Lazlo En Kuldes
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
สารบัญ |
LAZLO/DATA
ชื่อ : ให้ตั้งเอง (ในที่นี้ขออ้างอิงจากภาคนิยาย : Lazlo / ラズロ / ราสโร, ลาสโล)
ภาคที่มีบทบาท : 4, Rhapsodia
อายุ : ไม่ปรากฎชัดเจน(เมื่อคำนวณประมาณจากข้อมูลที่มี : 15~16(4), 17~18(Rhapsodia))
ส่วนสูง : 170 cm
ถิ่นเกิด : โอเบล
ฉายา (ที่แฟนๆ มักจะใช้เรียก) : 4主(ตัวเอกภาค4),4様(ท่าน4),小間(คนรับใช้แบบย่อๆ),小間使い(คนรับใช้แบบเต็มๆ),王子(องค์ชาย),ラズロ(ราสโร), etc.
อาหารจานโปรด : มันจู, .... ปูยักษ์...?
สกิลพิเศษ(?) : ทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถู LV. SS(?)
คำถามที่มักโดน(แฟนๆ)ถามบ่อย :
- ผ้าคาดหน้าผากนั้นท่านได้แต่ใดมา?
- เสื้อที่ใส่ปกตินี่ได้มาจากไหน?(สโนว์ให้มา? เสื้อเก่าสโนว์? ซื้อเอง? เย็บเอง? etc.)
- ท่านเอาดาบ 2 มือมาจากไหน แล้วไปเรียนวิชาดาบ 2 มือมาจากไหนเมื่อไหร่(ฟะ)
- สุดท้ายแล้วชอบมันจูไส้อะไรที่สุด?
- สรุปแล้วปูอร่อยมั้ย? (ต้องเจี๋ยนด้วยกรรมวิธีใช้บาสึบ้อมใส่ด้วยสินะ)
Lazlo ในภาค4
วิธีการได้เป็นพวก : ใช้ได้ตั้งแต่เริ่มเกม
- ราสโรลอยมาติดฝั่งที่เกาะราสริลตั้งแต่ยังเป็นเด็กทารกและไม่มีอะไรบอกได้เลยว่าเขาเป็นใครมาจากไหน เขาจึงถูกตั้งชื่อว่าราสโรให้เหมือนกับสถานที่
ที่เขาถูกเก็บได้(อ้างอิงจากภาคนิยาย) และขุนนางตระกูลฟิงเกอร์ฮู้ดซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในเกาะ จึงรับเลี้ยงเขาเป็นเด็กรับใช้ และให้เป็นผู้ติดตามของสโนว์บุตรชายคนเดียวของตระกูล ด้วยความที่อายุไล่เลี่ยกัน สโนว์กับราสโรจึงโตมาด้วยกันเหมือนเป็นพี่น้องเพื่อนสนิท แต่ความสัมพันธ์โดยรวมของทั้งคู่ก็ยังคงคำว่าเจ้านายกับคนรับใช้ไว้อยู่ดี
- เมื่อสโนว์จะต้องเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมทหารกองอัศวินสมุทรไกเอ็น ได้รบเร้าพ่อให้ส่งลาสโลเข้าเรียนด้วยกัน ลาสโลจึงได้เข้าเป็นนักเรียนฝึกหัดพร้อมกับสโนว์ แต่ฐานะคนรับใช้ของเขาก็ยังคงถูกพ่วงติดเข้ามาด้วย เขาไม่ได้พักที่หอพักนักเรียนเหมือนคนอื่นๆ แต่ได้รับห้องพักเล็กๆ ข้างๆ ห้องครัว และต้องคอยช่วยงานจิปาถะภายในกองอัศวินเช่นยกอาหารไปให้หัวหน้ากอง รวมถึงโดนรุ่นพี่ใช้ไปซื้อของเป็นครั้งคราว แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะมีฐานะแบบนั้นและเป็นคนเงียบๆ แต่ลาสโลมีความสามารถติดตัวอยู่รวมถึงมีความมุมานะ พยายาม กล้าหาญ รวมทั้งมีความใจเย็นในการวิเคราะห์สถานการณ์ เกล็นซึ่งเป็นหัวหน้ากองอัศวินมองเห็นความสามารถในตัวลาสโล และหวังให้ลาสโลได้เป็นอิสระเต็มตัว และเป็นผู้สืบทอดของเขา รวมถึงเพื่อนๆ และรุ่นพี่ร่วมกองอัศวินและผู้คนในเมืองเองก็ไว้วางใจในตัวลาสโลมากเช่นกัน ซึ่งในจำนวนนั้นมีอัศวินฝึกหัดในรุ่นเดียวกันที่เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทของลาสโลอยู่ 4 คน คือ เคเนส, ทัล, พอลล่า, จูเอล
- เมื่อจบการศึกษา ลาสโลได้ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเพื่อนๆ ตามปกติ จนวันหนึ่งมีกลุ่มพ่อค้าโอลาค นำโดยชายชื่อลามาด้ามาขอให้กองอัศวินช่วยคุ้มครองในการเดินทางไปยังเกาะอิลูยะ ลาสโลได้รับคำสั่งให้เป็นผู้ช่วยสโนว์ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้ากองเรือคุ้มกันในครั้งนี้ ในการเดินทางนั้น กองเรือถูกกลุ่มโจรสลัดบลันด์เข้าโจมตี ลาสโลได้เข้าบัญชาการรบแทนสโนว์ที่หมดกำลังใจในการต่อสู้และแอบหลบหนีลงเรือเล็กไป และเอาชนะได้ในศึกทางเรือ จนได้เผชิญหน้ากับโจรสลัดบลันด์ที่ใช้วิธีบุกขึ้นเรือมาโจมตีตรงๆ โจรสลัดบลันด์เมื่อเห็นว่าสู้ไม่ได้ จึงใช้พลังลึกลับออกมาทำให้อัศวินคนอื่นๆ รวมถึงโจรสลัดลูกน้องของบลันด์เอง สลายหายไปจนหมดไม่เหลือแม้แต่ร่าง เหลือเพียงลาสโลรอดชีวิตมาได้เนื่องจากมีพลังประหลาดช่วยป้องกันไว้ ลาสโลประลองกับบลันด์ตัวต่อตัวและสามารถเอาชนะได้ แต่ก็บาดเจ็บหนักเช่นกัน
- พวกเกล็นตามมาช่วยได้ทันเวลา แต่ตราสัญลักษณ์ปริศนาก็ได้ย้ายจากบลันด์ที่กำลังจะสิ้นลมมาที่เกล็นแทน ยังผลให้เกล็นหมดสติไป ส่วนร่างของบลันด์นั้นสลายไปโดยไม่เหลือร่องรอย อัศวินที่เหลือตามมาช่วยเกล็นและลาสโลกลับไปโดยคงปริศนาไว้ว่าเกิดอะไรขึ้นอัศวินคนอื่นๆ ที่หายตัวไป
- เมื่อกลับมายังราสริลอีกครั้ง สโนว์พยายามพูดคุยกับลาสโลตามปกติ แต่เมื่อผู้คนรอบข้างกล่าวชมลาสโล และพูดจาในเชิงดูถูกสโนว์ สัญญาณแห่งความสั่นคลอนในมิตรภาพของทั้งสองก็เริ่มเด่นชัดขึ้น ขณะเดียวกันหลังจากกลับจากศึกกับโจรสลัดบลันด์ หัวหน้ากองเกล็นก็ล้มป่วยมาตลอด หลังจากนั้นไม่นานนักก็มีกลุ่มโจรสลัดมาบุกโจมตีราสริล สโนว์พยายามกู้หน้าคืนจากเหตุการณ์ปะทะกับกลุ่มโจรสลัดบลันด์จนเผลอถลำลึก ออกแนวหน้ามากจนเกินไป จนพวกลาสโลต้องตามไปช่วย เมื่อกลับมาจึงถูกเกล็นลงโทษในขณะที่ลาสโลได้รับคำชม สโนว์ซึ่งกำลังสับสนจึงหันมาอาละวาดใส่ลาสโล มาถึงตอนนี้เอง ลาสโลก็เริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าความสัมพันธ์ของตนกับสโนว์นั้นคงกลับเป็นเหมือนเก่าไม่ได้อีกแล้ว ในคืนนั้นเองลาสโลฝันถึงความฝันประหลาด ที่มีเพียงเสียงว่า "ลาก่อน...ท่านคะ... แล้วก็... ลูกๆของแม่..." แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นด้วยเสียงเรียกของบุงกิหัวหน้าพ่อครัว
- เหตุการณ์เลวร้ายลงเมื่อโจรสลัดนำพวกกลับมาโจมตีเมืองอีก ซึ่งในครั้งนี้กองอัศวินเตรียมการออกไปรับมือที่น่านน้ำไม่ทัน เนื่องจากนกนาเซลที่ทำหน้าที่แจ้งข่าวถูกทำร้ายระหว่างทาง ตอนนั้นเองเกล็นสั่งให้ทุกคนออกไปตั้งรับที่บริเวณท่าเรือหน้าป้อม และห้ามให้ใครเข้าไปในป้อมเด็ดขาด กองอัศวินต่อสู้บริเวณหน้าป้อมอย่างยากลำบาก จนกระทั่งมีพลังลึกลับยิงลงมาจากดาดฟ้าป้อม เผาทำลายกองโจรสลัด จนโจรสลัดที่เหลือรีบถอยทัพไปทันที ลาสโลรู้สึกเป็นห่วงเกล็นจึงฝ่าฝืนคำสั่งแอบขึ้นไปที่ดาดฟ้าป้อมโดนมีสโนว์แอบเดินตามหลังไปด้วย เมื่อพบเกล็นที่ล้มลงนอนอยู่บนดาดฟ้า ตราสัญลักษณ์ปริศนาก็ย้ายตัวเองจากเกล็นมายังราสโร โดยที่เกล็นทิ้งคำพูดไว้แค่ว่า "ขอโทษนะ... ลาสโล..." ก่อนที่ร่างของเขาจะสลายเป็นขี้เถ้าไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย เมื่อคนอื่นๆ ขึ้นตามที่ดาดฟ้า ก็พบเพียงราสโรที่หมดสติไป และสโนว์ที่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ด้วยความสับสนและริษยาก็ได้บอกกับทุกคนว่าเกล็นถูกลาสโลสังหารไปเสียแล้ว...!
- ลาสโลฝันถึงชายคนหนึ่งที่พูดถึงภรรยาและลูกชายชื่อลัคซี่ เมื่อฟื้นขึ้นมา ลาสโลก็ถูกตัดสินให้เนรเทศออกจากราสริล โดยการจับลงเรือเล็กไปทิ้งไว้กลางทะเล โดยไม่ให้แม้แต่ไม้พาย ท่ามกลางสายตาเย็นชาเกลียดชังของเพื่อนร่วมกองอัศวินและรองหัวหน้ากองคาตาริน่า โดยที่ไม่มีการไต่สวนใดๆ และไม่ได้รับโอกาสให้พูดอะไรเลย เพราะสโนว์ซึ่งเป็นบุตรชายของตระกูลฟิงเกอร์ฮู้ดให้การยืนยันเช่นนั้น แต่ก็ยังมีคนที่เชื่อมั่นในตัวลาสโลก็คือเพื่อนๆ ทั้ง 4 คน ซึ่ง 2 ใน 4 จะแอบขึ้นเรือตามลาสโลไปด้วยตามที่ได้เลือกไว้ตอนแรก และยังมีเพื่อนร่วมทางอีกคนคือชิปปุเผ่าเนโคบอลท์ที่คิดจะแอบขึ้นเรือเดินทางไปยังเกาะอื่นๆ แต่ขึ้นผิด มาขึ้นเรือที่โดยปล่อยทิ้งซะนี่
- พวกลาสโลได้รับการช่วยเหลือจากเรือพ่อค้าที่ผ่านมา แต่ก็พบว่าเรือนั้นเป็นเรือของประเทศคูลูคซึ่งเป็นศัตรูและมีทรอยแม่ทัพชั้นสูงอยู่บนเรือด้วย ทั้งหมดจึงต้องรีบหนีลงเรือเล็ก โดยทรอยจงใจปล่อยให้พวกลาสโลหนีไปได้นั่นเอง จนกระทั่งพวกลาสโลเจอเข้ากับพายุและถูกคลื่นยักษ์ซัดไปติดเกาะร้าง ที่นั่นลาสโลใช้ตราปริศนาจัดการกับปูยักษ์จนต้องสลบไปอีกครั้ง ในครั้งนี้เขาฝันเห็นเด็กที่พูดถึงขนมปัง และในระหว่างที่เขาสลบนั่นเอง พวกเพื่อนก็โซ้ยปูยักษ์กันซะเรียบแปล้....
- พวกลาสโลช่วยกันซ่อมเรือและออกเดินทางอีกครั้ง ในครั้งนี้พวกเขาได้พบกับเรือลาดตระเวนของประเทศโอเบล ซึ่งมีเจ้าหญิงแฟรโดยสารอยู่ด้วย ทั้งหมดจึงได้มุ่งหน้าที่ประเทศโอเบล ที่นั่นลาสโลได้พบกับราชา ริโน และได้ทราบว่าตราสัญลักษณ์ปริศนานี้เคยถูกเก็บไว้ที่โอเบลมาก่อน โดยตรานี้คือตราแห่งการลงทัณฑ์ มีพลังมหาศาล แต่จะดูดกลืนชีวิตของผู้ถือครองทุกครั้งที่ใช้มัน เมื่อผู้ถือครองเสียชีวิต มันก็จะย้ายตัวเองไปยังบุคคลที่อยู่ใกล้ๆ และร่างของผู้ถือครองก็จะกลายเป็นขี้เถ้าสลายไปจนหมด ราชาริโนพอใจในตัวลาสโล จึงมอบหมายหน้าที่ให้ลาสโลดูแลฐานทัพในถ้ำด้านหลังของวัง และให้รวบรวมบุคคลที่คิดว่ามีความสามารถจากที่ต่างๆ มาที่นี่ ในคืนนั้นมีหญิงปริศนาชื่อว่าเล็คนาร์ทมาหาลาสโลกลางดึก และบอกว่าขณะนี้ตรากำลังเริ่มการทดสอบของมันแล้ว
- พวกลาสโลทำงานตามที่ราชาริโน สั่งจนกระทั่งกองทัพคูลูคมาบุกโจมตีโอเบลอย่างกะทันหัน ลาสโลได้ใช้ตราแห่งการลงทัณฑ์ทำลายกองเรือคูลูคจนสลบไปอีกครั้ง ครั้งนี้เขาฝันเห็นโจรสลัดบลันด์ซึ่งพูดถึงชายชื่อเอ็ดก้าร์และหญิงชื่อคิกะ เมื่อฟื้นขึ้นมาเขาได้รู้ว่ามีคนที่เกรงกลัวเขาเพราะตราต้องสาปที่เขามี แต่เพื่อนๆ ก็อยู่กับเขาเสทอและมีคนที่พร้อมจะสนับสนุนเขามากมาย
- เมื่อทัพคูลูคจะมาบุกโจมตีอีกครั้ง ราชาริโนได้สั่งให้อพยพผู้คนขึ้นเรือยักษ์ ซึ่งเป็นตัวจริงของฐานลับในถ้ำนั่นเอง เรือยักษ์โอเบลตีฝ่าวงล้อมของทัพคูลูคออกมาได้ด้วยความช่วยเหลือของกลุ่มโจรสลัดคิกะ พวกลาสโลจึงได้เดินทางไปยังเกาะโจรสลัดฐานทัพของพวกคิกะ โดยที่ริโนมอบหน้าที่นายเรือของเรือยักษ์ให้ลาสโลจัดการ และเสนอให้พวกคิกะร่วมมือกับพวกตนเพื่อต่อต้านคูลูค และพ่อค้าแห่งความตายที่หนุนหลังคูลูคอยู่ พวกคิกะก็ตอบตกลงร่วมมือด้วย ที่นี่เองพวกลาสโลได้พบกับรองหัวหน้ากองคาตาริน่าที่หนีออกมาราสริล และได้ทราบว่าราสริลตกเป็นของคูลูคแล้ว เพราะสโนว์ซึ่งได้ขึ้นเป็นหัวหน้ากองอัศวินคนใหม่กับพ่อยอมแพ้ให้กับคูลูคง่ายๆ
- พวกลาสโลก็ได้พบกับสโนว์อีกครั้ง แต่ในฐานะของศัตรู เพราะสโนว์มาในฐานะของหัวหน้ากองเรือล่าโจรสลัดแห่งคูลูค กองเรือของลาสโลและสโนว์ปะทะกัน โดยสโนว์เป็นฝ่ายแพ้ จึงพยายามหนีกลับไปยังราสริลแต่ก็ถูกชาวเมืองขับไล่โดยยิงธนูไฟใส่ เนื่องจากโกรธแค้นที่สโนว์กับพ่อขายราสริลให้กับคูลูค สโนว์จึงจำต้องวกเรือกลับออกมา และถูกพวกลาสโลจับได้ในที่สุด ลาสโลพยายามชวยสโนว์เข้าร่วมกองทัพ แต่สโนว์ปฏิเสธอย่างเย็นชา ลาสโลจึงจำต้องสั่งให้นำสโนว์ลงเรือเล็ก ปล่อยให้ลอยไปตามยถากรรม....
- หลังจากนั้นพวกลาสโลได้เชิญ เอเลนัวร์ ซิลเวอร์เบิร์กมาเป็นกุนซือตามคำแนะนำของคิกะ และลาสโลก็ได้ประลองตัดสินกับริโน และขึ้นเป็นผู้นำของกองกำลังพันธมิตรหมู่เกาะอย่างเป็นทางการ พวกลาสโลเดินทางไปทั่วเขตประเทศหมู่เกาะ เพื่อขอให้เกาะต่างๆ ซึ่งไม่เคยร่วมมือกันมาก่อนเลย มาจับมือกันเพื่อร่วมกันปกป้องประเทศหมู่เกาะจากการรุกรานของคูลูค จนกระทั่งสามารถตีเอาราสริลคืนได้สำเร็จ และก็มาถึงการตีอเบลคืน แต่หลังจากที่พวกลาสโลได้รับชัยชนะในศึกโอเบลไม่นาน ก็มีกองเรือปริศนาไฟลุกท่วม จะเข้าชนกองเรือของลาสโล ลาสโลจึงได้ใช้ตราแห่งการลงทัณฑ์อีกครั้งเพื่อช่วยเหลือทุกคน จนต้องสลบไป ในครั้งนี้เขาฝันเห็นหัวหน้ากองเกล็น ซึ่งทิ้งคำพูดไว้ว่า “เข้มแข็งขึ้นนะ.... ลาสโล....”
- ลาสโลได้รวบรวมกำลังพลจนพร้อมสรรพ รวมถึงสโนว์ที่ถูกช่วยเอาไว้ขณะลอยคออยู้กลางทะเล และได้ปรับความเข้าใจกับลาสโลแล้วเข้าร่วมกองทัพด้วย จนพร้อมที่จะโจมตีป้อมเอลอีลซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลที่สำคัญที่สุดของคูลูค หากทำสำเร็จ สันติภาพจะมาสู่ประเทศหมู่เกาะ แม้ว่าอาจจะไม่นานนักก็ตาม ในคืนก่อนการต่อสู้ครั้งสุดท้ายริโนได้เล่าให้ลาสโลฟังว่า คนที่ปลดผนึกของตราแห่งการลงทัณฑ์เมื่อสมัยก่อนก็คือภรรยาของเขา ราชินีแห่งโอเบลเอง ซึ่งจริงๆ แล้วเขามีลูกชายอีกคนหนึ่ง แต่หายสาปสูญไปในทะเลเมื่อครั้งที่ราชินีใช้ตราแห่งการลงทัณฑ์จนเสียชีวิต ซึ่งลูกของเขาก็คงจะไม่รอดเหมือนกัน แต่ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็คงจะอายุเท่าๆ กับลาสโล มานั่งก๊งเหล้ากับเขาได้แล้ว.... ก่อนนอนหญิงชื่อเลคนาร์ทได้มาปรากฏตัวต่อหน้าลาสโลอีกครั้ง โดยเธอบอกว่าการทดสอบของตราจบลงแล้ว ช่วงเวลาแห่งการชดใช้จบลง เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการให้อภัยแทน ซึ่งตราบใดที่ลาสโลยังคงครอบครองตรานี้ มันก็จะไม่ดูดกลืนชีวิตของใครอีกต่อไป (ถ้าเป็น BAD END คำพูดของเธอจะต่างออกไป)
- พวกลาสโลบุกโจมตีป้อมเอลอีลได้สำเร็จ ลาสโลได้พบกับทรอยอีกครั้งในสถานะที่กลับกัน และได้ประลองตัวต่อตัวกับทรอย ทรอยพ่ายแพ้ให้แก่ลาสโล และก็นึกออกมาลาสโลคือเด็กหนุ่มที่เขาเคยได้พบนั่นเอง เขาพอใจในการสู้ตัดสินครั้งนี้ และตัดสินใจทิ้งตัวเองให้จมลงพร้อมกับเรือ โดยเหลือคำพูดไว้ให้ลาสโลว่า “แล้วพบกันใหม่ที่ไหนซักแห่ง ณ ทะเลแห่งนี้”....
- ไม่นานนักที่เกิดระเบิดขึ้นจากป้อมเอลอีล ซึ่งหากปล่อยไว้ทุกคนคงจะไม่รอด ลาสโลจึงใช้ตราแห่งการลงทัณฑ์เพื่อช่วยเหลือทุกคนอย่างไม่ลังเล และทุกอย่างก็มืดดำลง.... เขาได้เข้าสู่โลกแห่งความทรงจำของตราอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ต่างกับครั้งอื่นๆ... เขาได้เห็นหญิงคนหนึ่งซึ่งเฝ้ามองเขาเงียบๆพร้อมกับเสียงเพลงเหมือนกับที่เขาเคยฝันถึงอยู่เสมอ....
เมื่อถึงที่นี่ เรื่องต่อจากนี้จะแยกได้สองทาง ซึ่งในเกมไม่มีการระบุเนื้อหาที่ชัดเจน จึงขอบันทึกเป็นการวิเคราะห์แทน
- BAD END เกิดขึ้นเมื่อไม่สามารถรวบรวมเพื่อนได้ครบ 108 คน : ลาสโลเสียชีวิตจากการใช้ตราครั้งสุดท้าย แต่ไม่ทราบว่าทำไมร่างของเขาจึงไม่กลายเป็นขี้เถ้า
- GOOD END เกิดขึ้นเมื่อสามารถรวบรวมเพื่อนได้ครบ 108 คน : ลาสโลไม่ถูกตรากลืนกินชีวิตอีกแล้ว คำสาปการดดกลืนชีวิตของตราสลายไปด้วยปาฏิหารย์จากพลังของเพื่อนๆ ทั้ง 108 และตราได้รับรู้เรื่องการให้อภัยเพียงพอแล้ว ลาสโลจึงรอดชีวิตในฐานะผู้ถือครองตราแห่งการลงทัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับแล้ว
สำหรับการวิเคราะห์สามารถติดตามรายละเอียดต่อได้จากที่นี่โล้ด
ส่วนเนื้อหาต่อจากนี้ไปเป็นเนื้อหาที่อ้างอิงจากภาคนิยาย
- ลาสโลสิ้นลมหายใจจากการใช้ตราสัญลักษณ์ในครั้งนี้ ทว่าร่างกายของเขาไม่กลายเป้นขี้เถ้าและตราก็ยังคงอยู่กับเขา เพื่อนๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าลาสโลตายแล้วจริงๆ เพราะสภาพของเขาต่างจากผู้ถือครองตราตามปกติ แต่หมอยูก็สรุปได้เพียงว่าความคิดคำนึงของลาสโลคงทำให้ตราได้รับการชำระล้างแล้ว จึงไม่ออกอาละวาดอีกต่อไป แต่สำหรับตัวลาสโล เองไม่มีอะไรที่บอกได้อีกแล้วว่าเขายังมีชีวิตอยู่... เพื่อนๆ จึงนำร่างของลาสโลใส่ลงในเรือเล็ก เพื่อส่งเขากลับคืนสู่ทะเลตามประเพณีของชาวเรือ โดยลิลินอาสาจะนำร่างของลาสโลไปยังสถานที่ที่พวกเงือกหลับไหล และเผ่าเฝือกจะคอยดูแลร่างของลาสโลเอง เมื่อเรือของลาสโลลับตาไป ทุกคนจึงเดินทางกลับโอเบลกันอย่างโศกเศร้า
- แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน ขณะที่โอเบลกำลังดำเนินพิธีการประกาศการก่อตั้งสหพันธรัฐหมู่เกาะ ลิลินก็มาที่โอเบลและแจ้งข่าวว่าลาสโลดูเหมือนกับจะกำลังหายใจ เหมือนจะขยับตัวได้
- ลาสโลมองเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเรียกเขาด้วยชื่อที่เขาไม่รู้จัก ตัวเขาเหมือนกับจะยังเป็นเด็กเล็กๆ ยังพูดไม่ได้ เด็กผู้หญิงหันไปคุยกับหญิงอีกคนหนึ่งที่ยิ้มและพูดกับทั้งคู่อย่างอ่อนโยน .... เขารู้จักเสียงของเธอ เขาเคยได้ยินเสียงของเธอมาหลายครั้งเหลือเกินในความฝัน.... "ลาก่อน...ท่านคะ... แล้วก็... ลูกๆของแม่..."
- เขารู้... นี่คือความทรงจำของเขาในสมัยที่เขายังอยู่กับครอบครัว เขาพยายามจะเรียก “แม่”.... ไม่มีเสียงออกมาจากปากเขา แต่กลับเหมือนมีพลังบางอย่างปลุกเขาให้ตื่นขึ้น
- ลาสโลตื่นขึ้นบนเรือลำเล็กๆ ที่มีประกายแสงที่กำลังจะดับล้อมสรอบ ขยับร่างกายที่แข็งไปหมดราวกับว่าไม่ได้ขยับตัวมาเสียนาน เมื่อมองออกไปก็ได้เห็นเรือยัก์ที่กำลังมุ่งหน้ามาหาเขาโดยมีลิลินนำมา เขาจึงโบกมือหาทุกๆ คน โดยมีลิลินกระโดตวัดตัวเหนือผืนน้ำย่างยินดี....
Lazlo's fighting Status ในภาค4
อาวุธ
- LV 1~5 : 狼双 / หมาป่าคู่
- LV 6~11 : 狼牙双 / เขี้ยวหมาป่าคู่
- LV 12~16 : 天狼牙双 / เขี้ยวหมาป่าสวรรค์คู่
พลังโจมตีสูงสุด : 255
status
| HP | POWER | SKILL | MAGIC | EVADE | DEFEND | MAG.DEF. | SPEED | LUCK |
A |
การใช้ตราสัญลักษณ์
- หน้าผาก : ประมาณ LV. 55
- มือซ้าย : ตราสัญลักษณ์แห่งการลงทัณฑ์(หลังจากได้รับสืบทอดตามเนื้อเรื่อง ถอดไม่ได้)
- มือขวา : ติดตั้งได้แต่แรก
ความถนัดในการใช้ตราสัญลักษณ์
- ไฟ : ธรรมดา
- น้ำ : ถนัด
- สายฟ้า : ธรรมดา
- ดิน : ธรรมดา
- ลม : ธรรมดา
- ตราแห่งการลงทัณฑ์ : ถนัดมาก
- ไร้ธาตุ : ธรรมดา
- กายภาพ : ถนัด
ท่าประสาน
บุคคลที่เข้าไปป้องกันให้
ความสามารถในสนามรบ
จำนวนทหารที่ควบคุมได้ :
- เริ่มเกม 12 คน
- หลังจากหนีออกจากโอเบล 30 คน
- หลังได้รับตราทอง 40 คน
- หลังยึดโอเบลกลับคืนได้ 50 คน
- พลรบ : OK
- นายเรือ : OK
- พลังขับเคลื่อน + 20
- ความทนทาน + 10
- ระยะการเดิน + 1
- พลปืนเวทมนตร์ : OK
- พลังในการยิงขั้นพื้นฐาน : 20


