Cooking Master ep1
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
--FLOW 22:35, 24 ตุลาคม 2007 (ICT)
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจาก FFDF ล่มสลาย
แต่ง แต้น แต่รง(ทำนองเพลงเอ็มเคสุกี้) กินอาราาาย~ กินอาาราย~ กินอาราายปาายกินโนโวเตลลล~~
ซาซาไรดีดกีต้าร์เปิดหมวกขอเศษตังค์ ทรัพย์สินเป็นศูนย์เพราะโดนอุซโซต่อยเดี้ยงเกมโอเวอร์มายังไม่ได้กินอะไรมาเจ็ดวันเต็มๆ
"โอยยย หิวโคตรร ทำไม่มีคนผ่านมาบ้างเลยวะเนี่ย" ซาซาไรดีดไปเรื่อยจนหมดแรงล้มแผละไป...คนอ่านก็ยังงงอยู่ว่าไม่มีคนแล้วมันจะเกากีต้าร์ไปทำบ๊ระอะไร
"ข้าเข้าใจแล้ว...ทำไมริคิมารุมันถึงโดนริโอวซื้อตัวไปได้ในราคาแค่500" ซาซาไรตอนนี้หิวจนยอมได้แม้กระทั่งไปปล้นฆ่าเซเว่นอีเลเว่นแล้ว
อันเนื่องมาจากในเกมซุยโคเดนยูนิเวริส์นี้นั้นสมจริงมาก โคนาเม้งได้จำลองมาแม้กระทั่งความหิว ถึงจะเป็นในโลกหลอกๆนี้ก็ตามแต่ถ้าหิวแล้วล่ะก็...ผู้เล่นจะหมดเรี่ยวหมดแรง ไม่มีกะใจจะทำอะไรกันเลยทีเดียว อาหารจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้เล่น ถึงแม้ที่ผ่านมาเราจะไม่ได้เห็นฉากกินข้าวเลยก็ตามแต่ที่จริงแล้วแค่ไม่ได้เขียนถึงต่างหาก(แถเข้าไป๊)
"อ้าว?นี่ยังมีคนอยู่บนเกาะนี้อีกเหรอเนี่ย" คริสเดินผ่านมาเอาไม้เขี่ยซาซาไรดู เหมือนเล่นเขี่ยกิ้งกือยังไงยังงั้น
"อา..คน ข้าหิวเหลือเกินท่านมีอะไรให้ข้ากินไหม"
"หึ หึ อาหารฝีมือข้าน่ะมันแพงนะ แกมีปัญญาจ่ายเหรอ?"
"ตอนนี้ข้าน้อยไม่มีเงิน แต่ข้ายินดีทำทุกอย่าง..."
"แน่ใจนะว่าทุกอย่าง?" คริสยิ้มชั่วร้าย
"...." ซาซาไรชักไม่แน่ใจ "อืมม ข้าตกลง" แต่ยังไงท้องมันก็ร้องประท้วงจนซาซาไรไม่สามารถปฎิเสธได้ต่อให้คริสมันส่งไปสู้กับโฟลวก็ตามที
"โอเช งั้นตกลงตามนี้" แล้วพ่อครัวก็เดินไปที่ถังขยะข้างซาซาไรแล้วเปิดฝาออกมาดู...... "อืม ไหนดูซิมีอะไรบ้าง โอ้ปลากระป๋องหมดอายุแล้ว ข้าวกล่องกินเหลือ ไหนๆมีแมงสาปเป็นๆด้วย...แบบนี้ใช้ได้"
หลังจากนั้นคริสก็ตั้งไฟใต้ถังขยะแล้วก็เอาตะหลิวมากวน ระหว่างทำอาหารหน้าตาคริสก็ดุร้ายบูดเบี้ยว ปากฉีกยิ้มฟันแหลมเปี๊ยวเหมือนอากิยามะจาง "น้ำใช้จากท่อระบายน้ำละกัน เมื่อคืนฝนตก คงมีซากหนูตายปนเต็มเปี่ยม ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮะ" การปรุงอาหารจากนรกอเวจีนี่ก็ดำเนินต่อไปภายใต้เสียงหัวเราะของคริส
"เอ้าเสร็จแล้ว!" สิบนาทีผ่านไปคริสก็วางมือลง มีเสียงระบบตามมา
- ผู้เล่นคริสปรุงอาหารสำเร็จ ได้รับ "แกงจืดขยะสด" 1 ea (ใครใส่อาหารชื่อนี้เข้าไปในเกมฟะเนี่ย!?) ผู้อ่านโปรดอย่าจินตนาการตามเด็ดขาด
"เอ้าแด๊กซะ" คริสยกแกงจืดมาทั้งถัง(ขยะ)ตั้งหน้าซาซาไร
"เฮ้ย!จะบ้าเรอะนี่มันเรียกว่าอาหารได้ที่ไหน หมาเห็นหมายังยอมโดดให้สิบล้อทับตายดีกว่าเลย" ซาซาไรเอาแรงที่ไหนไม่รู้ลุกขึ้นมาตะคอกใส่คริส
"หุบปากแล้วลองแด๊กดูซะก่อน อาหารที่ข้าทำหมึกแดงก็ยังเทียบไม่ได้เลยนะเฟ้ย!" พูดจบคริสก็จับซาซาไรง้างปากแล้วกรอกใส่ท้องซาซาไรลงไปทั้งถัง...
อึ้ก อึ้ก ซาซาไรโดนจับกรอกเข้าไปจนหมด ลุกขึ้นมาด้วยปฎิกริยาโต้ตอบอัตโนมัติ(รีแอคชั่น)
"อาาา ไม่น่าเชื่อออ โอ้วววอะไรมันจะอร่อยได้ขนาดนี้ ความเปรี้ยวจี๊ดของปลากระป๋องที่หมดอายุแล้วผสมผสานเข้ากับน้ำซุปที่มีซากหนูต้มจนเปื่อย เกิดเป็นรสชาติใหม่ที่บรรยายไม่ถูก แถมแมลงสาปนี่ก็ทำให้เคี้ยวกรุบกรอบได้รสชาติที่วิเศษ!" ซาซาไรกินเข้าไปได้ไงก็ไม่มีใครทราบ แถมยังบรรยายออกมาได้จนแม้แต่คนแต่งเองก็จะอ้วกไปด้วย
"หึ หึ นี่แหละพลังของข้าอดีตจินไคแห่งองค์กรอาหารแบล็คดราก้อน ฮ่า ฮ่า" คริสหัวเราะก๊าาาก ไม่มีใครปฎิเสธอาหารของเขาได้
หลังจากกินหมดแล้วคริสก็ทวงสัญญาทันที
"เอาล่ะ ข้าก็ทำอาหารให้แกกินแล้ว ทีนี้แกก็ต้องทำตามสัญญาบ้างล่ะนะ"
"จะให้ข้าน้อยทำอะไรหรือ?"
"ตอนนี้ข้าจะเดินทางไปยังลูลูนอย ระหว่างทางเจ้าต้องเป็นลูกมือให้ข้า"
"แต่ข้าทำอาหารไม่เป็นเกรงว่าจะไม่เหมะ..."
"ข้าไม่บอกให้ทำอาหารเสียหน่อย ลูกมือน่ะในวงการเชฟเขาแปลว่า"ขี้ข้าพ่อครัว"เว้ย(เชฟวงการไหนฟะ?ซุยทั้งเพ)"
"อ๋องั้นหรือครับข้าซาซาไรเข้าใจแล้ว" (ส่วนทางนี้ก็โง่เชื่อเข้าไปได้อีกคน)
หลังจากนั้นคริสก็เล่าเรื่องให้ซาซาไรซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่ฟังว่า ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่บนเกาะแบล็คดราก้อน ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งขององค์กรอาหารแบล็คดราก้อนซึ่งทรงอิทธิพลที่สุดในโลก เขาคืออดีตจินไคผู้นำองค์กรนั่นเอง แต่ตอนนี้องค์กรของเขาถูกทำลายเสียแล้ว... โดนเซย์ริวคนใหม่ที่เพิ่งเข้าองค์กรมาไม่นานเทคโอเวอร์องค์กรไปจนหมด
คริสก็ยื่นหนังสือประวัติของBlack Dragon Groupให้คนอ่านซาซาไรทำความเข้าใจ
"อาท่านคงกำลังจะไปตามล่าเขาสินะ"
"ถูกต้องแล้ว มันร่วมมือกับเร็ตโชและเกียวคุรัน ย้ายไปตั้งรกรากใหม่ที่ลูลูนอย ข้าจะกลับไปจัดการพวกมันแล้วชิงตำแหน่งหัวหน้าคืนมา"
"ฟังเรื่องราวท่านแล้วสมน้ำหน้าน่าสงสารจริงๆ ข้าซาซาไรจะช่วยทวงความเป็นธรรมเอาองค์กรของท่านคืนมาให้เอง!"
จากนั้นทั้งสองคนก็ล่องเรือเข้าสู่อ่าวทินโท เพื่อขึ้นฝั่งที่ดูนันมุ่งหน้าไปสู่ลูลูนอยด์ การผจญภัยครั้งใหม่ของซาซาไรในฐานะเบ๊ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแล้ว
--Shiryu 11:41, 25 ตุลาคม 2007 (ICT)
ทั้งสองเดินทางมายังทินโทซาซาไรก็นึกขึ้นได้ "อา....ไม่ได้มาที่นี่นานแล้วสินะ ไม่ทราบว่าป่านนี้ท่านกั๊ตสตาฟและเพื่อนๆเป็นเช่นไรบ้าง ท่านคริส หากท่านไม่ว่ากระไรขอข้าได้แวะไปยังซาอิได้หรือไม่?"
"อืม แถวนั้นข้าได้ยินว่ามีจิ้งจกไฟรสชาติน่าพึงพอใจอยู่บ้าง"
พอคริสอนุญาตแล้วซาซาไรก็เหมือนตัวลอย จะได้กลับไปวินนิ่งมั้ยสาดดดกับยาโนทัยแว้ว~ "เป็ดโว้ย!! อยู่มั้ย!?" พอเปิดประตูมาก็พบลุงกั๊ตยืนอ้าแขนรับด้วยสีหน้าชื่นบาน
"ไม่เจอกันนานนะซาซ่าคุง จุ๊บๆ หลังซาซ่าหายตัวไปเนี่ยรู้มั้ย ทินโทขาดแคลนทรัพยากรหนุ่มหล่อมานานนม"
แล้วลุงกั๊ตก็จับซาซาไรมัดแล้วลากขึ้นไปบนป้อมเอาแส้หนังเฆี่ยน (เพื่ออะไรไม่รู้ ลอง pm ไปถามลุงกั๊ตดูนะ) คริสเห็นแบบนี้ก็กุมขมับ "คริสเว้ย!! ช่วยผมด้วยคร้าบ~" (นี่แกคือคนปราบฟลาวเวอร์ได้แน่รึ??)
"เฮ้ย!! เลิกเล่นได้แล้ว เสียเวลาตูจะกลับไปเล่นราฟต่อ เราขอให้เจ้าส่งตัวเบ๊ของเราคืนมาซะ!!"
ลุงกั๊ตพินิจดูคริสสักพัก "อืม ท่าทางจะเป็นพ่อครัวสินะ เราก็ชอบทำอาหารอยู่เหมือนกัน งั้นเอางี้ เรามาดวลกัน หากชนะได้ เอาตัวซาซาไรคืนไปเลย แต่ถ้าหากเจ้าแพ้ เจ้าต้องมาเป็นคนครัวให้กองทัพเรา"
ต๋าย ท้าใครไม่ท้า มาท้าจินไคแห่งองค์กรมังกรดำ คริสรับคำท้าอย่างไวหลังประเมินฝีมือคู่แข่ง
"หึหึหึ....เห็นอย่างนี้เราน่ะเคยทำกล้วยบวชชีชนะเลิศอันดับหนึ่งเทศกาลอาหารเมืองครอมด้วยนะ" (สังเกตตามถุงขนมมันก็ได้ที่หนึ่งทุกเจ้า....พ่อครัวคนแรกๆมันก็ต้องนิ่มอย่างนี้ละนะ)
และแล้วการแข่งขันทำกล้วยบวชชีก็เริ่มต้นขึ้น "อาหารคือการดวล ย้ากกก!!!" ลุงกั๊ตสะบัดชุดหรูอลังการออกเป็นชุดคนครัวเผยมาดคนครัวฝีมือฉกาจให้ชมทันที ซาซาไรที่ยืนดูอยู่ก็งง เจอตาลุงนี่มานานมันทำกับข้าวเป็นด้วยเรอะ รั่วเข้ามาทีหลังนี่หว่า......ส่วนเป็ดได้แต่โล่งใจที่เมนูไม่ใช่พะโล้
"ไข่ไก่เกรดเอพิเศษผสมไอโอดีน กินแล้วแก้เอ๋อ ตีด้วยความเร็วระดับสองมัคแล้ว.....โยนทิ้งไป เพราะกล้วยบวชชีไม่ใส่ไข่ หึหึหึ"
"อา.....เทคนิคการทำอาหารของลุงกั๊ตน่าทึ่งมาก สมแล้วที่เคยชนะการประกวดกล้วยบวชชี"
แล้วลุงกั๊ตก็เอากะทิสดน้ำหนึ่งที่แช่ใบเตยสามคืนจนหอมหวาน เทลงกล้วยสุกที่ต้มด้วยไฟปานกลางรอตกแตกมันหอมอร่อยส่งกลิ่นคลุ้งไปทั่วทินโท แม้แต่พระยังปีนกำแพงขึ้นมาดูแล้วร้องว่า "โอ้ว น่าแดกชิหัย" จึงเป็นตำนานให้เรียกขนมชนิดดังกล่าวด้วยชื่อนี้ในเวลาต่อมา (มั่วชัดๆ)
"หึหึหึ พวกมือสมัครเล่นก็ใช้ของหรูไว้ก่อนละนะ ....." คริสพูดจบก็คว้าเอากล้วยหอมจมซน B1 และกะทิ ลิ้มทองกุลจับมาเคี่ยวปนกันในหม้อส่งกลิ่นเหม็นโฉ่วแต่สนุกสนาน (?)
"บัดซบ!! ของแบบนั้นมันกินได้เรอะ!? นี่แกดูถูกการทำอาหารใช่มั้ย กรี๊ด~!!" ลุงกั๊ตประท้วง
"เดี๋ยวเสร็จแล้วจะบรรยายให้น้ำลายสอเลย แบบที่จอมโหดมันทำบ่อยๆ หลอกคนอ่านไปจับกิ้งกือมาทอดกินได้ หึหึหึ"
"โอ้.....สนทิเริ่มแตกมันแล้วครับ!! เป็นการแตกมันที่ไม่มีกะทิชนิดไหนในโลกทำได้ เพราะออกอากาศและส่งผลต่อกระแสการเมียเทยพอสมควรทีเดียว ตู๊ดๆๆๆๆ (บรรยายมากกว่านี้เดี๋ยวคนอ่านปิดหน้าหนี) ทางด้านกล้วยหอม B1 แม้ถูกเคี่ยวแต่ก็ยังเต้นในชุดนอนอย่างสนุกสนาน ว่ากันว่าหากกล้วยหอมตายในหม้ออย่างทรมานจะหลั่งสารอาโพคาตานีนทำให้รสชาติไม่น่ากิน แต่หากเป็นกล้วยหอมที่มีความสุขตลอดเวลารสชาติจะแตกต่างไป!!" ซาซาไรบรรยายได้เป็นฉากๆ จู่ๆพวกคนดูก็เอาความรู้อาหารจากไหนไม่รู้เยอะแยะมาพ่นให้คนอ่านฟัง แถมเดาใจคนทำอาหารออกอีกตะหาก
ในที่สุดกล้วยบวชชีทั้งสองหม้อก็ทำเสร็จ
"เราจะตัดสินยังไงดีนะ"
"ใช้คนที่เป็นกลางสิ ในป้อมนี้มีแต่พวกของท่าน ข้าแนะนำให้ใช้ซาซาไรเพราะเป็นกลางที่สุดในกลุ่มเรา" คริสเสนอไอเดีบรรเจิด เอาเปรียบชาวบ้านเห็นๆ
"โอ้วววว เป็นไอเดียที่ดีม้ากมากค่ะ เอ้า ซาซ่าจัง ช่วยตัดสินหน่อยนะจุ๊บๆ" ส่วนตาลุงนี่ก็โดนซุยไปเรียบร้อย กำ
"ไม่ต้องชิมก็รู้แล้ว.....ด้วยกะทิและกล้วยชนิดพิเศษระดับนี้ ผู้ชนะคือคริส!!!" ซาซาไรอยากได้อิสระภาพใจจะขาด แล้วก็ประกาศให้คริสชนะแบบไม่ต้องชิม เพราะแด๊กสนทิไม่ลง
"อา...เจ็บใจจริงๆ....ทั้งที่ข้าเชื่อว่าอาหารคือการดวลแท้ๆ...." ลุงกั๊ตทรุดลงกับพื้นหลังพ่ายแพ้
"อาหารคือการดวลงั้นรึ เจ้าโง่! อาหารคือของกินต่างหากเล่า!" คริสเอ่ยวาทะแสนยิ่งใหญ่สมเป็นจินไคแห่งองค์กรมังกรดำ
"วาทะนี้มัน!! หรือว่า!! เจ้าคือจินไคแห่งองค์กรมังกรดำ!?" ลุงกั๊ตอ่านตามบรรทัดบนทันที
"ถูกต้องแล้ว เรามีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่นัก ขออย่าให้เจ้ามาขัดขวางเราเลย ส่งตัวซาซาไรคืนมาเถอะ เจ้านั่นเป็นเบ๊ที่รั่วถูกใจข้านัก"
"ข้ารู้ว่าท่านต้องการกำจัดเจ้าเซย์ริวที่ชั่วร้ายนั่น มันตั้งตัวเป็นแปะอั๊งล้วงและครอบครองไฮแลนด์อยู่เบื้องหลัง เราจะช่วยท่านเอง เอาหละ ไหนๆก็ชนะเราได้ เอาเมนูนี้ไปสิ"
คริสได้รับเมนู "กล้วยบวชชี" (มีประโยชน์ยังไง?) แล้วก็คว้าซาซาไรออกเดินทางไป
--FLOW 18:48, 25 ตุลาคม 2007 (ICT)
"ก๊าาาบ เอาป๋มไปด้วยเด่ ป๋มต้มพะโล้อาวแล้วไปตำอาไรก็อาหย่อยนะก๊าาาบ" หายไปนานอยากมีบทกะเข้าบ้าง ยาโนทัยจึงเสนอตัวเองเป็นวัตถุดิบ(ตายแล้วจะได้ร่างใหม่)
"อืมก็ดี ข้าจะเก็บแกไว้เป็นไม้ตายตอนสู้กับเซย์ริว ข้าจะเผด็จศึกมันด้วยยาโนทัยปักกิ่งสูตรฮ่องราดหน้าซี้ซั้วฉ่ายต่อให้มันทำอะไรมาก็สู้ข้าไม่ได้แน่! 55+" คริสอนุมัติทันทีได้ยาโนทัยมาเป็นพวก(วัตถุดิบ)เพิ่มอีกตัว
จากนั้นทั้งหมดก็เดินทางออกจากทินโท ผ่านดินแดนต่างๆมาอย่างรวดเร็วเนื่องจากเอาไปแต่งหมดแล้วไม่อยากเอามาฉายซ้ำ คริสเดินทางมาถึงเซาธ์วินโด้ซึ่งกำลังคับคั่งไปด้วยผู้คนเพราะอยู่ในช่วงเทศกาลกินเจพอดี...
"ข้าเหนื่อยแล้ว เราแวะเมืองนี้ทำอาหารขายและรวบรวมข้อมูลข่าวสารกันก่อนเถอะ " คริสพูดขณะขี่หลังยาโนทัย ส่วนซาซาไรเดินหอบแดกแบกเครื่องครัวหนัก20กิโลมาตลอดทางไม่ได้หยุดพัก... มันช่างน่าเอาหม้อทุ่มใส่หัวแม่รงจริงๆ ซาซาไรคิดในใจ
ตรงประตูทางเข้ามีประกาศแข่งขันทำอาหารแปะไว้ "เทศกาลกินเจเซาธ์วินโด้ เพื่อเป็นมหากุศลแด่แกรนไมเยอร์ที่กลายเป็นหัวหมู ร้านไหนมีลูกค้าเข้าเยอะที่สุดรับไปเลย 1 ล้านเยน(ยังกะทีวีแชมเปี้ยน)"
"น่าสนใจนิ งั้นเราแข่งมั่งดีกว่าไปหาทำเลตั้งร้านกัน!" คริสพาทุกคนเดินไปตรงจุดตั้งบอนไซที่เก็บ Friend Ship Rune
"ตั้งร้านกันตรงนี้ละกัน ส่วนวัตถุดิบก็เอาบอนไซข้างหลังมาทำ(มันงกจริงๆให้ตายสิ)" คริสสั่งเบ๊สองตัวจัดแจงตั้งร้านทันที ส่วนตัวเองเตรียมเครื่องครัวพร้อมทำอาหาร
สามชั่วโมงผ่านไป...ไวเหมือนDZโกหก
"เฮ้ย คนตั้งเยอะตั้งแยะแต่ทำไมไม่มีคนเข้าร้านเลยฟะ! มีไอ้โนบิตะฟรี้ดวายมาซื้อเจไปให้เมียกินห่อเดียวเอง"
"งั้นเดี๋ยวข้าไปสืบให้เอง" ซาซาไรกับยาโนทัยรับอาสา หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินๆๆจนมาถึงหน้าจวนผู้ว่ามีคนมุงอยู่เต็มไปหมด
"โอ้วทำไมซุยมุงเยอะจัง" ฟุดฟิดๆๆ "มีกลิ่นหอมๆโชยมาด้วย เดี๋ยวต้องเข้าไปดูซักหน่อย" แล้วซาซาไรก็ใช้ท่าจืดจางผ่านฝูงชนเข้าไปง่ายดายจนถึงที่เกิดเหตุ "อา...นี่มัน!"
ซาซาไรแทบไม่อยากจะละสายตา... ตรงหน้าเป็นร้านต้นหอมผัด มีอีหนูมิกุ ฮัตสุเนะนุ่งน้อยห่มน้อยกำลังทำผัดต้นหอมขายอยู่ โมเอะโคตรๆ! ผัดไปก็เปิดมิวสิคเต้นเรียกลูกค้าไป ดูดบรรดาโอตาคุมาเข้าร้านกันมืดฟ้ามัวดิน ขายดิบขายดีแย่งกันซื้ออย่างกับไปขอกินฟรี
"อาเราเจอคู่แข่งที่น่ากลัวเข้าเสียแล้ว" ซาซาไรกลับมารายงานผล พูดไปในปากเคี้ยวผัดต้นหอมตุ้ยๆๆ...หลวมตัวซื้อมาตั้งยี่สิบกล่อง เจอคริสตบกบาลฐานเอาเงินไปใช้จ่ายซี้ซั้ว
"งั้นเราเอามั่ง! แกร้องเพลงเรียกลูกค้าซะ ส่วนเจ้าเป็ดก็เป็นหางเครื่อง!"
ซาซาไรจึงเริ่มดีดกีต้าร์ ส่วนยาโนทัยอยู่ข้างเต้นเป็นอยู่ท่าเดียวคือหมุนๆๆ...หมุนไปรอบๆตัว
- ก๊าาบ ~ ก๊าาบ ~ เป็ดอาบน้ำในคลอง ~~
ความโมเอะต่างกับร้านมิกุประมาณสิบสองล้านโกฎิปีแสง ร้องๆไปหมายังมาเห่าไล่เพราะรำคาญ...
"ว๊าาาก!" คริสทุ่มแผลงลอยใส่ซาซาไร "แบบนี้หมาที่ไหนจะเข้าร้านวะ!"
ในเมื่อใช้เพลงเรียกลูกค้าสู้ไม่ได้ก็ต้องใช้อาหารสู้ ต้นหอมก็ต้องเจอกับหัวหอม! เราไปเอาวัตถุดิบสุดยอดหัวหอมที่ถ้ำสายลมกัน ว่ากันว่าตั้งแต่ดาบดาวมังกรกลับมาปักอยู่ที่นี่ หัวหอมที่หวานอร่อยละลายได้ในปากก็งอกขึ้นมาข้างๆเต็มไปหมดอย่างน่าอัศจรรย์ แต่ใครเข้าไปเก็บเป็นเจอดาบฟันตายหมด
--Shiryu 08:34, 28 ตุลาคม 2007 (ICT)
ขณะเทศกาลเจดำเนินไปอย่างดุเดือด ทั้งสามคนก็วิ่งออกไปหาอีดาบทองที่ถ้ำสายลม ลันล้า~
เมื่อเข้ามาได้ก็ต้องพบกับโคลวิส (มันมาอีกแล้วเรอะ?) "เฮ้ย!! ทำไมเอ็งมาอยู่นี่ได้ฟะ!!" ซาซาไรชี้หน้าประท้วง หมอนี่โผล่มันทุกแชปเตอร์ถืออภิสิทธิ์เกินจำนวนโพสต์มากมาย
"หึหึหึ.....ข้ารู้ว่าเดี๋ยวจะมีเหล่าแวมไพร์ฮันเตอร์มาเอาดาบปราบมังกรมาเล่นงานข้า ข้าเลยชิงมาเอาดาบก่อนพวกมันไง ฮ่าฮ่าฮ่า ฉลาดล้ำ"
"งั้นก็ต้องขอแจ้งข่าวร้ายด้วยนะ ตอนนี้มันเป็นดาบฟันต้นหอมไปแล้ว" คริสเริ่มซุย "คนที่มาตามหาดาบนี้มีแต่เหล่าพ่อครัวที่ปรารถนาจะทำสุดยอดอาหารต้นหอมทั้งนั้นหละ มันไม่เกี่ยวอะไรกับแวมไพร์อย่างเจ้าหรอกนะ"
"อย่ามาโกหกกันซะให้ยาก!!"
"ข้าไม่ได้โกหก ไม่งั้นดูนี่ซะ" คริสเปิดทีวีถ่ายทอดสดเทศกาลอาหารพบพ่อครัวจำนวนมากกรูกันเข้ามาในถ้ำสายลมพร้อมพกกระเทียมมาคนละอันสองอัน "โอ้วววมายเบลดันดี๊~!!" โคลวิสเห็นกระเทียมก็รีบตะกุยผนังถ้ำหนีออกไปโดนแดดเผา กลายเป็นโคลวิสแดดเดียว ช่างน่าสงสารแวมไพร์ตัวเดียวในเรื่องจริงๆ
"นอกจากเรา ไม่เห็นมีใครเข้ามาเลยนี่นา?" ซาซาไรงงว่าคริสมันเอาภาพอะไรมา
"หึหึหึ นี่มันเทศกาลวิ่งกระเทียมในเมืองคุสคุสตะหากเล่า (มีด้วยเรอะ?) เอ้าเข้าไปต่อเถอะ"
พอเข้ามาในถ้ำลึกต่อมาก็พบอนาลลี "เราร้องเพลงขอตังค์มาหลายสิบปีไม่มีเงินไปซื้อสโมสรฟุตบอลเสียที เลยอยากชนะเทศกาลประกวดอาหารเจน่ะ ขอร้องหละ ขอเราไปเอาหัวหอมในถ้ำนี้เถอะนะ" อนาลลีเล่นบทเรียกน้ำตา...."ชนะเทศกาลเจไปก็ไม่พอซื้อสโมสรฟุตบอลหรอก ไปตีมิโนทอร์สิ ได้เกือบแสนเชียวนะ" ก็เลยโดนคริสซุยไปอีกคน อนาลลีได้ยินดังนั้นก็วิ่งไปรูรูนอยล์ด้วยความยินดีแบบไม่รู้ชะตากรรม คริสมันเลวจริงๆ
พอเข้ามาในถ้ำลึกต่อมาอีกจนถึงตำแหน่งที่ดาบดาวมังกรปักอยู่ก็พบอาซามิ กุ๊กที่มาจากราดาทและต้องการหัวหอมเช่นกัน
"ฮึ! เจ้าพวกโลภมากเข้ามาแย่งหัวหอมเราเต็มไปหมด" คริสทำท่าบ้อแบ้เหนื่อยใจกับคนโลภมากจริงๆ (เอ็งนั่นแหละโลภสุด)
"เราต้องการหัวหอมไปเพื่อช่วยพ่อของเราที่ป่วยเป็นโรคสะดุ้งเหียก เวลานั่งๆอยู่ ....พอลุกขึ้นมามันต้องยืนทุกทีเลย ท่าทางรักษาไม่หายซะด้วย" อาซามิมีเรื่องให้เห็นใจอีกแล้ว
"อืม พ่อเจ้าเป็นโรครักษายากจริงๆนั่นแหละ ได้ยินมาว่าต้องใช้หัวหอมวิเศษที่นี่ไปทำยาเท่านั้นซะด้วย" หนนี้คริสกลับมาแปลก ซาซาไรคิดว่ามันจะเอายาผีบอกหลอกอาซามิซะอีก "เพราะฉะนั้นเรามาช่วยกันปราบอีดาบทองชิงหอมกันเถอะ ถ้าเธอช่วยเราจะแบ่งหอมให้หนึ่งในสี่ตามจำนวนคน" และแล้วมันก็หลอกใช้เขาอีกจนได้
แต่อีดาบทองก็ลีลาแพรวพราวเช่นกันจึงพูดขึ้น "หยุดเด๋วนี้โ้ว้ย!! เอางี้ ข้าจะให้หัวหอมนี้กับพวกเจ้า ถ้าใครทำอาหารได้ถูกใจข้ามากกว่า ข้าจะยกหัวหอมทั้งหมดให้ไปเลย"
"ใครจะไปฟังแกฟะอีดาบทอง!! ตูจะเจี๋ยนแกซะตรงนี้แล้วเอาหัวหอมไปหมดนี่แหละ!!" ขณะคริสกำลังจะลงมีดซาซาไรก็ห้ามไว้ "ช้าก่อนท่านคริส นี่เป็นบทพิสูจน์ที่ดีมิใช่หรือ หากเอาชนะแม่นางอาซามิไม่ได้ก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเอาหัวหอมไปทำอะไรกินแน่ๆ"
"อืม....ที่เจ้าว่ามามันก็มีเหตุผล" คริสเห็นด้วยกับซาซาไรแล้วหันไปคว้าเครื่องปรุงมาทำกับข้าวอย่างรวดเร็ว ทางด้านอาซามิก็เร็วไม่แพ้กัน ทั้งที่อยู่ในถ้ำไม่รู้มันทำกับข้าวได้ไง
"เสร็จแล้ว!!" อาซามิทำสุดยอดกริฟฟิน(ที่จับได้แถวๆนี้)ผัดคื่นช่าย ดาบดาวมังกรชิมแล้วเกิดรีแอ็คชั่นแปลงร่างเป็นฮิวโก้ขี่กริฟฟินปัญญาอ่อนแบบคุโรยังทันที "อาหารของเจ้ายอดเยี่ยมมากกกก"
"อืม นั่นสิ ยอดเยี่ยมจริงๆ เห็นทีข้าจะต้องยอมแพ้ซะแล้ว....." คริสพูดทำเอาซาซาไรตะลึงว่าคนพรรค์นี้จะพูดแบบนี้ได้ด้วย "เพราะงั้นข้าเลยทำอาหารเพื่อเป็นแนวทางให้เ้จ้าไงล่ะ ...นี่คือซุปหัวหอมผสมปวยเล้งสามพันปี ถ้าเอาหัวหอมจากถ้ำนี้มาทำซุปสูตรนี้ต้องช่วยพ่อเจ้าได้แน่" คริสยื่นซุปให้ทั้งดาบดาวมังกรและอาซามิด้วยท่าทางอ่อนโยน......
"คุณคริส....." อาซามิทำตาซาบซึ้ง ก่อนกระดกซุปและชาชักกระตุกดิ้นแหงกๆพร้อมดาบดาวมังกร
"ฮ่าๆๆๆๆ ไอ้พวกโง่ทั้งสอง!! ซุปหอมสูตรข้าผสมไข้ผีแดกโว้ย นอนชักมันอยู่ตรงนั้นทั้งคู่แหละ ขอหัวหอมไปละนะ!!" แล้วคริสก็ชิ่งเข้าไปกวาดหอมมาเกลี้ยงถ้ำก่อนสะบัดตูดออกจากถ้ำไปพร้อมซาซาไรและเป็ดที่ยังงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ จบสิ้นการซุยสามครั้งติด ไอ้ตัวเอกแชปเตอร์นี้มันเลวจริงๆ
--FLOW 05:24, 30 ตุลาคม 2007 (ICT)
เมื่อกลับมาถึงเมืองคริสก็ตรงไปที่แผงลอยแล้วเริ่มผัดหัวหอมทันที ฉู่ ~ ฉ่า ~ ซู่ ~ ซู่ ~ (เสียงผัดหัวหอม)
"เอ้าเสร็จแล้ว! ไหนพวกแกลองชิมดูซิ"
ซาซาไรลองชิมดูก่อนจะพูดออกมา "อืม มันก็อร่อยดีอยู่หรอกนะแต่... ไม่มีรีแอคชั่นเลย เหมือนผัดด้วยหัวหอมธรรมดาทั่วไป"
"เป็นไปไม่ได้!!" เมื่อจนด้วยเกล้าไม่รู้ว่าทำไมหัวหอมมันถึงกลายเป็นหัวหอมธรรมดาๆที่มีขายลูกละ20พอชได้ ทั้งสามเลยย้อนกลับไปที่ถ้ำสายลมอีกครั้ง
"อิ อิ หวัดดีอีกรอบจ๊ะดาบดาวมังกรจ๋า" คริสยิ้มจืดเจื่อนเขยิบเข้าไปหาอีดาบทอง ข้างๆมีศพอาซามิยังนอนแผ่นหลารอร่วมกตัญญูมาเก็บ
฿๕๖~!@#$% อีดาบทองด่าไฟแล่บจนระบบเซ็นเซ่อร์คำพูดยังแทบระเบิด หลังฟังมันบ่นจบก็จับใจความสั้นๆได้ว่า "ว่าแล้วต้องกลับมา"
"เฮอะ เจ้าพวกโง่สังคังสังกะตังขึ้นหัว หัวหอมพวกนี้น่ะไม่ใช่วัตถุดิบชั้นเลิศอะไรหรอกนะ เอาไปกินดูแล้วล่ะสิถึงได้รีบแจ้นแร่ดกลับมาที่นี่ ที่มันอร่อยได้น่ะเพราะว่ามันได้รับพลังแห่งรัตติกาลที่ออกมาจากตัวเราหรอกนะ มันงอกขึ้นมาแถวๆนี้ก็เลยดูดซับดินที่มีพลังรัตติกาลของเราไปแต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะอร่อยได้ตลอดไป เมื่อทิ้งไว้สักพักมันก็จะกลับเป็นหัวหอมธรรมดาอย่างเดิมนั่นแหละ" ดาบดาวมังกรบ่นยาวไม่หยุด
"สรุปว่าสาเหตุความอร่อยน่ะมันไม่ได้มาจากหัวหอม แต่เป็นเพราะดาบสินะ" ซาซาไรสรุปให้คนอ่านเข้าใจ
"เออนั่นแหละ งั้นก็เอามันไปใช้ทำอาหารซะก็หมดเรื่อง"
~!@#$%^ ข้าเป็นถึงอวตารของตราแห่งรัตติกาลเชียวนะเว้ย ใครจะยอมลดตัวไปให้พวกแกเอาไปทำมีดสับหมูวะ!
"หุบปากน่าแวมไพร์มันหมดยุคไปตั้งกะซุยสองแล้ว ภาคสามบทแกน่ะมันมีหรือเปล่าฟะ ห๊าาา+? แกเป็นดาบพอพูดๆมากๆก็มีแต่คนด่า มาเข้าวงการอาหารดีกว่าน่าปากมากแค่ไหนก็ไม่มีใครว่า ดูอย่างอาจารย์ยิ่งเสือกยิ่งศักดิ์เป็นตัวอย่างสิ" ฝีปากคริสมันเป็นเลิศจริงๆ อีดาบทองเงียบชั่งใจอยู่ซักพักก็ยอมตกลงแต่โดยดี...
คราวนี้กลับมาถึงเมืองอีกรอบ คริสสับผักอย่างรวดเร็วด้วยพลังของดาบดาวมังกร ผักที่ถูกดาบหั่นยังคงความสดและเพิ่มรสชาติขึ้นอีกร้อยเท่าพันทวี! คราวนี้อาหารอร่อยดุจหลิวคุนชิงมาเอง พริบตาเดียวยอดขายพุ่งกระฉูดแซงหน้าร้านสีฟ้าของมหาจำแลงไปได้อย่างง่ายดาย เลยกลับไปปลุกระดมชาวสารขัณท์ให้ต่อต้านรัฐบาลเทยแทน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วอีกครั้งจนตกเย็นเสียงนกหวีดก็ดังหมดเวลา
"เอาล่ะครับหมดเวลาแข่งขันแล้ว ตอนนี้ก็ได้เวลาประกาศหาร้านที่ยอดขายสูงกันเสียทีครับ" สมาชิก(ผี)รับเชิญ กันชิน มารับหน้าที่เป็นโฆษกให้ในครั้งนี้
"ถึงเวลาระทึกใจแล้ว ใครกันจะได้เป็นเจ้าแห่งอาหารผักในศึกอาหารเจครั้งนี้ แท่น แทน แท๊น"
"ผู้ชนะได้แก่!! ........เป็นไปไม่ได้!! มีคนได้คะแนนสูงสุดเท่ากันสองคน!! ดังนั้นจึงให้มีแข่งรอบพิเศษเพื่อตัดสินหาผู้ชนะที่แท้จริง!!"
กันชินพูดจบแสงสปอตไลท์ก็ฉากไปที่มิกุกับคริสผู้ที่ได้ยอดขายสูงสุด
"โฮะๆๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเรื่องจะมาถึงขั้นนี้" มิกุ ฮัตสุเนะ ทำหน้าแอ๊บแบ๊ว
"เสียงคุ้นๆจัง..." คริสแปลกใจทั่งที่เพิ่งเคยเจอหน้ากันแท้ๆ
พรึ่บ มิกุ สะบัดชุดผ้ากันเปื้อนออกเผยร่างที่แท้จริงออกมา
"โอ้วว แสบตายังกะแสงโอโม่!" ทุกคนหยีตาเหมือนเจอแกนดาล์ฟ
"ยังไม่เปลี่ยนเลยนะ คอสชุดโกธิคลายไม้โรยกากเพชรทั้งตัว..." คริสพูดด้วยความคุ้นเคยกับเธอดี ที่แท้ไอ้แสงจ้าๆเมื่อกี๊ก็มาจากกากเพชรที่ชุดคุณเธอนั่นเอง กากเพชรบนเสื้อสะท้อนแสงไฟกระแทกตาคนบอดไปเป็นร้อยๆ นึกว่าน้องเนโกะจั๊มพ์กระโดดออกมาจากMV
1ใน4จตรุเทพแห่งแบล็คดราก้อน เจ้าแม่ขนมหวาน เกียวคุรัน ซึคาสะ !!
"แง้วถูกแล้วจ้า แต่เราไม่มีอารมณ์แข่งต่อแล้วล่ะ ผัดต้นหอมจนตัวเหม็นหมดจะกลับบ้านไปอาบน้ำแล้ว เดี๋ยวยังต้องพาหมอไปหาหมาอีก"
"แต่เราต้องขอมีดทำครัววิเศษของนายตามคำสั่งของเซย์ริวก่อนนะ เหมียว!!" ซือจังอาศัยช่วงที่คนกำลังแสบตาอยู่นี่เองชิงอีดาบทองจากมือคริสมาอย่างง่ายดาย...แล้วก็หายตัวไป
อยู่ก็หายตัวไปทำเอาทุกคนในงานงงไปตามๆกัน กันชิน มันเลยแอบขโมยเงินรางวัลแล้วชิ่งหนีหายตัวออกจากเกมไปเลย...เวรกรรม (ให้สมาชิกผีทำหน้าที่ก็แบบนี้แหละ)
"บัดซบ...ฝ่ายแพ้เป็นข้า ครั้งนี้แข่งอาหารเจหล่อนเลยทำผัดต้นหอม ผลยังออกมาเสมอ ถ้าดวลกันด้วยขนมหวานล่ะก็..." คริสงงว่าเจ้าเซย์ริวมันสอนยังไง เพราะว่ามันชอบไปซุยให้ซึคาสะฟังอยู่ตลอดว่าเค้กใส่เกลืออร่อยกว่าใส่น้ำตาล...
"ว่าแต่เซย์ริวจะเอาอีดาบทองไปทำอะไรกันแน่?" ซาซาไรดึงเรื่องเข้าเมนหลักซะที
"ข้าพอจะปะติดปะต่อเรื่องได้แล้วล่ะ!" คริสจึงเริ่มซุยเพิ่มความเข้มข้นให้กับเนื้อเรื่องตามที่คนแต่งเสี้ยมสอนให้พูด...
การทำอาหารแม้วัตถุดิบจะสำคัญแต่ฝีมือก็สำคัญไม่แพ้กันและสิ่งที่จะใช้เพิ่มพูนพลังฝีมือได้ก็คือเครื่องครัว นี่เป็นตำนานที่เล่ากันมาอย่างลับๆในองค์กรมังกรดำของเรา มีมีดทำครัวอยู่4เล่มที่จะทำให้พ่อครัวที่ใช้เก่งกาจไร้เทียมทาน หนึ่งในนั้นคงเป็นอีดาบทองไม่ผิดแน่!
"แว้วที่เหลือลาาา ก๊าาาบ!?"
"เดาได้ไม่ต้องสืบ ดาบที่มีชื่อเสียงไม่แพ้อีดาบทองในซุยโคเดนก็มีเพียงแค่ ดาบคิรินจิ ดาบราชามังกร และดาบกลอเซอร์ฟลุซสามเล่มนี้เท่านั้น" คริสรีบซุยตามคนแต่งสั่งทันที
"อาช่างน่าตกตะลึงจริงๆที่ดาบเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับวงการอาหารด้วย" ซาซาไรทึ่งในความบัดซบของคนแต่ง เล่นซะบทประพันธุ์เดิมเละเทะป่นปี้ไปหมด...
"ถ้าเซย์ริวได้มันไปทั้งหมดวงการอาหารคงมีแต่พวกมันครองอำนาจอยู่คนเดียวแบบCPแน่ๆ" พอคริสมันไม่ได้เป็นใหญ่ก็ไม่ยอมให้คนอื่นเป็นใหญ่ด้วย เลวมาก...
"งั้นพวกเราก็ต้องขัดขวาง เราต้องรวบรวมมีดทำครัวที่เหลืออยู่ให้ได้ก่อนพวกมัน!" ซาซาไรรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องสร้างความเดือดร้อนให้ปากท้องชาวบ้านแน่(โดยเฉพาะเขา) ดังนั้นจะนิ่งดูดายไม่ได้!
"ก๊าาาบ แล้วจะไปไหนกาานเดล่ะเพ่" เป็ดมันก็ยังงงๆอยู่ว่าดาบมันกลายเป็นมีดทำครัวไว้ทำกับข้าวไปตั้งกะเมื่อไหร่
"ไปหมู่บ้านจันทราครามกันเถอะ ดาบกลอเซอร์ฟลุซน่าจะถูกเก็บอยู่ที่นั่น ได้ข่าวว่าเจ้าของดาบโดนจับได้ว่าไปมีบ้านเล็กเลยโดนจับแดกไปแล้ว ตอนนี้ดาบเลยไม่มีเจ้าของ" คริสก็ยังคงซุยต่อไป ยังไม่รู้เลยว่าหมู่บ้านบลูมูนมันอยู่ตรงไหนวะเนี่ย...
--Shiryu 04:26, 9 พฤศจิกายน 2007 (ICT)
ในที่สุดทั้งสองคนหนึ่งตัวก็มาถึงหมู่บ้านบลูมูนโดยไม่ต้องบรรยายเส้นการเดินทางเพราะคนแต่งก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน พอมาถึงก็พบเนคลอร์ดกำลังขโมยมูนรูนอยู่คาหนังคาเขา
"ข้าว่าไอ้คนทำเกมส์มันมั่วไทม์ไลน์สุดๆเลยฟ่ะ"
"อย่าไปสนเลย ปล่อยมันเอารูนไปเฮอะ เราสนใจแค่ดาบเท่านั้น" คริสยังคงหลักการถ้าไม่ใช่เรื่องของตูก็ช่างหัวมัน
"อา.....พวกเจ้าคือแวมไพร์ฮันเตอร์ที่จะมาจัดการข้าสินะ ได้เลยข้าจะเป็นคู่ต่อสู้ของเจ้า" เน็คลอร์ดอยู่ๆก็หาเรื่องมาสู้กับพวกคริสเฉย เรื่องความไม่เนียนของเนื้อเรื่องต้องยกให้โคนาเม้ง คนแต่งไม่ผิด
"โหย ท้าใครไม่ท้า รู้ไหมเราจัดการถล่ม FFDF ด้วยรูนอันนี้มาแล้วนะ ...ย้าก!!! ไร้เวทย์!!!" ซาซาไรร่ายเวทย์ระดับหนึ่งของรูน Nothingness ออกมาผนึกอาคมทั้งหมดในพื้นที่
"ระวังด้วยล่ะ เจ้านี่ต้องเก่งมากแน่ๆ เม้งจัดกิจกรรมทีไรให้มันออกมารอบท้ายๆทุกที แต่ตอนซุยโคแฟนตาเซียเม้งมันเอาออกมาแล้วลืมหละ" ซาซาไรเผาแอดมินกันเห็นๆ
"ข้าก็ว่างั้น สำหรับโคนาเม้งในโลกนี้คนที่เก่งกว่าเน็คลอร์ดก็มีแต่เท็ดเท่านั้นแหละ เท็ดโลกไหนฟะในเกมส์มาเฟีย แ_งเก่งกว่าลูก้าอีก" คริสช่วยเผาอย่างต่อเนื่องถูกใจขามาเฟียคุยกันจริงๆ ปล่อยเป็ดโดนเน็คลอร์ดดูดเลือดจ๊วบๆ ซาซาไรต้องวิ่งเข้าไปช่วยเพราะไม่อยากเห็นเป็ดซอมบี้แบบฟิคภาคแรก
"เอาเมนูไก่ทอดกระเทียมพริกไทยไปกินซะ!!" คริสปาไก่ทอดกระเทียมพริกไทยเข้าปากสยบเน็คลอร์ดได้ในเทิร์นเดียวเพราะมันแพ้กระเทียม ทั้งสามคนโพสต์ท่าชนะอย่างสวยงามพร้อมเพรียง
"ฮ่าๆๆ ที่เจ้ากำจัดไปนั้นเป็นเพียงร่างปลอมของข้า" เน็คลอร์ดโผล่มาอีกหน "ข้าไม่ยอมตายเพราะอาหารทำง่ายๆแบบนั้นหรอกนะ"
"งั้นคราวนี้ลาซานญ่าโรยหน้ากระเทียมเจียวเป็นไง ย้าก!!!" เน็คลอร์ดเท่งทึงไปอีกหน แต่ก็ฟื้นมาอีก
"ฮ่าๆๆ คราวนี้ร่างจริงละนะ" มันแปลงร่างขั้นสอง เบ่งพลังเพิ่มสิบเท่าแบบฟรีซเซอร์ในดราก้อนบอล แต่ร่างนี้วาดยาก คาดว่าแป๊บเดียวก็เปลี่ยนร่างแหงๆ
"เอ้า ขาหมูอบเยอรมันราดซอสกระเทียม!!" แล้วก็ตายจริงๆ เนคลอร์ดเลยต้องเผยร่างสาม "ฮ่าๆๆๆๆ ร่างนี้พลังมากขึ้นร้อยเท่า!!!"
คริสจึงส่งอีเมล์ไปด่าโคนาเม้งทำให้ทีมสร้างต้องให้เนคลอร์ดตายทันทีไม่มีอุทธรณ์....
"ไม่เห็นมีดาบที่ไหนเลยนี่นา?" ซาซาไรใช้จังหวะที่คริสปรุงสารพัดอาหารเข้าไปค้นทั้งหมู่บ้านแต่ก็หาดาบไม่เจอ ส่วนเป็ดยาโนทัยไล่เก็บอาหารที่คริสขว้างๆไว้มากินอย่างเอร็ดอร่อยก่อนปีนรั้วข้างบ้านไปดูบอลต่อ ชีวิตนี้มันใช้งบน้อยจริงๆ
"หรือพวกฮาวลิ่งวอยซ์มาเก็บคืนไปแล้ว?"
"ก็เป็นไปได้ งั้นเราจะเอาไงดีล่ะ?"
- ตามหาดาบอื่นต่อ
- ลุยเดอะทาวเวอร์ เอ้า เฮ~
--Shiryu 06:47, 23 พฤศจิกายน 2007 (ICT)
"ข้าว่าข้ากลับบ้านก่อนดีกว่า ข้าจะต้องกลับไปดูปังคุง" เรื่องเลือกไอ้ช้อยส์ที่เขาไม่ได้มีไว้ให้เลือกนี่แหละคริสชอบนัก ปั้ก! ตุ้บ! ผัวะ! บุ้ก! พล็อก! หลังซาซาไรเกลี้ยกล่อม (?) จนคริสยอมอดดูปังคุงหนึ่งวันแล้วพวกเขาก็ตัดสินใจเดินทางไปยังเดอะ ทาวเวอร์ถึงจะดูไม่ค่อยจะเข้าท่าแต่ก็ต้องไปเพื่อ......เพื่อให้แชปเตอร์นี้ดำเนินต่อไปซะที
"เฮ้ เดอะทาวเวอร์มันรังฝึกนักฆ่า ...แต่พวกเราเป็นพ่อครัวนะ จะไปสู้มันได้ไง" คริส(ซึ่งอัดฟินิกซ์ม่องคาฟาเลน่ามาแล้ว)กล่าวด้วยน้ำเสียงขี้หดตดหาย จริงๆมันขี้เกียจไปมากกว่า
"งั้นเราจะไปในฐานะนักค้าอาวุธ" ซาซาไรเสนอแผนชั่วแบบนานๆทำหน "ทำดาบคิรินจิ และดาบราชามังกรปลอมขึ้นมาเพื่อเจรจาขอแลกกับกลอซเซอร์ฟลุซ"
"ที่ท่านว่ามาก็เข้าที ไปๆมาๆท่านนี่ก็ชั่วถูกใจข้าเหมือนกันนะ มุฮ่าฮ่าฮ่า"
"เพราะข้าได้อาจารย์ดีไงล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่าเหียก"
เป็ดอันใสซื่อ (แม้สีจะเหมือนพะโล้เข้าไปทุกวัน) ฟังแล้วก็เหนื่อยใจ มีคนแบบนี้เต็มบ้านเมืองคงแย่ เขาจะต้องรีบโตเป็นผู้ใหญ่เพื่อพัฒนาประเทศชาติที่พวกผู้ใหญ่รุ่นนี้ทำล่มจมไว้ให้ได้ (ปณิธานอันสูงส่งของเป็ดก๊าบ)
แล้วทั้งสองคน+หนึ่งเป็ดก็เดินทางมาถึงเดอะทาวเวอร์พร้อมดาบปลอมทั้งสอง
"พวกแกเป็นไผ!!" NPC คาธารีเอาปืนจ่อหัวคริสทันทีที่เห็น (ถูกใช้มาเฝ้าหอคอยเพราะองค์ชายกำลังใช้หนี้ฟาเลน่าที่พวกก็อดวินทำล่มจมอยู่)
"ลดปืนลงเถอะท่าน เรามาดี" คริสพูดด้วยเสียงอ่อนโยน แต่อย่างฮาวลิ่งวอยซ์รึจะถูกหลอกง่ายๆ "มาดีกะผีเอ็งเดะ เราจำหน้าแกได้จากแบล็คลิสต์ของ GM .....สมาชิกที่มียอดการซุยสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ จารึกไว้หน้าวิกิว่ากระทู้ที่คริสตั้งในห้องเจเนอรัล ดัก 100%" ข้อมูลดีสมเป็นฮาวลิ่งวอยซ์
"อา....ชื่อของเราคงไม่ค่อยดีสินะ แต่ท่านโปรดเชื่อใจซาซาไรผู้มีจิตเมตตาผู้นี้เถอะ"
"ซาซาไร เดอวีว่า .....สมาชิกชั้นดี น่าเชื่อถือ มีคุณธรรม ....เงื่อนไขพิเศษหากอยู่ในห้องมาเฟียจะสามารถใช้สกิลหลิ่วตาตามดูดพลังซุยจากเมมเบอร์ในแอเรีย พลังโจมตีมากกว่าคนที่มีพลังโจมตีสูงสุดในการ์ดของฝ่ายตรงข้าม 1000" อ่านไปอ่านมาชักจะเป็นยูกิโอ....แต่ต้องชมอีกรอบว่าฮาวลิ่งวอยซ์ข้อมูลดี...
"งั้นถ้าเป็นก๊าบเป็ดคนนี้ล่ะท่าน"
"ก๊าบเป็ดยาโนทัย สถิติการถูกใช้งานโดยสมาชิกหลายมือ 300% ให้ทำอะไรก็ทำ ลูก้าใช้ให้ไปโดนสึคาสะยิงในบ้านอะคาเดมี่ยังเอาเลย" ...อืม ข้อมูลดี (คนแต่งมันจะถูกรุมกระทืบมั้ยเนี่ย)
"ว้า....ชื่อเสียงพวกเราอาจไม่ใคร่ดีนัก แต่ท่านคงเคยฟังเรื่องหมาป่ากับเด็กเลี้ยงแกะสินะ" คริสเล่านิทาน ซาซาไรก็งงว่าจะมาเล่าเรื่องนี้ไปเพื่อลดความน่าเชื่อถือตัวเองทำไม
"กาลครั้งหนึ่งมีเด็กเลี้ยงแกะรูปหล่อคนหนึ่ง เขานั่งเฝ้าฝูงแกะทั้งวันบ่นเบื่อๆ ไม่มีอะไรทำ เจ้าพวกแกะวันๆเอาแต่นั่งออกลูกเป็นคิริล ว่าแล้วเขานึกสนุกขึ้นมาก็เลยลงไปในหมู่บ้านตะโกนหลอกชาวบ้านว่าหมาป่ามาบุก พวกชาวบ้านกรูกันมาช่วยล่าหมาป่า แต่ก็ปรากฏว่าโดนซุย"
ซาซาไรฟังๆไปรู้สึกมันจะมีซับนรกนิดหน่อย แต่ก็เป็นเรื่องเด็กเลี้ยงแกะจริงๆ แล้วคริสก็เล่าต่อ
"วันต่อมาเด็กเลี้ยงแกะรูปหล่อก็ลงไปหลอกชาวบ้านอีก ชาวบ้านมาช่วยแล้วก็เสียรู้อีก ...หลายวันผ่านไปฝูงหมาป่าเกิดเดินทางมาถึงหมู่บ้านจริงๆ เด็กเลี้ยงแกะรีบลงไปยังหมู่บ้านเรียกเตือนชาวบ้านว่า หมาป่ามาๆ แต่ชาวบ้านไม่มีใครเชื่อเด็กเลี้ยงแกะอีกต่อไปแล้วจึงอยู่เฉย ....เด็กเลี้ยงแกะรีบขนของพาแกะของเขาเดินทางออกจากหมู่บ้านไปทันที แล้วกองหมาป่าขาวของลูก้าก็มาจริงๆ พวกชาวบ้านเปลี่ยนสภาพกลายเป็นหมูให้ลูก้าเชือดกันหมดทุกตัว
....นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถึงจะขี้ซุยยังไงก็ควรเชื่อไว้บ้าง จบ"
คาธารีฟังแล้วก็น้ำตาไหลพรากๆ บรรลุถึงหลักธรรม "ข้าเข้าใจที่ท่านต้องการจะบอกแล้ว ข้าจะไม่สงสัยคนขี้ซุยอีกต่อไปแล้ว เชิญเข้ามาได้เลยท่าน" อืม...สมเป็นฮาวลิ่งวอยซ์ หลอกง่ายชิหาย
แล้วพวกคริสก็เข้ามาในเดอะทาวเวอร์สำเร็จ
--FLOW 03:45, 24 พฤศจิกายน 2007 (ICT)
พวกซาซาไรเดินไต่หอคอยมาได้ซักพักก็ได้ยินเสียงหัวเราะอันแสนจะคุ้นเคยดังมา
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าโง่ที่ไหนบังอาจบุกเข้ามาในกิลด์ของข้าฟะ!" เอลวาน่านั่นเอง หายหน้าไปนานคิดถึงไม๊!
"โอ้ ที่แท้ก็สหายเอลวาน่านี่เอง ไม่ทราบว่าท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรครับ" ซาซาไรเห็นเอลวาน่าก็รีบทักทาย เรื่องหนักเรื่องร้ายจะได้กลายเป็นเบา....และไม่ต้องกินลูกตะกั่วด้วย
"พอดีข้ากลับมาฝึกฝีมือน่ะ แล้วก็เผลอไปยิงกบาลไคลฟ์ตายเข้าตอนฝึกประลองยุทธ์กับมัน โทษฐานมาสายไปสองวิ พวกประธานอาวุโสเลยให้ข้าเป็นกิลด์มาสเตอร์แทน(เพราะกลัวโดนยิงกบาล)" เอลวาน่าพูดไปพลางควง สตอร์ม ปืนพูดได้สัญลักษ์กิลมาสเตอร์ไปพลางเป็นการโชว์พาว
ที่จริงเอลวาน่ายังมี สเติร์น กับ มอนด์ ที่ไปทำเควส ขุดฮวงซุ้ยเอลซ่า ด้วยนะครับแต่มือไม่ว่างเอาออกมาโชว์....(แชปเตอร์นี่มันที่สุมหัวพวกตัวร้ายงั้นเรอะเนี่ย)
- หลังจากนั้นซาซาไรก็เล่าจุดประสงค์ที่มาให้เอลวาน่าฟัง....
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า อยากได้กลอเซอร์ฟลุซงั้นเรอะ ถ้างั้นก็ต้องแข่งทำอาหารชนะข้าให้ได้ก่อน" เพื่อให้สมกับเป็นแชปเตอร์ทำอาหาร เอลวาน่าจึงหยิบตะหลิวแล้วทิ้งปืนเข้าต่อสู้ เสียงทุกคนในเดอะทาวเวอร์ล้วนโห่ร้องยินดี เนื่องจากไม่ต้องตกเป็นเหยื่อลูกตะกั่วของเอลวาน่า \\^_^//
"คิดจะมาดวลทำอาหารกับข้าเรอะแบบนี้ก็สวยเซ่! อยากทำอะไรก็ว่ามาเลยเฟ้ย" คริสพอเห็นว่าไม่มีอันตรายแล้วก็ออกมาทำซ่าส์ทันที (ตะกี๊ยังหลบอยู่หลังซาซาไรแหม่บๆ)
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า แน่นอนก็ต้องเป็นข้าวผัดอยู่แล้ว ถ้าแกทำอร่อยกว่าข้าก็เอากลอเซอร์ฟลุซไปเลย" เอลวาน่ากดสวิตช์ ห้องครัวสำหรับแข่งทำอาหารก็ปรากฎออกมา ในเดอะทาวเวอร์มีของแบบนี้ได้ยังไงก็ไม่ต้องสงสัยมาก ในซุยไม่อยากบรรยายภายในไว้เองนี่หว่า...สมน้ำหน้า เอามาทำเป็นคิทเช่นสเตเดี้ยมซะเลย
- การประลองอาหารหัวข้อข้าวผัดเริ่มได้! เสียงจากระบบเริ่มขึ้น
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เอลวาน่าเริ่มมาก็หยิบกลอเซอร์ฟลุซมาทำข้าวผัดอย่างบ้าคลั่งทันที(แต่ปกติไม่ต้องใช้ก็บ้าอยู่แล้ว)ดูคำบรรยายการทำข้าวผัดของเอลวาน่าที่นี่
"เฮ้ย ใช้มีดทำครัวในตำนานนี่หว่าไอ้ขี้โกง!" คริสกำลังหุงข้าวอยู่เห็นเข้าก็โวยทันที "อุบ๊ะ! หุงไม่ทันแล้วแน่ๆ ซาซาไรไปเอาข้าวในตู้เย็นเมื่อสามวันที่แล้วมา"
"ในกติกาไม่ได้บอกซักหน่อยนี่หว่าว่าห้ามใช้น่ะไอ้โง่! ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เอลวาน่าหัวเราะในความฉลาดของตัวเอง "แล้วถ้าแกแพ้ล่ะก็.. ข้าจะให้แกมาเป็นกุ๊กประจำกองทัพให้ลิงเด็กคนหนึ่ง"
"บัดซบดูถูกจินไคแห่งแบล็คดราก้อนกรุ๊ปมากเกินไปแล้ว" คริสสะบัดกระทะด้วยความเร็ว2ไมล์ต่อชั่วโมง ทำให้ข้าวหมุนลอยเป็นกงล้อโชว์ข้าวผัด
และแล้วเวลาหมด..ก็หมดเวลา เวลาทำอาหารผ่านไปอย่างรวดเร็วเข้าสู่ช่วงเวลาการชิมตัดสิน ว่าแล้วก็ไปเกณท์คนมาชิมแล้วยกป้ายให้คะแนนตัดสิน
"นี่คือข้าวผัดสุดยอดจากท่านเอลวาน่าผู้นี้ เอ้าแด๊กซะเจ้าโง่ทั้งลาย" เอลวาน่าหยิบมาเสริฟ์ให้เหล่ากรรมการรับเชิญทั้ง4คน
"กว่าทศวรรษมาแล้ว...การแข่งขันทำอาหารก็ได้เป็นจริง ในรูปแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นก็คือสังเวียนขนาดยักษ์ คิทเช่นสเตเดี้....ปัง ปัง ปัง!" ทาเคชิ คากิ กรรมการรับเชิญจากรายการทำอาหารในยูบีซีโดนยิงตายคาโต๊ะ เนื่องจากมัวแต่พล่ามไม่ยอมกินข้าวผัด
"เฮ้ยห้ามพูดมาก! แด๊กเข้าไปซะแล้วก็รีบๆชมเชย ไม่งั้นข้าจะให้แด๊กลูกตะกั่วแทน" เอลวาน่า.....เอาอีกแล้วครับทั่น
คุณหมึกดอง ถนัดสี : "โอ้ววว อร่อยแทบจะละลายลิ้นเลยนะพ่อ.. พ่อๆ หยิบแม็คกี้ให้หน่อย จืดชืดไม่มีรสชาติเลย...แต่ก็อร่อยนะ(ไม่มีคำนี้ต่อท้ายตายแน่กรู)" พิธีกรทำอาหารช่องทีไอทีวี รายการที่ลูกนั่งทำอาหารแล้วมีพ่อมายืนบ่นอยู่ข้างๆ ไม่รู้เรียกรายการพ่อลูกเข้าครัวได้ยังไงคนแต่งดูแล้วสงสัยจริงๆ...
อาจารย์ ยิ่งเสือก : "โหย...อร่อยจริงๆแม่คู๊ณณณณ นุ่มลิ้นแทบไม่ต้องเคี้ยวเชียะใครได้กินนะถือว่ามีบุญมาก ไม่ต้องมาอิจฉาชั้นเลยเธอ มันเป็นอาหารของคนมีฐานะ" เพิ่งเลิกงานมาจากช่อง5 เวลาทำอาหารพูดทั้งครับทั้งค่ะ ตกลงรายการชื่อพ่อครัวหรือแม่ครัวบันเทิงกันแน่ก็ไม่รู้...
หลังจากนั้นก็ตาคริสบ้าง "ลองกินของข้าซะก่อน เคี้ยกๆๆ"
คุณสมัคร ลงเลือกตั้ง : "อร่อยมั่กๆ ข้าวผัดนี่ใส่ปากแล้วแตกซ่านให้ความรู้สึกเหมือนพรรคเรา นี่ใส่ขิงแก่ลงไปด้วย เผ็ดร้อนดีจริงๆ ใช้แต่ของแย่ๆเหมือนเศรฐกิจบ้านเราด้วย เป็นข้าวผัดที่เข้ากับการเมืองดีมาก... " จากเจ้าของรายการชิมไปด่าประชาธิปปาดไป เดี๋ยวนี้เลิกทำอาหารแล้วหันไปเล่นการเมืองเทยแทนแล้ว
และแล้วช่วงเวลาชิมก็จบลง เข้าสู่ช่วงให้คะแนน ผู้ชนะได้แก่......แต่น แตน แต๊น
เอลวาน่า!! ด้วยคะแนน 30 : 25 (ที่จริงเต็ม40แต่ตายไปหนึ่งคน)
"Objection!" คริสประท้วง "ในบล็อกมันก็สารภาพไปแล้วชัดๆว่ารสชาติไม่เป็นสัปปะรด ไอ้กรรมการพวกนี้มันกลัวตายกันชัดๆเลยตัดสินแบบนี้!"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า มาแข่งในถิ่นชาวบ้านก็แบบนี้แหละ มาบ่นเอาตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว" เอลวาน่าหัวเราะเยาะเย้ยซ้ำเติม หายหน้าไปสองอาทิตย์กลับมานิสัยฉลาดแกมโกงหมือนสมัยอยู่FFDFไปซะแล้ว - -'a
"อ๊าาาห์ บัดซบมันได้ทุกแชปเตอร์ที่ข้ามีบท ความยุติธรรมไปอยู่ที่ไหนหมดว๊ะสวรรค์!!" ซาซาไร ตัวเอก?ร้องขอความยุติธรรมจากสวรรค์
ความยุติธรรมน่ะมี
สวรรค์ตอบรับเสียงเรียกร้องของซาซาไร และก็ได้ส่งสาวน้อยคนหนึ่งมาช่วยเหลือ......ใครน่ะ!?
"โฮะๆๆๆ ชั้นก็คือ สาวน้อยน่ารัก ผู้พิทักษ์ความยุติธรรม"
เซเลอร์สการ์เล็ทมูน
"ตัวแทนแห่งขนมไหว้พระจันทร์จะชิมอาหารพวกเธอเอง งั่ม งั่ม(เสียงเคี้ยวมูนเค้กตุ้ยๆ)" สการ์เล็ทมูนมาจากไหน และมาได้ยังไงก็ไม่รู้!? แล้วก็โพสท่าสามนิ้วแปะหน้าผากเหมือนสาวน้อยทรงผมซาลาเปาคู่
"ก๊าาาบ เจ๊สกามาทำรายล่ะเนี่ย" เป็ดหมุนๆๆไม่มีบทก็หมุนมันต่อไป
"แม่นางเล็ตซัง ท่านมาได้อย่างไรกันครับเนี่ย" แถมเปลี่ยนอาชีพเปลี่ยนคลาสมาเฉ๊ย....
"โฮะๆๆๆ ช่วงนี้กำลังตระเวณชิมอาหารมาอัพลงบล็อก พอดีบทชั้นมันน้อยเลยมารับจ๊อบเพิ่มเป็นกรรมการด้วย ไว้ใจเกจิแห่งรสชาติคนนี้ได้เลยค่า" แล้วสการ์เล็ทมูนก็เข้า Join SoD อย่างเป็นทางการ
"Objection เมื่อกี๊ระบบตัดสินให้ข้าชนะแล้วเฟ้ย! ข้าไม่ยอมแข่งใหม่หรอก" เอลวาน่าท้วงบ้าง เนื่องจากทำเป็นแต่ข้าวผัดแข่งอีกทีก็แพ้น่ะสิ...
"อะไรนะคะ เบี้ยวมีตแล้วยังมาขึ้นเสียงกับดิชั้นงั้นเหรอ!" แล้วเอลวาน่าก็เจอท่าไม้ตายกระดาษเช็คชื่อมรณะ ลงไปนอนร้องไห้ฮือๆสำนึกผิดอยู่ตรงซอกตึก
"เอาล่ะมาแข่งกันใหม่ แต่ที่เอลวาน่าซังพูดเมื่อครู่ก็มีเหตุผล ดังนั้นเราจะให้แต่ละฝั่งเลือกตัวแทนที่ยังไม่ได้แข่งมาสู้กันใหม่ และให้ตัดสินผลในคู่นี้แทนก็แล้วกัน"
"ไม่มีปัญหา ซาซาไร ฉันเลือกนาย!" (เสียงแบบซาโตชิเลือกโปเกม่อน)คริสส่งซาซาไรออกไปแบบไม่คิด เพราะเห็นว่ายังไงอีกฝั่งก็ไม่มีคนสู้ด้วยแน่ ชนะผ่านเห็นๆ
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า คิดเรอะว่าฝั่งข้าไม่มีตัวแทนจะสู้ด้วย! ออกมาซะมาเรีย" เอลวาน่าฉลาดแกมโกงไม่แพ้กันแอบซ่อนไพ่ตายไว้ คริสมาไม่ทันอ่านฟิคนรกภาคแรกไม่มีทางนึกถึง!
"แว้ก!เสร็จกัน นั่นใครฟะ !" คริสหน้าซีดเนื่องจากซาซาไรทำอาหารไม่เป็น รู้งี้ส่งยาโนทัยไปยังดีซะกว่า...ชั่วๆดีๆยังต้มมาม่าแล้วลงไปนอนในชามเป็นมาม่าเป็ดพะโล้ได้
"อ้อ ลืมบอกไปอย่างนะคะ ลิ้นดิฉันระดับไฮคลาสกินแต่ของอร่อยและหรูเท่านั้น ถ้าใครทำมาชุ่ยๆล่ะก็......ตายสถานเดียวค่ะ หึ หึ หึ" สการ์เล็ทมูนยิ้มที่มุมปาก แล้วก็ปล่อยพลังถล่มครัวพังไปครึ่งแถบเป็นการขู่เตือน.... "เอาล่ะค่า! ในเมื่อได้ตัวแทนแล้วก็แข่งกันใหม่ได้"
และแล้วการแข่งขันทำอาหารรอบทดเวลาบาดเจ็บ(ใช้เรอะ?) ซาซาไร VS มาเรีย หัวข้อที่ใช้แข่งขันรอบนี้คือ...
--Shiryu 14:42, 25 พฤศจิกายน 2007 (ICT)
หัวข้อที่ใช้แข่งรอบนี้คือ....แมวต้มแจ่ว
"เฮ้ย!! เพิ่งจะบอกแหม่บๆว่าดิฉันกินแต่ของไฮโซคร้า ป๊าด~!!" สการ์เล็ทมูนคว่ำโต๊ะ ทับคณะอาวุโสของฮาวลิ่งวอยซ์ตายไปสามคน
"เย็นไว้แม่นาง แม้จะเป็นแมวต้มแจ่ว แต่ด้วยฝีมือการปรุงระดับคีตกวีแห่งยุคสมัยอย่างซาซาไรผู้นี้แล้ว มันจะเป็นอาหารระดับไฮคลาสไม่ผิดกับเค้กโนโวเทล หรือไข่ต้มที่ยามาโกย่าราเม็งแน่นอน" ซาซาไรกล่าวพลางหยิบเครื่องครัวจากคริสมา (ว่าแต่กวีมันเกี่ยวอะไรกับทำอาหารฟะ?) ทางด้านมาเรียรับอาวุธต่อจากเอลวาน่าแล้วจับแมวเปอร์เซียที่เลี้ยงบนยอดเขาหิมาลัยมาแปรสภาพในพริบตา
"เราจะไปหาแมวที่ไหนดีล่ะ?" ซาซาไรหันไปถามคริส "อย่าห่วงเลย วางใจข้าเถอะ" แล้วคริสก็เอาโดรายากิแขวนไว้กับเบ็ดตกปลา เหวี่ยงเบ็ดออกไปนอกหอคอย แล้วก็มีโดราเอม่อนติดมาตัวนึง
"แปรสภาพมันซะ!" ฉัวะๆๆๆๆๆ....เด็กๆห้ามดู (แชปเตอร์นี้ชวนอดข้าวจริงๆ)
ในที่สุดอาหารของทั้งคู่ก็สำเร็จลง เนื่องจากคนแต่งก็ไม่รู้ว่าแมวต้มแจ่วมันเป็นยังไงจึงขอข้ามไปคำตัดสินของกรรมการเลยแล้วกัน
"ทำไงดีล่ะเพ่คริส ท่าทางอาหารของฝั่งนั้นน่ากินกว่าเยอะเลยนะก๊าบบบ"
"ข้าก็ว่าแบบนั้น ต่อให้แถมเงินให้ข้าก็แดกโดราเอม่อนไม่ลงหรอกนะ" (แล้วแกไปจับมาทำมั้ย....)
สการ์เล็ตมูนชิมอาหารของมาเรียเข้าไปคำนึง ซึ่งรสชาติปกติแบบที่มนุษย์มนาทำ แต่เนื่องจากสการ์เล็ทมูนเป็นกรรมการที่เข้มงวดเรื่องรสชาติมาก อาหารของมาเรียจึงไม่สามารถเอาชนะใจกรรมการได้
"หมา - ไม่ - แดก!"
คำวิจารณ์อาหารของเธอส่งมาเรียลงไปติดสภาวะ stun สามเทิร์นนอนสิ้นสภาพ
"เอาละ! ทีนี้ตาข้าบ้าง!!" ซาซาไรยื่นชามกับข้าวให้สการ์เล็ตมูน มีหัวโดราเอม่อนลอยตุ๊บป่อง....
พอสการ์เล็ทมูนชิมเข้าไปคำนึงน้ำตาก็ไหลออกมา
"!!!"
"นี่มัน!!?"
"หรือจะเป็นรีแอ็คชั่น!!"
"เพ่ดีวีว่าทำสำเร็จแล้ว!!"
แล้วสการ์เล็ตมูนก็บอกว่า....
...สรุป ได้ศูนย์ทั้งสองคน โดนไล่กลับมาทำใหม่ คริสก็คิดว่าดีที่กรรมการมันโหด ไม่งั้นซาซาไรแพ้แหงๆ
เมนูต่อไป ...ข้าวเหนียวไก่ย่าง
"เสร็จแล้วเจ้าค่า ไก่ย่างสูตรอาก๋ง รสชาติเยี่ยมไม่แพ้ไก่วัลลภของต้อมป้าด!" มาเรียยื่นเมนูที่สองส่งเข้าประกวด
"เชิญชิม! ไก่ มีสุข พิธีกรช่องสามย่างไฟที่เผาจากเว็บพันติ๊บสองร้อยกระทู้รวด ไม่สุกไม่รู้จะว่าไงแล้ว!!" ซาซาไรทำเสร็จหมาดๆ มันไปจับของชวนอดอาหารมาทำกับข้าวอีกแล้ว
"สวะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" กรรมการรอบนี้ยังคงฤทธิ์ด่าไร้ปราณีไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม โดนไล่กลับไปทำใหม่อีกรอบทั้งคู่
เมนูต่อไป ...บัวลอยไข่หวาน
"เอาละ!! คราวนี้เป็นสุดยอดบัวลอยที่เป็นเพื่อนยากกับแอ๊ดคาราบาว!!" มาเรียยื่นบัวลอยให้กรรมการ รู้ทั้งรู้ว่ามุกนี้เป็ดมันเก็ทอยู่คนเดียวแหงๆ
"แม้บัวลอยข้าจะไม่รู้จักแอ๊ด แต่ไข่หวานข้านั้นผลิตจากอาเบะตกลงไปในบ่อเคี่ยวน้ำตาล!!" ....ช่างเมนูซาซาไรมันเถอะ
"เอามันไปทำลายซะ" สการ์เล็ทมูนยื่นอาหารทั้งสองจานให้คนใช้เอาไปฝังกลบโบกคอนกรีตทับ ต้องกลับไปทำใหม่อีกรอบ
แล้วการแข่งขันก็ดำเนินไปเมนูแล้วเมนูเล่า นานจนเป็ดสำเร็จการศึกษาขึ้นเป็นนายกคนที่ 65 ของประเทศเทย นานจนคริสเขียนกระทู้บทสรุปซุยสองจบ นานจนโคนันโตกลับมาเป็นผู้ใหญ่อีกรอบ
ในที่สุดพลังชีวิตของมาเรียก็หมดลงและขาดใจตาย ....ซาซาไรจึงสามารถเอาชนะ K.O. ไปได้สำเร็จ "ผู้ชนะได้แก่...ซาซาไร!!" (มันน่าดีใจมั้ยเนี่ย?)
"เพ่ดีวีว่าทำสำเร็จแล้ว!!!"
"ข้าคิดอยู่แล้วว่าเจ้าต้องทำได้" <<ไอ้ตอแหล
ขณะเพื่อนๆกรูกันจะเข้าไปจับซาซาไรโยนเขาก็สังเกตว่าซาซาไรนั่งนิ่งไม่ไหวติง เหมือนโจสิงห์สังเวียนตอนจบ
"หรือว่า...."
"ซาซาไรทุ่มพลังทั้งหมดไปกับการแข่งขันนี้....เขาสละชีวิตเพื่อกรุยทางให้เรา อย่าห่วงเลยการตายของเจ้าจะไม่สูญเปล่า"
ซาซาไรหลุดลอยเข้ามาในมิติสีเถ้าอีกรอบ แล้วก็พบกับฮิคุซัค
ยินดีต้อนรับกลับมานะ เจ้าได้ปลดผนึกความสามารถรูนขั้นที่สาม....
"เฮ้ย!! เควสต์ปลดรูนปัญญาอ่อนแบบนี้ตูไม่เอาโว้ย!!" ซาซาไรเห็นความขลังของเนื้อเรื่องสำคัญกว่าความสะดวกสบายจึงรีบฟื้นขึ้นมาทันที
"โอ มาเรีย....ไม่นะ!!" ทางด้านเอลวาน่ากอดเลขาสาวน้ำตาไหลโจ๊กๆ ตายกุไม่ว่า แต่อย่ามาตายเพราะเควสต์ปัญญาอ่อน
"อย่าห่วงเลย ให้เราจัดการเอง...." สการ์เล็ทมูนใช้ความสามารถของยมทูตคว้าเข้าไปในประตูมิติหยิบวิญญาณออกมาตัวนึง ใส่เข้าไปในร่างมาเรีย
"อา...ที่นี่มัน..." มาเรียลืมตาขึ้น...
"โอ มาเรีย อย่าทิ้งข้าไปอีกล่ะ" เอลวาน่ากอดมาเรียจุ๊บๆๆๆ
"เฮ้ย!! นี่มันไอ้เติร์กบ้าที่มาร่วมอัดตูตอนนั้นนี่หว่า!?" วิญญาณนี่มัน....เลิฟชมพูนี่หว่า ป่านนี้ยังไม่ไปเกิดอีกเรอะ (สงสัยแค้นมาก)
แต่เอลวาน่าไม่สนใจว่าข้างในจะเป็นอะไร ขอแค่ข้างนอกเป็นสาวแว่นก็พอแล้ว (เฮ้ยๆ) และแล้วเลิฟชมพูก็มีชะตากรรมต้องถูกหนุ่มหื่นกระทำชำเราอีกครา.... จบ case of lovechompoo แปะๆๆๆ (เสียงปรบมือชาวเกย์)
"เอาล่ะ!! ทีนี้ก็เรื่องกลอซเซอร์ฟลุซ!!" คริสโผล่มาหลังสิ้นสุดการประลองก็วกกลับเข้าเรื่องหลักทันทีแบบพยายามไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น

