Lymsleia Falenas
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
←Older revision | Newer revision→
Lymsleia Falenas DATA
- ชื่อ : Lymsleia Falens / ลีมสเลอา ฟาเลนาส
- ฉายา: องค์หญิง / ลีมส์ (รีม / ลีม) / คุณน้อง
- อายุ : 10
- ภาคที่มีบทบาท : ภาค 5
- ตำแหน่ง : องค์หญิง / ราชีนี
- ประเทศเกิด : ฟาเลน่า
- ตัวละครที่เกี่ยวข้อง :
- Comments :
- ดีนะที่ท่านพี่หน้าตาเหมือนท่านแม่ แล้วคุณน้องไม่หน้าตาเหมือนท่านพ่อน่ะ TTwTT (หมายเหตุ - เทียบตามหลัก... ดูสิ ท่านพี่ผมเงินตาฟ้า หน้าสวย เหมือนแม่ ส่วนคุณน้องผมน้ำตาลตาน้ำตาลได้จากพ่อแหงๆ ดีว่าหน้าตาไม่ไปด้วย OwO)
- เป็นคุณน้องที่รักท่านพี่จริงๆเลยนะ
- โดนมิอาคิสแกล้งบ่อยไหมเอ่ย..?? ^^ แล้วเชื่อมิอาคิสลงด้วยเหรอจ๊ะ
- นี่ถ้ากิเซลไม่ได้วางแผนอะไรแบบนั้น แล้วยังคงชนะศึกเทพกลยุทธ์จริงๆ จะรักกิเซลไหม?
- แล้วถ้าคนที่ชนะเป็นเบลคูทล่ะ ^^
- ยิ่งกว่านั้นถ้าไม่เกิดเรื่องขึ้นมาแล้วเซไกไม่ได้โดนคุมตัว เกิดคนชนะเลิศคือเซไกซึ่งเป็นตัวแทนยูรัมล่ะ !?! OwO
- รู้สึกยังไงที่ต้องหมั้นตั้งแต่ 10 ขวบ ??
- แล้วพ่อแม่ตาย...แถมยังต้องขึ้นครองราชย์ตั้งแต่ตอนนั้นอีก...
- ร้องไห้ก็ได้นะ มันไม่ได้ตัดสินแพ้ชนะที่ว่าร้องรึไม่สักหน่อย TT TT~~
องค์หญิงองค์น้อยแห่งฟาเลน่าผู้มีสิทธิ์โดยตรงในการสืบทอดราชบัลลังก์ ลีมส์เป็นเด็กหญิงที่ร่าเริงอยู่เสมอ แม้บางครั้งออกจะเสียงดัง เอาแต่ใจ และหุนหันพลันแล่นไปหน่อยก็ตาม แต่เธอก็รักและเคารพท่านพ่อและท่านแม่ของเธอมาก เหนือสิ่งอื่นใด เธอชอบที่จะคอยติดตามเฟรอาดูร์ผู้เป็นพี่ชายไปไหนมาไหนเป็นที่สุด
เมื่อตอนที่ยังเด็ก ลีมส์มักจะดูถูกพี่ชายเพราะเห็นว่าเฟรอาดูร์ไม่มีสิทธิ์ในการสืบทอดบังลังก์ แต่ถึงอย่างไรเฟรอาดูร์ก็ยังคงเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดีเสมอ จนเมื่อเธอโตขึ้นจึงเห็นว่าตัวเธอได้ทำเรื่องเลวร้ายกับพี่ชายไว้มาก และเปลี่ยนความคิดนี้เสีย
ทุกครั้งที่เฟรอาดูร์มีเรื่องให้ต้องออกเดินทางออกนอกวัง ลีมส์มักจะใช้เวลาในการนั่งคอย รอคอยว่าเมื่อไรเฟรอาดูร์จะกลับมา ซ้ำบางทียังไปกวนเฟริดและคอยเซ้าซี้ถามถึงช่วงเวลาที่เฟรอาดูร์จะเดินทางกลับมาอีกด้วย แล้วเมื่อใดที่เธอได้ข่าวว่าพี่ชายเดินทางกลับมาแล้ว สิ่งแรกที่เธอทำก็คือวิ่งไปทั่ววังพร้อมๆกับตะโกนเรียกชื่อเขาจนกว่าจะพบเจอตัว
เมื่อลีมส์ได้พบกับพี่ชายที่เพิ่งกลับมาจากลอร์ดเลค สิ่งแรกที่เธอทำก็คือชวนเฟรอาดูร์ออกไปดูรายชื่อผู้เข้าร่วมการแข่งขันศักดิ์สิทธิ์พร้อมด้วยมิอาคิส ลีออน จอร์จ และไซอาลีดส์ ในขณะที่อยู่ที่สภาสูงนั้น ลีมส์ได้พบกับ ซาลุม บาโรว์ และ ยูรัม บาโรว์ ในตอนนั้นแม้แต่ลีมส์ก็ไม่เชื่อใจชายชราผู้นี้ และยังไม่ชอบหน้ายูรัมอีกด้วยที่พยายามเข้าหาตัวเธอ แต่มิอาคิสเข้ามาขวางไว้เสียก่อนทำให้พวกเขาล่าถอยไป
ในการแข่งขันลีมส์ตกใจกับความรุนแรงในการต่อสู้ แม้จะรู้ว่าอาวุธที่ใช้ในการแข่งขันนั้นไม่มีคม แต่เธอก็ยังคงรู้สึกแย่อยู่นั่นเอง อาชตาทกล่าวว่าเธอต้องทนดูการแข่งขั้นนี้จนจบ แม้ว่าเธอจะไม่ได้ขอให้ผู้เข้าแข่งขันมาสู้ก็ตาม แต่สักวันเมื่อเธอขึ้นสู่ตำแหน่งราชินีเธอจะต้องเจอเรื่องราวแบบนี้อีก ลีมส์ยอมรับเรื่องนี้และทนดูการแข่งขันต่อไปจนจบ
หลังจากกลับมาจากสตอร์มฟิสต์ ลีมส์ได้ออกเดินทางไปยังตำหนักตะวันออกพร้อมกับเฟรอาดูร์เพื่อรับการอำนวยพรจากดวงตราแห่งรุ่งอรุณ แม้ว่ารูนแห่งรุ่งอรุณจะหายสาปสูญไปเมื่อสองปีก่อนแล้วก็ตาม แต่อาชตาทเห็นว่ามันป็นประเพณีที่ยังคงต้องสืบทอดต่อไว้ ที่ตำหนักตะวันออกในห้องที่เคยเก็บรักษาดวงตราแห่งรุ่งอรุณไว้ทั้งหมดได้พบกับเซราเซ่ที่ต่อว่าราชวงศ์ที่ไม่อาจเก็บรักษารูนแห่งรุ่งอรุณไว้ได้ ลีมส์โกรธและได้พยายามจะตามออกไปแต่ทว่าไม่เจอตัวหญิงสาวชุดดำผู้นั้นอีกเลย
หลังจากออกจากตำหนักตะวันออกแล้ว พวกเธอได้มุ่งไปยังลูนัส เพื่อทำพิธีชำระล้างกับฮาสวาร์ ในคืนนั้นเธอเข้าไปขอนอนกับพี่ชายของเธอ เพราะหากเลยชวงเวลานี้ไปแล้วเธอคงไม่มีโอกาสได้นอนเตียงเดียวกับเฟรอาดูร์อีก พร้อมทั้งพูดถึงเรื่องราวเมื่อตอนที่เธอยังเด็กได้ได้ทำเรื่องร้ายกาจกับเฟรอาดูร์เอาไว้
รุ่งขึ้น เธอต้องกลับวังสุริยะไปพร้อมกับมิอาคิส แม้ว่าเธอจะไม่พอใจที่ต้องแยกจากพี่ชายของเธอตอนนี้ แต่ไซอาลีดส์บอกถึงเหตุจำเป็นที่เธอต้องกลับไปและเหตุทเฟรอาดูร์ต้องไปยังราฟท์ฟลีทเธอจึงเดินทางกลับวังสุริยะพร้อมกับมิอาคิสอย่างเสียไม่ได้
ในระหว่างพิธีหมั้นที่แม้กระทั่งเด็กอย่างลีมส์ยังดูออกว่ารอยยิ้มของทุกคนล้วนแต่เป็นรอยยิ้มจอมปลอมทั้งสิ้น และพวกก็อดวินกำลังวางแผนบางอย่างอยู่ ในคืนที่เกิดเหตุการก่อกบฏนั้น เพราะว่าตระกูลก็อดวินวางแผนให้ลีมส์ขึ้นเป็นราชินีหุ่นเชิด เธอจึงไม่โดนพวกมือสังหารหมายหัว แต่ถึงอย่างไรก็ตามเธอไม่สามารถหนีรอดออกมาจากวังสุริยะได้แม้ว่ามิอาคิสกับกาเลออนจะพยายามก็ตาม เพราะว่าอาเลเนียและซาห์ฮัคอยู่ฝั่งตระกูลก็อดวินและปิดทางหนีของเธอทั้งสองด้าน
หลังจากเหตุการณ์กบฏ ลีมส์ถูกขังอยู่ภายในห้องพร้อมด้วยมิอาคิส แม้ว่ามิอาคิสจะขอให้เธอนอนพักบ้างแต่ลีมส์ปฏิเสธเสียงแข็ง เพราะหากเธอหลับลงไปแล้วฝันเห็นท่านพ่อท่านแม่ เธอจะร้องไห้ และถ้าเธอร้องไห้ก็จะหมายความว่าเธอยอมรับความพ่ายแพ้ต่อตระกูลก็อดวิน เธอหวังอย่างยิ่งว่าเฟรอาดูร์ที่สามารถหนีออกไปได้จะกลับมาช่วยเหลือเธอเมื่อถึงเวลา
ครั้งหนึ่งลีมส์ถูกพาตัวมายังห้องผนึกรูนเพื่อลองสวมใส่ดวงตราแห่งสุริยะ ซึ่งเธอตั้งมั่นว่าหากใช้ได้เธอจะจัดการกิเซลด้วยตัวของเธอเอง แต่ดูเหมือนว่าดวงตราแห่งสุริยะจะไม่ยอมรับตัวเธอและไม่ยอมผนึกตัวลงไปแม้ว่าจีนจะพยายามแล้วก็ตาม
ลีมส์รู้ดีเสมอว่าสักวันที่เธอต้องขึ้นครองราชย์ เมื่อนั้นกิเซลจะใช้ตัวเธอเพื่อแสวงหาอำนาจ เธอไม่ยอมรับพิธีสวมมงกุฎที่จะจัดขึ้น แต่เมื่อกิเซลขู่ว่าจะกำจัดมิอาคิสและนางกำนัลของเธอ ลีมส์ก็ยอมแพ้และยอมให้จัดพิธีแต่โดยดี แม้ว่ามิอาคิสจะขัดขวางความคิดนี้แต่ว่าลีมส์บอกว่ามันเป็นหน้าที่ของเธอตั้งแต่เกิดมาที่จะต้องขึ้นเป็นราชินี และเธอจะไม่ยอมให้ใครต้องมาเจ็บตัวหากว่าสามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้
หลังจากผ่านพิธีสวมมงกุฏมาได้พักใหญ่ ลีมส์รู้ว่าเธอไม่อาจมีพลังได้เหนือกว่ากิเซล แต่ว่าเธอก็ไม่หยุดที่จะมานั่งคร่ำครวญถึงสิ่งที่ไม่อาจทำได้ ลีมส์รู้ดีว่าหากจะหยุดเรื่องราวเหล่านี้ให้เร็วที่สุดคือต้องออกไปเผชิญหน้ากับทัพของเฟรอาดูร์ด้วยตัวของเธอเอง โดยเสแสร้งกล่าวออกไปว่าในฐานะของราชินีเธอต้องหยุดสงครามให้เร็วที่สุด และต้องสูญเสียกำลังพลไปให้น้อยที่สุด
นี่เป็นแผนการของลีมที่จะหนีห่างออกมาจากกิเซลในขณะที่เขาต้องอยู่เพื่อป้องกันโซล-ฟาเลน่า และเธอมีโอกาสที่จะอยู่ห่างจากอาเลเนียและซาห์ฮัคเพื่อสร้างสถานการณ์ให้พี่ชายของเธอมีโอกาสเข้ามาช่วยเธอหนีไปได้ แผนการนี้เป็นไปด้วยดีจนกระทั่งไซอาลีดส์ได้ใช้รูนแห่งสายัณห์นำเอาตัวเธอกลับไปยังโซล-ฟาเลน่าอีกครั้ง เมื่อกลับมาถึงโซล-ฟาเลน่า เธอได้ต่อว่าที่ไซอาลีดส์ทรยศเฟรอาดูร์ที่เป็นหลานแท้ๆอย่างไม่พอใจที่ต้องกลับมายังโซล-ฟาเลน่าอันเปรียบเหมือนที่คุมตัวเธออีกครั้ง
ในครั้งที่ทัพของเฟรอดูร์ตีโซล-ฟาเลน่าแตก กิเซลบอกให้ลีมส์ออกไปจากที่แห่งนี้เสีย แต่เธอปฏิเสธและคิดว่าที่กิเซลบอกเช่นนั้นเพราะไม่อยากให้เธอเห็นตัวเขาพ่ายแพ้ แต่กิเซลแย้งว่าเขาไมต้องการให้เธอเห็นฉากที่ไม่ควรเห็น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ลีมส์ปฏิเสธที่จะทำตามคำของกิเซล
เมื่อตอนที่เฟรอาดูร์ ลีออน และมิอาคิสวิ่งเข้ามาให้ห้อง ลีมส์ไม่มีทีท่าว่าเกรงกลัวกิเซลแม้เพียงนิด แม้ว่าความจริงแล้วดาบของกิเซลกำจังจ่ออยู่ที่คอเธอก็ตาม เธอว่าถ้ากิเซลหนีไปแต่แรกก็คงจะหนีออกไปได้แล้ว แต่กิเซลกล่าวว่าเขาต้องการที่จะปลิดชีพเธอต่อหน้าพี่ชายของเธอ ลีมส์แย้งว่าคนที่มีความภาคภูมิใจในตัวเองสูงอย่างเขาไม่ทำอะไรขี้ขลาดแบบนี้แน่ กิเซลประหลาดใจที่เธอพูดเช่นนี้และยอมรับว่าตัวเขาคงดูถูกเธอเกินไป
หลังจากที่กิเซลสู้กับเฟรอาดูร์และได้รับบาดเจ็บหนักจนถึงกับชีวิตไป ลีมส์ร้องไห้และโผเข้ากอดพี่ชายของเธอด้วยความคิดถึงหลังจากพลัดพรากจากกันไปเป็นเวลานาน แต่สองพี่น้องมีช่วงเวลาให้พักเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพราะมาร์สคัลได้นำเอารูนแห่งสุริยะหลบหนีไปยังเทือกเขาอัลวาชแล้ว แม้ว่าลีมส์จะไม่อยากให้พี่ชายที่เพิ่งได้พบกันอีกครั้งต้องไปนำเอาดวงตราแห่งสุริยะอันเป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดกลับมา แต่เซราเซ่เตือนเธอถึงหน้าที่ของราชวงศ์ที่ต้องปกป้องดวงตราไม่ให้ถูกใช้ไปในทางที่ชั่วร้าย ลีมส์จึงจำใจต้องยอมให้เฟรอาดูร์ไปเอาดวงตรากลับคืนมา
หลังจากที่ได้ดวงตราแห่งสุริยะคืนมาแล้วและผนึกไว้ภายในวังสุริยะ ลีมส์ได้ขึ้นปกครองฟาเลน่าในฐานะราชินีอย่างเต็มตัวโดยที่มีเฟรอาดูร์คอยช่วยเหลือเธอในด้านต่างๆ เธอล้มระบบสภาสูงและแต่งตั้งสภาราษฏร์ขึ้นมาแทนที่ โดยมีสมาชิกผู้แทนเป็นตัวแทนมาจากหัวเมืองต่างๆ นอกจากนี้ยังให้เหล่าคนแคระและเหล่าบีเวอร์ได้มีสิทธิ์ในการออกเสียงด้วย







