Gensui4 Novel-1-02
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
สารบัญ |
Genso Suikoden 4 Novel Vol.1-Chapter02
2-1
การปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับจากกองอัศวินซึ่งเริ่มขึ้นในวันต่อมา มีแต่เรื่องน่าเบื่อหน่ายเหมือนอย่างที่ได้คาดกันเอาไว้
หน้าที่ง่ายๆ อย่างเช่นเอาของไปส่งที่มิดเดิ้ลพอร์ทซึ่งอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือ หรือปราบสัตว์ประหลาดตัวเล็กๆ ซึ่งอาละวาดอยู่แถบน่านน้ำใกล้ๆ ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ บรรดาอัศวินใหม่ที่กำลังฮึกเหิมเอง เมื่อเจอหน้าที่แบบนี้ทับถมมากๆ เข้า ก็เริ่มแสดงความไม่พอใจออกมาบ้างเช่นกัน
จูเอลหรือทัลนั้น ตะโกนว่า “เซ็ง!” ระบายความอัดอั้นในใจออกมาได้ตามที่รู้สึกตรงๆ ก็เรียกว่ายังดี ดังนั้นลาสโลจึงรู้สึกเป็นห่วงทางด้านสโนว์มากกว่าพวกเขาที่ยังพอปรับตัวได้
นักเรียนดีเด่นอย่างสโนว์นั้น ไม่มีการเอ่ยปากบ่นอะไรเกี่ยวกับหน้าที่ของกองอัศวิน แต่เมื่ออยู่ใกล้ๆ ก็จะรู้สึกได้ชัดเจนถึงความไม่พอใจที่ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ ภายใน สโนว์เองก็เคยระบายความในใจให้ลาสโลฟังบ้างเหมือนกัน
- “โดนยัดเยียดให้แต่งานจิปาถะแบบนี้.... เดี๋ยวฝีมือที่อุตส่าห์ฝึกฝนมาตั้งนานก็ทื่อหมดกันพอดี หัวหน้ากองคงยังเห็นว่าพวกเรายังเป็นเด็กอมมืออยู่สินะ....”
ถึงจะพยายามปลอบว่ามันช่วยไม่ได้เพราะพวกเขาเพิ่งจะได้เริ่มทำงานเท่านั้น แต่สโนว์ก็ยังคงไม่ร่าเริงขึ้น สโนว์ได้รับการเอาอกเอาใจเป็น “คุณหนู คุณหนู” มาตั้งแต่เกิด ความมั่นใจของเขานั้น คงจะข้ามทะลุจุดสูงสุดไปในพิธีจุดดวงประทีปที่ตระการตานั่นเอง แต่หลังจากวันนั้นมาก็มีแต่งานลาดตระเวนที่ไม่มีอะไรน่าตื่นตา การที่สโนว์จะเซื่องซึมไปแบบนี้ก็คงจะเป็นเรื่องช่วยไม่ได้
และแล้วในวันหนึ่ง หลังจากที่เวลาอันน่าเบื่อหน่ายเช่นนั้นดำเนินไปได้เดือนกว่า เมื่อกลับมาจากหน้าที่ปกติประจำวัน ลาสโลกับสโนว์ก็ถูกหัวหน้ากองเรียกให้ไปพบที่ห้องรับรองผู้มาเยือน
เมื่อได้ทราบ จูเอลก็ร้องว่า “ดีจังเลย!” อย่างอิจฉาตาร้อน
- “คงจะมีหน้าที่สำคัญให้ทำแน่ๆ เลยล่ะ หัวหน้ากองแทบไม่เคยเรียกใครไปที่ห้องรับรองเลยนี่นา”
- “ยังไม่รู้หรอกน่า”
สโนว์ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ใบหน้านั้นเปล่งประกายถึงความมั่นใจ เพียงมองจากสีหน้าก็รู้ได้ถึงความหวังที่ผองโตอยู่ในหัวใจ ลาสโลเอง เมื่อนึกถึงว่าจะมีหน้าที่แบบไหนรออยู่แล้ว ก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้เช่นกัน
ที่รอทั้งสองอยู่ที่ห้องรับรองนั้น คือบุคคล 4 คน
แน่นอนว่าหัวหน้ากองเกล็น กับรองหัวหน้ากองคาตาริน่านั้นต้องอยู่ และท่านเค้าท์ ฟิงเกอร์ฮู้ท บิดาของสโนว์ก็ร่วมบทสนทนาอยู่เช่นกัน ส่วนคนสุดท้ายที่เหลือนั้น เป็นชายที่พวกเขาไม่เคยพบมาก่อน น่าจะยังอ่อนวัยอยู่ แต่เรือนผมทั้งศีรษะถูกโกนออกจนหมด มองเผินๆ แล้ว ก็ดูมีทีท่าที่เป็นมิตร ทว่าแววตาที่อยู่ซ่อนอยู่ด้านหลังนั้นแว่นตากลับเฉียบคม ชวนให้รู้สึกว่าเป็นคนชาญฉลาด
ชายผู้นั้นเมื่อได้เห็นสโนว์กับลาสโล ก็หันไปหาเกล็นด้วยสีหน้าที่บ่งบอกความไม่สบายใจ คาตาริน่าจึงยิ้มและเอ่ยขึ้น
- “ขอบคุณสำหรับงานลาดตระเวนค่ะ สโนว์ ลาสโล จะขออธิบายเกี่ยวกับหน้าที่ใหม่ของพวกเธอล่ะนะค่ะ ท่านนี้คือคุณลามาด้าจากบริษัทขนส่งโอลาค มาที่นี่เพราะต้องการหาผู้คุ้มกันในการขนส่งสินค้าไปยังเกาะอิลูยะค่ะ”
- “เอ่อ.... ขออภัยนะครับ”
ลามาด้าเอ่ยแทรกขึ้นด้วยทีท่าเกรงใจ
- “ทั้งสองท่านนี้ จะรับหน้าที่คุ้มกันงั้นหรือครับ? เท่าที่เห็น รู้สึกว่าทั้งสองท่านจะ เอ่อ.... ยังหนุ่มมากเลยนะครับ?”
- “ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ แม้จะยังหนุ่ม แต่ก็เป็นสมาชิกของกองอัศวินสมุทรที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี พวกเขามีความสามารถเพียงพอค่ะ”
- “แต่ว่า อิลูยะนั้นไกลโขอยู่นะครับ อาจจะโจรสลัดมีโจรสลัดเข้ามาโจมตีก็เป็นได้....”
- “พวกเขาคุ้นเคยเส้นทางในการเดินเรือไปยังอิลูยะดีจากการฝึกฝนภาคสนามในวิชาการเดินเรือค่ะ แม้จะถูกโจรสลัดโจมตี แต่สมาชิกของกองอัศวินสมุทรซึ่งเชี่ยวชาญการใช้ปืนใหญ่เวทมนตร์นั้นไม่มีทางพ่ายแพ้หรอกค่ะ”
“เข้าใจแล้วครับ” ลามาด้าจึงยอมเลิกราแต่โดยดี ด้วยคำยืนยันที่แข็งขันของคาตาริน่า
ลาสโลกับสโนว์ส่งสายตาหากันอย่างรวดเร็ว หัวใจพลันเต้นแรงขึ้น นี่เป็นหน้าที่ใหญ่หน้าที่แรกที่พวกเขาจะได้รับมอบหมาย
อิลูยะเป็นประเทศเกาะซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของราสริล พวกเขาเคยเดินทางไปที่นั่นเช่นกันดังที่คาตาริน่ากล่าวไว้ แต่ระยะทางนั้นค่อนข้างไกล จำเป็นต้องใช้เส้นทางเดินเรือที่ถูกต้องและแม่นยำ การเดินเรือโดยทำการคุ้มครองเรือสินค้าไปด้วยนั้น ถือเป็นงานใหญ่ที่เทียบไม่ได้เลยกับการลาดตระเวนน่านน้ำใกล้ๆ
ลามาด้ายิ้มอย่างเป็นมิตรให้สโนว์กับลาสโล
- “ดูเหมือนว่าระยะหลังนี้ เครื่องเทศจากทางใต้ จะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในเกาะอิลูยะน่ะครับ ผมเลยคิดจะขนเครื่องเทศเต็มอัตราไปค้าขายหากำไร แต่ก็ได้ยินมาว่า พวกสัตว์ประลาดในทะเลมักจะปรากฏตัวออกมาบ่อยๆ ในเส้นทางที่จะไปถึงอิลูยะ.... ดังนั้นถ้าพวกผมจะเดินเรือไปกันเอง ก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนักน่ะครับ”
- “วางใจเถอะครับ ถ้าเป็นเกาะอิลูยะล่ะก็ พวกเราเองก็เคยได้แวะเวียนไปหลายครั้งในวิชาการเดินเรือครับ”
สโนว์ยืดอกตอบอย่างมั่นใจ แล้วหัวหน้ากองเกล็นจึงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวดเหมือนอย่างทุกๆ ครั้ง
- “สโนว์ ข้าขอมอบหมายหน้าที่กัปตันให้เจ้า ส่วนลาสโล เจ้าเป็นผู้ช่วย คุ้มครองเรือสินค้าให้ดีๆ ล่ะ”
- “ครับ!”
- “ว่าแต่ว่า....”
ผู้ที่เอ่ยขัดขึ้นมา ก็คือท่านเค้าท์ฟิงเกอร์ฮู้ทซึ่งอยู่ในห้องด้วยนั่นเอง เขาลูบเคราและกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก
- “ช่างเป็นหน้าที่ที่ง่ายดายซะจริง สำหรับลูกชายข้า งานแค่นี้ไม่น่าจะพอมือไม่ใช่รึ ถ้าให้ไปทำหน้าที่บัญชาการที่แนวหน้า สโนว์คงจะแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมาได้แน่”
- “ถึงจะกล่าวเช่นนั้นก็เถอะ แต่ข้าคิดว่าหน้าที่ง่ายๆ แบบนี้ก็มีความจำเป็นต่อการเติบใหญ่ของบุตรชายของท่านนะครับ”
เกล็นเอ่ยตอบ แม้คำพูดจะสุภาพ แต่การจงใจเน้นเสียงที่คำว่า “ง่ายๆ” นั้น บ่งบอกให้รู้ว่าเขาเริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาบ้างเล็กน้อยเช่นกัน แต่ความรู้สึกนั้นส่งไปไม่ถึงเค้าท์ฟิงเกอร์ฮู้ท ท่านเค้าท์ยิ้มกว้าง แล้วกล่าวกับบุตรชาย
- “เอ้า ก็อย่างที่ว่านั่นแหละ งานนี้อาจจะไม่พอมือเจ้าเท่าไหร่ แต่ก็อย่าออมมือล่ะ ทำหน้าที่ให้ดี”
- “ครับ!”
แล้วสโนว์จึงหันไปหาลามาด้าด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง
- “คุณอาจจะเป็นกังวลที่เห็นว่าพวกเรายังอ่อนด้อยประสบการณ์ แต่พวกเราจะพยายามอย่างเต็มกำลังครับ โปรดวางใจเถอะ”
ลามาด้าหรี่สายตาลง และเอ่ยกับเค้าท์ฟิงเกอร์ฮู้ทว่า “เป็นบุตรชายที่ยอดเยี่ยมจริงๆ นะครับ” ท่านเค้าท์ก็หัวเราะตอบอย่างพอใจว่า “ไม่หรอก ไม่หรอก”
- “เอาล่ะสโนว์ ถ้ามีปัญหาอะไรก็ใช้นกนาเซลนะ....”
พอคาตาริน่าเอ่ยกับตน สโนว์ก็พยักหน้าอย่างเร็วไวและตอบว่า “ครับ”
- “การสื่อสารสินะครับ ทราบแล้วครับ”
เป็นเพียงบทสนทนาสั้นๆ เท่านั้น แค่ลาสโลก็ใจเต้นแรงด้วยความตกใจ
นกนาเซล เป็นนกที่กองอัศวินไกเอ็นใช้ในการติดต่อสื่อสาร เป็นนกที่เชื่องและมีขนาดเล็ก แต่มีความสามารในการบินสูง สามารถบินข้ามระหว่างเกาะเป็นทางไกลๆ ได้โดยไม่ต้องหยุดพัก จึงมีประโยชน์อย่างมากในการขนส่งเอกสารต่างๆ และเพราะนั่นจะเกี่ยวข้องถึงความลับของกองอัศวิน จึงไม่มีการเปิดเผยถึงตัวตนของมันให้บุคคลภายนอกรู้ ลาสโลจึงตกใจที่คาตาริน่าและสโนว์พูดถึงถึงเรื่องนี้ต่อหน้าลามาด้าโดยไม่มีการระมัดระวัง
- “นกนาเซลเหรอครับ?” และก็อย่างที่คิด ลามาด้าเอ่ยถามขึ้นอย่างสนใจ แต่เกล็นก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างรวดเร็ว
- “ทั้งสองคน ไปเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางไกลซะ พวกเจ้าต้องออกเรือตอนเช้าตรู่ของวันพรุ่งนี้”
“ครับ!”
สโนว์และลาสโลตอบรับพร้อมกัน แล้วจึงก้าวเดินออกจากห้องรับรอง
เรือสินค้าของบริษัทขนส่งโอลาค และเรือคุ้มกันภายใต้การบัญชาการของกัปตันสโนว์เดินทางออกจากท่าเรือราสริลในเวลาเช้าตรู่ตรงตามกำหนดการ
เป็นการเดินทางที่ราบรื่นดี ถ้าพูดสิ่งที่จะเข้ามาขัดขวางการเดินทางในบริเวณน่านน้ำใกล้ๆ เช่นนี้ ก็คงจะมีแต่มอนสเตอร์ขนาดเล็กตามปกติ ซึ่งลำพังแค่สโนว์กับลาสโลเพียงสองคนก็สามารถจัดการได้เรียบร้อย โดยไม่ต้องขอแรงเหล่าทหารที่ประจำการอยู่ในเรือด้วย เรือทั้งสองลำเดินทางมุ่งหน้าสู้เกาะอิลูยะโดยไม่มีปัญหาติดขัดใดๆ
ทว่า หลังจากที่ออกเดินทางมาได้ 1 วัน 1 คืน สโนว์ก็กล่าวขึ้นอย่างกะทันหันในเช้าวันต่อมา
- “ลาสโล.... ที่จริงแล้ว ฉันมีเรื่องที่อยากจะบอกกับเธอไว้ก่อน”
ขณะนั้นลาสโลกำลังกวาดสายตาไปบนผืนทะเลผ่านกล้องมองไกล เพื่อตรวจสอบว่ามีเงาน่าสงสัยอยู่ใกล้ๆ หรือไม่ เขาตกใจกับน้ำเสียงที่จริงจังของสโนว์ และละสายตาจากกล้องมองไกล
- “คุณลามาด้า เขาบอกว่าของที่บบรทุกมาในเรือคือเครื่องเทศที่จะเอาไปขายทำกำไรที่เกาะอิลูยะใช่มั้ย”
- “….อื้อ”
- “แต่ฉันบังเอิญได้ไปเห็นมาล่ะ ก่อนจะออกเดินทาง ฉันเดินเล่นอยู่ที่ท่าเรือ แล้วก็.... เรือลำนั้นไม่ได้บรรทุกเครื่องเทศมาหรอก”
สโนว์กระซิบในขณะที่ส่งสายตาไปทางเรือสินค้าของบริษัทขนส่งโอลาคซึ่งถูกพ่วงติด แล่นอยู่ห่างออกไปไม่ไกล
- “มันบรรทุกภาชนะที่ใช้บรรจุกระสุนปืนใหญ่เวทอยู่ ยิ่งกว่านั้นขนาดก็ไม่ใช่ธรรมดาด้วย มันใหญ่เกินกว่า 10 เท่า ของกระสุนที่พวกเราใช้เวลาฝึกซ้อมภาคสนามซะอีก ถ้าโดนยิงด้วยของแบบนั้นล่ะก็ ไม่ว่าจะเป็นเรือลำใหญ่ขนาดไหนก็คงถูกจมได้ภายในนัดเดียวแน่ๆ”
ลาสโลเบิกตากว้าง สโนว์หันเอาหลังพิงกับกราบเรือแล้วก้มหน้าลง ไม่ยอมสบตากับเขา
- “ตัวจริงของพวกเขา อาจจะเป็นพ่อค้ามืดที่ลอบค้าอาวุธอย่างลับๆ.... ก็ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็ โอกาสที่พวกเราจะต้องเข้าไปพัวพันกับการต่อสู้ก็มีไม่น้อยเลย พวกเรา.... จะปลอดภัยรึเปล่านะ”
- “ทำไม.....”
ลาสโลจ้องมองใบหน้าของสโนว์อย่างลืมตัว
- “เรื่องสำคัญขนาดนี้ ทำไมถึงได้ปิดเงียบไว้ล่ะ.....?”
- “มันช่วยไม่ได้นี่นา ถ้ากลายเป็นว่าไปแอบดูสินค้าที่เขาบรรทุกมา แล้วปฏิเสธการว่าจ้าง ชื่อเสียงของกองอัศวินสมุทรไกเอ็นก็เสียหายน่ะสิ ฉันไม่อยากถูกมองว่าเป็นคนขี้ขลาดหรอกนะ”
แล้วสโนว์ก็หันหน้าหนีไปด้วยความดื้อรั้น
ก็สมกับเป็นเขาแล้ว ลาสโลอดนึกขึ้นในใจแบบนั้นไม่ได้ สโนว์มีความภาคภูมิใจในตัวเองสูง เกลียดการยอมแพ้ และเกลียดการถูกประเมินค่าว่าอ่อนด้อยยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น นิสัยแบบนั้นในบางครั้งก็ทำให้เรื่องต่างๆ ดำเนินไปได้ด้วยดี แต่เกรงว่าในครั้งนี้ มันจะทำให้สถาการณ์ดำเนินไปในทางร้ายเสียมากกว่า
สำหรับการว่าจ้างให้คุ้มครองเรือสินค้านั้น การปลอมแปลงเนื้อหาของสินค้าที่บรรทุกมา จะถือว่าเป็นการผิดต่อข้อสัญญาอย่างร้ายแรง สโนว์เองก็ไม่มีทางที่จะไม่รู้ถึงเรื่องนั้น แต่ถึงกระนั้นเขาก็ให้ความสำคัญกับความภาคภูมิใจของตนเองมากกว่า และปิดปากเงียบเอาไว้
ลาสโลทำได้เพียงจ้องมองไปยังเรือของบริษัทขนส่งโอลาคด้วยอย่างไม่สบายใจเท่านั้น
นกตัวน้อยบินผ่านเข้ามาทางหน้าต่างห้องของหัวหน้ากองซึ่งเปิดอ้าอยู่
เกล็นยื่นมือออกไป และให้เจ้านกน้อยเกาะที่แขนของตน ที่ขาของมัน มีแผ่นข้อความที่ถูกม้วนเข้าเป็นแท่งเล็กๆ ผูกติดอยู่ เกล็นเปิดข้อความนั้นออกอ่าน แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว
- “หัวหน้ากองคะ มีอะไรเหรอคะ.....?”
คาตาริน่าเอ่ยถามขึ้น
- “รายงานจากเรือลานตระเวน”
เกล็นส่งแผ่นข้อความให้กับคาตาริน่า เมื่อได้ไล่สายตาผ่าน สีหน้าของคาตาริน่าก็เปลี่ยนไป
- “หกเสา...... หมายถึงบรันด์สินะคะ? หรือว่ามันจะจ้องเล่นงานเรือของบริษัทโอลาค.....?”
- “เป็นไปได้อยู่ คิดถูกจริงๆ สินะที่ให้ลาสโลไปด้วย ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจริงๆ ล่ะก็ สโนว์คนเดียวน่ะจัดการไม่ไหวแน่ๆ”
- “หัวหน้ากอง.... ไม่ได้วางใจในตัวสโนว์หรอกหรือคะ? ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงให้เขาเป็นกัปตัน....”
- “มันช่วยไม่ได้นี่ ต่อหน้าท่านเค้าท์จะไปทำเมินลูกชายเขาได้ยังไงเล่า”
เกล็นแผดเสียงอย่างเสียอารมณ์
เค้าท์ฟิงเกอร์ฮู้ทนั้นให้การสนับสนุนกองอัศวินทางด้านเงินทุน และก็เข้ามาออกความเห็นในงานบริหารอยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะหลังจากที่สโนว์ซึ่งเป็นบุตรชายได้เข้าร่วมกองอัศวิน ก็ยิ่งเข้ามาก้าวก่ายเรื่องนั้นเรื่องนี้ แม้เกล็นจะรังเกียจยังไง แต่ก็แสดงท่าทีตรงๆ ไม่ได้ เพราะอย่างไรเสียก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในการบริหารกองอัศวินให้ดำเนินต่อไปได้นั้น จำเป็นจะต้องมีค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล
- “จะว่าไปแล้ว รองหัวหน้ากอง เจ้าคิดอะไรของเจ้าหา ถึงได้ไปพูดถึงเจ้านี่ต่อหน้าบุคคคลภายนอกน่ะ”
หัวหน้ากองเกล็นลูบแผ่นหลังของเจ้านกน้อยด้วยนิ่วมือที่หยาบกร้าน คาตาริน่าสะดุ้งและยืดตัวตรงทันที
- “ขออภัยด้วยค่ะ ข้าเผลอตัว ไม่ทันได้ระวัง....”
- “เจ้าบ้าเอ๊ย ผู้ชายคนนั้น..... เจ้าลามาด้านั่น หน้ามันไม่ธรรมดาหรอกนะ การที่บุคคลภายนอกหันมาให้ความสนใจเจ้าพวกนี้น่ะ เป็นเรื่องไม่พึงปรารถนาสำหรับเราเลย....”
เกล็นปล่อยเจ้านกน้อยออกทางหน้าต่าง นกนาเซลกระพือปีกออกโดยแรง แล้วจึงบินลิ่วไปทางทะเล
เกล็นมองส่งนกนาเซล พร้อมกับพึมพำขึ้น
- “ข้าไม่ชอบเลย ยังไงๆ ก็น่าสงสัย.... รองหัวหน้ากอง เจ้าไปเตรียมเรือด่วนซะ เอาลำเล็กๆ แค่ตัวข้ากับทหารอีกนิดหน่อยพอบังคับได้ก็พอ”
- “หัวหน้ากองจะออกไปเหรอคะ.....?”
- “ใช่แล้ว ถ้าข้าแค่คิดมากไปเองก็จะดีหรอก..... แต่ข้าสังหรณ์ไม่ดีเอาซะเลย ข้าจะตามเรือของพวกลาสโลไป”
การเอ่ยเรียก “เรือของพวกลาสโล” โดยไม่เอ่ยชื่อของสโนว์ซึ่งเป็นกัปตันเรือนี้เอง ที่เผยถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเกล็นออกมา
คาตาริน่าแสดงความเคารพอย่างรวดเร็ว และสาวเท้าออกจากห้องหัวหน้ากองอย่างรีบเร่ง
2-2
เสียงอันเคร่งเครียด ดังก้องลงมาจากเสากระโดงเรืออย่างกะทันหัน
- “พบเงาเรือครับ! ....นั่นมัน..... เรือ 6 เสา!?”
เสียงของทหารสังเกตการณ์เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ลาสโลรีบคว้ากล้องมองไกลขึ้นมา และจ้องมองลอดผ่าน
เงาสีดำจางๆ ปรากฏขึ้นในทัศนวิสัยทรงกลม ลาสโลหมุนลำกล้องเพื่อปรับโฟกัส แล้วจึงแน่ใจว่านั่นคือเรือ ภาพเรือขนาดใหญ่มีเสากระโดง 6 เสา ปรากฏเด่นชัด ดูเหมือนว่าฝ่ายนั้นจะสังเกตเห็นพวกเขาแล้ว และกำลังเปลี่ยนทิศทางเรืออยู่
โจรสลัดบรันด์เรือ 6 เสา ชื่อเสียงอันเลวร้ายนั้น ลาสโลเคยได้ฟังจากจูเอล
ทั้งเลือดเย็น ป่าเถื่อน ไร้ความปรานีอย่างที่สุด....
ลาสโลหันไปมองสโนว์เพื่อขอคำสั่ง แต่ทว่าสโนว์กลับแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือกชนิดที่ลาสโลเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน
- “มันกำลังใกล้เข้ามาหาเราแล้วครับ! ไม่มีธงบ่งบอกสถานะ! กัปตัน....!”
เสียงขอคำสั่งดังลงมาจากเสากระโดงเรือ แต่ในตอนนั้นเอง แสงสว่างแรงกล้าก็ปะทุขึ้นจากด้านข้างของเรือข้าศึก
- -------มาแล้ว ความรู้สึกเย็นวาบวิ่งไปทั่วแผ่นหลังเพียงชั่ววูบ พริบตาต่อมา ลาสโลก็รู้สึกถึงแรงกระแทกอันรุนแรง และร่างกายก็ล้มกลิ้งลงกับดาดฟ้าเรือ
- “กราบขวาได้รับความเสียหาย! กัปตันครับ โปรดสั่งการด้วย!”
เสียงตะโกนของเหล่าทหารดังก้อง ลาสโลเงยหน้าขึ้นโดยที่ร่างกายยังคงหมอบอยู่กับพื้น
เมื่อได้เห็นสโนว์ที่นอนล้มอยู่ ลาสโลก็รีบพยุงร่างของตนขึ้น และวิ่งตรงไปหาสโนว์
- “สโนว์! เป็นอะไรรึเปล่า!?”
- “.....อึ้ก.....!”
สโนว์กดมือลงที่แขน ใบหน้านั้นบิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวด
- “แขน..... แขนโดนเข้าไปแล้ว.....! เจ็บเหลือเกิน!”
ลาสโลมองดูแขนที่สโนว์จับไว้แน่น แขนนั้นไม่มีเลือดไหล และก็ไม่มีทีท่าว่าหัก แต่ทว่าใบหน้าของสโนว์นั้นซีดเผือด ถ้าอย่างนั้นอาจจะแพลงหรือช้ำก็ได้ พอลาสโลพยายามจะผยุงสโนว์ให้ลุกขึ้น ก็ถูกปฏิเสธอย่างเกรี้ยวกราด
- “อย่าจับจะได้มั้ย! ยิ่งจับมันก็ยิ่งเจ็บน่ะสิ แค่นี้ก็ไม่รู้รึไง!”
- “ขอโทษ สโนว์ แต่ว่า ถ้าไม่ปฐมพยาบาลล่ะก็....”
ทหารที่เดินเข้ามาใกล้ จ้องมองสโนว์อย่างงุนงง สโนว์กัดฟันแน่นและส่งเสียงครวญคราง ดูยังไงก็ไม่อยู่ในสภาพที่จะออกคำสั่งได้เลย
และตอนนั้นเอง ลูกปืนใหญ่ลูกที่สองก็เข้าจู่โจม แรงปะทะมหาศาลยิ่งกว่าครั้งแรกเข้าจู่โจมทั้งลำเรือ ทุกคนที่อยู่บนดาดฟ้าเรือต่างก็เสียการทรงตัวล้มคะมำลง
- “หวา--------!”
เสียงร้องอย่างหวาดผวาที่ดังกึกก้องที่สุดก็คือเสียงของสโนว์นั่นเอง
ทหารส่วนใหญ่รีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีบางคนที่ไม่ขยับร่างกายแต่อย่างใด ใบหน้าของทหารที่นอนแน่นิ่งอยู่ตรงหน้าลาสโลนั้น หมุนหันไปในทิศทางอันผิดประหลาด นัยน์ตาไร้แววเบิกโพลง
- “อึ๋ย......!”
เสียงร้องเหมือนจุกอยู่ในลำคอดังขึ้น สโนว์นั่นเอง เขานั่งนิ่งอยู่กับพื้น นัยน์ตาที่เบิกกว้างจับจ้องไปยังทหารผู้สิ้นลมหายใจ สีหน้านั้นฉาบด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดขนาดที่แทบจะได้ยินแม้กระทั่งเสียงฟันกระทบกัน
- “กัปตัน! โปรดสั่งการด้วยครับ!”
ทหารอีกหลายนายวิ่งเข้ามาหยุดยืน และสโนว์ก็ตะโกนขึ้นสุดเสียง
- “หะ หันซ้ายเต็มที่! หนีเต็มกำลัง!”
ลาสโลแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เหล่าทหารที่ได้รับคำสั่งเองก็ต่างมีสีหน้าตกตะลึง
- “กัปตัน.....!?”
- “ระ รีบหันหางเสือเข้าสิ! หนีเร็วเข้า! รีบๆ.... รีบๆ ไปซะ!”
สโนว์ตะโกนแหกปากอย่างคุ้มคลั่ง ในขณะที่เหล่าทหารก็กล่าวแย้ง
- “แต่ถ้าทำอย่างนั้นก็เท่ากับว่าเราทอดทิ้งเรือของโอลาคน่ะสิครับ! พวกเราเป็นเรือคุ้มกันนะครับ!”
- “ช่างมันเถอะน่า ยังไงก็หนีก่อนเถอะ! เร็วๆ เข้า! มัวทำอะไรกันอยู่ นี่เป็นคำสั่งของกัปตันนะ!”
เหล่าทหารต่างก็งงงันกับสโนว์ที่ยังคงตะโกนแหกปากไม่หยุด บุคคลที่อยู่บนเรือลำนี้ทุกคน ต่างก็เป็นทหารผู้กล้าซึ่งผ่านการขัดเกลาอันเข้มงวดจากกองอัศวินไกเอ็นมา ทุกคนเข้าใจดีว่าการกระทำอันน่าละอายเช่นการละทิ้งเรือสินค้าของผู้ว่าจ้างซึ่งไม่สามารถป้องกันตัวเองได้แล้วหนีเอาตัวรอดนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีทางได้รับการให้อภัย
ทุกคน เว้นแต่สโนว์
แล้วทหารคนหนึ่ง จึงหันมาทางลาสโล
- “เราจะทำยังไงดีครับ ท่านผู้ช่วยกัปตัน! โปรดสั่งการด้วย!”
คงเพราะเห็นว่าสโนว์นั้นไม่สามารถทำหน้าที่บัญชาการได้แล้ว จึงได้หันมาถามลาสโล ลาสโลกัดริมฝีปากแล้วก้มลงมองสโนว์
จุดอ่อนของสโนว์ก็คือ จะแสดงทุกอย่างที่เก็บอยู่ภายในออกมาจนหมดเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ลาสโลซึ่งอยู่กับสโนว์มาตั้งแต่วัยเด็ก รู้ซึ้งดีถึงความอ่อนแอในใจของสโนว์ ในเวลาที่ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างราบรื่น เขาจะเก่งกาจเป็นที่สุดและสามารถตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม แต่เขาไม่ถูกโรคกับอันตราย ถ้าเป็นในการซ้อมรบที่ทุกอย่างถูกเตรียมไว้เรียบร้อย พรักพร้อม ไม่มีการเอาชีวิตกัน เขาก็จะแสดงความสามารถอันยอดเยี่ยมที่มีออกมาได้อย่างแท้จริง แต่เมื่ออยู่ในสนามรบจริงซึ่งไม่มีอะไรรับประกันความปลอดภัยให้ได้ นิสัยส่วนที่อ่อนแอนั่นกลับถูกแสดงออกมาอย่างเด่นชัด
- “------ เราจะสู้ ไปเตรียมการรบซะ”
ลาสโลเก็บซ่อนความลังเลลงไว้ภายใน แล้วสั่งการ เหล่าทหารจึงตอบรับว่า “ครับ!” ด้วยสีหน้าโล่งใจ แล้ววิ่งไปประจำการตามหน้าที่ของตน
สโนว์หันเข้าหาลาสโลอย่างเกรี้ยวกราด นัยน์ตาเริ่มมีน้ำตาเอ่อ
- “อย่าทำอะไรตามอำเภอใจนะ! กัปตันคือฉันต่างหาก!”
- “เธอบาดเจ็บอยู่ ไปพักผ่อนเถอะ”
ลาสโลเอ่ยตอบสั้นๆ แล้วออกวิ่งไปยังดาดฟ้าส่วนหัวเรือ
เขาไม่เคยมีประสบการณ์จริงในการบัญชาการเรือมาก่อน ทว่าบทเรียนที่หัวหน้ากองเกล็นเป็นผู้สอนนั้นเด่นชัดอยู่ในสมอง ไม่ว่าเวลาใด กัปตันก็จะแสดงความอ่อนไหวออกมาไม่ได้ แม้ว่าภายในใจจะเต็มไปด้วยความหวั่นวิตก แต่ก็จะให้เหล่าทหารล่วงรู้ไม่ได้
- “ตรวจสอบปืนใหญ่เวทมนตร์ของศัตรู!”
- “ครับ! ดูรูปแบบแล้ว ศัตรูติดตั้งปืนใหญ่ (ไฟ) และ (สายฟ้า) อยู่ครับ!”
ลาสโลวาดภาพความสัมพันธ์ของพลังทั้ง 5 ธาตุขึ้นในสมองอย่างรวดเร็ว ปืนใหญ่เวทมนตร์นั้นเป็นอาวุธที่นำเอาพลังธาตุหลักทั้ง 5 ที่ประกอบกันขึ้นเป็นโลกนี้มาใช้ประโยชน์ และระหว่างพลังต่างๆ เหล่านั้นก็มีความสัมพันธ์แพ้ชนะกันอยู่ เป็นต้นว่า น้ำจะดับไฟ ไฟจะชนะลม....นั่นเอง ถ้าคิดถึงคุณสมบัติเหล่านั้นและเลือกใช้ปืนใหญ่เวทมนตร์ ก็จะสามารถทำการต่อสู้โดยกุมความได้เปรียบเอาไว้ได้
- “ถ้างั้นทางเราก็ตอบโต้ด้วย (น้ำ) และ (ดิน)! เตรียมยิง!”
- “ครับ!”
พลปืนใหญ่ที่มีความถนัดในพลังนั้นๆ ต่างเข้าประจำตำแหน่ง ผลจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก ทำให้การเคลื่อนไหวนั้นต่อเนื่อง ไม่มีสูญเปล่า
- “ล่อศัตรูเข้ามา! เมื่อมันยิง (ไฟ) มา ก็ยิงตอบด้วย (น้ำ)!”
- “รับทราบ!”
ประกายเพลิงถูกยิงออกจากปืนใหญ่เวทมนตร์ของศัตรู เมื่อเห็นสัญญาณนั้น เรือไกเอ็นก็ยิงกระสุนเวท (น้ำ) ออกมาในเวลาเกือบจะพร้อมๆ กันนั้นเอง
พลังธาตุทั้งสองเข้าปะทะกันเหนือผืนน้ำ พลังน้ำกลืนกินไฟตามหลักการแห่งธรรมชาติ และพุ่งเข้าจู่โจมเรือของศัตรู
ลาสโลทาบสายตาลงกับกล้องมองไกล จึงมองเห็นเสากระโดงหลักที่กำลังค่อยๆ เอียงลงมาเนื่องจากถูกกระสุนปืนเวทมนตร์ปะทะเข้าอย่างจัง
- “เอาล่ะ เตรียมยิงครั้งต่อไป! อย่าหยุดมือ!”
- “รับทราบ!”
เหล่าทหารเริ่มมีกำลังใจขึ้นอย่างเต็มเปี่ยม เมื่อการยิงโต้ตอบเป็นผลสำเร็จ นัดที่ 2 ถูกยิงออกไปอย่างรวดเร็ว และโค่นเสากระโดงหลักของเรือโจรสลัดลงอย่างสมบูรณ์
- “สำเร็จแล้วครับ ท่านผู้ช่วยกัปตัน!”
เหล่าทหารส่งเสียงร้องยินดีขึ้น ลาสโลหันมองไปรอบๆ สโนว์หายตัวไปตั้งแต่เมื่อไรกัน
หรือว่าจะทนความเจ็บปวดที่แขนไม่ไหว ก็เลยหนีเข้าไปที่โกดังของเรือกันนะ ทว่า ทหารหนุ่มคนหนึ่งวิ่งตรงเข้ามาหาลาสโลและรายงานว่า
- “ท่านผู้ช่วยกัปตัน เรือฉุกเฉินหายไปแล้วครับ!”
- “…..เอ๋?”
- “ไอ้ขี้ขลาดที่ไหนก็ไม่รู้มันหนีไปแล้วครับ”
ทหารสบถอย่างรังเกียจแล้วจึงเอ่ยขอโทษว่า “ขออภัยครับ” ด้วยใบหน้าแดงก่ำ
สโนว์หนีไปแล้ว.... โดยทอดทิ้งเรือของตัวเอง
ความรู้สึกของลาสโลดำมืดลง สิ่งที่กัปตันเรือที่ทอดทิ้งผู้ว่าจ้างจะต้องรับผิดชอบก็หนักหนาสาหัสมากพออยู่แล้ว แต่ลงถึงขั้นทอดทิ้งเรือของตัวเองแล้วหนีเอาตัวรอดแล้วล่ะก็นั่นหมายถึงว่าคนๆ นั้นจะต้องแบกรับความอัปยศอดสูอย่างที่ไม่มีทางจะแก้ไขอะไรได้ ทำไม ถึงได้ทำเรื่องโง่เขลาอย่างนั้นลงไป.... ลาสโลอยากจะถามสโนว์เหลือเกิน แต่สโนว์ก็ไม่ได้อยู่บนเรือลำนี้อีกแล้ว
- “ท่านผู้ช่วยกัปตัน เรือศัตรูตรงเข้ามาเราครับ!”
เรือขนาดใหญ่ซึ่งสูญเสียเสากระโดงหลักไปแล้ว พุ่งตรงเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เป้าหมายของศัตรูนั้นชัดเจนอยู่แล้ว คงคิดเอาเรือเข้าเทียบแล้วบุกขึ้นมาจู่โจมด้วยการต่อสู้ประชิดตัวนั่นเอง ไม่ว่าเวลาพอที่จะขึงตาข่ายป้องกันการบุกของศัตรูแล้ว
- “มันจะมาแล้ว! เตรียมอาวุธให้พร้อม!”
ลาสโลตะโกนก้องในขณะที่ชักดาบของตนออกมาด้วย
เรือทั้งสองลำปะทะกันอย่างรุนแรง ลาสโลเกาะกราบเรือไว้แน่นเพื่อทนต่อแรงกระแทก
- “เห็นกำลังรบของฝ่ายศัตรูแล้วครับ! ขณะนี้กำลังบุกขึ้น.…..!”
เสียงตะโกนของทหารขาดห้วงลง ลาสโลกวาดสายตาไปในทิศทางนั้นทันที จึงได้เห็นร่างของทหารซึ่งค่อยๆ เอนลงมาข้างหน้าและล้มลงกับพื้น แผ่นหลังนั้นมีมีดสั้นปักอยู่ 3 เล่ม เหล่าทหารแห่งกองอัศวินไกเอ็นค่อยๆ ก้าวถอยหลังทีละน้อย โดยไม่รู้ว่านี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่
เสียงหัวเราะแหลมสูง ฟังดูประหลาดดังสะท้อนขึ้น ลาสโลเงยหน้าขึ้นแล้วจึงได้เห็นร่างของศัตรูที่บุกขึ้นมาจากเรือที่ถูกเทียบติดกันอย่างชัดเจน
ชายร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งอยู่ ร่างนั้นปกคลุมด้วยเงามืดราวสัญญาณแห่งโชคร้าย
นั่นคือ โจรสลัดบรันด์ ความหวาดกลัวเหมือนจะปะทุขึ้นครอบงำลาสโล
บรันด์เป็นชายวัยกลางคนมีเรือนผมสีอ่อน เพราะเสียตาข้างขวาไปในการต่อสู้หรือไร จึงได้คาดผ้าปิดตาสีดำปกปิดเอาไว้ นัยน์ตาข้างซ้ายที่ยังเหลืออยู่ มีประกายแห่งความบ้าคลั่งราวสัตว์ป่าสถิตอยู่
ไม่ใช่เวลามัวคิดหาทางไม่ให้ศัตรูขึ้นมาบนเรือแล้ว เหล่าทหารของกองอัศวินไกเอ็นต่างได้แต่ค่อยๆ ถอยร่นเหมือนถูกกดดันทั้งๆ ที่กำดาบในมือไว้แน่น ลาสโลเองก็ไม่สามารถออกคำสั่งให้พวกเขาเข้าโจมตีได้เช่นกัน
- “ขออภัยนะครับท่านบรันด์ ที่ข้าเอาแต่สนุกอย่คนเดียว”
เสียงแหลมสูงดังขึ้นอีกครั้ง และชายร่างเล็กจึงปรากฏตัวขึ้นจากด้านหลังของบรันด์ ชายนั้นมีหลังงองุ้ม ดวงตามีขนาดใหญ่จนน่าประหลาด เท่าที่มองดูแล้วก็ไม่ได้ถือทั้งดาบหรือหอกแต่อย่างใด คนแบบนี้จะต่อสู้ได้หรือนี่..... ชั่วพริบตาในขณะที่คิดเช่นนั้น ชายผู้นั้นก็ขยับมือขวาอย่างรวดเร็ว
- “..........!”
ทหารที่ยืนอยู่ด้านข้างของลาสโลล้มลงกับพื้นโดยไม่ส่งเสียงใดๆ ทั้งสิ้น ที่หน้าอกมีมีดสั้นปักลึก
ในที่สุดลาสโลก็รู้สึกตัว ผู้ใช้อาวุธลับนั่นเอง นักฆ่าผู้ใช้อาวุธขนาดเล็กขนาดที่ซ่อนไว้ในฝ่ามือได้ปลิดชีพฝ่ายตรงข้ามโดยไร้ซึ่งแม้แต่เสียง
ความเดือดดาลพุ่งขึ้นสู่สมองของลาสโล ขืนมัวแต่งอมืองอเท้าอยู่ก็มีแต่จะเพิ่มผู้เคราะห์ร้ายขึ้นเท่านั้น
- “บุกเข้าไป! อย่าไปกลัวมัน!”
ในขณะที่ร้องตะโกน ลาสโลก็พุ่งนำออกไปก่อน เป้าหมายคือผู้ใช้อาวุธลับ ก่อนที่จะจัดการกับบรันด์ คงต้องจัดการกับชายร่างเล็กที่จะเป็นปัญหายุ่งยากนี่ให้ได้ก่อน
ชายร่างเล็กซัดอาวุธบินออกจากมือ ฝ่ายลาสโลก็แกว่งดาบปัดป้องอย่างลืมตัว
เหล่าทหารที่ถูกแรงกดดันของบรันด์รุกไล่จนทำอะไรไม่ถูกเอง ก็ต่างจับอาวุธอีกครั้งดั่งได้รับพลังใจจากลาสโล การตะลุมบอนจึงเกิดขึ้นในชั่วพริบตา
บรันด์กวัดแกว่งดาบเล่มใหญ่ในมือเข้าฟาดฟันเหล่าทหาร ความเร็วและพลังนั้นมากจนน่าตกใจ ทหารหลายคนถูกฟันล้มลง ทว่ากองอัศวินไกเอ็นก็มิได้สูญเสียความกล้าหาญไปแต่อย่างใด คงยังก้าวข้ามร่างของเพื่อนพ้องที่ล้มลง โห่ร้องปลุกเร้าตนเอง เข้าโรมรันกับบรันด์
ในที่สุดเมื่อรุกไล่จนกระทั่งผู้ใช้อาวุธนั้นไม่อยู่ในสภาพที่จะสู้ต่อไปได้แล้ว ลาสโลก็หันไปหาบรันด์บ้าง แม้แต่บรันด์เอง ก็ไม่สามารถต้านทานช่องว่างของปริมาณที่มากจนเกินไปได้ และหอบหายใจโดยแรงอยู่ในวงล้อมของสมาชิกกองอัศวินกว่า 10 คน
- “สวดมนตร์ไว้ได้แล้ว เจ้าโจรสลัด! ดวงแกมาได้ถึงแค่นี้แหละ!”
ทหารคนหนึ่งตะโกนขึ้นอย่างปลื้มปิติในชัยชนะ
บรันด์จ้องมองเหล่าทหารด้วยตาซ้ายที่เหลือไม่วางตา ทั้งที่ผลแพ้ชนะออกมาแล้ว แต่ลาสโลกลับรู้สึกเฉียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก จนกว่าจะสิ้นลมหายใจสุดท้าย โจรสลัดแห่งลางร้ายผู้นี้คงไม่มีทางที่จะเลิกราการต่อสู้เป็นแน่ เขารู้สึกอย่างนั้น
ทว่าบรันด์กลับหย่อนมือที่กุมดาบอยู่ลงเบื้องล่าง จนลาสโลรู้สึกผิดคาดกับทีท่าที่เปิดเผยอย่างง่ายดายจนเกินไปนั้น บลันด์ค่อยๆ ยกแขนซ้ายขึ้นและถอดถุงมือที่ปกคลุมมือนั้นอยู่ออก
- “อึ๋ย...... ท่านบรันด์.......!? ระ หรือว่าท่านจะใช้ไอ้นั่น........!”
เสียงร้องแหลมสูงอย่างหวาดหวั่นนั้น ดังมาจากผู้ใช้อาวุธลับผู้ซึ่งนอนหมอบอยู่นั่นเอง ทั้งที่สิ้นเรี่ยวแรงจนต้องนอนกลิ้งเกลือกอยู่กับพื้นดาดฟ้าเรือ แต่ก็ชันตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว และพยายามจะวิ่งหนี
- “เฮ้ย หยุด คิดจะไปไหนกันหา หนีไปก็ไร้ประโยชน์น่า....”
ทหารผู้ซึ่งแปลกใจกับการกระทำนั้น พยายามจะเข้าไปจับตัว แต่ผู้ใช้อาวุธลับก็กระเสือกกระสนดิ้นรนเพื่อให้รอดพ้นจากมือนั้นอย่างสุดชีวิต
และลาสโลจึงรู้สึกได้ถึงแสงประหลาดที่เริ่มแผ่ออกมาจากมือซ้ายของบรันด์ หรือว่าจะมีระเบิดอะไรซ่อนไว้ ลาสโลรู้สึกเย็นวาบขึ้นวูบหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ แสงนั้นแผ่ออกมาจากหลังมือของโจรสลัด
- “จะบ้าเหรอ! ระ รีบหนีเร็วเข้า! เดี๋ยวก็ได้กลายเป็นขี้เถ้าหรอก....!”
เสียงร้องอย่างสิ้นหวังของผู้ใช้อาวุธลับดังกึงก้องไปรอบด้าน ทว่าลาสโลกลับได้ยินเสียงพึมพำเบาๆ ของบรันด์ซึ่งเกือบจะถูกเสียงนั้นดังกลบจนสิ้นอย่างชัดเจน
- “ทุกคน..... จงตายซะ”
แสงสว่างแจดจ้าแผ่กระจายออกจากหลังมือนั้น เสียงกรีดร้องของผู้ใช้อาวุธนั้นถูกกลบหายไปในชั่วพริบตา
ประกายแสงแจดจ้าเข้าจู่โจมสายตา ลาสโลยกแขนข้างหนึ่งบังใบหน้าอย่างรวดเร็ว ภาพที่สะท้อนในดวงตาเข้าสู่ประสาทการรับรู้ของเขานั้นยากที่จะทำใจให้เชื่อได้ ร่างกายเล็กๆ ของผู้ใช้อาวุธลับ-------- รวมทั้งร่างกายของเหล่าสมาชิกกองอัศวินไกเอ็นซึ่งยืนห้อมล้อมอยู่ในบริเวณนั้น กลายเป็นเถ้าถ่านสีดำ และสลายหายไปในอากาศราวกับหมอก
ลาสโลหลับตาแน่น ตัวเขาเองก็ล้มลงกับพื้นเนื่องจากแรงระเบิดอันรุนแรง รู้สึกราวกับร่างกายจะถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ
2-3
- “หัวหน้ากองครับ ดูนั่น”
เมื่อได้รับรายงานจากทหาร เกล็นจึงกวาดสายตาไปบนผืนทะเล
จึงมองเห็นเงาคนที่กำลังยืนโบกแขนทั้งสองข้างอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่บนเรือบทลำน้อยซึ่งลอยอยู่กลางคลื่น
"“นั่นมัน.... สโนว์เหรอ?”
เกล็นจ้องมองเรือนั้นด้วยความรู้สึกอึ้งจนพูดไม่ออก การที่สโนว์ซึ่งได้รับมอบหมายหน้าที่ให้เป็นกัปตันเรือ จะมาอยู่บนเรือลำเล็กเพียงคนเดียวแบบนี้นั้น ไม่ควรจะเป็นไปได้เลย หรือว่าเรือของพวกเขาจะจมไปแล้วจริงๆ ลาสโลรวมทั้งลูกเรือคนอื่นๆ ทั้งหมดจมลงไปอยู่ก้นทะเลซะแล้วงั้นเหรอ เกล็นกัดฟันแน่นด้วยความรู้สึกหวั่นไหว และเศร้าสร้อยที่เข้าคุกคาม
สโนว์ถูกดึงขึ้นมาบนเรือด่วนในเวลาไม่นานนัก เด็กหนุ่มหยุดยืนตรงหน้าเกล็นด้วยสีหน้าโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด
- "หัวหน้ากองกรุณาตามมาช่วยสินะครับ.... ดีจริงๆ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ เจ้าโจรสลัดเรือ 6 เสา มันโจมตีเรือเรา รีบไปเถอะครับ ตอนนี้ก็ยังสู้กันอยู่เลยครับ!"
เกล็นก้มลงมองหน้าสโนว์ และเอ่ยถามเสียงเครียด
- “ทำไมแกถึงได้ออกห่างจากเรือ?”
- “........เอ๋?”
สโนว์นิ่งงันลงคล้ายตกตะลึง และเอามือกดแขนข้างที่เมื่อครู่นี้ยังคงแกว่งไปมาอย่างแข็งแรง
- “ผมบาดเจ็บครับ แขนผม.... เจ็บจนขยับไม่ได้เลยครับ”
แล้วเกล็นก็ระเบิดความโกรธใส่สโนว์ซึ่งยืนกุมแขนดั่งต้องการแสดงให้เห็นเต็มที่ว่าตนเองบาดเจ็บ
- “แกทิ้งเรือของตัวเองที่กำลังต่อสู้อยู่แล้วหนีมางั้นเรอะ!? แกละทิ้งหน้าที่ความรับผิดชอบของกัปตันเรือมางั้นเรอะ!?”
- “เรื่องนั้น.... มันช่วยไม่ได้นี่ครับ แขน.... แขนผมมันขยับไม่ได้....”
- “เจ้าบ้า!”
เกล็นเผลอเงื้อมมือขึ้นโดยไม่รู้ตัว แล้วชกไปที่แก้มของสโนว์เต็มแรง ร่างของสโนว์กลิ้งไปบนดาดฟ้าเรือตามแรงนั้น
- “กัปตันเรือทอดทิ้งผู้ใต้บังคับบัญชากับเรือแล้วหนีมางั้นเรอะ! แก รู้จักละอายซะบ้างสิ! กัปตันเรือจะต้องร่วมชะตากรรมไปพร้อมกับเรือของตน จะทิ้งเรือไม่ได้จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย!”
- “ตะ แต่ว่า!”
สโนว์เริ่มทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้ ภาพของนักเรียนดีเด่นซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตัวเองนั้น ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว ร่างที่หมอบคลานอยู่แทบเท้าของเกล็นนั้นดูราวกับเด็กตัวน้อยๆ ที่น่าเวทนา
- “แขนผมขยับไม่ได้ครับ ขยับไม่ได้จริงๆ นะครับ! นี่ไง....”
สโนว์กุมแขนซ้ายของตน แล้วทำหน้าตาบิดเบี้ยวเจ็บปวด
เกล็นถอนหายใจแรงๆ ไม่คิดจะต่อว่าอะไรสโนว์อีกต่อไป การที่เห็นแก่หน้าของท่านเค้าท์แล้วมอบหมายเรือให้เด็กแบบนี้เป็นผู้ดูแลนั้นเป็นสิ่งที่เขาต้องรับผิดชอบ
เมื่อใบหน้าที่ว่านอนสอนง่ายของลาสโลลอยผุดขึ้นในหัว หัวใจก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้น เกล็นมีความรักอันลึกซึ้งให้กับ เด็กหนุ่มผู้มักจะซ่อนตัวอยู่ในเงาของสโนว์ และอุตสาหะบากบั่นเรื่อยมาไม่มีว่างเว้นคนนั้น เขารู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่าง คล้ายความผูกพันของผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่กับท้องทะเลเช่นเดียวกันกับลาสโล โดยไม่เกี่ยวพันถึงจุดยืนที่แตกต่างของหัวหน้ากองอัศวินกับสมาชิกกองอัศวินคนหนึ่ง หรืออายุที่ห่างกัน
แน่นอน ต่อหน้าอัศวินฝึกหัดคนอื่นๆ เขาไม่ได้มีทีท่าเอาใส่ใจลาสโลเป็นพิเศษแต่อย่างใด แต่ลึกลงไปภายในใจเขาเคยรู้สึกเหมือนกับว่าลาสโลเป็นลูกชายแท้ๆ ของเขาเองเสียด้วยซ้ำ
อย่าตายนะ เกล็นพึมพำเบาๆ ในขณะที่จ้องมองไปบนผืนทะเลสีคราม
เสียงครวญครางดังลอดเข้ามาในหู
ลาสโลลืมตาขึ้น โจรสลัดบรันด์ซึ่งนั่งหมอบอยู่ส่งเสียงครวญครางในขณะที่ร่างกายก็สั่นเทิ้มราวกับถูกความหนาวเย็นมหาศาลเข้าจู่โจม แสงสว่างเมื่อครู่หายไปจากมือซ้ายที่น่าสะพรึงกลัวนั้นแล้ว
ลาสโลลองขยับมือขวาและมือซ้ายตามลำดับ ร่างกายส่วนที่ถูกกระแทกรู้สึกเจ็บอยู่บ้าง แต่ดูเหมือนกระดูกจะไม่ได้หัก
ลาสโลหันมองไปรอบๆ บนดาดฟ้าเรือ ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากตัวเขาเองกับบรันด์ ทั้งทหารหลายสิบคน ทั้งผู้ใช้อาวุธลับต่างก็หายตัวไปหมดสิ้น ถ้าอย่างนั้น นั่นก็ไม่ใช่ฝันร้าย ภาพที่พวกเขาทั้งหมดกลายเป็นขี้เถ้าในชั่วพริบตานั่น
นอกจากความเจ็บปวดจากแรงกระแทกแล้ว ก็ไม่ได้มีบาดแผลมากมายอะไร ทำไมตัวเขาถึงได้ปลอดภัยดี ทำไมตัวเขาถึงได้ยังอยู่ที่นี่? ลาสโลหยิบดาบที่ตกอยู่เบื้องหน้าตน แล้วลุกขึ้นยืน ที่ขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก
บรันด์เงยหน้าขึ้น เมื่อได้เห็นลาสโลที่กำลังลุกขึ้นยืน สีหน้าของเขาก็บิดเบี้ยว
- “อะไรกัน....? แก ยัง..... ไม่ตาย.......?”
บรันด์เหลือบมองไปที่มือซ้ายของตน แล้วหันกลับมาจ้องมองลาสโล
- “แกคือ.... คนต่อไป.... งั้นรึ....?”
เสียงของบรันด์แตกพร่า ฟังไม่ค่อยได้ยินนัก แต่เมื่อรู้สึกได้ว่าแววตาของบรันด์ยังไม่สิ้นซึ่งพลังใจที่จะต่อสู้ ลาสโลก็กำดาบในมือแน่น
แม้จะซวนเซไปมา แต่บรันด์ก็ลุกยืนขึ้นบ้าง
- “เข้าใจแล้ว.... ข้าจะทำให้แกได้เห็นนรก”
ลาสโลตั้งดาบขึ้น เขาอยากจะถามเหลือเกินว่าแสงนั่นคืออะไร ผู้ใช้อาวุธลับกับเหล่าทหารสลายกลายเป็นขี้เถ้าไปแล้วจริงๆ งั้นหรือ.... แต่นี่ไม่ใช่เวลาจะมาตั้งคำถามแล้ว รังสีการฆ่าฟันเอ่อท้นขึ้นจากทั่วร่างของบรันด์
- “เตรียมใจไว้ซะ”
บรันด์พุ่งเข้าฟาดฟันอย่างหนักหน่วง แต่ลาสโลก็หลบฉากอย่างรวดเร็ว และวาดดาบลงบนแผ่นหลังของโจรสลัด
เลือดสาดกระจายขึ้น
จิตใจของลาสโลสงบเยือกเย็น เขาตั้งสติมองการโจมตีอันบ้าคลั่ง กระโดดถอยหลบและโต้ตอบได้ทันถ่วงที
ในการฝึกซ้อมภาคสนามเพื่อจบการศึกษา เขารู้สึกหวาดหวั่นกับความหนักหน่วงของดาบจริง แต่ในเวลานี้ สัมผัสของดาบที่อยู่ในมือกลับพึ่งพาได้เสียนี่กระไร สิ่งที่จะปกป้องตัวเขาได้ มีเพียงดาบเล่มนี้เท่านั้น
- “ไอ้หนู.....!”
ลาสโลใช้ดาบรับการโจมตีอย่างต่อเนื่องของบรันด์ได้อย่างหวุดหวิด สมกับเป็นโจรสลัดผู้มีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วทั้งประเทศหมู่เกาะ แม้จะกำลังอ่อนแรง แต่การโจมตีนั้นก็แทบไม่มีช่องว่าง ความเร็วของดาบใหญ่ที่ฟาดฟันลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้ลาสโลรู้สึกทึ่ง ถ้าโดนเข้าไปเต็มๆ สักครั้งล่ะก็คงบอกลาไปโลกหน้าได้เลย
ใช่ว่าลาสโลจะสามารถหลบการโจมตีได้ทั้งหมด ความเจ็บปวดวิ่งแล่นขึ้นที่แขนและสีข้าง ขาเกือบจะพันกันก็หลายครั้ง แผลที่ได้รับแม้จะแค่ตื้นๆ แต่ก็ทำให้พลังกายลดลงเรื่อยๆ ถ้าหยุดเท้าเมื่อใด ผลแพ้ชนะคงจะถูกตัดสินเมื่อนั้นนั่นเอง
ทว่าทางบรันด์เองก็ไม่ได้แตกต่างมากนัก ดาบของลาสโลคอยเล็งหาช่องว่างอยู่ตลอดเวลา เมื่อเริ่มอารมณ์เสียกับการเคลื่อนไหวที่ว่องไวของลาสโลและเงื้อตวัดดาบขึ้น ดาบของลาสโลก็พุ่งเข้าหาบริเวณสีข้างซึ่งเปิดช่องว่างเอาไว้ทันที
การสู้ตายตามความหมายของคำนั้นดำเนินไปเรื่อยๆ ทั้งสองฝ่ายต่างยืนหยัดกวัดแกว่งดาบจนข้ามขอบเขตของกำลังกายที่มีไปแล้ว ฝ่ายที่สิ้นกำลังใจก่อน คงจะเป็นฝ่ายล้มลงก่อนกระมัง
ลาสโลเริ่มมีลางสังหรณ์ถึงความตาย เขาไม่มีกำลังเหลือแม้แต่จะปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตา ภาพที่มองเห็นก็เริ่มพร่าเลือน
เขาควรจะถูกแสงสว่างเมื่อครู่เผาผลาญกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว เวลาตายของเขาแค่ถูกยืดออกมาอีกนิดหน่อย ซึ่งเวลาที่ยืดมานั้นก็คงจะจบสิ้นลงแล้ว อีกไม่นานนักหรอก เขาก็คงจะสิ้นเรี่ยวแรงและล้มลง
ขณะที่ลาสโลเตรียมตัวเตรียมใจได้นั่นเอง เขาก็ได้ยินเสียงใครบางคนเรียกชื่อของเขา
หัวหน้ากองเกล็นกระโดดข้ามกราบเรือ และวิ่งตรงเข้ามาหาเขา ทำไมหัวหน้ากองถึงได้มาอยู่ที่นี่.... ชั่วเวลาที่นึกขึ้นเช่นนั้น พลังใจที่ยืนหยัดมาจนถึงที่สุดแล้วก็หมดลง แขนของเกล็นเข้าประคองร่างของลาสโลที่ล้มคว่ำลงในทันทีทันใดนั้น
- “ทำใจดีๆ เอาไว้! เจ้าทำได้ดีมากลาสโล! ที่เหลือให้ข้าจัดการเอง!”
เกล็นประคองร่างของลาสโลให้นั่งลงกับพื้น แล้วจึงชักดาบ หันประจันหน้ากับบรันด์
ทว่าบรันด์เอง ก็ล้มลงคุกเข่ากับพื้นแทบจะพร้อมๆ กับที่ลาสโลล้มลง พลังใจของเขาก็มาถึงขีดกำจัดแล้วเช่นกัน
- “ฮึ่ม..... มาได้..... ถึงแค่นี้ เหรอ”
บรันด์พึมพำอย่างสิ้นเรี่ยวแรง ร่างกายท่อนบนค่อยๆ โน้มเอนลง จนในที่สุดร่างนั้นก็ล้มคว่ำลงกับดาดฟ้าเรือ
จบแล้วเหรอ พริบตาที่ลาสโลคิดอย่างโล่งใจนั้นเอง
แสงสว่างเมื่อครู่ก็เริ่มเปล่งออกมาจากมือซ้ายของบรันด์อีกครั้ง ลาสโลเบิกตากว้าง รู้สึกขนลุกไปทั่วทั้งร่าง
- “หือ....? แสงนี่มัน?”
เกล็นพึมพำอย่างพิศวง และออกก้าวเข้าไปใกล้บรันด์
- “หัวหน้ากอง.....!”
ในขณะที่ลาสโลพยายามจะร้องเตือนนั่นเอง
เรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น บางสิ่งบางอย่างที่เปล่งแสงสว่างออกมาลอยห่างขึ้น ออกจากหลังมือของบรันด์
มันคือ ตราสัญลักษณ์ซึ่งมีลวดลายสลับซับซ้อนดูคล้ายคลึงกับก้นหอย มันเปล่งแสงสีแดงก่ำ ลอยอยู่กลางอากาศ ทั้งเกล็นและลาสโลต่างก็กลั้นหายใจและจ้องมองมัน
ตราสัญลักษณ์นั้น แผ่แสงเจิดจ้าและพุ่งเป็นเส้นตรงไปยังมือซ้ายของเกล็น
- “อะไร.....!?”
เกล็นรีบพยายามจะหันหลบ ทว่าตราสัญลักษณ์นั้นเร็วกว่า ลาสโลมองเห็นตราสัญลักษณ์เข้าสถิตที่มือซ้ายของเกล็น มันย้ายตัวเองมาหาผู้ถือครองคนใหม่ เช่นเดียวกับที่เคยสถิตอยู่ที่มือของบรันด์
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก็ดังลอดผ่านลำคอของบรันด์ เขาตบพื้นดาดฟ้าเรือด้วยมือซ้ายซึ่งสิ้นแสงสว่างไปแล้ว ทว่าร่างนั้นก็ดูเหมือนจะไม่มีกำลังใดๆ หลงเหลืออยู่อีกแล้ว
- “สำเร็จ.... ชั้น..... เป็นอิสระแล้ว......เท่านี้..... ชั้นก็จะได้สบาย........”
บรันด์เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เบิกกว้างนั้น เปล่งประกายแห่งความคุ้มคลั่งออกมา
- “อิสระ..... ชั้นเป็นอิสระแล้ว..... เอ็ท....... คิ......... กะ........”
ในขณะที่พวกลาสโลงงงวยกับข้อความที่บรันด์พึมพำ คอของบรันด์ก็พับตกลง และทันใดนั้นเองร่างกายนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นขี้เถ้าสลายหายไป
ทว่าพวกเขาไม่มีเวลาพอที่จะประหลาดใจกับเรื่องนี้ เกล็นร้องขึ้นอย่างทรมาน เขากดมือขวาเข้ากับมือซ้ายซึ่งมีแสงสว่างเปล่งออกมาในขณะที่ทรมานกับความเจ็บปวดแสนสาหัสที่วิ่งแล่นขึ้น
- “อะไร.... นี่มันอะไรกัน....!”
ลาสโลเพิ่งจะเคยได้ยินเสียงร้องอย่างทรมานเช่นนี้ของหัวหน้ากองซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่ากล้าหาญเฉียบขาดและสงบเยือกเย็น เป็นครั้งแรก
- “หัวหน้ากอง!”
ลาสโลข่มความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วร่างของตนแล้วลุกขึ้นยืน เหล่าทหารที่ข้ามจากเรือเร็วขึ้นมา ก็ต่างวิ่งเข้ามาหาพวกเขา ทุกคนร้องตะโกนต่างๆ นาๆ ในขณะที่พยายามจะเข้าไปช่วยประคองเกล็น แล้วเกล็นจึงพึมพำคำพูดหนึ่งออกมา
- “ใครกันน่ะ? พวกเจ้าเป็นใคร......?”
ลาสโลคิดว่าเกล็นกำลังถามพวกตน หัวหน้ากองซึ่งกำลังสับสน อาจจะจำใบหน้าของพวกตนซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ได้ขึ้นมาก็เป็นได้
แต่ทว่าไม่ใช่เช่นนั้น เมื่อได้เห็นดวงตาที่เหม่อลอย ไร้จุดรวมศูนย์ของเกล็น ลาสโลก็รู้ได้ เกล็นกำลังมองเห็นภาพลวงตา ในสายตาของเกล็นคงมองเห็นภาพใครบางคน ที่ไม่ใช่พวกลาสโลอยู่เป็นแน่
- “หัวหน้ากอง....”
แม้จะส่งเสียงเรียกก็ไร้ผล เกล็นทรุดตัวลงกับพื้น เหล่าทหารต่างส่งเสียงโหวดเหวกและมองดูลาสโล
- “ทำไม? เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
พวกเขาซึ่งไม่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ คงจะรู้สึกงงงวยอย่างที่สุดเป็นแน่ เพราะพวกเขาไม่พบใครเลยบนเรือลำนี้เว้นแต่ลาสโล ทั้งลูกเรือ ทั้งศัตรู แม้กระทั่งซากศพ
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นั้น แม้แต่ลาสโลเองก็อธิบายไม่ได้ ตัวเขาเองด้วยซ้ำ ที่อยากจะรู้ที่สุด
เกิดอะไรขึ้นบนเรือลำนี้กันแน่?


