญชาการร่างเตี้ย ไว้เครา ร้องตะโกนใส่พวกลาสโลด้วยเสียงใหญ่ๆ

“วันนี้ชั้นจะยอมรามือแค่นี้ก่อน! เพราะเป้าหมายของพวกชั้นไม่ใช่การฆ่าพวกแก! แต่ว่าถ้าชั้นเอาจริงขึ้นมาล่ะก็ มันไม่จบแค่นี้หรอกนาเฟ้ย! ชั้นคือท่านดาริโอ้ สมุนอับดับหนึ่งของยอดโจรสลัด ท่านคิกะ จำไว้ให้ดีล่ะ!”
“พ่อฮะ สมุนอันดับหนึ่งไม่ใช่คุณซีกูลท์หรอกเหรอฮะ....”
“หนวกหูเฟ้ย!”

หลังจากตะโกนใส่เด็กชายที่อยู่ข้างๆ โจรสลัดผู้อ้างชื่อว่าดาริโอ้ก็เดินหายไปอย่างสง่างาม

“....อะไรกันล่ะนั่นน่ะ?” ทัลเอ่ยพร้อมกับเอียงคอ
“ยอดโจรสลัดคิกะ กับดาริโอ้งั้นเหรอ? ไม่เห็นเคยได้ยินเลย”
“ชื่อของคิกะน่ะ โด่งดังมากนะ” เคเนสกล่าวตอบ
“ยิ่งใหญ่พอๆ กับบรันด์เลยแหละ แต่ลุงตลกๆ คนนั้นจะเป็นลูกน้องของคิกะจริงๆ รึเปล่าก็อีกเรื่องล่ะนะ....”
“ฉันเอง ยังรู้จักชื่อคิกะเลย ทัลนี่หลังเขาจริงๆ น้า”

เมื่อถูกจูเอลหัวเราะเยาะ ทัลก็เริ่มหน้าบูด พอลล่าจึงเอ่ยขึ้นบ้างเหมือนเป็นการตัดบท

“ชื่อคิกะน่ะยังเคยได้ยินอยู่ แต่ชื่อสมุนอันดับหนึ่งดาริโอ้นี่ไม่เคยได้ยินเลยนะคะ”
“รู้สึกว่าเป็นคนประเภทที่เกลียดไม่ลงเอาเลยแฮะ.... แต่หมอนั่นพูดว่าเป้าหมายไม่ใช่การฆ่าพวกเราสินะ หมายความว่ายังไงหว่า?”

เคเนสเอ่ยแสดงความเห็นที่เยือกเย็นต่อคำถามของทัล

“วันนี้ พวกนั้นอาจจะแค่มาทดสอบดูเพื่อสำรวจทีท่าของพวกเราก็ได้ จะยังไง โจรสลัดก็ไม่มีทางมาโจมตีราสริลโดยไม่มีเหตุผลหรอก ชั้นว่าคงจะมีใครจ้างพวกนั้นมาล่ะนะ”
“....นั่นสินะ”

ลาสโลเอ่ยตอบ แต่ใจเขาไม่ได้อยู่กับเรื่องนั้นเสียแล้ว จากจุดที่เขายืนอยู่ สามารถมองเห็นสภาพบนเรือที่แยกตัวจากกองเรือหลักและคิดจะไล่ตามกลุ่มโจรสลัดไปได้อย่างชัดเจน ที่ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือนั่น คือสโนว์ไม่ผิดแน่

สโนว์เองก็จ้องมองมาทางเรือของพวกเขาเช่นกัน ระยะทางนั้นไกลเกินกว่าจะมองเห็นสีหน้า แต่ลาสโลก็จินตนาการออกได้ไม่ยาก สโนว์คงจะกำลังกัดริมฝีปาก ใบหน้าสีขาวนั้นก็คงจะยิ่งขาวซีดกว่าเดิม


ขัดขวางฉันดีนักนะ......


สโนว์คงจะกำลังจ้องมองเรือที่ลาสโลเป็นผู้สั่งการเขม็ง ด้วยใบหน้าที่เคียดแค้นอยู่เป็นแน่


เมื่อกลับมาถึงป้อมอัศวิน ลาสโลก็ถูกเรียกให้ไปที่ห้องของหัวหน้ากอง

สโนว์ได้มารออยู่ก่อนแล้ว ลาสโลจึงเข้าไปยืนเรียงแถวกับสโนว์เพื่อรอคำพูดของเกล็น

อาการของเกล็นทุเลาลงแล้ว ลาสโลเหลือบสายตาไปที่มือซ้ายของเกล็น แต่ก็ไม่มีแสงประหลาดใดๆ เปล่งออกมา เมื่อมองแบบนี้ รอยนั้นก็แลดูเหมือนกับปานสีหม่นๆ เท่านั้น ฝ่ายเกล็นก็ดูเหมือนจะรู้สึกถึงสายตาของลาสโล จึงเอามือไขว้ไว้ด้านหลัง ไม่ให้ลาสโลมองเห็นได้

“ขอโทษด้วย ที่ข้าออกไปบัญชาการในการรบเมื่อครู่นี้ไม่ได้ แต่ข้าได้เห็นสภาพการรบจากทางหน้าต่างแล้ว ลาสโล การบัญชาการของเจ้ายอดเยี่ยมมาก ทำให้กองเรือโจรสลัดล่าถอยกลับไปได้อย่างปลอดภัยสินะ”

ลาสโลก้มศีรษะลงเล็กน้อย

“ต่อไปก็ สโนว์”

เกล็นจ้องมองสโนว์ด้วยสายตาดุดัน ทำให้ลาสโลกังวลใจขึ้น เพราะถึงไม่ถาม ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าเกล็นคิดอย่างไรกับการกระทำตามอำเภอใจของสโนว์ เกล็นเงื้อหมัดขึ้นโดยไม่พูดอะไร และซัดเข้าที่แก้มของสโนว์เต็มแรง สโนว์ยืนซวนเซ ฝ่ายลาสโลก็ห่อไล่ลงโดยที่ไม่รู้สึกตัว

“คิดถึงทีมเวิร์คซะบ้าง! พวกเราไม่ได้ต่อสู่แค่เพียงลำพังคนเดียวนะ! การกระทำตามอำเภอใจของแกเพียงคนเดียวอาจจะทำให้พวกพ้องทุกคนตกอยู่ในอันตรายก็ได้ รู้จักใช้สมองบ้างสิ!”
“....ครับ ขออภัยด้วยครับ”

สโนว์เอ่ยรับแล้วเสียงที่เหมือนจะหายไปในลำคอ แล้วเกล็นจึงถอนหายใจอย่างอารมณ์เสีย

“พอได้แล้ว ทั้งสองคนกลับไปได้”
“ครับ”

ทั้งสองเดินออกจากห้องโดยพร้อมเพรียง ลาสโลรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก ไม่สามารถเงยขึ้นมองหน้าสโนว์ตรงๆ ได้

สโนว์ยืนนิ่ง และพูดพึมพำกับตัวเอง

“คราวนี้ฉันไม่ได้ทิ้งเรือซักหน่อย.... ทั้งที่ฉันคิดจะสู้จนถึงที่สุดแล้วแท้ๆ.... แล้วมันผิดอะไรตรงไหนอีกล่ะ?”
“สโนว์....”
“เพราะเธอเข้ามาขัดขวางฉันนั่นแหละ ถ้าเธอไม่เข้ามายุ่ง ฉันก็จัดการจมเรือโจรสลัดพวกนั้นจนเกลี้ยงไปแล้ว ทำไมหัวหน้ากองถึงได้ชมแต่เธอหา? ทั้งที่ตอนที่เรียน ผลคะแนนของฉันก็สูงกว่าเป็นไหนๆ....”

เมื่อพูดมาถึงตรงนั้น สโนว์ก็ดูเหมือนว่าจะรู้สึกไม่ดีเช่นกัน สโนว์มองลาสโลแล้วแววตาที่หม่นหมอง แล้วเอ่ยต่อ

“....ขอโทษนะ เมื่อกี้นี้คิดซะว่าฉันไม่ได้พูดก็แล้วกันนะ ฉันสับสน....”

สโนว์ไม่ยอมพูดให้จบ ก็เดินไหล่ตกก้าวลงบันไดไป ลาสโลหยุดรออยู่พักหนึ่ง แล้วจึงก้าวลงบันไดอันเดียวกันนั้นตามลงไป ซึ่งก็ไม่เห็นสโนว์อยู่ใกล้ๆ นั้นแล้ว

ลาสโลตระหนักดีว่า ได้เกิดรอยร้าว หยั่งลึกขึ้นระหว่างพวกเขาสองคนเสียแล้ว เวลาที่ทุกอย่างดำเนินไปได้ราบรื่น สโนว์จะเก่งกาจ อ่อนโยน และคอยดูแลทุกคนเป็นอย่างดี ทว่า เมื่อมีอะไรสะดุดขึ้นมาก้าวหนึ่ง ความเปราะบางนั้นก็จะปรากฏให้เห็นเด่นชัด


ตอนนี้ สโนว์มองเขาด้วยสายตาแบบไหนกันนะ


เมื่อคิดถึงเรื่องนั้น ลาสโลก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก


3-3

คืนนั้น ลาสโลฝัน


ฝัน..... จะเรียกแบบนั้นได้ไหมนะ เพราะเขาไม่เห็นภาพใดๆ แค่เพียงได้ยินเสียงเท่านั้น เสียงอันอ่อนโยน และเศร้าสร้อยของหญิงคนหนึ่ง

------- ลาก่อน ท่านคะ แล้วก็ลูกๆ ของแม่.....

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ตั้งแต่ยังเล็ก เขาเคยได้ยินเสียงนี้ดังซ้ำไปซ้ำมานับครั้งไม่ถ้วนในห้วงนิทรา ไม่มีเหตุการณ์ก่อนหรือหลังจากนั้นแต่อย่างใด มีเพียงคำพูดนั้นเท่านั้น ที่ยังคงดังอยู่ในหูแม้ว่าจะลืมตาตื่นแล้ว

ลาสโลคิดว่า บางทีนั่นอาจจะเป็นความทรงจำเกี่ยวกับมารดาของเขาก็ได้ แม้ว่าจดจำใบหน้าของผู้ให้กำเนิดไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แต่มีเพียงเสียงของมารดาในยามที่ลาจากกันเท่านั้นที่อาจจะตราตรึงฝังลึกลงไปภายในโดยที่เขาทันไม่รู้สึกตัว เขาไม่รู้ว่ามารดาของเขากล่าวคำพูดนี้ในสถานการณ์แบบไหน แต่ถ้าคิดถึงเรื่องที่ว่าลาสโลซึ่งยังเล็กมากได้ลอยมาติดฝั่งที่ราสริลนี้เพียงคนเดียวแล้ว เรือที่ครอบครัวของเขาโดยสารอยู่คงจะเกิดอับปางลงที่ไหนกระมัง


มารดาของเขาคงจะกล่าวคำพูดนี้ ก่อนที่เรือจะจมลงกระมัง คำกล่าวเพื่ออำลาสามีและบุตรของตน

------- แม่

ลาสโลขดตัวกลมบนเตียง และกระซิบเบาๆ

เขาไม่ได้รู้สึกคิดถึงหรือโหยหาแต่อย่างใด ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ไม่รู้สึกถึงความรักที่มีต่อมารดาซึ่งเขาจดจำไม่ได้แม้แต่ใบหน้า


มีก็เพียงแต่ความเศร้าเท่านั้น


แม้แต่ตัวเขาซึ่งไม่เคยรู้จักผู้ร่วมสายโลหิตคนใดเลย ก็ยังเคยมีมารดาที่เฝ้าทะนุถนอมเลี้ยงดูมาเช่นกัน พอนึกอย่างนั้นแล้ว.... เขาก็รู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก


ที่ปลุกลาสโลที่ครึ่งหลับครึ่งตื่น และม่อยหลับไปอีกครั้งไม่ใช่เสียงในความฝัน แต่เป็นเสียงสบายๆ ที่เอ่ยเรียกเขา

“เฮ้ เช้าแล้วนะ ตื่นได้แล้ว ลาสโล”

เมื่อรู้สึกตัวว่านั่นคือเสียงของบุงกิ ลาสโลก็รีบลุกจากเตียงทันที

“ไปเดี๋ยวนี้แหละ!”

ลาสโลตอบด้วยเสียงอันดังแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า พอออกจากห้อง ก็พบบุงกิชายร่างเล็กยืนอยู่ ใบหน้าซึ่งเต็มไปด้วยกระนั้นมีรอยยิ้มกว้างประดับ

“อาหารเช้าได้แล้วนะ ศึกไล่โจรสลัดเมื่อวานนี้ เธอมีผลงานดีเด่น เพราะงั้นฉันก็เลยทำมอร์นิ่งเซ็ต สูตรบุงกิ สเปเชี่ยลไว้ให้ เซอร์วิสพิเศษแถมไข่ 2 ฟองด้วยนะ”
“ขอบคุณนะ”

บุงกิเป็นพ่อครัวผู้ดูแลเรื่องอาหารการกินทั้งหมดภายในป้อมของกองอัศวิน เขาเพิ่งอายุได้ 20 ปี ซึ่งเรียกว่ายังหนุ่ม แต่ฝีมือนั้นเป็นที่ยอมรับโดยทั่วกัน บุงกิไม่ได้ไปฝึกฝนวิชากับพ่อครัวมีชื่อที่ไหนเป็นพิเศษ แต่ขัดเกลาฝีมือขึ้นมาด้วยรูปแบบของตนเอง ดังนั้นเขาคงจะมีลิ้นและประสาทสัมผัสที่ดีติดตัวอยู่ด้วย เซนส์ในการใช้วัตถุดิบที่มีจำกัดมาทำอาหารได้หลากรูปแบบนั้น เป็นที่ถูกใจของสมาชิกกองอัศวินอย่างมาก

“แล้วก็อาหารเช้าของหัวหน้ากองก็เสร็จแล้วเหมือนกัน มีซุปสูตรพิเศษใส่เนื้อเต็มที่ด้วย คงจะทำให้ท่านแข็งแรงขึ้นได้น่ะนะ เธอช่วยยกไปที่ห้องหัวหน้ากองให้หน่อยได้มั้ย?”
“ได้สิ หัวหน้ากองต้องดีใจแน่ๆ เลย”

ลาสโลแวะรับถาดใส่อาหารที่ห้องครัว แล้วจึงก้าวขึ้นบันไดซึ่งทอดไปยังชั้นบนของหอคอย

เมื่อเคาะประตู คาตาริน่าก็โผล่หน้าออกมาเล็กน้อยเหมือนอย่างทุกๆ ครั้ง

“อา อรุณสวัสดิ์ ลาสโล ขอโทษนะ แต่ตอนนี้พวกเรากำลังคุยเรื่องสำคัญ....”
“ไม่เป็นไร พูดกับลาสโลไว้ด้วยเลยก็แล้วกัน”

เสียงของเกล็นดังขึ้นจากด้านใน ลาสโลส่งถาดอาหารเช้าให้คาตาริน่า แล้วก้าวเข้าไปในห้อง

เกล็นยังคงนั่งอยู่บนเตียงเหมือนอย่างเคย แต่สีหน้าดูดีขึ้นกว่าเมื่อวานมาก พอคาตาริน่าส่งถาดอาหารเช้าให้ ก็เอ่ยขึ้นว่า “โอ้ ท่าทางน่าอร่อยนี่” เกล็นอาจจะแกล้งแสดงทีท่าว่าแข็งแรงดีต่อหน้าลาสโลก็เป็นได้ แต่ยังไงก็ตาม เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่มีชีวิตชีวาเช่นนั้น ลาสโลก็โล่งใจขึ้น

“เรื่องการโจมตีของโจรสลัดเมื่อวานนี้น่ะจ้ะ”

ระหว่างที่เกล็นลงมือรับประทานอาหาร คาตาริน่าก็เริ่มอธิบาย

“เราตรวจรู้แล้วว่า เป็นคนละกลุ่มกันกับพวกที่ออกอาละวาดอยู่ในน่านน้ำแถบนี้ บางที คงจะมาโจมตีที่นี่เพราะได้รับการว่าจ้างจากใครบางคนจ้ะ”

ลาสโลพยักหน้าตอบ เหมือนกับที่เคเนสคิดเอาไว้เมื่อวานนี้

“แต่ถึงจะบอกอย่างนั้นก็เถอะ ที่ราสริลนี่ก็ไม่มีสมบัติอะไรที่น่าจะเป็นเป้าหมายของพวกโจรสลัดได้ กลับกัน ตามปกติแล้วพวกมันจะเลี่ยงที่จะผ่านเกาะซึ่งเป็นฐานกำลังของกองอัศวินนี้เสียด้วยซ้ำ ถึงจะไม่รู้เป้าหมายในการจู่โจมที่แน่ชัด แต่แน่นอนแล้วว่ามีใครบางคนกำลังที่คิดจะท้าสู้กับกองอัศวินของเราอยู่ ที่พวกนั้นรีบถอยกลับไปเมื่อวาน ก็คิดว่าคงจะเป็นเพราะต้องการจะทดสอบกำลังรบของฝ่ายเราก่อนน่ะจ้ะ”
“ทดสอบ....”
“จ้ะ จากความคิดเห็นของหัวหน้ากอง คิดว่าอีกไม่นานการจู่โจมจริงๆ ก็คงจะเริ่มขึ้นน่ะจ้ะ”

เกล็นวางช้อนลง แล้วจึงเอ่ยขึ้นบ้าง

“กองกำลังขนาดที่เทียบกับเมื่อวานนี้ไม่ได้เลยคงจะมาโจมตีเราแน่ ถึงตอนนั้นข้าจะออกรบด้วย”
“หัวหน้ากอง....”
“ปล่อยให้พวกเจ้าจัดการกันเองข้าไม่วางใจ” เกล็นยิ้มกว้าง แล้วจึงเอ่ยต่อ
“โอ๊ะ พูดเกินไปหน่อยรึเปล่าเนี่ย เมื่อวานข้าก็พูดไปครั้งแล้วน่ะนะ ลาสโล การบัญชาการของเจ้ายอดเยี่ยมมาก แต่ว่าอายุเจ้ายังน้อยนัก ประสบการณ์เจ้ายังไม่เพียงพอที่จะรวมกองอัศวินที่มีแต่พวกร้ายๆ ทั้งหลายอยู่กันเต็มนี่ให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้”
“ครับ”
“ข้าอยากให้เจ้าสะสมประสบการณ์ในฐานะผู้ช่วยของข้า แล้วสักวันหนึ่ง....”

สักวันหนึ่ง------- คำพูดที่เกล็นตั้งใจจะเอ่ยต่อไปนั้นชัดเจนอยู่แล้ว

ข้าอยากให้เจ้าเป็นผู้สืบทอดของข้า และชี้นำกองอัศวินต่อไป

คงเป็นคำพูดแบบนั้นกระมัง ทว่าใจของลาสโลกลับจมดิ่งลง หากว่าไม่ใช่แค่เขาเพียงคนเดียว หากว่าเขากับสโนว์ได้ฟังคำพูดเช่นนี้จากหัวหน้ากองด้วยกัน พวกเขาจะรู้สึกยินดี และภาคภูมิใจขนาดไหนกันนะ

“หัวหน้ากองคะ อย่าเพิ่งคึกคักให้มากเกินไปนักสิคะ ร่างกายท่านยังไม่แข็งแรงดีเลยนะคะ”

พอได้ยินคาตาริน่าพูดย้ำ เกล็นก็หัวเราะแบบลำบากใจ

“ฟังเขาว่าสิ ลาสโล เป็นแบบนี้อยู่เรื่อยเลย ข้าน่ะโดนท่านรองหัวหน้ากองจอมขี้บ่นดุเอาอยู่เป็นประจำ จนแทบจะไม่รู้แล้วว่าใครเป็นหัวหน้ากองกันแน่น่ะ”
“หัวหน้ากอง! ข้าเพียงแต่เป็นห่วงสุขภาพของหัวหน้ากองเท่านั้นเองนะคะ”

ขณะที่คาตาริน่าเอ่ยตอบนั้นเอง

ป้อมอัศวินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ลาสโลรีบมองออกไปนอกหน้าต่างทันที

การคาดการณ์ของเกล็นกลายเป็นจริงอย่างรวดเร็ว ที่ลอยอยู่บนผืนทะเล ก็คือกองเรือที่มีจำนวนมากกว่าเมื่อวานร่วมเท่าตัว ใบหน้าของคาตาริน่าเผือดซีดลง

“ทำไม.... ถึงปล่อยให้กองเรือใหญ่แบบนั้นเข้ามาใกล้ถึงขนาดนี้ได้ เรือสังเกตการณ์มัวทำอะไรกันอยู่....!”

เกล็นลุกขึ้นจากเตียง แล้วก้าวไปที่ริมหน้าต่าง ลาสโลเองก็ยืนข้างๆ เกล็น และก้มมองลงไปด้านล่าง

ที่นั่น เขาได้เห็นสภาพอันน่าสังเวช ซากนกจำนวนมากกองกลาดเกลื่อน ตรงกลางบริเวณนั้น มีนกขนาดใหญ่โดดเด่นส่งเสียงร้องแหลมสูง นกดุร้ายซึ่งมีปีกและขนสีเขียว

เจ้านกตัวนี้คงจะฉีกทึ้งร่างของเหล่านกน้อยด้วยจะงอยปากและกรบเล็บที่แหลมคมของมันนั่นเอง

“นกนาเซลโดนเก็บหมด ที่ไม่มีการติดต่อเข้ามา เพราะอย่างนี้เองรึ

เสียงพึมพำของเกล็น ทำให้คาตาริน่าสะดุ้งขึ้น มือทั้งสองยกขึ้นป้องปาก

“นกนาเซล.... หรือจะเป็นเพราะว่าข้าหลุดปากพูดออกไปโดยไม่ทันระวังเมื่อตอนนั้น....?”
“ยังไม่รู้หรอก.... แต่ว่า”

เกล็นหยุดคำพูดลงเพียงเท่านั้น

ลาสโลนึกถึงบทสนทนาของคาตาริน่ากับสโนว์ขึ้นมา ทั้งสองเผลอพูดถึงเรื่องของนกนาเซลซึ่งควรจะห้ามเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกต่อหน้าลามาด้าแห่งบริษัทขนส่งโอลาค ใบหน้าของลามาด้าซึ่งมีทีท่าว่ามีความสนใจเป็นอย่างมากปรากฏขึ้นในสมอง

หากว่าความลับเรื่องนกนาเซลจะรั่วออกไป ก็น่าจะมีแต่ตอนนั้นเท่านั้น เช่นนั้นแล้ว ก็หมายความว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังพวกโจรสลัดก็คือบริษัทขนส่งโอลาคงั้นหรือ คนที่มาว่าจ้างกองอัศวินให้เป็นผู้คุ้มกันอย่างพวกเขา ทำไมถึง....

“ไปซะ ถ้าปล่อยให้พวกมันขึ้นบกได้ล่ะก็ ชาวเมืองธรรมดาจะมีอันตราย ตรึงพวกมันไว้บนน่านน้ำให้ได้”
“ครับ!”

ลาสโลหันหลังและก้าวไปยังประตูอย่างรวดเร็ว ทว่าก่อนที่จะก้าวออกจากห้องนั้นเอง เกล็นก็เรียกคาตาริน่าเอาไว้

“รองหัวหน้ากอง ข้ามีเรื่องจะขอร้อง”
“ค่ะ”
“อย่าให้ใครเข้าใกล้ป้อมนี้สักพักหนึ่งนะ”
“.....เอ๋?”

คาตาริน่าหันกลับไปอย่างงุนงง

“แต่ว่า หัวหน้ากองคะ”
“คำตอบ!”

เมื่อถูกสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบคม คาตาริน่าจึงยืนตัวตรงแล้วตอบรับด้วยเสียงอันดัง

“รับทราบค่ะ ข้าจะไม่ให้ใครก็ตามเข้าใกล้ป้อมนี้สักพักหนึ่ง”
“เอาล่ะ ไปซะ”

ลาสโลตั้งท่าจะก้าวออกจากห้องไป แต่คาตาริน่ายังคงหยุดยืน และมองหน้าเกล็นด้วยทีท่าที่เหมือนกับต้องการจะบอกเล่าเรื่องสิ่งที่ยังคงค้างอยู่ในใจออกไป

“หัวหน้ากองคะ.... ข้า....”
“เจ้าบ้า รีบไปซะ”

พอถูกตำหนิ คาตาริน่าจึงพยักหน้ารับแต่โดยดี เธอก้าวออกจากห้องอย่างเชื่องช้าต่างจากปกติ เมื่อลาสโลหันกลับไปมองดูใบหน้าของเธอ เขาก็ต้องประหลาดใจ

คาตาริน่าซึ่งมีจิตใจเข้มแข็ง ไม่เผยช่องว่างใดๆ ให้เห็น กลับมีสีหน้าที่ดูหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก ใบหน้านั้นดูน่าเวทนาราวกับเด็กหญิงตัวน้อยที่เงียบงัน

ทว่า เมื่อเธอเงยขึ้นมองลาสโล สีหน้าของเธอก็กลับเป็นรองหัวหน้ากองผู้เข้มงวดเหมือนอย่างทุกๆ ครั้ง

“ไปกันเถอะ ลาสโล”
“ครับ!”

แล้วลาสโลจึงวิ่งลงบันไดไปพร้อมๆ กับคาตาริน่า

พวกทัลหรือจูเอลเองก็รอพร้อมอยู่ในสวนกลางแล้ว พ่อครัวบุงกิ และบุคคลที่ไม่สามารถต่อสู้ได้ต่างก็ลี้ภัยไปยังตัวเมืองโดยการนำทางของสมาชิกกองอัศวิน

เมื่อก้าวออกไปนอกป้อมพร้อมกับเพื่อนๆ ก็ปรากฏว่าการต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

“พวกมันเยอะจริงๆ.... ให้ตายเถอะ!”

ทัลร้องคราง เรือโจรสลัดหลายลำ ได้เข้าเทียบที่ท่าเรือเรียบร้อยแล้ว เหล่าโจรสลัดต่างก็เริ่มกรูกันก้าวขึ้นมาบนฝั่งไม่มีหยุด

“ปิดประตูที่เชื่อมไปยังตัวเมืองซะ! อย่าให้พวกมันเข้าไปในเมืองได้เด็ดขาด!”

คาตาริน่าร้องขึ้นด้วยเสียงอันดัง ถ้าหยุดพวกโจรสลัดเอาไว้ที่นี่ไม่ได้ล่ะก็ ชาวเมืองธรรมดาจะต้องถูกสังหารอย่างโหดร้ายแน่ สมาชิกกองอัศวินต่างก็กรูเข้าหาพวกโจรสลัดอย่างไม่คิดชีวิต

ลาสโลเองก็กวัดแกว่งดาบ ฟาดฟันเหล่าโจรสลัด พอลล่าใช้เวทมนตร์ที่เธอถนัด ส่วนทัลก็ใช้เพลงดาบที่ดุเดือดเข้าต่อสู้ ทุกคนต่างก็เข้าห่ำหั่นด้วยวิชาการต่อสู้ที่ตนถนัด คาตาริน่าเอง ก็แสดงความสามารถของผู้ใช้เวทมนตร์ชั้นเลิศซึ่งตามปกติแล้วไม่ค่อยจะให้ใครได้เห็นออกมาอย่างเต็มที่

ทว่า ศัตรูนั้นมีจำนวนมากจนเกินไป ไม่ว่าจะจัดการไปมากแค่ไหน ก็ยังคงมีกำลังเสริมลงมาจากเรืออีกไม่มีหยุด ดังนั้นจึงไม่สามารถปิดฉากการต่อสู้ลงได้เสียที จนในที่สุดจูเอลก็ส่งเสียงร้องขึ้น

“แบบนี้ ก็ไม่มีวันจบสิ้นซะทีน่ะสิ ถึงจะสู้ต่อไปแค่ไหนก็....!”

แต่ ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ตามแต่ ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็จะยอมแพ้ไม่ได้ ลาสโลเองก็เริ่มรู้สึกสิ้นหวังขึ้นมาเช่นกัน หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ประตูที่เชื่อมต่อไปยังต่อเมืองจะถูกตีแตกเมื่อไร ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นเอง

แล้วเคเนสก็ส่งเสียงร้องขึ้น

“มันจะยิงมาแล้ว!”

ลาสโลกวาดสายตาไปทางผืนน้ำ เรือโจรสลัดกำลังหันกระบอกปืนใหญ่เวทมนตร์ขนาดใหญ่มาทางพวกเขา พลยิงก็เข้าประจำที่แล้ว พวกมันคิดจะยิงปืนใหญ่เข้ามาในเกาะ

ที่บริเวณลานกว้างหน้าป้อมของกองอัศวินนี้ ทั้งมิตรทั้งศัตรู ต่างก็เข้าห่ำหั่นกันอลหม่านเป็นการต่อสู้ที่สับสนอย่างที่สุด ถ้ายิงปืนใหญ่เข้ามาที่นี่ล่ะก็ จะต้องได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวงทั้งสองฝ่ายเป็นแน่ ทว่าดูเหมือนพวกโจรสลัดนั้น คิดที่จะทำลายกองอัศวินให้ได้ แม้ว่าจะต้องให้มีผู้เสียสละก็ตาม

ถ้าถูกกระสุนเข้าโดนตรงล่ะก็ คงจะตายคาที่อย่างไม่ต้องสงสัย หรือถ้าตัวตึกถูกทำลาย ก็ยังมีอันตรายจากซากที่จะพังถล่มลงมาเช่นกัน ยังไงก็ตามแต่ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นคงจะมากเกินกว่าจะประเมินได้ ลาสโลกุมดาบในมือแน่นพร้อมกับจ้องมองไปที่เรือโจรสลัด หยุดนะ เขาร้องตะโกนในหัวใจ แต่นั่นย่อมไม่มีผลใดๆ

“ลาสโล พวกเรา....”

ในขณะที่จูเอลเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เหมือนกับจะร้องไห้นั้นเอง

ลำแสงสว่างเจิดจ้าก็พุ่งตรงจากป้อมอัศวินไปยังเรือโจรสลัด

เรือใบที่กำลังจะเปิดปากกระบอกปืนใหญ่อยู่เดี๋ยวนั้นแล้ว จมอยู่ในกองเพลิงในชั่วพริบตา และไม่ใช่เพียงแค่ลำเดียว เรือโจรสลัดที่ลอยอยู่เป็นทิวแถวโดยรอบนั้น ก็ลุกเป็นไฟต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ ทำให้บริเวณโดยรอบนั้นสว่างไสวราวกับยิงดอกไม้ไฟนับร้อยดอกขึ้นฟ้า

ราวกับหมัดหุ้มด้วยเพลิงมาไล่ป่นเรือของเด็กเล่นจนพังเละไปเรื่อยๆ ไม่ว่าเรือลำไหนก็ไม่มีเวลาพอจะหลบหนี คลื่นความร้อนจากเรือที่ลุกเป็นไฟ แม้อยู่บนฝั่งก็ยังสามารถรู้สึกได้ ถึงขนาดที่เงยหน้าขึ้นไม่ได้เลยทีเดียว

“อะ.... อะไรน่ะ....?”

จูเอลส่งเสียงขึ้น ลาสโลเอง ในขณะที่ยกมือปกกันใบหน้าของตนไว้ ก็พยายามมองไปยังกองเรือโจรสลัดด้วย

ซากเรือที่ถูกแผดเผาจนไหม้เกรียม ไม่เหลือทั้งใบเรือทั้งเสากระโดง กำลังจมลงท่ามกลางเกลียวคลื่น ลูกเรือทั้งหมดคงจะเสียชีวิตในทันทีกระมัง เป็นร่องรอยการสังหารหมู่ที่เลือดเย็นและรวดเร็วอย่างที่สุด

ลาสโลหันกลับไปแหงนหน้ามองไปยังป้อม จากจุดที่เขายืนอยู่ ไม่สามารถล่วงรู้ถึงสภาพภายในได้ ทว่า ลำแสงเมื่อครู่นี้นั้น ถูกปล่อยออกมาจากป้อมอัศวินไม่ผิดแน่ แล้วก็ คงจะจากความสูงที่ประมาณชั้นดาดฟ้าของหอคอย


และ------ บุคคลที่อยู่ภายในป้อมในเวลานี้ ก็มีเพียงคนเดียว


ลาสโลรู้สึกได้ถึงหยดน้ำที่ตกลงมาปะทะแก้ม ระหว่างนั้นเองฝนก็ลงเม็ดหนัก ตกลงมาทั่วทั้งราสริล

“....เมื่อกี้นี้ มันอะไรน่ะ? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

จูเอลเอ่ยถามคนอื่นๆ รอบข้าง แต่แน่นอน ไม่มีใครตอบเธอได้แม้แต่คนเดียว แล้วคาตาริน่าจึงออกคำสั่งกับทุกคน

“ปฐมพยาบาลให้คนเจ็บซะ แล้วก็ไม่ว่าใครก็ตามแต่ ห้ามเข้าไปในป้อมเด็ดขาดเลย เข้าใจแล้วนะคะ นี่เป็นคำสั่งของหัวหน้ากองค่ะ”

เหล่าสมาชิกกองอัศวิน ต่างช่วยกันประคองคนเจ็บไปยังบริเวณที่ไม่โดนฝนสาด แล้วก็ทำการปฐมพยาบาล และคำถามของจูเอล ก็ยังคงไม่มีใครให้คำตอบได้เช่นเดิม

ลาสโลค่อยๆ แยกตัวออกห่างจากเพื่อนๆ แน่นอนว่าเขาก็เป็นห่วงบรรดาคนเจ็บเช่นกัน แต่ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็นห่วงเกล็น ลาสโลหลบสายตาของสมาชิกกองอัศวินคนอื่นๆ แล้วมุ่งหน้าไปยังป้อมอัศวิน

ลำแสงสว่างเจิดจ้าที่ทำลายกองเรือโจรสลัดลงในชั่วพริบตา มันเหมือนกับแสงที่บรันด์เคยปล่อยออกมาเลยไม่ใช่หรือ หัวหน้ากองเกล็นเป็นผู้ใช้พลังนั้นออกมาไม่ใช่หรือ ทำอย่างไรความสงสัยเหล่านั้นก็ไม่หายไปจากหัวสมอง

หัวหน้ากองที่กล่าวว่า ถ้าพวกโจรสลัดมาโจมตีครั้งต่อไป ตัวเขาจะออกรบด้วย ทำไมจึงยืนนิ่งอยู่ในห้อง แล้วไล่พวกลาสโลออกมา คำสั่งที่ว่าห้ามทุกคนเข้ามาในป้อม มันทำให้ลาสโลรู้สึกถึงการตัดสินใจอันเป็นลางร้ายขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

ลาสโลก้าวขึ้นบันไดซึ่งทอดไปสู่ชั้นบนของหอคอย โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ระหว่างทาง เขาแอบมองเข้าไปให้ห้องของหัวหน้ากอง แต่ก็ไม่มีใครอยู่ในนั้นอย่างที่คาดเอาไว้

ลาสโลจึงมุ่งตรงไปยังดาดฟ้าของหอคอย และเขาก็ได้พบกับเกล็นที่นั่นเอง

เกล็นนั่งนิ่งอยู่บนดาดฟ้า หอบหายใจอย่างรุนแรง ใบหน้าซีดเผือดเหมือนสีดิน เมื่อรู้สึกถึงการมาของลาสโล เขาก็ครางราวกับเค้นเสียงออกมาจากลำคอ

“ลาสโล.... บอกแล้วนี่ว่าอย่ามา.....”

พอจะวิ่งเข้าไปหาเกล็น ลาสโลก็รู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากมือซ้ายของตน

ตราสัญลักษณ์ที่มือซ้ายของเกล็นก็เริ่มเปล่าแสงออกมา ราวกับว่ามือของทั้งสองกำลังตอบสนองซึ่งกันและกัน

ลาสโลจ้องมองมือซ้ายของตนอย่างตกใจ เขาเพิ่งเคยรู้สึกแบบนี้เป็นครั้งแรก หลังมือซ้ายร้อนผ่าวขึ้น ทว่า ความรู้สึกนั้นไม่เหมือนการที่มีของร้อนมาทาบ แต่รู้สึกราวกับว่าความร้อนนั้นผวยพุ่งออกมาจากภายใต้ผิวหนัง

“หัวหน้ากอง! ปลอดภัยรึเปล่าครับ!”

ทันใดนั้น ก็มีเสียงดังขึ้นจากด้านหลังของลาสโล ร่างของเขาซวนเซไปตามแรงผลัก

สโนว์วิ่งตรงเข้าไปหาเกล็นทันที

ลาสโลไม่ทันรู้สึกตัว ทว่าดูเหมือนสโนว์จะแอบก้าวขึ้นบันไดตามหลังเขามาโดยตลอด สโนว์เขย่าร่างของเกล็นด้วยสีหน้าเอาเป็นเอาตาย

“ทำใจดีๆ ไว้ครับ หัวหน้ากอง..... หัวหน้ากอง!”
“อึ้ก..... เจ้าบ้าเอ๊ย....”

สายตาของเกล็น ไม่ได้หันไปทางสโนว์ แต่มุ่งไปหาลาสโล แววตาของเขาความเสียใจพรั่งพรูออกมา

“เดี๋ยวก็ต้องกลายเป็น...... อย่างข้า..... หรอก.....”

ลาสโลพยายามจะวิ่งเข้าไปหาเกล็น แต่ก็ต้องหยุดเท้าลง เมื่อมือซ้ายนั้นมีความร้อนแผ่ออกมายิ่งกว่าเดิม มือของเกล็นเองก็แผ่ประกายแสงเจิดจ้ายิ่งขึ้นเช่นกัน

“ลาสโล.... ข้าขอโทษ....”

เกล็นกระซิบด้วยเสียงที่เหมือนจะหายเข้าไปในลำคอ แล้วศีรษะของเขาจึงพับตกลงอย่างสิ้นแรง

“หัวหน้ากอง!”

เสียงตะโกนของสโนว์ดังกึกก้อง ตอนนั้นเอง แสงสว่างแรงกล้าก็แผ่พุ่งออกมา จากมือซ้ายของเกล็น------ ไปยังมือซ้ายของลาสโล

“หวะ.... หวา.....!?”

สโนว์ส่งเสียงร้องขึ้น

ลาสโลรู้สึกถึงแรงกระตุ้นอย่างรุนแรง และคุกเข่าลง มือของเขาหนัก และร้อนผ่าว ร้อนราวกับจะมีเปลวเพลิงพวยพุ่งออกมาจากทั่วร่าง

สติของลาสโลเริ่มเลือนราง ท่ามกลางความรู้สึกที่ขมุกขมัวนั้น เขาได้ยินเสียงฝีเท้า รวมทั้งเสียงของพวกทหารที่ฟังดูยานคางอย่างแปลกประหลาด

ภาพลวงตาพลันปรากฏขึ้น เงาของผู้คนมากมายแว่บเข้ามาในสายตาของเขา ใบหน้านั้นมองเห็นได้ไม่ชัดเจน แต่ดูเหมือนว่าจะมีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กด้วย

ลาสโลนึกขึ้นมาได้ ท่ามกลางสติที่มืดมัวลง ตอนที่ตราสัญลักษณ์ย้ายจากบรันด์มาสู่เกล็น คำพูดที่เกล็นพึมพำในเวลานั้น


พวกเจ้าเป็นใครกัน..... เกล็นเอ่ยอย่างนั้น บางทีเขาคงจะได้เห็นภาพลวงตาเช่นเดียวกันนี้กระมัง

--------- พวกเจ้าเป็นใครกัน

ผู้คนในภาพลวงตาค่อยๆ เลือนหายไป ท้ายที่สุด ลาสโลรู้สึกเหมือนว่าเขาได้เห็นร่างของเกล็นด้วย

เขาพยายามจะส่งเสียงร้องบอกเกล็นให้หยุดอยู่ที่นั่น ทว่าที่ลอดผ่านลำคอของเขาออกมานั้น มีเพียงเสียงเสียงร้องครางที่แหบแห้งเท่านั้น


Continue to Chapter4
Personal tools