Toran Republic
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
สาธารณรัฐโทรัน (Toran Republic)
พื้นที่ทางตอนใต้ของดูนานซึ่งเคยเป็นจักรวรรดิสการ์เล็ตมูนมาก่อน จักรวรรดิแห่งนี้ได้แยกตัวออกจากฮาร์โมเนียเมื่อปี IS230 โดยขุนพลครานัค รักเนอร์ ผู้ได้ชื่อว่า “อัศวินแห่งจันทราโลหิต” ได้ขอแยกตัวเป็นเอกราชจากฮาร์โมเนียในช่วงสงครามกลางเมืองด้วยความร่วมมือของจูเลี่ยนซิลเวอร์เบิร์กนักยุทธศาสตร์ รูนแห่งกษัตริย์ได้ตกเป็นของตระกูลรักเนอร์มาหลายยุคหลายสมัย โดยรูนที่ว่านี้ประทับอยู่ในดาบราชันย์มังกร ดาบประจำตัวของจักรพรรดิที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน จักรวรรดิสการ์เล็ตมูนเรืองอำนาจตั้งแต่ครั้งอดีต และทานอำนาจกับจักรวรรดิกูลูคทางตอนใต้ ในช่วงปี IS300 จักรวรรดิกูลูคที่ก่อความขัดแย้งกับสการ์เล็ตมูนมาอย่างยาวนานก็ล่มสลายลงด้วยความขัดแย้งภายในจักรวรรดิเองทำให้สการ์เล็ตมูนมั่นคงมากขึ้น จักรวรรดิสการ์เล็ตมูนแบ่งออกเป็นแปดเขตการปกครองใหญ่ๆ ได้แก่ อาลัส, โกรัน, โลลิมาร์, คุนาน, ดาน่า, เซนัน, เขตป่าใหญ่ และเขตอัศวินมังกร เมื่อปี IS340 สองจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่มาซัสและโครวลี่ได้ดวลพลังกัน พลังทำลายของการดวลทำลายบริเวณตะวันตกของบริเวณเซนันจนกลายเป็นทะเลทรายคาราคัส อาณาเขตของจักรวรรดิตอนเหนือจรดดูนาน ตอนใต้ติดพื้นที่ๆเคยเป็นจักรวรรดิกูลูค ตะวันตกเป็นพื้นที่รกร้าง และทางตะวันออกคือมหาสมุทร หลังกลุ่มปฏิวัติได้โค่นจักรพรรดิบัลบารอสซ่าเพื่อปลดปล่อยผู้คนจากความเป็นอยู่ที่ยากแค้น ดินแดนแห่งนี้ก็เปลี่ยนมาปกครองแบบสาธารณรัฐมีประธานาธิบดีเป็นประมุข ตั้งชื่อว่าสาธารณรัฐโทรัน ผู้ปกครองคนปัจจุบันคือประธานาธิบดีเลพันท์หนึ่งในสมาชิกคณะปฏิวัติ
เขตการปกครองของโทรันแบ่งเป็นแปดเขตดังนี้
1. Arlus Region – อากาศอบอุ่น เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงเกร็กมินสเตอร์ศุนย์รวมการเมืองการปกครองของจักรวรรดิ (รายการที่ 1-10 ตามสารบัญ)
2. Gouran Region – อากาศหนาวเย็นจากลมทะเลสาป มีปลาชุม ผู้คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง (รายการที่ 11-14 ตามสารบัญ)
3. Great Forest Region – พื้นที่ๆอุดมไปด้วยป่าทึบและเผ่าพันธุ์ต่างๆได้หลบซ่อนตัวจากสายตามนุษย์อยู่ที่นี่ (รายการที่ 15-20 ตามสารบัญ)
4. Kunan Region – พื้นที่ทางตอนใต้ของทะเลสาปโทรันเต็มไปด้วยเหล่าช่างฝีมือและคนเก่งเฉพาะทางมากมาย ช่วงที่มิลิชปกครองพื้นที่แถบนี้ได้เปลี่ยนชื่อเมืองให้ฟังดูไฮโซ (แต่เรียกยาก) สมกับตัวเขาด้วย (รายการที่ 21-26 ตามสารบัญ)
5. Lorimar Region – บริเวณที่คลิฟท์พาลาดินในตำนานสร้างขึ้น ผู้คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองจึงไม่มีความจำเป็นต้องติดต่อกับโลกภายนอก (รายการที่ 27-32 ตามสารบัญ)
6. Dana Region – พื้นที่ทางตอนเหนือของโทรันที่มีอากาศหนาวเย็นเนื่องจากลมจากทะเลสาปโทรัน (รายการที่ 33-37 ตามสารบัญ)
7. Knightdom of the Dragon’s Den – พื้นที่ของเหล่าอัศวินมังกรที่ไม่ได้ขึ้นตรงต่อประเทศใดๆแต่ก็รับจ้างทำงานรับใช้ประเทศที่ครอบครองพื้นที่โทรันอยู่ในช่วงนั้นๆมาตลอด ที่นี่หนาวเย็นและมีหมอกหนาทึบปกคลุมทำให้ตัดขาดจากโลกภายนอก (รายการที่ 38-40 ตามสารบัญ)
8. Senan Region – พื้นที่ติดกับดูนาน กว่า 70% ของพื้นที่เป็นทะเลทรายคาราคัสที่เกิดจากการต่อสู้ของโครวลี่และมาซัส เมืองส่วนใหญ่ที่นี่สร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ทางการทหาร (รายการที่ 41-44 ตามสารบัญ)
เกร็กมินสเตอร์ (Gregminster)
ประชากร : 19000
อุตสาหกรรม : ศิลปะ, เซรามิค, สุรา
เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิ อดีตเมืองรูปันด้า นครศักดิ์สิทธิ์เมืองหลวงเก่าของฮาร์โมเนีย ว่ากันว่าที่นี่เคยมีซากซินดาร์อยู่แต่ถูกทำลายในครั้งที่สร้างสวนลอยเกร็กมินสเตอร์ เกร็กมินสเตอร์ตั้งอยู่ในพื้นที่อาร์ลัสซึ่งเป็นแหล่งศูนย์กลางระบบการเมืองการปกครองของจักรวรรดิและมีชัยภูมิที่ยากแก่การเข้าตีด้วยป้อมจากพื้นที่แวดล้อมและทางน้ำขนาดใหญ่รอบพื้นที่ ผู้คนที่นี่มีความเป็นอยู่หรูหราผิดกับในเมืองอื่นๆของจักรวรรดิ เกร็กมินสเตอร์เคยถูกเกลรักเนอร์ตีแตกในช่วงสงครามต่อเนื่องแต่หลังจักรพรรดิบัลบารอสซ่าสามารถพิชิตเกลได้ เขาบูรณะเมืองขึ้นใหม่ให้ยิ่งใหญ่มากกว่าเดิมขึ้นไปอีก ที่นี่มีชื่อด้านงานศิลป์ซึ่งบัลบารอสซ่าสนับสนุนให้เป็นอาชีพหลักของผู้คนที่นี่ แม้แต่บ้านทุกหลังจะทาสีงาช้างและประตูสีแดงทำให้เมืองดูเป็นเอกภาพสวยงามอย่างยิ่ง ที่นี่มีบ้านของขุนพลคนสำคัญๆของจักรวรรดิเช่นซอนย่า, มิลิช รวมทั้งบ้านของตระกูลแม็คดอลด้วย ที่นี่มีโรงแรมใหญ่ดำเนินกิจการโดยมารี กลางเมืองมีรูปปั้นเทพธิดาทองทำผลงานของบาซิลประติมากรชื่อดัง ว่ากันว่าเทพธิดานี้ถอดแบบมาจากคลาวเดียคนรักขององค์จักรพรรดิบัลบารอสซ่าที่เสียชีวิตในช่วงสงครามต่อเนื่อง กลางเมืองคือราชวังเกร็กมินสเตอร์ที่ประทับของจักรพรรดิและเป็นเป้าหมายการโจมตีของกลุ่มปฏิวัติ ในปี IS457 จักรวรรดิสการ์เล็ตมูนถูกโค่นล้ม จักรพรรดิบัลบารอสซ่าเสียชีวิตพร้อมอำมาตย์วินดี้ที่ราชวังเกร็กมินสเตอร์ เมืองนี้ได้เปลี่ยนเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐโทรันในเวลาต่อมา
เลนันคัมพ์ (Lenankamp)
ประชากร : 7500
อุตสาหกรรม : ค้าขาย, ชุดเกราะ
เมืองที่มีที่ซ่อนตัวของกลุ่มปฏิวัติซึ่งนำโดยโอเดสซ่าในทางน้ำใต้ดิน (ทางเข้าอยู่หลังนาฬิกาเรือนใหญ่ในโรงแรมเคยากิ โรงแรมชื่อดังของที่นี่) ต่อมาเรื่องรู้เข้าถึงทางการ พวกทหารของสการ์เล็ตมูนได้ยกพลมาทำลายที่ซ่อนจนพินาศพร้อมกับโอเดสซ่าผู้นำของกลุ่มปฏิวัติก็จบชีวิตลงที่นี่
ร้อคแลนด์ (Rockland)
ประชากร : 2700
อุตสาหกรรม : ไม่มี
หมู่บ้านเล็กๆทางตะวันออกของเกร็กมินสเตอร์ที่ผู้คนมีความเป็นอยู่ยากแค้นเพราะการโกงกินของเกรดี้ผู้ปกครอง ทีลแม็คดอลรับหน้าที่มาตรวจสอบว่าทำไมหมู่บ้านนี้จึงไม่ส่งส่วยและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาล่วงรู้ถึงความไม่ชอบธรรมในการปกครองจักรวรรดิ บ้านที่นี่สร้างด้วยหินตามชื่อหมู่บ้าน ที่นี่มีหลุมศพจำนวนมากรวมถึงหลุมศพปลอมที่เอลซ่าสร้างไว้เพื่อหลอกคลิฟว่าเธอตายแล้ว
ซาราดี้ (Sarady)
ประชากร : 700
อุตสาหกรรม : ไม่ทราบ
หมู่บ้านหลังเขาไทเกอร์วูลฟ์ ห่างไกลความเจริญ โอเดสซ่าเดินทางมาที่นี่เพื่อส่งมอบแปลนหอกเพลิงให้คาเกะนำไปให้พรรคพวกของเธอที่โรงงานร้าง
เกาะจอมเวทย์ (Magical Isle)
ที่ตั้งของหอคอยจอมเวทย์ ที่พำนักของผู้พยากรณ์เล็คนาร์ทและลุค ศิษย์ของเธอ เล็คนาร์ททำหน้าที่พยากรณ์ให้แก่จักรวรรดิด้วยการอ่านดวงดาว พวกของทีลเคยขึ้นหลังมังกรของฟุชมาที่นี่เพื่อรับคำพยากรณ์ (และถูกลุคใช้รูนแห่งลมที่แท้จริงเรียกโกเล็มมาต้อนรับ) เป็นหนึ่งในไม่กี่ที่ๆสามารถมาได้เพียงครั้งเดียว รอบเกาะมีบาเรียร์เวทย์กั้นไว้คนปกติจะต้องได้รับคำอนุญาตจากเล็คนาร์ทจึงจะสามารถเข้ามาได้
ชาซาราซาเด้ (Shasarazade)
ป้อมทะเลสาบที่มั่นของซอนย่าชูเลน หนึ่งในหกจอมทัพของสการ์เล็ตมูนที่สู้ทั้งสนามรบบนพื้นดินและสู้กับพวกโจรสลัดในทะเลสาปโทรันมาช้านาน เธอสู้รบมาตั้งแต่อายุยังน้อยจนถูกแองจี้ หัวหน้ากลุ่มโจรสลัดทะเลสาปซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับเธอเอาชุดแต่งงานมาแขวนที่กำแพงป้อมเพื่อเยาะเย้ยที่ซอนย่าไม่ได้แต่งงานเสียที คนทั่วไปเรียกที่นี่ว่าปราการลอย ด้วยลักษณะที่เหมือนตัวป้อมลอยอยู่เหนือน้ำจริงๆ (จริงๆแล้วมีฐานเล็กๆใต้ป้อมค้ำกับพื้นอยู่) ที่นี่เป็นปราการที่เข้าตียากที่สุดเพราะอยู่กลางทะเลสาป กลุ่มต่อต้านต้องสร้างเรือน้ำแข็งห้าร้อยลำนำกองทัพเข้าโจมตีจนสำเร็จ พวกทีลสามารถดวลชนะซอนย่าในป้อมแห่งนี้ (หกวีรชนรุมกระทืบสาวสวย - -“) แต่ซันเจซซึ่งเป็นสปายของจักรวรรดิได้แทงแมทธิวและเผาป้อม โชคดีที่ทีลสามารถหนีออกมาได้ จากเหตุการณ์นี้ทำให้ป้อมแห่งนี้มีชื่อเสียงมากขึ้นไปอีก
ภูเขาเซย์ฟุ (Mt.Seifu)
สูง : 470 เมตร
ชื่อเซย์ฟุ (ลมบริสุทธิ์) มาจากการที่ภูเขาแห่งนี้หนาวเย็นและมีลมแรง เต็มไปด้วยถ้ำและหุบเหวทำให้เหมาะเป็นที่ซ่อนตัวของกลุ่มโจร อีกทั้งยังมีพญามดมาทำรังบนภูเขา (พวกโจรจะล่อกองทหารที่ขึ้นมาปราบปรามให้ถูกมดกิน) เกรดี้บอกว่าภาษีที่เก็บได้ถูกพวกโจรปล้นไปหมดทำให้พวกทีลต้องมาจัดการพวกโจรนำโดยบัลคัสและซิโดเนียและนำตัวกลับไปยังร้อคแลนด์ (ซึ่งความจริงคือเกรดี้เป็นคนคอรัปชั่นเอง)
ภูเขาไทเกอร์วูลฟ (Mt.Tigerwolf)
สูง : 500 เมตร
นักขุดทองได้ตั้งชื่อภูเขาเพื่อขู่ให้คนทั่วไปกลัวไม่กล้าขึ้นมาแย่งแหล่งหาทองของพวกเขา พวกโอเดสซ่าใช้ที่นี่เป็นทางผ่านไปยังซาราดี้ แต่ก็ถูกเลด้อนแห่งกลุ่มโจรไทเกอร์วูลฟวางยา เคราะห์ดีที่เคสเลอร์รู้จักโอเดสซ่าและช่วยไว้ได้ทัน
ป้อมควาบ้า (Kwaba Fortress)
ป้อมหน้าด่านของเมืองเกร็กมินสเตอร์ เป็นสถานที่เปิดศึกตัดสินในสงครามต่อเนื่องซึ่งชมิดและเบอร์เก้นขุนพลของเกลรักเนอร์ถูกเทโอสังหารที่นี่ ป้อมแห่งนี้อยู่ในการดูแลของขุนพลไอจิด ในตอนที่ทีลหนีออกมาจากเกร็กมินสเตอร์เขารู้จักพ่อของเราและยอมให้เราหนีออกมาแต่โดยดี แต่หลังทีลเป็นผู้นำกลุ่มต่อต้าน เขาไม่สามารถปล่อยให้ทีลตีเข้าเกร็กมินสเตอร์ได้จึงต้องต่อสู้ตัดสินกับทีลและเป็นฝ่ายพ่ายแพ้จบชีวิตลง
คลองโทลน่า (Tolna Canal)
คลองซึ่งเชื่อมทะเลสาปโทรันกับมหาสมุทรทางตะวันออก เป็นแหล่งขนสินค้าที่สำคัญ ป้อมชาซาราซาเด้ก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องทางน้ำแห่งนี้ด้วย
เซย์กะ (Seika)
ประชากร : 1100
อุตสาหกรรม : ไม่ทราบ
หมู่บ้านที่เป็นทางผ่านของผู้ที่จะเดินทางไปยังเกร็กมินสเตอร์ แมทธิวได้มาปักหลักสอนหนังสือเด็กที่นี่หลังปลีกตัวจากสงครามเพราะโศกนาฏกรรมเมืองคาเล็กก้า แต่ก็ถูกกลุ่มต่อต้านชวนมาเข้าร่วมสงครามเกทรูน แอปเปิ้ลได้เรียนกับแมทธิวที่นี่ก่อนเข้าร่วมสงครามเกทรูนและดูนาน หลังจากนั้นเธอเดินทางไปศึกษาต่อยังฮาร์โมเนีย
คาคุ (Kaku)
ประชากร : 900
อุตสาหกรรม : ประมง
หมู่บ้านชาวประมง อยู่ติดทะเลสาป คนที่จะเดินทางทางน้ำจะมาที่นี่เพื่อให้ชาวประมงออกเรือไป นอกจากล่องเรือและตกปลาแล้วชาวประมงพวกนี้จะใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับการพนันทอยเต๋า พวกของทีลได้ขอให้ไทโฮออกเรือไปยังปราสาทกลางทะเลสาป และเกรมิโอ้ก็พบกับคามิลเจ้าหนี้ที่นี่ด้วย
โคอัน (Kouan)
ประชากร : 2200
อุตสาหกรรม : ไม่ทราบ
ที่อยู่ของเลพันท์พ่อค้าใหญ่ผู้มีชื่อเสียง ทั้งธุรกิจและการต่อสู้ เขาเข้าร่วมกองกำลังต่อต้านเพื่อตอบแทนทีลที่ช่วยภรรยาของเขาจากการถูกเครซจับเป็นตัวประกันเพื่อต่อรองให้เลพันท์เข้าร่วมกองทัพจักรวรรดิ ในบ้านของเลพันท์มีระบบกันขโมยที่ออกแบบโดยจัปโป้ช่างเทคนิคชื่อดังและยังมีดาบคิรินจิที่เป็นที่หมายตาของครินหัวขโมยอีกด้วย หลังสการ์เล็ตมูนล่มสลาย ผู้คนในโคอันต่างภาคภูมิในที่เลพันท์ได้เป็นประธานาธิบดีคนแรกของโทรัน
ปราสาทโทรัน (Toran Castle)
ปราการร้างกลางทะเลสาปโทรัน ที่เป็นที่มั่นชั่วคราวของกองทัพเรือจักรวรรดิสการ์เล็ตมูน หลังปราการชาซาราซาเด้สร้างเสร็จป้อมโทรันก็ถูกปล่อยทิ้งและพวกโจรสลัดเข้ามายึดครองทำให้ซอนย่าต้องร่ายมนต์เรียกมังกรปีศาจมาเฝ้าปราสาทไว้ พวกโจรสลัดถูกไล่ออกจากปราสาทไปจนหมด จนกระทั่งกลุ่มต่อต้านนำโดยทีลแม็คดอลต้องการใช้ที่นี่เป็นที่มั่นและโค่นมังกรปีศาจลงได้ พวกเขาบูรณะที่นี่ขึ้นใหม่จนสวยงามและเนื่องจากอยู่กลางทะเลสาปจึงยากแก่การเข้าตี หลังจากมีคนเข้าร่วมกลุ่มต่อต้านมากขึ้นทำให้ที่นี่มีผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆที่นี่เป็นฐานทัพของกลุ่มต่อต้านจนกระทั่งพวกเขาทำสงครามพิชิตจักรวรรดิสการ์เล็ตมูนได้สำเร็จ เหล่าผู้กล้าต่างแยกย้ายกันไปหลังสิ้นสุดสงครามโดยส่วนใหญ่ไปอยู่ที่เกร็กมินสเตอร์ แต่ก็ยังมีบางส่วนปักหลักอยู่ที่ปราสาทโทรันต่อไป
หมู่บ้านป่าใหญ่ (Great Forest Village)
ประชากร : 1200
อุตสาหกรรม : ไม่ทราบ
หมู่บ้านทางเข้าป่าโมรัน ป่าใหญ่ที่เต็มไปด้วยเผ่าพันธุ์ต่างๆ ทางเข้าไปยังป่ามีมนต์สะกดที่มหาปราชญ์หกคนร่ายเวทย์ผนึกไว้ทำให้คนภายนอกไม่สามารถเข้าไปได้ พวกเอลฟ์, ดวาฟท์ และโคบอลต์จึงอยู่อย่างปกติสุขจนกระทั่งหมู่บ้านเอลฟ์ถูกกระจกเพลิงเผาทำลายมนต์สะกดก็เสื่อมลง
หมู่บ้านโคบอลต์ (Kobolt Village)
ประชากร : 1700
อุตสาหกรรม : เกษตรกรรม
หมู่บ้านของพวกโคบอลต์ในโทรัน ทำอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก เผ่าโคบอลต์มีรูปร่างคล้ายคนผสมสุนัข มีรูปร่างเล็กกว่ามนุษย์ปกติแต่ก็เป็นนักรบที่เข้มแข็ง ผู้ปกครองหมู่บ้านคือคุโรมิมิ และกอนเป็นรองหัวหน้า บ้านที่นี่ลักษณะคล้ายบ้านหมาดีๆนี่เอง
หมู่บ้านเอลฟ์ (Village of the Elves)
ประชากร : 800
อุตสาหกรรม : ไม่ทราบ
หมู่บ้านที่สร้างอยู่บนต้นไม้โบราณ Lukiae Ende Towayo ที่หกมหาปราชญ์ให้มนต์ทำให้ต้นไม้มีขนาดใหญ่มหึมาและสามารถรองรับน้ำหนักของหมู่บ้านทั้งหมดได้ ในยุคดึกดำบรรพ์พวกเอลฟ์ได้อพยพจากป่ามาตั้งรกรากยังหมู่บ้านแห่งนี้ ต้นไม้ใหญ่นี้ผลัดใบทุกหกสิบปีช่วงนั้นเอลฟ์จะอพยพออกไปชั่วคราว รอวันที่ต้นไม้ผลิใบออกมาใหม่ เหล่าเอลฟ์ได้หลบซ่อนสายตามนุษย์มานานจนกระทั่งหมู่บ้านถูกกระจกพระเพลิงเผาทำลายลง มีเอลฟ์เพียงหยิบมือที่รอดชีวิตมาได้ ปัจจุบันคีลคิสผู้นำเอลฟ์คนใหม่พยายามบูรณะหมู่บ้านขึ้นใหม่ (เอลฟ์อายุยืนกว่ามนุษย์ 1.5 เท่า นายยังมีเวลาอีกเยอะ)
หมู่บ้านดวาฟท์ (Village of the Dwarves)
ประชากร : 3200
อุตสาหกรรม : อาวุธ, เกราะ, โลหะ
ที่อยู่ชองดวาฟท์ เผ่าพันธุ์ที่ล้ำเลิศในศิลปะการสร้างอาวุธและเกราะ พวกดวาฟท์รูปร่างเป็นคนแคระหน้าตาอัปลักษณ์ อายุยืนกว่ามนุษย์ 1.7 เท่า หมู่บ้านแห่งนี้หนาวเย็น รอบหมู่บ้านเป็นภูเขาที่อุดมไปด้วยแร่ต่างๆสำหรับผลิตอาวุธ และยังผลิตอาวุธขายให้แก่อาณาจักรสการ์เล็ตมูนด้วย พวกดวาฟท์ค้าขายแลกเปลี่ยนกับเอลฟ์และโคบอลต์ผ่านทางพ่อค้าคนกลางซึ่งเป็นมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ ช่างตีอาวุธที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดคือโดวาโก้ (IS 205-346) เป็นช่างตีโลหะเงิน ว่ากันว่าอาวุธเงินที่เขาตีเบาเท่าอากาศ
คลังดวาฟท์ (Dwarve’s Vault)
ดวาฟท์เป็นเผ่าพันธุ์ที่เก็บความลับเรื่องการตีอาวุธเอาไว้มากมายและส่วนใหญ่จะเก็บอยู่ที่นี่ในรูปของพิมพ์เขียว ภายในมีกลไกต่างๆสำหรับป้องกันผู้บุกรุกซึ่งทีลก็ต้องเข้ามารับการทดสอบที่นี่และก็สามารถผ่านเข้าไปเอาของข้างในมาได้สำเร็จ กระจกพระเพลิงก็เป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ของพวกเขา โครงสร้างของมันคือรวบรวมความร้อนจากอากาศแล้วปล่อยออกมาเป็นลำแสงทำลาย ด้านในสุดว่ากันว่าเก็บอาวุธที่สามารถทำลายโลกได้ไว้ แต่ทุกคนเชื่อกันว่าเป็นเพียงการอวดอ้างของพวกดวาฟท์
ป้อมปันนูยาคุต้า (Pannu Yakuta)
ป้อมนี้สร้างขึ้นบนซากโบราณแห่งหนึ่ง (ว่ากันว่าเป็นซากซินดาร์) บัลบารอสซ่าเคยใช้ที่นี่เป็นฐานที่มั่นในช่วงสงครามต่อเนื่องซึ่งเกร็กมินสเตอร์ถูกตีแตกไป ปัจจุบันผู้ดูแลคือควันด้า รอสแมนผู้ปกครองพื้นที่ป่าใหญ่ เขาถูกแบล็ครูนควบคุมและใช้กระจกเพลิงจากยอดป้อมเผาทำลายหมู่บ้านเอลฟ์ทำให้พวกเอลฟ์, ดวาฟท์ และโคบอลต์จับมือกับกลุ่มต่อต้านบุกทำลายป้อมและกระจกเพลิงได้ในที่สุด
ป้อมการัน (Garan Fortress)
ป้อมหินทางผ่านจากพื้นที่โกรันมายังคุนาน ไม่มีเนื้อเรื่องสำคัญเกิดขึ้น แต่ทีลได้พบกับไกอาจารย์ของเขาอีกครั้งที่นี่
เทเอ็น (Teien)
ประชากร : 2300
อุตสาหกรรม : ไม่ทราบ
เมืองท่าทางตอนใต้ ยุคที่มิลิชปกครองใช้ชื่อว่า Lac Virginite เมืองนี้เป็นที่อยู่ของเก็นและคามันดอล ช่างเครื่องกลที่พวกทีลขอร้องให้สร้างเรือเพื่อฝ่าวังน้ำวนไปหาผู้เฒ่าลิวคังด้วย
แอนเทย์ (Antei)
ประชากร : 6300
อุตสาหกรรม : ค้าขาย
เมืองคึกคักที่เต็มไปด้วยร้านรวงมากมาย ยุคที่มิลิชปกครองเมืองนี้ใช้ชื่อว่า Bier Blanche ตามสีของบ้านที่เป็นโทนสีงาช้าง (คุลอนการ์ดเฝ้าประตูเมืองก็อยากกลับไปใช้ชื่อเดิมเพราะชื่อนี้มันเรียกยาก)
ริคง (Rikon)
ประชากร : 3500
อุตสาหกรรม : ไม่ทราบ
เมืองที่ผู้เฒ่าลิวคังเคยมาเปิดร้านหมออยู่ ยุคที่มิลิชปกครองใช้ชื่อว่า Blumier L’amour พวกทีลล่องเรือจากที่นี่ไปยังบ้านของผู้เฒ่าลิวคังทางตอนใต้
ปราสาทสกาเลทีเซีย (Scarletecia Castle)
ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี IS370 เพื่อป้องกันการบุกของพวกโจวสตัน แต่ยุติบทบาทนี้ลงเมื่อสร้างปราสาทโมราเวียร์ขึ้น หลังจากนั้นสการ์เลทีเซียยังคงเป็นศูนย์กลางการปกครองของพื้นที่คุนานและเป็นแหล่งขั้วอำนาจทางการเมืองลำดับสองรองจากเกร็กมินสเตอร์ หลังมิลิชเข้ามาปกครองก็ได้เปลี่ยนดีไซน์ตัวปราสาทให้เข้ากับตัวเขา (ดูไม่ได้เหมือนกัน) เขาหลงใหลในศิลปะจึงได้เชิญศิลปินที่เก่งกาจทั้งหลายมาอยู่ในปราสาทรวมทั้งจิตกรอิวานอฟและคีตกวีคาซิออส ปลายยุคสการ์เล็ตมูน วินดี้ได้ใช้แบล็ครูนควบคุมมิลิชและมอบดอกไม้ยักษ์”แองตัวเน็ต” ที่สามารถปล่อยสปอร์พิษโจมตีกองทัพข้าศึก ทำให้ปราสาทนี้ยากแก่การเข้าตี ฟลิ๊คเคยนำกลุ่มต่อต้านส่วนหนึ่งเข้ามาตีแต่ก็พ่ายแพ้กลับไป แพทย์ลิวคังสามารถสร้างยาต้านพิษกุหลาบได้และพวกกลุ่มต่อต้านตีสกาเลทีเซียแตกได้สำเร็จ
คุกโซเนียร์ (Soniere Prison)
สถานจองจำที่ใหญ่และมีการป้องกันรัดกุมที่สุดในโทรันสำหรับคุมขังนักโทษโทษหนักหรือกระทำการอันสั่นคลอนความมั่นคงของจักรวรรดิ (พวกโทษเบาจะถูกส่งไปทำงานในเหมืองแบนเนอร์) คุกโซเนียร์ถูกสร้างขึ้นในปี IS347 โดยแรงงานของนักโทษคุกกาย่า คุกกาย่าได้ถูกทำลายลงหลังโซเนียร์สร้างเสร็จ อย่างไรก็ดีคุกแห่งนี้เคยถูกโจมตีสองครั้งคือตอนที่โจวสตันบุกเข้ามาในพื้นที่คุนาน และตอนที่จอมโจรวิลเบิร์นพาลูกน้องพันคนบุกเข้ามาเผาทำลายคุกจนทั้งผู้คุมและนักโทษสามร้อยคนเสียชีวิตในกองเพลิง ในยุคสงครามเกทรูน มิลิชนำตัวลิวคังมากักขังที่นี่เพื่อไม่ให้ร่วมมือกับกลุ่มต่อต้าน พวกทีลสามารถบุกเข้ามาปล่อยตัวลิวคังได้สำเร็จแต่ก็ต้องแลกกับชีวิตของเกรมิโอ้ที่ช่วยปกป้องทีลจากสปอร์พิษ
ป้อมโลริมาร์ (Lorimar Fortress)
ทางเข้ามายังพื้นที่โลริมาร์ ที่ใช้เป็นลานประหารชีวิตและเต็มไปด้วยสุสาน หลังเนคลอร์ดเข้ามาเป็นจอมทัพของสการ์เล็ตมูนแทนคนที่แปรพักตร์ไปเขาก็ได้ปลุกศพที่ฝังอยู่ที่นี่ขึ้นมาเป็นลูกสมุน คิลเก้เพชฌฆาตของที่นี่ก็เข้าร่วมกองกำลังต่อต้านด้วย
หมู่บ้านนักรบ (Warrior’s Village)
ประชากร : 3300
อุตสาหกรรม : เกษตรกรรม
หมู่บ้านที่ก่อตั้งโดยพาลาดินคลิฟท์ในช่วงปี IS20 คลิฟท์เป็นเพียงคนเดียวที่กล้าหันหน้าเข้าสู้กับฮิคุซัคและปกป้องโลริมาร์จากเงื้อมมือของฮาร์โมเนียได้สำเร็จ ด้วยเกียรตินี้สการ์เล็ตมูนจึงมอบหมายให้หมู่บ้านนักรบเป็นศุนย์กลางการปกครองของพื้นที่โลริมาร์ ว่ากันว่าเหล่าผู้คนที่นี่ต่างเป็นลูกหลานของคลิฟท์และทุกคนเป็นนักรบ ธรรมเนียมของหมู่บ้านนี้ผู้ชายเมื่อถึงวัยอันควรจะต้องออกเดินทางเพื่อสร้างวีรกรรมก่อนกลับมาหมู่บ้าน และนำชื่อของหญิงที่รักมาเป็นชื่ออาวุธ ฟลิ๊คเองก็อยู่ในช่วงของการออกเดินทาง ในช่วงสงครามมูนเกท เนคลอร์ดได้บุกหมู่บ้านนี้แล้วจับเทนการ์อาร์ลูกสาวโซแรคหัวหน้าหมู่บ้านไปเพื่อเป็นเจ้าสาว ฮิกซ์คนรักของเทนการ์อาร์ร่วมมือกับพวกทีลและวิคเตอร์จัดการเนคลอร์ดได้สำเร็จ
วัดคุหลง (Qlon Temple)
วัดที่มีมาก่อนประวัติศาสตร์จะถูกจารึก ไม่มีใครทราบว่าใครเป็นผู้ก่อตั้งตั้งแต่เมื่อไหร่ วัดนี้เป็นสถานที่ฝึกจิตและศึกษาธรรม เจ้าอาวาสคนปัจจุบันคือฟุเคียง ด้านหลังวัดเป็นถ้ำลึกที่สถิตของดาบดาวมังกร ร่างอวตารของไนท์รูนที่มีพลังในการจัดการแวมไพร์ พวกของวิคเตอร์ได้เดินทางมาที่นี่เพื่อนำดาบไปจัดการเนคลอร์ด โครวลี่จอมเวทย์ในตำนานผู้มีรูนประทับในร่างกายมากกว่าร้อยชนิดก็มาเข้าฌาณภายในถ้ำแห่งนี้ด้วย
ปราสาทเนคลอร์ด (Neclord’s Castle)
ปราสาทที่เนคลอร์ดสร้างขึ้นหลังรับตำแหน่งจอมทัพของสการ์เล็ตมูน เป็นสถานที่ๆเขาลักพาตัวสาวๆมาประกอบพิธีแต่งงาน ที่นี่ใช้ศิลปะแนวโกธิคและเต็มไปด้วยเหล่าซอมบี้ สมุนของเนคลอร์ด พวกทีล, วิคเตอร์ และฮิกซ์ได้บุกขึ้นมาช่วยเทนการ์อาร์และกำจัดเนคลอร์ดได้สำเร็จ แต่ก็เป็นเพียงร่างปลอมของมันเท่านั้น
บ้านผู้เฒ่าลิวคัง (Liukan’s Hermitage)
ลิวคัง นายแพทย์ชื่อก้องของสการ์เล็ตมูนรู้สึกเบื่อผู้คนจึงปลีกตัวมาอาศัยในสถานที่โดดเดี่ยว จนกระทั่งถูกมิลิชลักพาตัวไป บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่คุนานแต่เราสามารถมาได้โดยนั่งเรือออกจากริคง
น้ำวนดูนาน (Dunan Rapids)
น้ำวนในเขตแม่น้ำดูนานตอนใต้ทำให้เรือปกติไม่สามารถแล่นผ่านได้ ต้องใช้เครื่องยนต์เจ็ตของคามันดอล พวกทีลผ่านทางนี้เพื่อไปยังบ้านผู้เฒ่าลิวคัง
กีรอฟ (Girov)
ประชากร : 5800
อุตสาหกรรม : ค้าขาย
เมืองท่าที่ติดต่อค้าขายกับโจวสตัน เจ้าเมืองที่นี่คือคุนโต พ่อค้าที่มั่งคั่งจากการค้าขาย และค้าของเถื่อนด้วยการช่วยเหลือจากไทโฮทำให้เขาช่วยเหลือพวกเราเพื่อใช้หนี้บุญคุณ พวกกลุ่มต่อต้านลำเลียงหอกพระเพลิงลงเรือที่นี่ไปจัดการกองทัพเกราะของเทโอได้สำเร็จ
คาเล็กก้า (Kalekka)
ประชากร : 15
อุตสาหกรรม : เกษตรกรรม
เมืองร้างที่ถูกทำลายในเหตุการณ์ฆาตกรรมหมู่ ในปี IS448 ช่วงสงครามโจวสตัน-สการ์เล็ตมูน เลอ้อนซิลเวอร์เบิร์กได้เสนอให้จักรวรรดิเผาทำลายเมืองคาเล็คก้าทางชายแดนสการ์เล็ตมูนเพื่อใส่ความพวกโจวสตัน ด้วยความโกรธแค้น ชาวสการ์เล็ตมูนจับอาวุธขึ้นสู้และสามารถขับไล่โจวสตันออกไปได้สำเร็จ แต่จากเหตุการณ์นี้ทำให้แมทธิวถึงกับรังเกียจสงคราม เขาได้ถอนตัวจากจักรวรรดิและมาสอนหนังสือเด็กๆในเซย์กะ หลังเมืองถูกเผาทำลายยังคงมีชาวบ้านส่วนหนึ่งปักหลักอยู่ที่นี่รวมทั้งตัวเลอ้อนเองด้วย และแมทธิวได้ชักชวนให้เลอ้อนเข้าร่วมกลุ่มต่อต้านสู้กับสการ์เล็ตมูนจนชนะ ที่นี่เคยเป็นแหล่งผลิตฝ้ายชั้นดี แต่ไร่ฝ้ายได้ถูกเผาทำลายไปหมดแล้ว ในยุคของสาธารณรัฐโทรันมีการสนับสนุนให้ผู้คนมาตั้งรกรากที่นี่มากขึ้นและกลับมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมดังเดิม (ในภาคสองแป้งในหมู่บ้านริวเบเป็นแป้งส่งออกจากคาเล็กก้า)
โรงงานลับ (Secret Factory)
โรงงานอาวุธที่ผลิตอาวุธส่งให้แก่กลุ่มต่อต้าน เจ้าของโรงงานคือมอสสมาชิกยุคก่อตั้งกลุ่ม พวกเรามารับหอกพระเพลิงจากที่นี่ไปสู้กับกองทัพเกราะของเทโอ
เหมืองแบนเนอร์ (Banner Mines)
เหมืองในภูเขาแบนเนอร์แหล่งผลิตแร่เหล็กของโทรัน ในยุคสการ์เล็ตมูน พวกนักโทษรวมทั้งผู้หญิงและเด็กจะถูกส่งมาใช้แรงงานที่นี่แต่ก็ยกเลิกการใช้แรงงานนักโทษในยุคโทรัน
แม่น้ำดูนาน (Dunan River)
แม่น้ำขนาดใหญ่ที่ไหลจากตอนใต้ของโทรันผ่านทะเลสาปโทรันไปยังดูนานและสิ้นสุดที่ทะเลสาปดูนาน เป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญของโทรันและดูนาน
โกย่า (Goya)
ประชากร : 3000
อุตสาหกรรม : ไม่ทราบ
ป้อมโกย่าที่อยู่ของเหล่าอัศวินมังกรร่วมสามพันคนรวมถึงมังกรประจำตัวของพวกเขา ผู้ปกครองที่นี่คือโจชัวร์ลาเวนไฮต์กัปตันกลุ่มอัศวินมังกรผู้ครอบครองดราก้อนรูนที่อนุญาตให้มังกรสามารถใช้ชีวิตอยู่ในมิตินี้ได้ นอกจากเหล่าอัศวินมังกรแล้วที่นี่ยังเต็มไปด้วยผู้ลี้ภัยที่โจชัวร์อนุญาตให้อยู่ที่นี่ได้ ครอยซ์อดีตขุนพลของเกลรักเนอร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น กลุ่มต่อต้านต้องการกำลังของอัศวินมังกรเพื่อต่อสู้กับจักรวรรดิแต่ช่วงนั้นเหล่ามังกรล้มป่วย หลังแพทย์ลิวคังสามารถรักษาโรคให้มังกรได้สำเร็จพวกเขาก็เข้ามาร่วมมือกับทีล หลังสิ้นสุดสงครามเกทรูน โจชัวร์ขอเกษียรตัวเองและมอบดราก้อนรูนให้มิลเลียดูแล
หุบเขาซีค (Seek Valley)
หุบเขาที่สูงเสียดฟ้า สูงจนไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถเดินเท้าขึ้นไปถึงยอดได้ ที่นี่เต็มไปด้วยผลึกขนาดใหญ่ มีผลึกบางอันมีชีวิต พวกของทีลนั่งมังกรของมิลเลียรองกัปตันกลุ่มอัศวินมังกรมาที่นี่เพื่อเอาดอกแสงจันทราหนึ่งในวัตถุดิบแก้โรคมังกรแต่ก็ถูกขัดขวางโดยวินดี้ เธอได้พาเท็ดมาเพื่อชิงรูนโซลอีทเตอร์จากเราแต่เท็ดได้ยอมสละชีวิตตัวเองและกลายเป็นส่วนหนึ่งของรูนไป ที่เชิงเขามีบ้านของแมซปรมาจารย์ช่างตีดาบผู้เป็นอาจารย์ของนักตีดาบชื่อดังรอบโทรัน แมซได้ปลีกตัวหนีผู้คนมาอยู่ที่นี่
แม่น้ำแซดน่า (The Flow of Sadna)
ลำน้ำที่ไหลจากหุบเขาซีค แบ่งพื้นที่เซนันและคุนานออกจากกัน
ด่านตรวจตอนเหนือ (Northern Checkpoint)
ป้อมเล็กๆเชื่อมระหว่างพื้นที่เซนันและคุนาน กรีฟิสเป็นผู้ดูแล เขาถูกแผนหลอกว่าแมทธิวจะซ้อมออกรบแต่กลับรบจริง ทำให้ป้อมถูกตีแตกอย่างง่ายดาย
ปราสาทโมราเวียร์ (Moravia Castle)
ปราสาทที่สร้างไว้เพื่อสะสมกำลังทหารต่อต้านโจวสตัน ที่นี่เป็นที่มั่นของคาซิม ฮาซิลหนึ่งในขุนพลของสการ์เล็ตมูนอดีตนายเก่าของแมทธิว ขณะที่เราบุกเข้ามา แมทธิวได้เจรจาเพื่อขอให้คาซิมแปรพักตร์ทำให้เราเข้ายึดปราสาทนี้ได้โดยไม่ต้องสู้รบ
ป้อมราคานและป้อมดูฮา (Rakan Fort and Duha Fort)
สองป้อมเล็กทางตอนใต้ของโมราเวียร์ แมทธิววางแผนหลอกพวกจักรวรรดิว่ากลุ่มต่อต้านจำนวนมากกำลังบุกเข้าโจมตีป้อมทั้งสอง ทำให้กองกำลังทหารออกจากโมราเวียร์ไปเกือบหมด แท้จริงแล้วกำลังเกือบทั้งหมดของกลุ่มต่อต้านบุกเข้าไปโจมตีโมราเวียร์
รังโจรสลัด (Pirate’s Hideout)
ที่ซ่อนตัวของกลุ่มโจรสลัดทะเลสาปโทรัน นำโดยแองจี้ พร้อมสมุนคู่ใจคานัคและเลโอนาโด้ พวกนี้ต่อสู้กับกองทัพเรือของสการ์เล็ตมูนมาช้านานก่อนจะถูกไทโฮชวนเข้าร่วมกลุ่มต่อต้าน หลังก่อตั้งสาธารณรัฐ กลุ่มโจรสลัดได้หันมาประกอบอาชีพถูกกฎหมาย
