Flame Champion 5

จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี

Revision as of 22:37, 20 มกราคม 2010; view current revision
←Older revision | Newer revision→
Jump to: navigation, search

ก่อนที่เราจะสามารถเข้าเล่นใน Chapter นี้ได้ เราจะต้องเคลียร์ Flame Champion Chapter 4 ให้ได้เสียก่อน แล้ว พอเข้าหน้าของ Trinity Site (ปรากฎหลังจากเคลียร์ได้แต่ละแชปเตอร์นั่นหละ) เราจะสามารถไฟของฮิวโก้ คริส หรือเกดโด้ก็ได้ เพื่อเข้าสู่ Chapter นี้

สารบัญ

Budehuc Castle

ฮิวโก้ที่พึ่งกลับมาจากซากโบราณสถานซินดาร์ ก็เดินเข้ามาพบกับเซบาสเตียนที่รอต้อนรับอยู่

เซบาสเตียน : ยินดีต้อนรับกลับครับ! ท่านคงจะเหนื่อยสินะ

แล้วฉากจะตัดไป โดยที่เซบาสเตียนจะพาเรามาอยู่ที่ห้อง

เซบาสเตียน : ท่านจะพักผ่อนสักหน่อยไหมล่ะครับ?

แล้วจะมีตัวเลือกขึ้นมา

1. ผมเหนื่อยนะ!

2. ไม่ล่ะ ยังก่อน ขอบคุณ

กรณีที่ต้องการจะดำเนินเนื้อเรื่องต่อ ก็ให้เลือกข้อแรกได้เลยครับ ถ้ายังมีอะไรที่อยากทำก่อน ก็เลือกข้อสอง (คนเขียนเลือกข้อแรก) แล้วฉากจะตัดไปให้ดูเหตุการณ์ที่คริสตัล วัลเลย์ แห่งฮาร์โมเนีย ที่ ๆ สองพี่น้อง ได้เผชิญหน้ากันจัง ๆ อีกครั้ง หลังจากผ่านไป 15 ปี

ฮิวโก้ : ผมเหนื่อยนะ!

เซบาสเตียน : ถ้างั้น โปรดพักเสียนะครับ ผมจะไปเตรียมน้ำร้อน ๆ มาให้ท่านนะ

แล้วเซบาสเตียนจะวิ่งออกไป แล้วฉากจะตัดมายังที่ คริสตัลวัลเลย์ ที่ ๆ แนชมารายงานสถานการณ์ให้ซาซาไร สังฆราชแห่งฮาร์โมเนียได้ทราบถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ซาซาไร : ถ้างั้น ก็เป็นอย่างที่คาดเอาไว้จริง ๆ ความตั้งใจของหมอนั่นคือ...

แนช : ใช่แล้วครับ คน ๆ นั้น กำลังออกตามหารูนธาตุทั้งห้าเพื่อตัวของเขาเอง หาใช่เพื่อประโยชน์ของฮาร์โมเนีย แล้วดูเหมือนว่าพวกเขาก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดที่เผ่ากิ้งก่าและคาราย่าด้วย ซึ่งเกิดก่อนที่พวกเราจะพยายามเคลื่อนกำลังของพวกเราเสียอีก

ซาซาไร : พวกเราควรจะรีบดำเนินการโดยด่วนแล้ว อะไร? ใครอยู่ตรงนั่น?

แล้วฉากจะซูมไปที่ลุคที่กำลังแอบซุ่มอยู่หลังเสาตนหนึ่ง ก่อนที่ลุคจะเดินออกมา

ลุค : ใช้เวลาตั้งนานเลยนะ กว่าจะสังเกตเห็นข้าน่ะ ท่านก็น่าจะระวังตัวให้มากกว่านี้นะ

แนช : นายคือ...ของสังฆราชซาซาไร

ซาซาไร : 15 ปีแล้วสินะ

ลุค : ถูกต้อง พี่ชายของข้า และดูท่าว่าท่านก็ใช้เวลา 15 ปีที่ผ่านไปโดยไร้ค่าจริง ๆ เลยนะ

แนช : ผมสั่งให้ทุก ๆ คนออกไปจากห้องนี้แล้วนี่นา นายตั้งใจจะขัดขืนกฎของที่แห่งนี้งั้นเหรอ?

ลุค : ข้าไม่กังวลเรื่องแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว ซาซาไร มอบรูนดินที่แท้จริงให้ข้าซะ ข้าคิดเอาไว้ว่าข้าจะตามมาเอาในตอนท้าย แต่แผนของผมมันกลับตาลปัตรเสียแล้ว

ซาซาไร : ว่าไงนะ? นายคิดว่านายเป็นใครกัน?

ลุค : ท่านอยากจะรู้งั้นเหรอว่าผมคิดว่าผมเป็นใครกัน? อ้อ ใช่ ผมจะบอกให้ว่าพวกเราเป็นใครกันแน่ ทั้งคุณแล้วก็ผม

แล้วฉากจะตัดไป...แล้วจะกลับมาที่ปราสาทบูเดฮัค

หลังจากดูเหตุการณ์เสร็จแล้ว ให้เราเดินไปที่หน้าทางเข้าที่ ๆ เซซิลยืนอยู่ แล้วเราจะได้พบกับ ฟรานซ์ ที่ได้รับบาดเจ็บ ลากสังขารตัวเองมา เซซิลจึงเข้าไปดูอาการ แล้วฟรานซ์จะขอเข้าพบเรา

ฮิวโก้ : นี่มันอะไรกัน?

เซซิล : โอ้ ท่านฮิวโก้! ตอนที่เขามาถึง ก็ล้มลงอยู่ตรงนี้น่ะค่ะ

ฟรานซ์ : ผมมา...เพราะได้ยินมาว่าเฟลมแชมเปี้ยนอยู่ที่นี่ ได้โปรด...ขอผมพบเขาได้ไหม?

ฮิวโก้ : เฟลมแชมเปี้ยนงั้นเหรอ?

แล้วฟรานซ์จะล้มลงไป

เซซิล : คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?

ฮิวโก้ : พาเขาเข้าไปข้างใน

Franz will join you for now
Cecile has joined

ให้เราเข้ามาที่ตัวปราสาท แล้วเราจะได้ทราบเรื่องที่ว่าคนในหมู่บ้านเลอ บีค ถูกต้องสงสัยให้ความช่วยเหลือกลุ่มเฟลมแชมเปี้ยนอย่างลับ ๆ และโดนกักขังไว้ที่ภูเขาเซย์ไน เกดโด้ จึงอาสาออกไปช่วยเหลือด้วยตัวเอง

เซบาสเตียน : ขอโทษนะครับ มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอครับ?

แล้วโธมัสและเซบาสเตียนจะวิ่งเข้ามา

ฮิวโก้ : เขามีเรื่องบางอย่างที่ต้องทำที่นี่ แต่เขาก็ล้มก่อนที่ผมจะได้ทราบเขาล่ะนะ พวกเราจะสอบถามเมื่อเขาฟื้นแล้วกัน

โธมัส : ครับๆ ได้เลย ทางนี้เลยครับ

แล้วฉากจะตัดไป ที่ห้องประชุมของพวกเรา

ลูเซีย : เธอจะบอกว่าเขามาที่นี่โดยขี่หลังเจ้าแมลงยักษ์มาเนี่ยนะ? จะเป็นไปได้ยังไงกัน?

เกดโด้ : เขาคือผู้ฝึกแมลงจากเลอบีค เมืองที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของกลาสแลนด์ แต่ตอนนี้ตกอยู่ในการครอบครองของฮาร์โมเนีย

คริส : ต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลที่ฮาร์โมเนีย ที่ทำให้เขาถ่อมาถึงที่นี่แน่ ๆ

แอปเปิ้ล : พวกเรายังไม่ได้รายงานใด ๆ เลย แต่ก็มีข่าวลือที่แพร่กระจายอยู่นะ...

ฮิวโก้ : ข่าวลือแบบไหนกัน?

ซาโลเม่ : คาดว่า มีหนึ่งในสังฆราชคนนึง หายตัวไป

ซีซาร์ : ......

แล้วเซซิลจะพาฟรานซ์เดินเข้ามา

ลูเซีย : นั่นใช่เขาเหรือเปล่า?

เซซิล : นี่คือ ฟรานซ์ จากเลอบีค เขาขอเข้าพบท่านฮิวโก้ค่ะ

ฟรานซ์ : ผมชื่อว่า ฟรานซ์ หัวหน้ากลุ่มผู้เลี้ยงแมลงแห่งเลอบีค ผมเดินทางมาที่นี่ก็เพราะผมได้ยินมาว่าเฟลมแชมเปี้ยนได้ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้ง ผมขอเข้าพบเขาหน่อย ได้ไหมครับ?

ฮิวโก้ : ผมมีนามว่า ฮิวโก้ แห่งเผ่าคาราย่า ผมคือผู้สืบทอดรูนของเฟลมแชมเปี้ยน

ฟรานซ์ : ท่านคือเฟลมแชมเปี้ยนงั้นเหรอ? ผมคิดว่าผมได้เผชิญหน้ากับท่านที่หมู่บ้านจิชาสินะ

แล้วฟรานซ์จะก้มคุกเข่าขอร้องฮิวโก้

ฟรานซ์ : ช่างน่าละอายนักที่ต้องขอร้องท่าน... โปรดช่วยเลอบีคด้วย

แอปเปิ้ล : เกิดอะไรขึ้นที่เลอบีคกันล่ะ?

ฟรานซ์ : ผู้คนในเลอบีค ต่างก็ทำงานกันอย่างหนักเพื่อกองกำลังฮาร์โมเนีย ด้วยความคิดที่ว่าอาจเป็นจุดที่นำมาสู่อิสรภาพของพวกเรา พวกฮาร์โมเนียปฏิบัติต่อคนของเราอย่างพวกพลเมืองชั้นสาม และเรียกเก็บภาษีอย่างหนัก พวกเราไม่สามารถออกไปนอกหมู่บ้านของพวกเรา หรือแม้แต่แต่งงานโดยที่ไม่ขอคำอนุญาตจากพวกเขา ผมเองก็ต่อสู้เพื่อฮาร์โมเนีย เชื่อในคำสัญญาที่ว่าจะยกระดับพวกเราให้เป็นพลเมืองชั้นสอง หากช่วยเหลือในสงคราม แต่ว่า...

ซีซาร์ : พวกนายถูกหลอกลวงงั้นสินะ?

ฟรานซ์ : ใช่

ซีซาร์ : พวกนั้นจะมอบอิสรภาพให้ก็ต่อเมื่อเป็นประโยชน์แก่พวกนั้น เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป พวกนั้นก็พรากมันไป

ฟรานซ์ : ใช่ พวกกองกำลังฮาร์โมเนีย อยู่ ๆ ก็กล่าวหาว่าเราให้ความช่วยเหลือลับ ๆ กับกลุ่มไฟร์บริงเกอร์... และขู่ว่าจะนำชาวบ้านไปที่คริสตัล วัลเล่ย์ เพื่อเป็นเชลย

แอปเปิ้ล : บ้าไปแล้ว! นำชาวบ้านเป็นไปเชลยงั้นเหรอ? พวกนั้นตั้งใจที่ทำซ้ำกับสิ่งที่พวกนั้นทำเมื่อ 50 ปีก่อนหรือไงกัน?

ฟรานซ์ : ได้โปรด ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย ผมไม่อาจทนเห็นชาวบ้าน...แล้วก็...อิคุ...ต้องเจ็บปวดมากไปกว่านี้แล้ว

ซาโลเม่ : ไม่ใช่เรื่องฉลาดเลยที่จะเคลื่อนพลตอนนี้ เมื่อพวกนั้นเริ่มต้นจัดขบวนรบกันแล้ว

ลูเซีย : แต่ถ้าพวกเราทอดทิ้งเลอบีคตอนนี้ พวกเราจะสูญเสียความเชื่อใจจากเผ่ากลาสแลนด์อื่น ๆ นะ เลอบีคเองก็เคยเป็นหนึ่งในพวกเรานะ

ซีซาร์ : ต้องเป็นแผนของพวกมันแน่ ๆ เลยที่จะให้มีการพูดกันถึงเรื่องการไม่พร้อมของกองกำลังพันธมิตร ถ้าพวกเรายกกองทัพของพวกเราไป พวกเราจะตกอยู่ในมือของพวกศัตรูได้นะ

เกดโด้ : ถ้างั้น ข้าไปเอง

แอปเปิ้ล : ได้โปรด รอก่อนเถอะ พวกเราไม่สามารถเคลื่อนพลส่งเดชได้หรอกนะ

เกดโด้ : ข้าจะเอาไปแค่คนของข้าก็พอ พวกเราเคยทำเรื่องแบบนี้มาแล้วนะ จำไว้ ข้าเองก็เคยอยู่เคียงข้างตัวเฟลมแชมเปี้ยนมาแล้วครั้งนึง ตอนนี้ ข้าถือครองรูนที่แท้จริงไว้ที่มือขวาของข้า ซึ่งนั่นก็น่าจะดีเพียงพอแล้ว

แอปเปิ้ล : ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น

เกดโด้ : เฟลมแชมเปี้ยนคนเก่ารู้ดีกว่าอะไรที่ทำให้กลายเป็นวีรบุรุษได้ ชื่อของวีรบุรุษเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา สิ่งที่สำคัญก็คือการใช้ชีวิตอยู่เพื่อให้ได้มาซึ่งชื่อนั่น แม้ว่ามันจะอันตรายก็ตาม

(โอ้ววว ประโยคเด็ดจริง ๆ)

แอปเปิ้ล : แต่ว่า...

ซีซาร์ : แอปเปิ้ล ให้เขาจัดการเรื่องนี้เถอะ ผมต้องยอมรับเหมือนกันว่าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว นักกลยุทธ์ทางทหารก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน โชคร้ายเสียจริง

แล้วฉากจะตัดไป ที่พวกกลุ่มของเกดโด้จะมายืนกันที่ทางเข้าปราสาท

เอซ : ทั้งพักและผ่อนคลายมามากแล้วสินะ ดูท่าพวกเราคงจะต้องทำเรื่องนี้จริง ๆ สินะ?

โจ๊กเกอร์ : ปกติ ก็เห็นนายพร้อมตลอดเวลานี่นา ทำไมมาบ่นเอาตอนนี้ล่ะ?

เอซ : ผมไม่ได้บ่นนะ แค่ออกความเห็นเฉย ๆ

ควีน : ถ้างั้น ภารกิจของพวกเราก็คือลอบเข้าไปในเลอบีค เพื่อสะกดรอยและขัดขวางพวกกองกำลังฮาร์โมเนีย อย่างนั้นใช่ไหม?

เกดโด้ : ถูกต้องแล้ว

ฟรานซ์ : ถือเป็นพระคุณอย่างยิ่งเลยครับ

ควีน : พวกเราจะไปกันหรือยังล่ะ?

แล้วพวกเราจะพากันเดินออกไป... แล้วไอล่า จะตามมาเพื่อขอไปด้วย

ไอล่า : เจ้าพวกนั้นคงไม่ทิ้งฉันไว้หรอกนะ!

Franz will join you for now
Aila has joined

จากนั้น ให้เราออกเดินทางสู่หมู่บ้านเลอบีค กันได้เลย ซึ่งแน่นอน ต้อง เดิน "เท้า" เท่านั้น เพราะตอนนี้ Viki จะทำตัวไร้ประโยชน์ บ่นแต่ ห่วงนอน ไม่เป็นอันทำงาน ช่วยเทเลพอร์ท ให้เรา...

ให้เราเดินไปจนถึง Mountain Path

Mountain Path

ให้เราเดินไปตามทางเรื่อย ๆ จะพบกับบอสเฝ้าสมบัติ ที่เป็นตัวเดียวกับที่เราเคยเจอใน Geddoe Chapter 1 โดยตัวนี้ จะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก แต่ฝ่ายเราเอง ก็เก่งขึ้นกว่าเดิมมากเช่นกัน ถ้าเทียบแล้ว ครั้งนี้ เราจะเอาชนะง่ายกว่าเดิมมากนัก พอชนะแล้ว ให้เดินขึ้นด้านบน เพื่อไปทางที่จะไปหมู่บ้าน เลอบีค เมื่อ ถึงทางออก พวกเราก็จะคุยกัน

เอซ : แล้วพวกเราควรจะเอาไงกันต่อดีล่ะ หัวหน้า? จะให้บุกเข้าไปตรง ๆ เลยเหรอ? ออกจะเสี่ยงอยู่น่า...

โจ๊กเกอร์ : เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเลอบีคให้พวกเราฟังทีสิ

ฟรานซ์ : ตอนที่ผมหนีออกมา ที่นั่นเหลือเพียงกองกำลังหลักฮาร์โมเนียเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นล่ะ พวกนั้นรวมเด็กและผู้หญิง แล้วจับแยกออกจากทหารของพวกเราน่ะ ผมหนีออกมได้อย่างหวุดหวิด แต่ผมก็ต้องทิ้งรูบี้เอาไว้

ไอล่า : รูบี้เหรอ?

ฟรานซ์ : ใช่ แมลงของผมไงล่ะ

ไอล่า : เป็นชื่อที่น่ารักสำหรับแมลงเนอะ

ควีน : เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็ควรจะบุกเข้าไปกันเลยนะ ไว้ค่อยคิดเรื่องกลยุทธ์ทีหลังแล้วกัน ว่าไหม?

เกดโด้ : แน่นอน

แล้วจะออกมาที่แผนที่โลก ให้เข้าไปที่หมู่บ้านเลอบีคเลย

Le Buque

เมื่อเข้ามา เราจะพบกับเหตุการณ์

เอซ : แถวนี้ ดูเงียบชะมัดเลยแฮะ

ควีน : อาจจะกับดักนะ

โจ๊กเกอร์ : พวกเราควรจับตาดูเจ้าหนุ่มนี้ไว้ให้ดีนะ

ฟรานซ์ : ท่านหมายความว่ายังไงกัน?!

โจ๊กเกอร์ : พวกเราเองก็ต้องระวังตัวกันเอาไว้ อะไรก็เกิดขึ้นได้นี่ มันยากที่จะเชื่ออยู่หรอกนะว่าจะมีใครที่สะดุดตาแบบนายแล้วก็แมลงของนายสามารถหนีจากการตรวจตรา ในระหว่างที่กำลังพยายามหลบหนีได้น่ะ

แล้วไอล่า จะเอามือสัมผัสที่พื้นดิน

ไอล่า : ฉันไม่รู้สึกถึงกลลวงอะไรเลยนะ ฉันคิดว่าเขาไม่เป็นไรหรอก

เอซ : เธอแน่ใจ 100 เปอร์เซนต์งั้นเหรอ?

ไอล่า : คนที่กำลังจะจ้องเล่นงาน มักจะหงุดหงิดอยู่เสมอ ดังนั้น พวกนั้น เลยจะมีกลิ่นคล้าย ๆ โลหะหน่อย ๆ น่ะ

เอซ : น่าสนใจมากเลยนะเนี่ย

ไอล่า : เงียบไปเลย! สิ่งที่ฉันกังวลก็คือ ไม่มีร่องรอยของมนุษย์อยู่เลยน่ะสิ

เกดโด้ : ไปกันเถอะ พวกเรากำลังรีบใช่ไหมเหรอ?

ฟรานซ์ : คะ ครับ พวกนั้นเอาตัวอิคุไปด้วย แล้วก็...

ให้เดินเข้าไปภายในตัวหมู่บ้าน เราจะไม่พบกับใครในหมู่บ้านเลย

โจ๊กเกอร์ : นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย? พวกนั้นออกไปกันหมดแล้วเหรอ?

ฟรานซ์ : บ้าจริง! อิคุอยู่ไหน? อิคุ!

ให้เดินสำรวจหมู่บ้าน โดยที่ในโรงแรม เราจะยังสามารถนอนพักได้... พวกฮาร์โมเนีย นี่ก็ใจดีเหมือนกันนะ อุตส่าห์เหลือพนักงานโรงแรมเอาไว้ ให้นอนพัก ฟื้น Hp เอาไว้ด้วย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่จะเอาไปใช้ดำเนินเนื้อเรื่องต่อ ให้เราเดินไปที่หน้าบ้านที่ข้าง ๆ โรงแรม แล้วจะพบกับเหตุการณ์ที่ฟรานซ์เดินเข้าไปในบ้าน

ควีน : แปลกจัง ไม่มีใครอยู่ที่นี่เลย

แล้วฟรานซ์จะเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้น

เอซ : เฮ้! เดี๋ยวก่อนซิ

Franz has left your party

ให้เดินตามฟรานซ์เข้าไป เข้าไปห้องในสุด จะเจอกับฟรานซ์ที่กำลังคร่ำครวญ ราวเล่นละครอยู่ แล้วสักพัก ทหารแมลงอีกคน มานอนบาดเจ็บอยู่บริเวณกลางหมู่บ้าน แล้วเขาจะบอกว่า คนในหมู่บ้านทั้งหมด โดนจับไปให้ที่แท่นบูชาของผู้เลี้ยงแมลง (หรือภูเขาเซย์ไนนั่นหละ)

ฟรานซ์ : บ้าจริง! มันสายเกินไปแล้ว ผมช่วยผู้คนของผมไม่ได้เลย ผมช่วยใครไม่ได้เลย... พวกนั้นมาเรียกผมว่าเป็นเด็กของฮาร์โมเนียได้ยังไงกัน?! พวกนั้นไม่รู้หรอกว่าผมรู้สึกยังไงตอนอยู่ที่คริสตัลวัลเล่ย์น่ะ!

ควีน : .......

ฟรานซ์ : เมืองในคริสตัลวัลเล่ย์ทั้งปลอดภัยและเงียบสงบ จนทำให้ผมแทบเป็นบ้า ตอนที่ผมอยู่ที่นั่นผมไม่เคยลืมเรื่องเกี่ยวกับเลอบีคเลย

ควีน : ถ้างั้น ทำไมถึงจะยอมแพ้เรื่องเลอบีคตอนนี้เสียล่ะ? บางที นายอาจจะเพียงแค่พยายามทำให้พวกเรารู้สึกเศร้าเสียใจให้นายก็ได้นะ

ฟรานซ์ : ฮ่า! เธอคิดเหรอว่าผมต้องการความเห็นใจจากเธอน่ะ? เธอคิดเหรอว่าความรักของเขาที่มีต่อเลอบีคเป็นเพียงแค่การแสดงละคร? เธอนี่มันจริง ๆ เลยนะ

แล้วไอล่าจะวิ่งเข้ามาพอดี

ไอล่า : ฮัลโหล! ทุก ๆ คน! มาทางนี้สิ!

เอซ : คราวนี้อะไรอีกล่ะ? จมูกเจออะไรใหม่ ๆ เข้าอีกล่ะ?

ไอล่า : เงียบและตามฉันมาเถอะน่า! เดี๋ยวนี้เลย!

แล้วฉากจะตัดไป เราจะวิ่งออกไปที่กลางหมู่บ้าน แล้วจะพบกับทหารแมลงคนนึง ที่นอนอยู่พร้อมแมลงของเขา

โจ๊กเกอร์ : นี่มันอะไรกัน?

แจ๊ค : เขาพึ่งลงจอดบนตรงนี้ พร้อมแมลงของเขาน่ะ บาดแผลของเขาไม่ได้สาหัสมากนักหรอก แต่ว่า...

แล้วฟรานซ์จะวิ่งเข้ามาดูอาการ

ฟรานซ์ : เฮ้ ริค! นายเป็นอะไรหรือเปล่า? ทุก ๆ คนอยู่ไหนกันน่ะ?

ริค : ฟะ ฟรานซ์ พวกนั้นไปอยู่ที่แท่นบูชาของผู้เลี้ยงแมลงกันหมดแล้ว... พวกนั้นบอกว่าจะทำพิธีเพื่อเอารูนที่แท้จริง

เกดโด้ : หมอนั่นพูดถึงเรื่องอะไร?

ริค : ผมรู้แค่นั้น! ผมหนีออกมาได้อย่างหวุดหวิดเลย!

ฟรานซ์ : ริค ริค แข็งใจหน่อย

แล้วฉากจะตัดไป พวกเราจะมาหารือกันถึงเรื่องนี้

ควีน : ฉันพาเขาไปที่เตียงแล้ว อย่างที่แจ็คว่า บาดแผลไม่ได้ร้ายแรงนัก แต่เขาเหนื่อยล้ามาก ให้ได้พักสักหน่อย เขาจะอาการดีขึ้นนะ

ไอล่า : ตอนนี้ พวกเราก็รู้แล้วที่อยู่ของทุก ๆ คนแล้วสินะ ใช่ไหม?

โจ๊กเกอร์ : หนีมาอย่างโชคช่วยอีกรายงั้นเหรอ? หรืออาจจะเหยื่อล่ออีกรายก็ได้นะ? เราไม่ควรจะไปเชื่อทุก ๆ สิ่งที่ได้ยินมาครั้งแรกหรอกนะ

เกดโด้ : ถ้าเป็นกับดักจริงล่ะก็ พวกเราก็น่าจะไปตกหลุมดูสักครั้งนะ ข้าชักเริ่มสนใจในสิ่งที่เจ้าสังฆราชสวมหน้ากากนั่นพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับความทะเยอทะยานของเขาแล้ว

เอซ : ไม่นะ! พวกเราจะไม่มีแมลงบินพาพวกเราไปที่นั่นเหรอ? ข้าไม่อยากเดินข้ามภูเขานั่นอีกแล้วนะ!

ควีน : นายคิดเหรอว่าพวกเราจะยัดลงบนหลังแมลงตัวเดียวได้น่ะ?

เอซ : เออ...

เมื่อพูดคุยกันเสร็จ ให้เราเดินจากหมู่บ้าน แล้วไปที่ภูเขาเซย์ไนกันเลย

Mt. Senai

เมื่อเข้ามา พวกเราจะวิ่งเข้าไปด้านใน โดยมีบทสนทนาเล็ก ๆ น้อยของคนแก่สองคนในกลุ่ม

เอซ : เอาอีกแล้วนะเนี่ย

โจ๊กเกอร์ : นายต้องระวังตัวเอาไว้นะ นายไม่รู้หรอกว่ามีอะไรอยู่ข้างใน...

ควีน : เงียบเถอะน่า! รีบไปกันได้แล้ว จะมากับพวกเราไหม?

โจ๊กเกอร์ : ข้าจะไปแล้ว!

จากนั้น ให้เดินเข้าไปด้านในสุด แล้วเราจะพบกับพวกชาวบ้านที่ถูกเอามากักขังไว้ที่นี่ แล้วสักพักสังฆราชสวมหน้ากากหรือลุค จะปรากฎตัวออกมา แล้วต้องทำการต่อสู้กัน!!!

เอซ : น่าจะเป็นที่นี่นะ ตรงนี้เป็นจุดที่ลึกที่สุดที่เราเคยเข้ามาในถ้ำนี้แล้ว

แล้วฟรานซ์จะมองเห็นพวกชาวบ้านพร้อมกับอิคุ เขาจึงได้วิ่งเข้าไปหา

อิคุ : ฟรานซ์!

ฟรานซ์ : เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม อิคุ?

แล้วก่อนที่ฟรานซ์จะวิ่งเข้าไปถึงตัวอิคุ ก็เหมือนมีม่านพลังบางอย่างมาขวางเขาเอาไว้

ฟรานซ์ : นี่มันอะไรกันเนี่ย?

แล้วสักพัก ลุค กับซาร่าจะเดินออกมาจากที่ซ่อน

ลุค : ยินดีต้อนรับ ทุก ๆ คนเลยนะ! ผมกำลังรอพวกนายอยู่เลย

แล้วเกดโด้จะชักดาบออกมาเตรียมสู้

เกดโด้ : ขอบคุณสำหรับคำเชิญนะ

แล้วทุกคนในกลุ่มเรา จะเตรียมอาวุธขึ้นมา

ลุค : พวกนายรู้งั้นเหรอว่าพวกเราอยู่กันที่นี่น่ะ?

เกดโด้ : ข้ามีคำถามจะถามหน่อย ทำไมเจ้าจึงได้พยายามที่จะได้รูนที่แท้จริงนัก? เจ้าต้องกำลังอะไรจากมันกันแน่? มันน่าจะง่ายสำหรับฮาร์โมเนียอันศักดิ์สิทธิ์ที่จะได้รูนมาง่าย ๆ จากการเอาชนะกลาสแลนด์และเซกเซ็นนี่นา

ลุค : มันก็จริงอยู่ แต่ผลลัพธ์จะออกมาไม่เหมือนอย่างที่ผมตั้งใจเอาไว้น่ะสิ

เกดโด้ : ถ้าอย่างงั้น เจ้าต้องการจะทำอะไรกันแน่?

ลุค : นายก็น่าจะรู้นะ ตั้งแต่ที่นายได้ถือครองรูนที่แท้จริง การอยู่อย่างชีวิตว่างเปล่า ต้องไปตามตัวรูนเท่านั้นน่ะ...

เกดโด้ : เจ้าเองก็เป็นผู้ถือครองรูนที่แท้จริงงั้นเหรอ?

ลุค : ใช่แล้ว ผมเกิดมาพร้อมกับมันเลยล่ะ ผมไม่เคยมีเลยในชีวิต ที่จะมีความรู้สึกเหมือนถึงโลกที่แท้จริงผ่านมือของตัวผมเอง ตั้งแต่ผมเกิดขึ้นมา ผมก็มองเห็นเพียงความว่างเปล่าและสีหน้าไร้ชีวิตของผู้อื่น มนุษย์ และความไม่จีรัง... แล้วนายล่ะ? นายเคยรู้สึกเหมือนว่านายเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่แท้จริงด้วยหรือเปล่า? ตอบมาตรง ๆ เลย

เกดโด้ : ข้าไม่มีเวลามานั่งพูดถึงเรื่องอดีตหรอกนะ

ลุค : เข้าใจ งั้นก็เข้าเรื่องกันเลย ถ้างั้น ผมต้องการรูนที่แท้จริงของนาย ไม่ใช่เพื่อฮาร์โมเนีย แต่เพื่อตัวของผมเอง

แล้วลุคจะเรียกมอนสเตอร์ของตัวเองออกมา

ลุค : นี่คือหนึ่งในวิชาที่ผมได้เรียนรู้มาจากอาจารย์ของผม เป็นวิชาที่เชื่อมต่อโลกนี้กับอีกโลกหนึ่ง ผมจำเป็นต้องใช้วิชานี้ เพราะมันเริ่มยากที่จะเลือกใช้กองทัพแล้ว

การต่อสู้เริ่มต้น!!! ศัตรูหลัก ๆ ที่เราต้องโค่นลงให้ได้ มีแต่ ลุค กับ ซาร่า เท่านั้น โดยการต่อสู้ เราจะชนะหรือแพ้ ก็ได้ สุดท้ายเหตุการณ์จะเหมือนกัน แต่ทว่าหากเราชนะ จะได้รับ แรร์ไอเทม อย่าง Wind Magic Ring มา ให้พยายามสู้เข้า จริง ๆ การต่อสู้ครั้งนี้ ไม่ได้ยากอะไรนัก เพราะเกดโด้ที่ติดสกิล Lightning ระดับ S นั้น สามารถโค่นลุค และซาร่า ด้วยท่า Thunder Storm ได้ ที่เหลือ ก็ให้พยายามเล็งโจมตีไปที่ลุค ก็น่าจะเอาชนะได้ภายในเทิร์นเดียวแล้ว


จากนั้น ลุคที่พ่ายแพ้ ก็จะพยายามใช้รูนลมที่แท้จริงของเขา เพื่อจัดการกับเรา แต่ทว่ารูนสายฟ้าที่แท้จริงของเกดโด้ ก็ปล่อยพลังออกมา พลังของรูนทั้งสองที่มีเท่ากัน จึงหักล้างกันไป แต่ทว่าซาร่า ก็ได้ใช้รูนดินที่แท้จริง ที่ไปแย่งมา สร้างแผ่นดินไหว ทำให้เกดโด้พลาดท่า และสุดท้าย ก็ถูกชิงรูนสายฟ้าที่แท้จริงไปจนได้...

เกดโด้ : โทษทีนะ เจ้าเพื่อนยาก ข้าไม่สามารถยกรูนนี้ให้เจ้าได้หรอกนะ ตอนนี้ เจ้าจะต้องบอกเรื่องจุดมุ่งหมายของเจ้าได้แล้วล่ะ...

ลุค : แกไม่มีทางสั่งให้ผมทำตามใจของแกได้หรอกน่า! จงรับพลังของรูนลมที่แท้จริงของผมซะ!

แล้วลุค จะใช้พลังของรูนลมที่แท้จริงออกมา แต่ที่มือขวาของเกดโด้ก็เปล่งแสงขึ้นมา!!!

ลุค : อั่ก!!! นี่...นี่มันอะไรกัน?

เกดโด้ : หรือว่าจะเป็น...รูนสายฟ้าที่แท้จริงงั้นเหรอ?

ลุค : เป็นไปไม่ได้!

เกดโด้ : รูนของพวกเรามีพลังอำนาจเท่า ๆ กันไงล่ะ

ซาร่า : ลุค ให้ฉันช่วยท่านเถอะนะคะ

แล้วซาร่า จะเลือกรูนดินที่แท้จริงออกมา!!!!

ซาร่า : รูนดินที่แท้จริง! โปรดช่วยฉันด้วยพลังของเจ้าด้วยเถอะ

แล้วรูนดินที่แท้จริงจะเปล่งแสงออกมา และจะเกิดแผ่นดินไหวไปทั่วทั้งถ้ำ และพวกเราจะล้มลงไป

ลุค : พวกนายก็เก่งอยู่หรอกนะ แต่ว่าทุกอย่างมันจบแล้ว ตอนนี้ ข้าจะเอารูนนั้นไปล่ะนะ

เกดโด้ : ไม่นะ! เจ้าจะต้องไม่ทำเรื่องแบบนั้นนะ!!

ลุค : ผมไม่ได้ถามหาคำอนุญาตจากนายซักหน่อย พวกเรามีขั้นตอนพิเศษสำหรับการทำเรื่องเช่นนี้ในฮาร์โมเนียอยู่แล้ว มันเป็นวิชาที่ทำให้เจ็บปวดอยู่บ้างล่ะนะ เท่าที่ผมได้ยินมา

แล้วอยู่ดี ๆ เกดโด้จะรู้สึกปวดหัวขึ้นมา ในจังหวะที่รูนดินที่แท้จริงเปล่งแสงอีกครั้ง

ลุค : ผมต้องการเพียงแค่หนึ่งในอีกห้ารูนธาตุที่แท้จริง ไฟ น้ำ ดิน หรือ สายฟ้า เพื่อรวบรวมรูนธาตุทั้งหมด รูนลมที่แท้จริงที่ผมถือครองอยู่จะเสียสมดุลเมื่อรวมกับรูนดินที่แท้จริง ทำให้ผมสามารถยึดครองรูนของนายได้ ผมคิดว่าจะเก็บรูนดินที่แท้จริงไว้เป็นอันสุดท้าย แต่ผมก็ไม่มีทางเลือกแล้วล่ะนะ

แล้วลุคจะใช้ท่าใช้รูนลมที่แท้จริงของเขาอีกครั้ง

เกดโด้ : ไม่นะ...

แล้วจะมีสายฟ้าแล่นไปทั่วร่างของเกดโด้ สร้างความเจ็บปวดให้เกดโด้

ควีน : เกดโด้!!!!// เอซ : หัวหน้า!!!!

ให้รูนสายฟ้าที่แท้จริง จะหลุดลอยไปจากเกดโด้

ลุค : เท่านี้ รูนสายฟ้าที่แท้จริงก็ตกอยู่ในกำมือของผมแล้ว จาการที่นายถือครองรูนมาเป็นเวลานาน พลังของรูนก็คงจะไม่ได้ออกไปจากตัวนายทั้งหมดหรอกนะ ฉะนั้น นายก็จะยังมีชีวิตอยู่ได้ในตอนนี้ แต่ยังไงซะ นายก็จะต้องตายอยู่ดี บางที นายอาจจะเห็นว่าสิ่งนี้เป็นการให้พรก็ได้นะ ใช่ไหมล่ะ เกดโด้ ?

แล้วลุคกับซาร่า จะเดินผ่านพวกเราออกไป

ลุค : อ้อ ผมเกือบลืมไป ผมจะทิ้งของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ เอาไว้ให้พวกนายด้านนอกนะ ผมอยากจะให้พวกนายยืดเวลาอยู่ที่นี่ให้นานกว่านี้อีกสักหน่อย

แล้วฉากจะตัดไป

You've lost True Lightning

แล้วฉากจะมาที่ฉากสวีทของฟรานซ์และอิคุ

ฟรานซ์ : อิคุ...

อิคุ : ขอบคุณพระเจ้า สิ่งแปลก ๆ พวกนั้นไปได้เสียทีนะ

ฟรานซ์ : อิคุ เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม? ผม... ผมไม่สามารถปกป้องเธอได้เลย...

อิคุ : ไม่เป็นไรหรอก ฟรานซ์...

โจ๊กเกอร์ : เอาไว้ซาบซึ้งกันทีหลังได้ไหม พวกเธอว์? พวกเราจะต้องออกไปจากที่นี่นะ!

ชาวบ้าน : พวกเราทำได้แล้วเหรอ?

เอซ : พวกเราเองก็ไม่แน่ใจนักหรอก! ขึ้นอยู่กับว่าของขวัญแบบไหนที่เจ้าลุคนั่นทิ้งเอาไว้ให้พวกเรา

เมื่อบังคับเกดโด้ได้อีกครั้ง ให้คุยกับพวกชาวบ้านก่อน จะมีผู้หญิงคนนึงที่เราสามารถนอนพัก และเซฟเกมได้ จากนั้น ให้เดินออกไปบริเวณภายนอก จะได้พบกับของขวัญที่ลุคพูดถึงเอาไว้...

โจ๊กเกอร์ : พวกนายเห็นของขวัญด้วยความรักของเจ้าหมอนั่นบ้างไหม?

แล้วจะกลายเป็นว่าของขวัญก็คือเหล่ามอนสเตอร์มากมายที่พยายามขวางทางเราเอาไว้

เอซ : โอ้ นี่ไงของขวัญของเจ้านั่น!

แจ็ค : ทั้งอวดดีและป่าเถื่อนจริง ผมเริ่มอยากได้ผ้าพันคออันใหม่แล้ว

ฟรานซ์ : แจ็ค! ก็ลองนับจำนวนดูสิ...ผมเองก็คิดไว้บ้างนะว่าเจ้าหมอนั่นมันรอบคอบเอามาก ๆ แต่นี่มันเล่นทิ้งให้มากเกินต่อจำนวนของพวกเราซะอีกนะ

ควีน : แล้วจะเอาไงล่ะ?

โจ๊กเกอร์ : เฮอะ ข้าไม่สนใจเรื่องการตายแทนหรอกนะ

เอซ : ไม่ใช่ผมด้วย ขอบคุณ!

แล้ว เราจะต้องต่อสู้กับเหล่ามอนสเตอร์ของขวัญที่ลุคทิ้งเอาไว้ ตอนนี้ เกดโด้สูญเสียรูนสายฟ้าที่แท้จริงไปแล้ว ทำให้พลังในการต่อสู้ของพวกเราถดถอยไปมาก แต่อย่างไรซะ ก็ไม่อาจเลี่ยงการต่อสู้ได้ พอสู้ชนะ ก็จะต้องเข้าสู้ครั้งต่อไปทันที แบบไม่ได้พัก

เอซ : ดูสิ! พวกมันมากันอีกเยอะเลย! ไปเลย อ้ายแก่

โจ๊กเกอร์ : เจ้ากำลังพูดถึงข้าอยู่เหรอ?

การต่อสู้ครั้งที่สองเริ่มต้นขึ้น ให้เอาชนะให้ได้ จากนั้น ก็ต้องสู้กันต่ออีก!!!

ควีน : บ้าจริง! พวกมันอาจจะมีมากเกินกว่าที่พวกเราจะรับมือไหวนะ

ไอล่า : ระวังนะ! พวกมันมากันอีกแล้ว

ให้เอาชนะให้ได้อีก แต่ศัตรูก็ไม่มีวี่แววที่ลดจำนวนลงเลย แถมตอนนี้ พวกเราจะเริ่มเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กันแล้ว และเริ่มคิดที่จะหนีออกไปโดยทิ้งชาวบ้านเอาไว้

เอซ : ฟู่! ครั้งสุดท้ายที่พวกเราถูกไล่ต้อนถึงขนาดนี้คงจะเป็นศึกที่เอ้าท์แลนด์สินะ ครั้งนี้ดูท่าจะคล้าย ๆ อยู่หน่อยนะเนี่ย

โจ๊กเกอร์ : นายว่างั้นเหรอ แต่นี่มันเจอกับพวกมอนสเตอร์นะ ไม่ได้คิดเรื่องนี้หรือไง?

เอซ : พวกเราจะทำยังไงกันดี หัวหน้า? ดูท่าพวกเราจะจัดการพวกมันได้ไม่หมดนะ ผมคิดว่าพวกเราควรจะหนีออกไปดีกว่า...

ไอล่า : หยุดเลยนะ! นายกำลังจะบอกว่าพวกเราควรจะหนีออกไปและทิ้งชาวบ้านจัดการกับเจ้าพวกนี้กันเองเหรอ?

ฟรานซ์ : ไม่มีทาง!

เอซ : คิดแบบนี้สิ ถ้าพวกเราอยู่และตายที่นี่ล่ะก็ พวกเขาก็ไม่มีทางรอดชีวิตได้เหมือนกันนะ ไอล่า

ไอล่า : ไม่นะ นั่นมันไม่ยุติธรรมเลย...

ควีน : ในการต่อสู้ กลยุทธ์ที่คิดบนหลักการจริง ๆ จะให้ผลดีกว่าการพึ่งอารมณ์ของมนุษย์นะ อาจจะดูไม่ดี แต่มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว

แจ็ค : ......

แล้วจะมีตัวเลือกขึ้นมา

1. พวกเราจะหนีไม่ได้

2. กลับไปที่ห้อง

3. ทิ้งพวกชาวบ้านไว้ข้างหลัง

ตรงนี้ หากเราเลือกข้อ สาม เราจะหนีออกไปทันที แต่ทว่าหากทำเช่นนั้น เราจะอดได้ตัวละคร 7 ตัวใน 108 ดาว ซึ่งจะทำให้เราจบเกมไม่สมบูรณ์ได้ ดังนั้น เราจะเลือกทางเลือกแค่ 2 ข้อแรกเท่านั้น หากเลือกข้อ สอง เราจะสามารถกลับเข้าไปในห้องเพื่อฟื้นพลัง และซื้อไอเทมก่อนได้ แต่จะทำให้เราต้องมาเริ่มต่อสู้ใหม่ หากเห็นว่าเรายังพอเหลือพลังที่จะต่อสู้ต่อ ให้เลือกข้อแรกไปเลย (คนเขียนเลือกข้อแรก) แล้วเราจะต่อสู้กับเหล่ามอนสเตอร์ต่อ

เกดโด้ : พวกเราจะหนีไม่ได้

เอซ : ใช่ กลุ่มไฟร์บริงเกอร์ไม่สามารถทอดทิ้งชาวบ้านไปได้ ผมเดานะ เขาเกือบจะเสียหน้าเร็วไปนิดแล้ว

ไอล่า : พวกมันมากันอีกแล้ว!!!!

เอาชนะให้ได้... แล้วเราจะต้องเจอกับตัวเลือกที่จะทิ้งชาวบ้านอีก







to be continued

Personal tools