Cooking Master ep3
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
--FLOW 00:11, 12 ธันวาคม 2007 (ICT)
โอ้! เมื่อมีไฟ~ไฟ~ไฟ~ ลุกขึ้นแจ่มจ้า เฮ~ ยิปปี้~ ซาซาไรร้องเพลงไว้อาลัยให้คริส ...แต่บรรยากาศเหมือนงานรื่นเริงเฉลิมฉลองมากกว่า
"กุ-ยัง-ไม่-ตาย-ว้อย" มีเสียงดังออกมาจากกองเถ้าถ่าน คริสกระเด้งออกมาจากซากโรงเรียนอนุบาลหมีน้อยที่ถูกวางเพลิง "ใครกล้าเผาข้าว๊ะบอกมาเดี๋ยวนี้นะ"
"โจรใต้แอบลอบวางเพลิง แต่สหายคริสท่านยังไม่ตายช่างโชคดีเสียจริง" ซาซาไรเห็นคริสรอดตายก็อดเจ็บใจไม่หาย จึงต้องซุยแก้ตัวไปทั้งที่จริงผลงานนู๋เองแหล๊ะ...สงสัยเล่นบทนี้เลยติดเชื้อซุยขี้ขิงคริสเข้าไปเยอะ
หลังจากรอดตายมาได้คริสกับยาโนทัยก็เตรียมตัวออกเดินทางเพื่อไปยังลูลูนอยตามกำหนดการเดิม โดยมีจีนีไอขอตามไปหาหนังสือด้วย ทั้งสามคน (เอ๊ะลืมใครบางคนไปหรือเปล่านะ?)เดินทางมาถึงหมู่บ้านโทโท่กับหมู่บ้านริวเบที่โดนลูก้าย่างหมู แต่โคนาเม้งก็ไม่ยอมสร้างใหม่ซักทีจบซุยสองเหลือแต่ซากยังไงก็ยังเป็นซากอยู่อย่างนั้น ก็เลยเดินจากไป (แล้วจะบรรยายทำบร๊ะอะไร!?)
ทั้งสามคน(สี่คนโว้ย! //ซาซาไรท้วงมา)เดินทางเพื่อมุ่งหน้าสู่ เคียโร่ เมื่อมาถึงด่านตรวจที่ตีนเขานกนางแอ่น ทหารยามมันก็มากั้นอีกแล้ว ตามสูตรซุยสองเด๊ะ...
"ห้ามผ่านแบบไม่มีเหตุผล" ทหาร npc ใช้บทพูดโคตรหน้าด้าน
"อะไรกันฟะเนี่ย เดี๋ยวนี้คนแต่งมันขี้เกียจร่างบทพูดขนาดนี้แล้วเรอะ"
"ทำไงดีเราไม่มีรีน่ามาใช้ท่า สเน่ห์ผู้ใหญ่ แบบในเกมเสียด้วย" คริสเกาหัวแกรกๆปัญหาบ้าบอคอแตกอีกแล้ว
"งั้นใช้ เพลย์บอย ของป๋มแทนได้ไหมงับ (นี่แกสะสมแต่หนังสือพรรค์นี้เรอะ)" จีนีไอหยิบหนังสือขึ้นมาแล้วก็โดนคริสยึดไปทันที แผนล้มเหลว...
"เมื่อใช้เหตุผลไม่ได้ ข้าน้อยซาซาไรก็ต้องขอล่วงเกินแล้ว" ซาซาไรงัดกีต้าร์ออกมาเตรียบรรเลงเพลงพรรคพลังประชาชนให้ทหารก่อเกิดจิตสำนึก
หลังจากฟังเพลงจบทหารnpcก็เกิดรักชาติขึ้นมา เตรียมตัวปัฎิวัติอีกรอบ เอ๊ยไม่ใช่ บทพูดจึงเปลี่ยนไป
"ที่จริงตอนนี้หัวหน้ากองที่คุมด่านอยู่ล้มป่วย เลยไม่มีคนมาเซ็นอนุญาตให้พวกท่านผ่านไปมาได้ ท่านต้องรอจนกว่าหัวหน้ากองจะหายดี" ทหาร npc บทพูดเปลี่ยไป พูดแบบนี้ก็บอกใบ้แล้วว่านี่เป็นเควสชัดๆ
"เควสง่ายๆแบบนี้สบายมาก สหายคริสท่านทำอาหารบำรุงให้หัวหน้ากองซะเท่านี้เราก็ผ่านไปได้แล้ว"
..... คริสเงียบอ้ำอึ้งไปสิบนาที ทั้งที่ปกติน่าจะพูดทำนองว่า "ฮ่า ฮ่า ฮ่า อาหารคือการดักเฟ้ย" อะไรทำนองนี้แท้ๆ
"พี่คริสเป็นอาไรไปหรือฮับ อ่านเพลบอยของผมจนหมดแรงเลยเหรอ" จีนีไอถามด้วยความเป็นห่วง
"เปล่าโว้ย เห็นข้ารับบทเป็นตัวลามกเหมือนานๆหรือไง ข้าได้วิชาพุทธศาสนาAเชียวนะ" <<ซุยแน่ๆ ซาซาไรและทุกคนคิดในใจ
"ที่จริงข้าทำอาหารไม่ได้ต่างหาก มือสองข้างบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้เมื่อตอนที่แล้ว" คริสเลิกแขนเสื้อขึ้นมาให้ดู เกรียมฉุยกำลังดี
"ไม่จริง! ถ้าท่านทำอาหารไม่ได้ใครจะมาเรียกเรตติ้งให้กับแชปเตอร์นี้ล่ะ ยอดเข้าชมสูงลิ่วแซงหน้าแชปเตอร์หลอดแล้วแท้ๆ"
"ช่วยไม่ได้ หากเรตติ้งตกข้าคงเสียทีให้ตุ๊ต๊ะอดรางวัลหัวหอมทองคำพร้อมเงิน8080พอช คงไม่มีทางเลือกแล้ว..." คริสทำสีหน้าคร่ำเคร่งจริงจัง
ข้าจะถ่ายทอดเทพวิชาให้กับเจ้า! สูตรอาหารวิหคจันทรา
"นี่ข้าจะได้เรียนยอดสูตรอาหารในมายาเช่นนั้นหรือ" ซาซาไรเมื่อได้ฟังก็ดีใจจนเนื้อเต้น ร้องเล่นเต้นเพลง Asereje เป็นการใหญ่
"แต่.... ซาซ่าเอ๋ยเจ้าเคยดูสไปเดอร์แมนหรือไม่ พลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่เสมอ"
"ข้าพร้อมแล้วว่าแต่...มันน่ากลัวขนาดนั้นเชียวหรือท่าน ตัวจริงของสูตรอาหารวิหคจันทราอาหารที่อร่อยเหาะไร้เทียมทานคืออะไรกันแน่"
"แท้จริงแล้วตัวจริงของวิหคจันทรานั้นหาใช่อาหารไม่ แต่มันคือเครื่องปรุงต่างหาก ซึ่งมันก็คือไอ้นี่ยังไงล่ะ สิ่งที่ทำให้ทุกอย่างอร่อยไปหมด แม่แต่ขยะสดที่เจ้าเคยกินตั้งแต่เปิดเรื่องก็อร่อยได้ด้วยสิ่งนี้ ซึ่งมันก็คือ...."
- ผงชูรส!!! ตัวจริงของ Moon Bird Recipe ก็คือตำรับทำสุดยอดผงชูรสนั่นเอง!!
"เอาล่ะซาซ่าเอ๋ย จงเตรียมใจรับผลตอบแทนอันสูงค่าจากการฝึกวิชานี้ซะ" คริสถอดหมวกกุ๊กลงจากศีรษะ เผยให้เห็นทรงผมของเขาเป็นครั้งแรก แปร๋นนน หัวตรงกลางเหม่งใสเป็นช้างกวาดลานแบบ ซีเนอร์ดีน ซีดาน เด๊ะๆ
"T__T เนื่องจากผงชูรสวิหคจันทรานั้นเข้มข้นกว่าผงชูรสปกติถึง 300 เท่า ปกติแค่อายิโน๊ะโมโต๊ะก็ทำเอาผมร่วงเอาๆอยู่แล้ว นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง... ไฮโยที่กลัวจะไม่เหลือเส้นผมอยู่ในวงการอาหารจึงยอมเสี่ยงชีวิตชิงมันออกมาอย่างไงเล่า! แต่ก็หารู้ไม่ว่าเทคโนโลยีของฟูจิตสึนั้นน่ากลัวนัก ข้าแอบซีรอกซ์เก็บไว้แล้วฝึกฝนจนสำเร็จและได้เป็นจินไคด้วยผงชูรสแห่งมายานี่ยังไงล่ะ" คริสเฉลยปริศนาทั้งน้ำตา เรียนออกแบบเกมอยู่เฉยๆก็ดีแล้วแท้ๆไม่น่าผันตัวเข้าสู่วงการอาหารเลย
--FLOW 00:11, 12 ธันวาคม 2007 (ICT)
ซาซาไรเห็นแสงแดดส่องทำมุมกับไข่ดาวบนหัวคริสก็เปลี่ยนใจทันที "เอ่อ แหะๆๆ ท่านคริสข้าเปลี่ยนใจแล้ว วิหคจันทราคงยากเกินไปสำหรับมือใหม่จับตะหลิวอย่างข้าน้อย..." แค่นี้หัวตูก็เถิกจะแย่อยู่แล้ว... ขืนฝึกทำไอ้ผงชูรสนรกนั่นมีหวังผมตูคงไม่เหลือเหมือน สุทธิชัย หยุ่น
"เคี้ยกๆ ข้าว่าแล้วว่าแกจะต้องพูดแบบนี้...แต่แกปฎิเสธไม่ได้หร๊อก กร๊าาาก จงมาอยู่สมาคมคนอัตคัตเกษากับข้าซะดีๆ!" คริสกลับมาทำหน้าเจ้าเล่ห์อีกครั้ง หยิบมัมมี่ฮิคุซัคกับสูตรอาหารวิหคจันทราออกมาแล้วก็จับยัดเข้าไปในซากมัมมี่
"ข้าไปอ่านแชปเตอร์เก่ามาแกต้องซิงโครกับมัมมี่ฮิคุซัคเพื่อปลดผนึกตรา ข้าผสมตำราลงไปในมัมมี่แล้ว ทีนี้พอแกซิงโครเสร็จแกก็จะเรียนรู้วิชาวิหคจันทราทันที"
"ไม่นะ ม่าาาย" สายไปแล้ว คริสโยนมัมมี่ฮิคุซัคใส่ซาซาไร ระบบทำงานโดยอัตโนมัติ ซิงโครซากฮิคุซัคเข้ากับซาซาไรทันทีซาซาไรต้องดำดิ่งลงสู่โลกแห่งความทรงจำของฮิคุซัคอีกครั้ง
- โลกในความทรงจำฮิคุซัคคราวนี้เป็นสมัยที่ฮิคุซัคปัฎิวัติยึดอำนาจมาจากอาโรเนียได้ ผู้นำอาโรเนียต้องลี้ภัยไปอยู่สิงกะโปดกให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร เวลา ด่าคณะรัฐบาลไปเรื่อย...
ทำไมมันช่างคล้ายกับการเมืองประเทศเทยแบบนี้นะ //ซาซาไรบ่นในใจ
- ต่อมารัฐบาลฮาร์โมเนียต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตเศรษฐกิจหลังยึดอำนาจมาได้ มีแต่พวกอาวุโสแก่ๆบริหารบ้านเมือง GDPดิ่งพสุธา ค่าเงินพอชแข็งตัวเป็นประวัติการ์ณเท่ากับเงินกิล น้ำมันขึ้นลิตรละ 40 บาท แม้แต่ก๊าซหุงต้มยังขึ้นอีก 5 บาทจนชาวฮาร์โมเนียยังไม่มีปัญญาซื้อ ต้องใช้ก๊าซตดหุงข้าวแทน
ไหนประวัติศาสตร์เขียนไว้ว่าฮิคุซัคมันเก่งนักปกครองบ้านเมืองร่มเย็นไม่ใช่เรอะ นี่มันประวัติศาสตร์ฮาร์โมเนียหรือประวัติศาสตร์การเมืองเทยกันแน่ฟะ...
- ฮิคุซัคจึงรีบหาวิธีแก้ไขปัญหาปากท้องชาวบ้านโดยเร่งด่วย ด้วยความสมบูรณ์แบบในทุกด้านของ ฮิคุซัค สมชื่อผู้ที่ได้สมญานามว่าผู้เป็นหนึ่งในทุกด้าน แม้แต่ฝีมือทำอาหารก็สุดยอด จึงได้วิจัย มาม่า อาหารขยะราคาถูกสัดๆออกมา ต้นทุนซองละสองสลึงเอามาขายห้าบาท ถึงได้มี(คุณ)ปัญญามาแจกทองทุกสัปดาห์ที่ช่องห้าวันพุธตอนกลางคืน โดยใช้ผงชูรส(อีกแล้ว)ผสมลงไปไม่ยั้ง ทำให้กินกันอย่างไม่มีเบื่อ กินแล้วมีความสุข ร่าเริงสดใส โลกนี้มีแต่สีชมพู ... เฮ้ย นั่นมันผงขาวแล้วไม่ใช่ผงชูรส! ด้วยเหตุนี้เองฮาร์โมเนียจึงรอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจตกยากหลังสงครามโลกครั้งที่สองที่โดนบอมบ์ฮิโรชิม่าได้ จบความกาลก่อน...
ทำไมตำนานฮิคุซัคมันเหมือนประวัติศาสตร์สามประเทศเอามามั่วเข้าด้วยกันก็ไม่รู้ แต่ก็อย่าไปสนใจมันเลย ซาซาไร ตื่นขึ้นมาจากภวังค์ เสียงจากระบบประกาศออกมาว่า ผู้เล่นซาซาไรได้เคลียร์ภารกิจจนสำเร็จ เลเวลซาซาไรเพิ่มขึ้นอีกสามระดับเป็น 53 ได้เวทที่ 3 ของ Rune of Nothingness มา และเรียนสกิล Bird Moon Recipe สำเร็จ... แถมยังได้ฝีมือการทำอาหารของฮิคุซัคมาด้วยอีกต่างหาก
"...นั่นต้องเป็นฝันร้ายแน่ๆ เป็นเพราะคริสเอาตำราวิหคจันทราใส่เข้าไปในร่างฮิคุซัคแน่ๆ เลยทำให้ประวัติศาสตร์มันเละตุ้มเป๊ะเป็นฟิคนรกแบบนี้" ซาซาไรตื่นขึ้นมาเหงื่อชุ่มโชก พยายามหาข้ออ้างเพื่อหนีความจริงในสิ่งที่ตัวเองเห็นในความฝัน
"เรียนวิชาวิหคจันทรามาได้สำเร็จแล้วสินะซาซ่า รีบๆทำอาหารซะพวกข้าคอยจนเงกแล้ว" คริสส่งคิรินจิให้ซาซาไร
"ไม่ต้องห่วง ด้วยฝีมือคุกกิ้งระดับมาสเตอร์ของฮิคุซัคที่ข้าได้มา รับรองอาหารบำรุงของข้าจะทำให้หัวหน้ากองที่ป่วยหนักอยู่นั่นหายดีเป็นปลิดทิ้ง" ซาซาไรรับคิรินจิมาจากคริสกลายเป็นอาวุธประจำตัวชิ้นใหม่ในแชปเตอร์นี้ แล้วก็เริ่มลงมือทำอาหารทันที อ่ะโซเด๊ะ!
สิบนาทีต่อมาอาหารก็เสร็จ ซาซาไรเอาอาหารใส่ถาดปิดฝาเดินเข้าไปเสิร์ฟให้หัวหน้ากองในป้อม
"แหง่กๆๆ" เสียงผู้กองที่2ของไฮแลนด์เลิฟชมพู(วิญญาณกลับมาเกิดใหม่เป็นหัวหน้ากอง) นอนทรมานอยู่บนเตียง ครั่นเนื้อครั่นตัว ป่วยไข้ เป็นหวัด ลุกไม่ขึ้นจนเบี้ยไปมีตไม่ไหว
- อย่าลืมนะจ๊ะว่าพวกซาซาไรไม่เคยเจอกับเลิฟชมพูเพราะอยู่คนละแชปเตอร์
"เอาล่ะท่านหัวหน้ากอง กินนี่ซะแล้วท่านจะหายเป็นปลิดทิ้ง ซุปอุ้งตีนหมี"
น้ำซุปใสชามใหญ่ มีเท้าของหมีวิคเตอร์ลอยเท้งเต้งอยู่สองข้าง ข้างนึงเป็นตาปลา อีกข้างเป็นฮ่องกงฟุต ส่งกลิ่นเหม็นโฉ่วตีนไม่ได้ล้างไปทั่วห้อง หากหลับตานึกภาพดูแล้วอาจจะได้เรตถึง 10 เมดิอุสเลยทีเดียว สุดท้ายท้ายอาหารมันก็บัดซบไม่แพ้คริสอยู่ดี...
"มะ ม่ายยยย ~" เลิฟชมพูร้องเสียงหลง รวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายพยายกระดื้บหนีออกไปจากที่เกิดเหตุ...
"จาหนีปาาายไหน กินนี่ซะแล้วท่านจะได้ไปกินหมูกะทะกับทุกคนในบอร์ดได้ เหอๆๆ" ซาซาไรยิ้มแยกเขี้ยว เอาแม่แรงยกรถง้างปากเลิฟผู้น่าสงสารออก เล่นฟิคนี้มีแต่บทโดนกระทำชำเราเจ้าตัวมาอ่านเจอมีหวังร้องไห้
แล้วซุปอุ้งตีนหมีวิคเตอร์ก็ไหลเข้าปาก ลงสู่กระเพาะของหัวหน้ากองเลิฟชมพู...เท้าเอ๊ยอุ้งตีนหมีสุดยอดยาโด๊ปจากจีนจะทำให้เขาหายได้หรือไม่!
--Shiryu 07:44, 12 ธันวาคม 2007 (ICT)
แล้วเลิฟชมพูก็ลอยขึ้นสู่สรวงสรรค์ ......
"ก๊าบบบ รีแอ็คชั่นสุดยอดไปเลยเพ่ดีวีว่า อร่อยจนเลิฟชมพูขึ้นสวรรค์ไปเลยก๊าบบบ"
พลัวะ! เสียงคริสเอาตะหลิวตบกบาลเป็ด "รีแอ็คชั่นบ้านป๊ะเอ็งเดะ ไอ้ห่ะนี่มันแด๊กตีนหมีขาดใจตายไปแล้วว้อย!!"
เลิฟทนรสชาติอร่อยบัดซบของอาหารซาซาไรไม่ไหว ตายด้วยพิษบาดแผลในที่เกิดเหตุทันที กลายเป็นผีอีกรอบ (สงสารบทมันจริงๆ)
"เอ่อ...ไหนบทบรรยายตะกี้มันบอกว่าตูได้ฝีมือทำอาหารอย่างเทพมาแล้วไง"
"เมาผงชูรสเรอะเอ็ง ฮิคุบ้านเอ็งเดะทำกับข้าวเป็น" คริสหันมองซ้ายขวาหาทางหลบฉากออกจากที่เกิดเหตุ แต่ทหารที่ได้ยินเสียงโหยหวนของเลิฟก่อนขาดใจตายก็เข้ามาดู "เกิดอะไรขึ้นครับท่านเลิฟ!??"
"อย่าเข้ามานะ! เรามีส้นตีนน้ำใสเป็นอาวุธ เหอๆๆๆ" คริสหยิบอุ้งตีนลุงหมีชูไปมาขู่ทหารได้ผลชะงัด "ถ้าเข้ามา.... ข้าจะเอามันกรอกปากนายกองพวกแก" คริสทำท่าจะเอาส้นตีนยัดปากเลิฟที่สิ้นใจไปแล้ว (แต่พวกทหารไม่รู้) พวกทหารจึงยอมถอยออกไป
"เอาซากเลิฟเป็นตัวประกัน แล้วฝ่าด่านออกไปจากที่นี่กันเถอะ ฮ่าๆๆๆ" โจรสี่ตัววิ่งหิ้วซากเลิฟพร้อมอุ้งตีนหมีชามใหญ่ฝ่าด่านนางแอ่นเหนือออกมา เป็นการใช้ตัวประกันที่อุบาทว์ระดับต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ทีเดียว
แล้วทั้งสี่ก็รอดพ้นการจับกุมของทหารมาได้ชั่วๆ หลังวิ่งมาสักพักก็หยุดพักกันกลางหุบเขานางแอ่น
"แล้วเราจะทำไงกับซากเลิฟดีล่ะ?"
"เอาไปทำอาหาร..." คริสยังไม่ทันเสนอไอเดียจบดีก็โดนซาซาไรกระทืบจมธรณีไป
"ชุบชีวิตด้วยจิโซสิก๊าบบบ" เป็ดออกไอเดียเพื่อมนุษยธรรม
"ไม่! มันอาจฟื้นมาเป็นศัตรูของเราก็ได้ (แหงสิเพ่ โดนพวกเอ็งฆ่านี่หว่า)"
ขณะที่ปรึกษากันอยู่ก็มีเสียงดังขึ้นมาด้านหลัง "ให้ผมตายอีกแล้วเหรอครับ ผมหละแค้นจริงๆเลย....." วิญญาณเลิฟล่องลอยบุ๋ยๆอยู่บนหัวจีนีไอ แต่จีนีไอหาได้หวั่นเกรงไม่ เพราะเขาอ่านศึกษาธรรมะมามากมายมีพระธรรมค้ำจุนใจ แม้นางนากพระโขนงก็มิอาจทำอะไรได้
....ซวบ! ซะเมื่อไหร่กันล่ะ โดนสิงไปเรียบร้อยแล้ว
"ฮ่าๆๆๆ ตูจะล้างแค้นพวกเอ็ง!!!" จีนีไอบ้าเหมือนผีเข้า ....จริงๆไม่ต้องเข้าก็บ้าอยู่แล้ว
"ทำอะไรสักอย่างสิ เบ๊ซาซาไร!"
"สงสัยจะต้องใช้ท่าแห่งความดับสูญท่าที่สาม.." โอ้วววว รูนกำลังสำแดงพลัง
...แป้ะ!! เป็ดเอาขวานจ่าโจปักกบาลจีนีไอผีออกทันที เข้าสิงบรรณารักษ์จะสิงไปทำไม คริสได้จังหวะรีบต้มแป้งทำขนมโมโมทาโร่ของโดราเอม่อนโยนให้เลิฟกินทันที (มันเป็นเมนูอาหารเรอะ???) ทำให้เลิฟต้องเชื่อฟังคำสั่งคริส โฮ่ๆๆๆ
"เอาละ เราได้ผีเป็นพวกแล้ว คราวนี้จะทำอะไรก็ง่ายขึ้น รีบๆไปให้ถึงเคียโร่กันเถอะ!"
