Walkthrough part 3

จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

Walkthrough part 2

p27-1 ฝ่าเนินอาพิโร่ ตามพวกขวานแดง

ที่ทางออก จะเจอจักวันรออยู่ เขาบอกว่ามีผู้หญิงหลงเข้าไปในทะเลทรายคนหนึ่ง เพราะเป็นเส้นทางอันตรายที่หลงทางได้ง่าย เลยฝากพวกเราช่วยด้วยล่ะกัน

p27-2 ค้นหาผู้หญิงที่หลงเข้าไปในทะเลทรายเพียงลำพัง

ที่ทางเข้าทะเลทราย โมดี้จะเข้ามาหาเรา เขาจะมาหาเพื่อนร่วมงานเก่าเขา พวกนั้นบอกว่าคนรู้จักของเขาได้มาทะเลทรายที่นี่เพียงลำพัง ก็เลยเป็นห่วง เพราะที่นี่ขนาดคนที่มาบ่อยๆก็ยังหลงทางได้ง่ายๆเลย
เราจะเจอผู้หญิงหมดสติอยู่กลางทะเลทราย เธอคือสนิล ภรรยาของคนปรุงยาเพื่อนร่วมงานเขา สนิลเข้ามาทะเลทรายเพราะมาหาสมุนไพรปรุงยา เพราะเธอเป็นคนปรุงยาแทนสามีที่ตายจากเหตุการณ์ที่มัลทีรีออนไปแล้ว แต่เธอบอกว่าไม่ได้หลงทาง แค่เก็บสมุนไพรเพลินไปหน่อย พออากาศร้อนจัดก็เลยงีบไป แต่ที่แท้เธอก็หลงทิศนั่นล่ะ... เราเลยจะพาไปข้างนอกให้
เธอจะสงสัยว่าเราเป็นใคร และก็ได้รู้ว่าเป็นคนดังในข่าวลือที่สู้กับพวกขวานแดงนั่นเอง

p27-3 พาสนิลออกจากทะเลทรายอาพิโร่

พอออกจากทะเลทราย เธอก็ต้องการเป็นพวกเราด้วย เราก้เลยถามอีกทีเพราะช่วยพวกเขาก็เท่ากับช่วยไอโอเนียนะ ไอโอเนียที่ฆ่าสามีของเธอ แต่เพราะพวกเราไม่ได้ช่วยแค่ไอโอเนีย แต่ช่วยผู้คนจำนวนมากต่างหากล่ะ และเธอก็ได้คิดเรื่องต่างๆทั้งพวกขวานแดงและพวกเราที่ต่อต้าน ถ้าสามีเธอยังอยู่ก็คงเป็นคนที่ขอเข้าร่วมกับพวกเราด้วยแน่ๆ พอกำลังคิดอยู่ก็มาเจอกับเรา ไม่ใช่เวลามามัวจะคิดแล้ว เข้าเป็นพวกเลยดีกว่า เราก็เลยฝากโมดี้พาเธอกลับปราสาทด้วย

p27-4 เริ่มค้นหาพวกขวานแดงอีกครั้ง>>>มุ่งไปที่โครงกระดูกสัตว์ยักษ์ 巨獣の骨

เราจะเจอจักวันอีกครั้ง และบอกว่าโครงกระดูกนี้อาจเป็นของปลาวาฬทะเลทราย แล้วก็เป็นที่พักที่พอเหมาะพอดีพวกเขาก็เลยใช้ที่นี่เป็นฐานซะเลย ไม่ทันจะถามอะไรเขาก็เดินจากไปแล้ว

p28-1 คุยกับจักวัน

เราจะถามถึงพวกขวานแดง แต่จักวันก็กำลังหาพวกมันเพื่อจัดการทิ้งอยู่เหมือนกัน และก็สงสัยว่าพวกเราจะเป็นกลุ่มคนที่ต่อต้านพวกนั้นอยู่สินะ และก็บอกว่าออกจากทีนี่ไปทางตะวันออกล่ะก็จะเจอฐานพวกไอโอเนีย ยังไงพวกมันก็คงต้องผ่านแถวนี้ล่ะ

p28-2 ค้นหาบริเวณนี้และคุยกับสเกลฮอร์ด

เราจะเจอสเกลฮอร์ดคนหนึ่งที่กำลังหาอะไรอยู่ เขากำลังหากระดูกที่รู้สึกดีๆเพื่อไปสร้างชุดเกราะอยู่เพราะเขาเป็นคนสร้างชุดเกราะขายให้มนุษย์อยู่ ถ้าเจอกระดูกที่รู้สึกดีๆกับมันให้พามาให้เขาหน่อย เจอแล้วจะเข้าใจเอง และแนะนำตัวว่าชื่อกอนบอสเรน

p28-3 ค้นหาเศษกระดูกที่กอนบอสเรนหาอยู่
- ให้เดินไปแผนที่ทางตะวันออก จะเจอแสงตามทาง สำรวจแล้วจะเศษกระดูก

เราจะรู้สึกว่ากระดูกนี้รูปร่างอะไรมันพิเศษจริงๆ คงเป็นกระดูกที่รู้สึกดีที่หาอยู่แน่เลย

p28-4 นำเศษกระดูกที่หาเจอไปให้กอนบอสเรน

กอนบอสเรนจะบอกว่าเป็นกระดูกที่พิเศษจริงๆ ทำเป็นรูปร่างแบบนี้ก็ได้ด้วย ได้เรียนรู้อะไรขึ้นมากเลย จนเราพูดเล่นอยากให้เป็นคนทำชุดเกราะให้จัง และก็ได้รับคำตอบตกลงอย่างง่ายดาย เพราะที่นั่นมีคนอยู่กันเยอะ เพราะอยากทำชุดเกราะดีๆให้มนุษย์อยู่แล้ว
และทันใดนั้นกระดูกนั้นก็ส่องแสงขึ้นมา จนเขาได้รับสืบทอดทักษะชุดเกราะกันพิษของทรีมัลคิโอ ที่แท้แล้วกอนบอสเรนก็เป็นดาราสถิตย์คนหนึ่งนั่นเอง และแสดงว่าเศษกระดูกนั้นน่าจะถูกสร้างจากคนที่เป็นดาราสถิตย์ด้วย เราเลยจะไปถามเรื่องราวจากเบเรนิเก้

p29-1 ถามเรื่องราวจากเฮเรนิเก้ที่ปราสาททีโอส
- ไปปราสาททีโอสเมื่อร้อยปีก่อน

เราจะเล่าเรื่องที่ทะเลทรายอาพิโร่ให้ฟัง เบเรนิเก้ก็คิดว่าคนที่สร้างชุดเกราะนั้นคงเป็นดาราสถิตย์ โดยทักษะของเขาก็ผ่านกระดูกนั้นตกทอดมาให้พวกเธอสืบทอด และโว้กก็บอกว่าคนทำชุดเกราะเพื่อนพวกเขาก็มีคนชื่อ ดากุสม่า กับ ทรีมัลคิโอ แต่พวกเขาก็ไม่เคยขัดชุดเกราะกระดูกนะ แล้วก็ที่ทะเลทรายอาพิโร่ก็ยังไม่ใช่ที่อาศัยของปลาวาฬทะเลทรายล่ะนะ
คงเป็นระหว่างช่วงร้อยปีนี้ล่ะมั้ง ดากุสม่าหรือทรีมัลคิโอซักคนนี้อาจจะไปทำกระดูกชุดเกราะในช่วงนั้นก็ได้ แต่ถึงกระนั้นพวกเราก็อยากไปพบ เลยขอให้ปลูกต้นอ่อนให้ด้วย และเบเรนิเก้ก็ว่าอาจจะดีก็ได้เพราะแถวนั้นมีปราสาทของไอโอเนียด้วย ที่เคยบอกไปว่า ปราสาทเซฟเทรอสที่ภรรยาของจักรพรรดิเรเนเฟเรียสที่ 4 ที่ชื่อราชินีอัสทริดปกครองอยู่ แต่ก็เป็นแค่ทุ่งร้างในตอนนี้ล่ะนะ พวกเราอาจจะพบอะไรสำคัญก็ได้

p29-2 ค้นหาต้นไม้ยุคสมัยที่อยู่ที่โครงกระดูกสัตว์ยักษ์
p29-3 ค้นพบต้นไม้ยุคสมัย
p29-4 พบกับราชินีอัสทริด

โว้กจะยืนคิดอะไรเรื่องต้นไม้ยุคสมัยอยู่ เพราะเขายังไม่ได้ปลุกต้นอ่อนเลยนะ แต่มันก็มีอยู่ที่นี่ก่อนแล้วและคืนต้นอ่อนให้เรา และตอนที่เขามาที่นี่ครั้งก่อนในช่วงเดือนก่อนหลังจบศึกกับเทรัสฟาลม่าก็จำไม่ได้ว่ามีต้นไม้แบบนี้ด้วย ที่จริงแล้วโทลวัดก็เคยพูดเรื่องแบบนี้เหมือนกัน ซึ่งก็แสดงว่านอกจากพวกเราน่าจะมีใครซักคนปลูกต้นอ่อนด้วยเหมือนกัน และก็มีคนพูดขึ้นว่าต้นไม้ยุคสมัยต้นนี้น่าจะมีคนปลูกตั้งแต่ก่อนยุคนี้ เขาคือเซฟอนนั่นเอง
ซึ่งทั้งเราทั้งเซฟอนก็งงว่าทำไมอยู่ดีๆถึงมีต้นไม้ยุคสมัยที่นี่ และถ้าผ่านต้นไม้ต้นนี้ไปก็น่าจะไปยุคร้อยปีก่อนหน้านี้ได้งั้นหรือ? เซฟอนก็บอกไม่รู้ลองทดลองดูสิ โว้กก็จะขอตามไปกับพวกเราด้วย
พอผ่านต้นไม้ยุคสมัยมาแล้ว โว้กกับหายไป และก็มีเสียงบอกว่า เจอเรื่องน่าสนใจเข้าแล้วสิ เธอมาพร้อมกับทหารไอโอเนียสองคน กำลังคิดอยู่ว่ามีแสงอะไรแถวนี้นะ ก็มาเจอพวกเราพอดี พอเรารู้ว่าพวกเธอก็คือราชินีอัสทริด หรือจะเป็นสองร้อยปีก่อน และก้เล่าเรื่องให้อัสทริดฟัง
ลาโดนีนจะไม่เชื่อเรา แต่ราชินีอัสทริดกับแมกซิมอสจะคิดว่ามีค่าพอที่จะเชื่อ เราจะขอร้องให้ช่วยบอกเรื่องของเทรัสฟาลม่าให้เขาฟังด้วย ราชินีเลยถามว่าพวกเรารู้เท่าไหน เราเลยบอกว่ารู้แค่ว่า "เป็นสัตว์ร้ายที่กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ปรากฏจากที่ไหนซักแห่งในทุกร้อยปี" ลาโดนีนได้ฟังก็ตกใจที่รู้แค่นี้ อัสทริดก้ถามว่าทั้งกลุ่มขวานแดงที่เล่าให้ฟังก็รู้เพียงเท่านี้ จนเธอคิดอะไรได้ เรื่องสำคัญขนาดนี้กลับลืมเลือนไปในเวลาสองร้อยปี
อัสทริดเลยถามพวกเราอีกที มีหลายคนบอกว่าเรื่องเทรัสฟาลม่านี้ถ้าไม่รู้ความจริงจะดีกว่า ถึงอย่างนั้นพวกเราก็อยากจะรู้ อัสทริดเลยบอกให้ไปหาเธอที่ทะเลทรายล่ะกัน จะบอกความจริงให้ ถ้าเธอไม่ไปเองก็ไม่มีความหมายอะไร? และให้ส่งต้นอ่อนให้ทางพวกเธอ จะไปปลูกให้ ระหว่างที่การตัดสินใจของพวกเรายังไม่สั่นคลอน
เราจะกลับมายุคร้อยปีก่อน โว้กจะบอกว่าพอเกิดแสงที่ต้นไม้ พวกเราก็หายตัวไปเหลือแต่เขา คนที่เดินทางไปอดีตได้คงจะมีแต่พวกเรา และก็เล่าเรื่องให้โว้กฟัง โว้กจะเสียดายเพราะอยากจะเจอราชินีอัสทริดตัวจริงเหมือนกัน เพราะเป็นถึงเทพธิดาของไอโอเนียที่หยุดยั้งพวกเทรัสฟาลม่าที่ปราสาทเซฟเทรอสไว้ได้เชียว และเราก็ขอให้ช่วยปลุกต้นอ่อนให้ด้วย

p30-1 ค้นหาต้นไม้ยุคสมัยที่โว้กปลูกให้ที่ทะเลทรายอาพิโร่
- ให้ไปยุคร้อยปีก่อน ผ่านต้นไม้ยุคสมัยที่ทะเลทราย

พวกเราจะหาต้นไม้ยุคสมัยไปสองร้อยปีก่อนไม่เจอ แต่เจอต้นอ่อนที่เดียวกับตรงที่ต้นไม้ของร้อยปีก่อนเติบโตพอดี หรือตนไม้ทั้งสองจะเชื่อมโยงกันนะ

p30-2 ไปถามความจริงเรื่องเทรัสฟาลม่าจากอัสทริดที่สองร้อยปีก่อน
p30-3 กลับฐานบัญชาการ
- ให้เดินทางไปปีที่ร้อย

ยังไม่เปลี่ยนใจที่จะรู้ความจริงสินะ งั้นก็จะให้เราเห็นเดี๋ยวนี้ อาจจะเป็นทิวทัศน์อันน่ารังเกียจที่พวกเราไม่อาจจินตนาการได้ก็ได้นะ ให้เตรียมใจไว้ให้ดีล่ะ

Movie10 ความเป็นจริงของโลกใบนี้
อัสทริดจะใช้เวทย์มนต์เปิดมิติให้พวกเราดู พวกเราจะได้พบกับโลกที่เต็มไปด้วยเทรัสฟาลม่า ที่กัดกินกันเอง สู้กันอย่างบ้าคลั่ง และมีตัวนึงที่จะข้ามมาโลกของเรา จนแมกซิมอสใช้เพลงดาบมังกรเพลิงไล่มันกลับไป

อัสทริดจะบอกว่านั่นคือโลกเดิมของพวกเรา เมื่อร้อยปีก่อนนั้นโลกได้ล่มสลายลงไป จากเทรัสฟาลม่าที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน กลืนกินทั้งผู้คน
หมู่บ้าน และประเทศ เพียงข้างเดียว จนทุกสิ่งกลับสู่ความว่างเปล่า แต่ว่าจากกลุ่มนักปราชญ์กลุ่มหนึ่ง ได้สร้างขอบเขตอันเข้มแข็งขึ้นมาที่บริเวณหนึ่ง และหยุดการรุกรานของเทรัสฟาลม่าได้สำเร็จ และในท้ายที่สุดคนที่เหลือชีวิตก็มีเพียงคนที่อาศัยในขอบเขตนั้นเท่านั้น นั่นคือทั้งเธอและพวกเรา คือลูกหลานของคนกลุ่มนั้น
และบริเวณที่ถูกขอบเขตปกป้องไว้นั้น ก็คือสถานที่พวกเราอาศัยอยู่ที่นี่นั่นเอง เวทย์ที่เธอใช้ตะกี้ก็คือ เวทย์ที่ลบล้างขอบเขตบางส่วนออกในเวลาหนึ่ง เพื่อจะดูโลกภายนอกนั่นเอง นั่นล่ะ คือ โลกที่แท้จริงของพวกเรา จากโลกที่เคยรุ่งเรือง แต่เพราะการปรากฏของเทรัสฟาลม่าจึงกลายเป็นนรกเหมือนที่เราได้เห็น พวกเราก็เหมือนคนที่อาศัยอยู่ในสวนแคบๆเท่านั้น
ทางลาโดนีนก็เสริมให้ฟังอีกพวกแกรู้มั้ยว่า ทางตะวันตกของภูเขาฮิโอนี่มีอะไรรู้มั้ย แล้วทางเหนือของภูเขาโอโรสค์ล่ะ เพราะมนุษย์ไม่สามารถเดินผ่านบริเวณนั้นได้ไงล่ะ เพราะนั่นคือขอบเขตที่คุ้มครองโลกใบนี้ไว้นั่นเอง เหมือนกับที่เทรัสฟาลม่าไม่สามารถเข้ามาได้ คนด้านในคิดจะออก ก็จะเหมือนวนอยู่ในที่ที่เดิม นั่นคือพลังของขอบเขตของเหล่านักปราชญ์
แต่ถึงจะเหมือนสมบูรณ์ก็เถอะ แต่ก็ยังมีจุดอ่อน นั่นคือในทุกร้อยปี จะเป็นช่วงที่ขอบเขตเกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นช่วงที่ขอบเขตคุ้มกันจะอ่อนแอที่สุด ไม่สามารถป้องกันไม่ให้เทรัสฟาลม่าเข้ามาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ นักปราชญ์ก็รู้ถึงเรื่องนั้น และเพื่อรวบรวมผู้คนให้ต่อสู้กับเทรัสฟาลม่าในช่วงเวลานั้นก็เลยได้ก่อตั้งจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ไอโอเนียขึ้น
และก็ได้รู้แล้วใช่มั้ยการที่มีกลุ่มคนใช้เทรัสฟาลม่าเป็นอาวุธเพื่อจะทำลายไอโอเนียนั้นน่ะ เป็นเรื่องอันตรายขนาดไหน เพราะถ้าไอโอเนียล่มสลายไปล่ะก็ หมายถึงมนุษย์ถึงกาลอวสานนั่นเอง

พวกเรากลับมายุคปัจจุบันและเจอกับเซฟอน และทักเราว่าเหมือนวิญญาณหลุดลอยไปเลยนะ ในที่สุดก็มาถึงจุดนี้จนได้ งั้นผมก็จะช่วยพวกเราตั้งแต่นี้ไปเอง คุณหัวหน้า และยังมีเรื่องสำคัญยิ่งกว่ามาสงสัยเขาไม่ใช่เหรอ เรื่องที่ต้องบอกให้ทุกคนรู้น่ะ
พวกเราที่ฐานทัพพอได้รู้เรื่องแล้วก็ถึงกับตกใจ เรกิอุสก็บอกว่าเรื่องนี้ตอบข้อสงสัยหลายอย่างได้ ก็ควรคิดว่าเป็นเรื่องจริงไว้ก่อน ดิวกัสทหารไอโอเนียเองก็ยังไม่รู้ และหัวหน้าของเขาอย่างดีโลมเองก็ไม่น่าจะรู้ด้วย ไม่งั้นคงไม่ใช่ยุทธศาสตร์แบบนั้นแน่ เรกิอุสก็เลยคิดว่าทางระดับเบื้องบนของไอโอเนียคงจัดเป็นความลับสุดยอด ที่จะต้องไม่ให้ใครรู้ และเรื่องที่เก็บหนังสือจากยุคอดีตทั้งหมดก็คงเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยเพื่อไม่ให้รู้เรื่องโลกนอกขอบเขต แต่ไม่น่าเป็นเรื่องที่ต้องปกปิดนะ ไม่งั้นพวกขวานแดงก็ไม่น่าเกิดขึ้น
เราเลยบอกว่าสองร้อยปีก่อนก็เป็นแบบนั้น เพราะทุกคนร่วมมือกันกับอัสทริดต่อกรกับเทรัสฟาลม่า แต่ร้อยปีก่อนนั้นเมืองอย่างมัลทีริออนและชูราทขอเป็นเอกราชจากไอโอเนีย แสดงว่าคงเกิดอะไรขึ้นในช่วงระหว่างสองร้อยปีก่อนถึงร้อยปีก่อนสินะ เราเลยคิดจะไปถามทางโทลวัดดู เรกิอุสก็เลยเสนอว่าทางเขาจะจัดการเรื่องค้นหาพวกขวานแดงเองเพราะมีคนที่ช่วยเรืองนี้อยู่ จะแนะนำให้รู้จักทีหลัง และให้เราที่เป็นหัวหน้า ไปทำเรื่องอื่นที่คิดว่าจำเป็นจะดีกว่า พวกเราต้องรู้เรื่องให้มากกว่านี้ให้ได้

p30-4 ไปถามเรื่องราวจากโทลวัด

เราจะเล่าเรื่องให้โทลวัดฟัง ซึ่งพวกเขาก็ตกใจที่ที่พวกเราอาศัยอยู่เป็นเพียงแค่ส่วนเสี้ยวของโลกอันกว้างใหญ่แถมด้านนอกนั้นล่มสลายไปหมดแล้ว และก็อยากรู้ว่าทำไมเรื่องสำคัญแบบนี้ถึงถูกลืมไปซะได้ ลอร์ฟ ก็คิดว่าเนวานคนสร้างหินมารที่ร่วมสู้รบกับเทรัสฟาลม่ากับพวกเขาอาจจะรู้อะไรบ้างก็ได้ เพราะเขาแอบซ่อนหนังสือต้องห้ามไว้หลายเล่ม เคยขอร้องให้เล่าผลการวิจัยให้ฟังแต่เขาก็ไม่เคยเล่าให้ฟังซักครั้งเลย คงเพราะวังชินระนั้นคุมเข้มเรื่องนี้อยู่ด้วย ตอนนี้เขากำลังวิจัยอยู่ทางตะวันออกของทะเลทรายที่พวกเราเจออัสทริด
ลอร์ฟบอกว่าเอ่ยชื่อพวกเขาไปก็คงจะให้ความร่วมมือ เราก็สงสัยเพราะขนาดเพื่อนร่วมรบยังไม่บอกอะไร แล้วจะบอกกับพวกเรางั้นเหรอ แต่ลอร์ฟก็บอกว่ากับพวกเราเขาน่าจะพูดได้ง่ายกว่า เพราะยังไงก็ไม่ใช่คนยุคนี้ ไม่ต้องระแวงไอโอเนียจะล่วงรู้

p31-1 ค้นหาเนลวานที่โครงกระดูกสัตว์ยักษ์เมื่อร้อยปีก่อน
- ให้เดินทางไปที่โครงกระดูกสัตว์ยักษ์ปี 200 แล้วไปทางตะวันออกจะเจอเนลวาล

เมื่อกลับไปที่ยุคของเรา เรกิอุสจะสอบถามความคืบหน้า พวกเราเลยแจ้งว่าจะไปถามคนที่รู้ประวัติศาสตร์อย่างละเอียด ทางเรกิอุสก็ได้รับข้อมูลพวกขวานแดงพอดีจึงขอร่วมทางไปกับพวกเราด้วย
เมื่อเจอเนลวาล เขาจะรู้เรื่องของพวกเราแล้ว เขาคิดว่าเขาวิจัยจนเกือบจะรู้ความจริงของประวัติศาสตร์แล้ว แต่ก่อนจะบอกเราขอยืนยันบางอย่างก่อน คือ เรื่องที่พวกเรามาโลกร้อยปีให้หลังจริงงั้นเหรอ เขาอยากจะให้พาเขาไปด้วย แต่แน่นอนว่าไม่ได้เขาจึงเสียใจมาก เพราะไม่งั้นน่าจะเข้าใกล้ความจริงได้มากขึ้น งั้นถึงบอกพวกเราไปในตอนนี้ก็ไม่น่าจะช่วยอะไรมาก แต่พวกเราก็อยากจะฟัง
ทำไมความจริงถึงถูกบิดเบือนไปงั้นเหรอ นั่นก็เพราะความรับผิดชอบของราชินีอัสทริดส่วนหนึ่งนั่นเอง เธอนั้นแข็งแกร่งเกินไป ตอนครบปีที่ร้อยที่ขอบเขตอ่อนแอนั้น ผู้คนต่างก็เกรงกลัวว่าโลกจะถึงจุดจบ แต่เพราะอัสทริดนำทัพขับไล่เทรัสฟาลม่าได้ แม้ไม่ได้ง่ายดายนัก เพราะมีผู้บาดเจ็บหลายพันคนเช่นกัน แต่ก็ทำให้คนหลงคิดไปว่าง่ายดายไปแล้วจากที่คิดว่าสิ้นหวังจนเชื่อมั่นตัวเองมากเกินไป หลงระเริงไปกับการมีชีวิตอยู่ คนที่คิดว่าเรื่องแบบนี้ลืมไปซะจะดีกว่าก็มีด้วย แค่รู้ว่ามีสัตว์ร้ายที่น่ากลัวปรากฎทุกร้อยปีก็พอแล้ว รู้มากกว่านี้ก็จะสิ้นหวังกันเปล่าๆ
เพราะแบบนั้นก็เลยเก็บหนังสือจากโลกนอกขอบเขตให้หมด เรื่องราวต่างๆก็ไม่เล่าให้ลูกหลานฟัง ที่จริงแล้วไม่ใช่วังชินระหรอกที่เก็บหนังสือต้องห้ามไป แต่เป็นผู้คนต่างหากที่เลือกที่จะทิ้งมันเอง เพราะงั้นแค่เวลาร้อยปีก็ลืมไปซะเกลี้ยงแล้ว เรกิอุสก็เลยเข้าใจ เพราะถ้าไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังอยู่ใต้การปกครองของไอโอเนียนี่นา ก็เลยขอแยกตัวเป็นเอกราชกันหมด ขนาดที่เคยสิ้นหวังว่าโลกจะล่มสลายแล้ว กลับกลายมาเป็นสงครามระหว่างคนกันเองได้... ดังนั้นจึงน่าจะต้องมีศัตรูที่ใหญ่โตไปกว่านั้นละมั้ง เนลวาลเล่าถึงแค่นี้ก็ไม่พูดอะไรต่อ
เรกิอุสจึงขอถามเรื่องสุดท้ายว่ารู้เรื่องเทรัสฟาลม่าปรากฏในช่วงระหว่าง 100 ปีบ้างมั้ย เนลวาลก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้นะ ไม่งั้นคนคงแตกตื่นกันไอโอเนียก็ไม่น่าจะปิดได้หมด
พอพวกเรากลับไปที่ยุคของเราก็เจอกับพวกขวานแดงที่ตกใจที่พวกเราอยู่ๆก็โผล่ออกมา เราอยากจะคุยด้วยแต่พวกมันไม่ฟัง และพอแพ้พวกเรามันก็หนีไปเพราะมีหน้าที่อื่นที่ต้องทำก่อน เรกิอุสจึงให้ไล่ตามไป

p31-2 ไล่ตามพวกขวานแดงไป
- ไปทางตะวันออกจะเจอพวกขวานแดง

พวกเราจะเจอพวกขวานแดง กำลังรุมทำร้ายเผ่าเฟเซอร์ไดร์ฟอยู่ เรกิอุสถึงกับตกใจ? จนพวกเราต้องสู้กับขวานแดงพวกนั้นอีกครั้ง
เฟเซอร์ไดร์ฟจะขอโทษต่ออาจารย์เรกิอุส ที่แท้แล้วเขาคือกิเจริก้า ลูกศิษย์เรกิอุส ตัวช่วยที่เขาใช้เป็นการส่วนตัวที่พูดถึงนั่นเอง เรกิอุสให้พาไปรักษาที่โอเอซิสบายันทางตะวันออกก่อนดีกว่า

p31-3 เพื่อรักษากิเจริก้า มุ่งหน้าไปโอเอซิสบายัน バヤン・オアシス

ที่โอเอซิส สนิลที่อาศัยที่นี่จะมาเอาของที่ลืมไว้พอดี จึงพาไปเอายาที่บ้านเธอ พอหายแล้วเรกิอุสก็สงสัยว่าฝีมือระดับกิเจริก้านั้นไม่น่าจะพลาดท่าได้ เขาเลยเล่าให้ฟังว่าเขาจับหางของคนที่น่าจะเป็นหนึ่งในพวกหัวหน้าได้ ซึ่งคนคนนั้นกลับติดต่อกับคนที่น่าจะเป็นพวกรากหินของไอโอเนีย จนเรกิอุสถึงกลับตกใจ และเพราะอยากจะฟังเรื่องที่คุยกัน จึงเข้าไปใกล้เกินไปจึงถูกจับได้ และขอโทษที่ฟังอะไรไม่ได้ซักนิด แต่เรกิอุสก็ว่าไม่เป็นไร แค่นี้ก็เป็นข้อมูลสำคัญมากๆแล้ว พวกเราก็เลยคิดว่าที่ไอโอเนียยังปล่อยให้พวกขวานแดงเรร่อนไปเรื่อยๆได้นั้นก็เข้าใจเหตุผล แต่ข้อมูลยังไม่เพียงพอที่จะตัดสินอะไรไป
เรกิอุสเลยเสนอให้กิเจริก้าเข้าเป็นส่วนหนึ่งของพวกเราด้วย เขาก็ยินดีที่จะทำงานร่วมกับเรกิอุส จึงได้เขาเป็นเพื่อน เรกิอุสก็ชมว่ากิเจริก้านั้นเป็นนินจาฝีมือยอดเยี่ยม ซึ่งเขาไม่โกหกอยู่แล้วพวกเราจึงคิดตามนั้นจริงๆ กิเจริก้าพอได้ฟังคำของเราก็เข้าใจเหตุผลที่อาจารย์นั้นเคารพเราแล้ว เราจึงอยากไปสถานที่ที่พวกขวานแดงพบกับพวกรากหิน ที่นั่นคือซากปรักหักพรังเบฟท์ ทางเหนือของโอเอซิสนั้นเอง เรกิอุสเสนอว่าไปตอนนี้ก็ยังไม่น่าได้อะไร รวบรวมข้อมูลที่อาบิโร่ก่อนดีกว่า เพราะเป็นเมืองที่ใหญ่โตมาก สนิลจึงบอกว่างั้นน่าจะเจอน้องสาวของเธอที่นี่แน่เลย

p32-1 รวบรวมข่าวสารที่โอเอซิสบายัน

...to be continued...

Personal tools