Meet Ranong Fantasy
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
| Revision as of 16:02, 15 มกราคม 2010 Shiryu (พูดคุย | contribs) ← Previous diff |
Revision as of 16:04, 15 มกราคม 2010 Shiryu (พูดคุย | contribs) Next diff → |
||
| Line 410: | Line 410: | ||
| http://i50.photobucket.com/albums/f348/shiryustrife/Suikoden%202/ranong20.jpg | http://i50.photobucket.com/albums/f348/shiryustrife/Suikoden%202/ranong20.jpg | ||
| - | <font color>'''บัฟโฟ [Buffo]'''<br> | + | <font color="blue">'''บัฟโฟ [Buffo]'''<br> |
| '''ชื่อทางวิทยาศาสตร์:''' Arctictis binturong<br> | '''ชื่อทางวิทยาศาสตร์:''' Arctictis binturong<br> | ||
| '''ถิ่นที่พบ:''' บล็อก exteen และพันทิป<br> | '''ถิ่นที่พบ:''' บล็อก exteen และพันทิป<br> | ||
| Line 637: | Line 637: | ||
| - | <font size=4>คำแรกเป็นของแม่กิมลุ้ย เนื้อขนมสีสวย ใช้ได้ รสชาติกำลังดี ไม่หวานแสบคออย่างที่เกรง แต่เนื้อค่อนข้างร่วน ไม่แน่น เนื้อเผือกไม่เหนียวออกจะเหลวผสมปนไปกับตัวสังขยา แฉะเล็กน้อย | + | <font size=3>คำแรกเป็นของแม่กิมลุ้ย เนื้อขนมสีสวย ใช้ได้ รสชาติกำลังดี ไม่หวานแสบคออย่างที่เกรง แต่เนื้อค่อนข้างร่วน ไม่แน่น เนื้อเผือกไม่เหนียวออกจะเหลวผสมปนไปกับตัวสังขยา แฉะเล็กน้อย |
| คำที่สองคือแม่กิมไล้ ได้สัมผัสกลิ่นคาวไข่แรงมาก เนื้อขนมแห้ง ไม่มีน้ำมีนวลเลย มีเสียงพึมพำไม่น่าเชื่อว่านี่เป็นขนมหม้อแกง | คำที่สองคือแม่กิมไล้ ได้สัมผัสกลิ่นคาวไข่แรงมาก เนื้อขนมแห้ง ไม่มีน้ำมีนวลเลย มีเสียงพึมพำไม่น่าเชื่อว่านี่เป็นขนมหม้อแกง | ||
| Line 657: | Line 657: | ||
| สรุปผลได้ว่า ถ้าคุณชอบรสสัมผัสแบบขนมคัสตาร์ด และกลิ่นหอมของขนมไทยๆ แม่บุญล้นคือคำตอบของคุณ แต่หากต้องการค้นหาความเป็นขนมหม้อแกง ก็ให้นึกถึงแม่ละเมียดเป็นอันดับแรก รับประกันว่าไม่ผิดหวังแน่นอน</font> | สรุปผลได้ว่า ถ้าคุณชอบรสสัมผัสแบบขนมคัสตาร์ด และกลิ่นหอมของขนมไทยๆ แม่บุญล้นคือคำตอบของคุณ แต่หากต้องการค้นหาความเป็นขนมหม้อแกง ก็ให้นึกถึงแม่ละเมียดเป็นอันดับแรก รับประกันว่าไม่ผิดหวังแน่นอน</font> | ||
| - | http://i50.photobucket.com/albums/f348/shiryustrife/Suikoden%202/eggcustard.jpg[/quote] | + | http://i50.photobucket.com/albums/f348/shiryustrife/Suikoden%202/eggcustard.jpg |
Revision as of 16:04, 15 มกราคม 2010

งานพาสมาชิกหนีภาวะภัยร้างของบอร์ดซุยโคเฟรนด์ลงภาคใต้ของประเทศไทย จัดโดยโต้โผ sasarai de ViVa ทุกสิ้นปี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ส่วนครั้งแรกจัดเร็วเกินไป บันทึกไม่ทัน
มีสมาชิกเข้าร่วม 5 ชีวิต เรียงตามอายุจากมากไปน้อยได้แก่ - nanotech, sasarai de ViVa, Buffo, Andrias_Doria, iamyanotai และ Shiryu
(หกคนเหรอ? ผมนับยังไงก็ห้า)
รายงานมีทระนอง #2: Case of sasarai
สารบัญ |
วันที่ 1
ทีแรกคิดว่าจะเริ่มรายงานจากตอนถึงระนอง แต่มาเล่าเรื่องก่อนหน้านั้นที่เจ้าบ้านยังไม่รู้ไปด้วยดีกว่า
ก่อนอื่นก็ขอเริ่มเล่าจากตอนวันแรกที่ผมเข้ามาในบอร์ดนี้ //นานไปโว้ย!! ...มาถึงนาโนแลนด์ตอน 6.00 น.พอดีเป๊ะ โทรหานาโนให้ลงมารับด้วยความภาคภูมิใจ
แต่เมื่อขึ้นไปบนห้องก็ได้พบซากศพนอนอืดอยู่สี่ตัว (เกินมาอันนึงน่าจะเป็นบารัน ส่วนแอนดี้ตกส้วมตายอยู่ อยากจับบารันไประนองแทนยิ่งนัก)
ชีริวจึงช่วยปลุกเพื่อนๆด้วยความเมตตา...
ซึ่งไม่ได้ผล (สัด!) เจ้าหญิงนาโนจึงจุมพิตเจ้าชายทั้งสี่ให้ตื่นไปเข้าห้องน้ำทีละคนๆ ขณะรอชีริวเล่นร็อคแมนX จบไปครึ่งเกม orz.... เดินทางออกจากนาโนแลนด์ประมาณ 7 โมงกว่าๆ ปล่อยบารันเฝ้าบ้านไป
สำหรับขามาไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นนัก แม้แต่เพลงรถมันก็ยังไม่มีจะฟังนอกจากวิทยุ AM และ CD หมอลำ แอนดี้จึงหยิบ PSP ขึ้นมาเปิดเพลงอนิเมในขณะที่บัฟโฟร้องเพลงลูกกรุงให้ฟัง (พวกแกลงจากรถไปซะ!)
อย่างไรก็ดีจากวงสนทนาในรถได้ก่อองค์ความรู้อันล้ำค่ามากมาย อาทิเช่นทฤษฎีของตกที่บัฟโฟและนาโนได้ร่วมกันคิดค้น
B: ถ้าขนมตกพื้นมันควรจะกินได้ไหม?
A: กินได้ถ้าไม่ถึง 3 วินาทีใช่มะ?
B: ลองนึกถึงภาพอะไรใหญ่ๆตกจากฟ้าสิ ถ้าเราโดนทับเราตายไหม?
A: ตายห่า
B: เออ เชื้อโรคก็เหมือนกัน โดนขนมตกทับมันตายหมดแล้ว คนกินได้ไม่เป็นไร
A: สัด! แม่งตรรกะเทพเหี้ยๆ!!
N: หรือไม่ก็ลองคิดภาพดูสิฮะ ถ้าเห็นของตกมาจากฟ้าเราเห็นเราจะทำไง?
A: สวดภาวนา
N: ไปตายซะ!
Y: หลบเดะ
N: ถูกต้องค่า เพราะฉะนั้นของตกเรากินได้เพราะเชื้อโรควิ่งหนีไปหมดแล้ว
ทุกคน: สัด! แม่งตรรกะเทพเหี้ยๆ!!
(บทบรรยายตามเหตุการณ์จริงจ้ะ ถ้าถ่อยไปก็ไล่เตะแอนดี้กับบัฟโฟเอานะจ๊ะ
)
ถ้าเสนอความคิดนี้ในที่ประชุมโซลเวย์พวกมันต้องได้โนเบลแน่นอน
สำหรับการเดินทางลงใต้นั้นราบรื่นเหมือนตูดเด็ก
- เป็ดเล่นเทียไครซ์ (แอดเม้งโปรดมอบรางวัลด่วนครับ!)
- นาโนเล่นตรูดบัฟโฟที่แอบหลับ
- แอนดี้ยังคงตลก?ตลอดทาง
- บิ๊กเกรทขับวอลโว่สีดำตามมาตลอดทาง (ตูเปลี่ยนไปใช้อัลติสแล้ว... เอ้ย! ตูไม่ได้ไปโว้ย!!)
ระหว่างเส้นทางเพชรบุรีแหล่งรวมของฝากมีชื่อก็สอดส่องหาของฝากเอาไปให้แม่ของซาซ่า (นี่พวกแกเอาของฝากภาคใต้ไปให้คนใต้เนี่ยนะ?) จากการส่องข้างทางเราก็พบแต่ซุ้มขายไก่ต้มน้ำปลายาวประมาณหนึ่งอสงไขยเมตร
ไก่ต้มน้ำปลา
ไก่ต้มน้ำปลา
ไก่ต้มน้ำปลา
ไก่ต้มน้ำปลา
ไก่ต้มน้ำปลา
ไก่ต้มน้ำปลา
ไก่ต้มน้ำปลา
ไก่ต้มน้ำปลา
ไก่ต้มน้ำปลา
ไก่ต้มน้ำปลา
ไก่ต้มน้ำปลา
ไก่ต้มน้ำปลา
ไก่ต้มน้ำปลา
(ขณะขับรถอ่านป้ายไปด้วยแล้วเจอแต่ไก่ต้มน้ำปลาป้ายละ 1/16 วินาทีนี่มันซับลิมินอลชัดๆ) แล้วชีริวก็ถูกไก่ต้มน้ำปลากล่อมจนต้องจอดลงไปซื้อไก่ต้มน้ำปลา = =// แต่คอมเมนท์ "ไม่เข้าท่าเลย" ของโดเรียทำให้เขาคืนสติได้ ก่อนเริ่มออกตามหาร้านของฝากอีกครั้ง~
A: นั่นไงลุงแม่กิมไล้!
S: อยู่ตรงไหน?
A: ฝั่งนู้นครับลุง
S: ตลก?
A: นั่นๆลุง แม่กิมลั้ง!
S: มันอยู่ไหน?
A: เลยมาแล้วลุง
S: สัด!
(เป็นอยู่แบบนี้ประมาณ 5-6 รอบ ทริปนี้นาวิเทพ :x) สุดท้ายนาโนก็ลงไปซื้อของฝากได้สำเร็จ ได้ไก่ต้มน้ำปลามาสามตัว //ไม่ใช่แล้ว!
อาหารมื้อแรก (ตั้งใจว่าพอ 12.00 น.เจอร้านไหนก็เลี้ยวทันที โชคดีอย่างยิ่งที่มันไม่ใช่ไก่ต้มน้ำปลา) จำชื่อร้านไม่ได้แต่อร่อย ราคาก็ไม่แพงเท่าไหร่ แถมมาเร็วเว่อร์ราวกับจับอาหารโยนเข้าเวฟแล้วเอามาเสิร์พ =v=b
เส้นทางประจวบยาวนรกแตกอย่างแท้จริงตามที่คาดการณ์ไว้ ข้างทางมีแต่ต้นไม้ๆๆๆๆๆๆ เพื่อแก้เบื่อพวกเราจึงแวะวังไกลกังวลเพื่อเถลไถลนิดหน่อยเพราะดูท่าทางไปเร็วป่านนี้ซาซ่าก็คงยังไม่กลับบ้าน (เผื่อใครลืมไปแล้ว - ทริปนี้เราไประยองกันนะครับ) ก่อนถึงเล็กน้อยแอนดี้ได้เล่าประสบการณ์การรับบทบาทม้าเร็วมาอย่างโชกโชนในมีทก่อน เราจึงได้ทดสอบประสบการณ์นั้นทันที ด้วยการให้แอนดี้ลงไปถามทหารที่เฝ้าประตูอยู่ว่าค่าเข้าวังกี่บาท =v=y ขณะที่รถผ่านประตูเข้ามาทหารสามนายที่มีอาวุธครบมือต่างพากันเตรียมพร้อมรับมือซีเดียน่าสงสัยหนึ่งคัน
(โปรดนึกภาพลิงโอวเดินดุ่ยๆไปถามทหารที่เฝ้าด่านมิวส์-ไฮแลนด์ตอนลูก้ากำลังล่าหมู)
"ในหลวงประทับ วังปิดไม่ให้คนเข้ามาสิบปีแล้วครับน้อง"
first blood ของโดเรีย
v
v
(ไม่ต้องห่วงหรอก ทริปนี้แกจะตกเลือดอีกหลายฉาก)
พลาดวังไกลกังวลไม่เป็นไร เป้าหมายต่อไปหัวหิน!! ขับเส้นเลียบชายหาดจนเข้ามาในหัวหินได้สำเร็จ แต่เลี้ยวผิดหนึ่งที่ ไม่ได้เห็นทะเล orz.....
หลังเข้ามาในระนองก็เติมพลังข้างทางกันเล็กน้อย โดเรียและเป็ดเสริมพลังจาก M150 (แปลเป็นภาษาโอตาคุว่าถังEของกรรมกร) พวกเขาก็แข่งกับบัฟโฟร้องเพลงเพื่อชีวิตของแอ๊ดคาราบาวมาตลอดทาง (น่าถีบลงจากรถยิ่งนัก) ชื่ออำเภอต่างๆในจังหวัดนี้นั้นจืดจางยิ่งนัก (พลังแสตนด์ของซาซาไรมีระยะทำการครอบทั่วจังหวัดครับ) ทั้งบ้านน้ำจืด... บ้านน้ำจืดน้อย... บ้านห้วยสวะ... บ้านดอนสวะ... อำเภอหงาว... พากันติดสภาวะห่อเหี่ยวทั้งคัน!!
ระนองไม่ยาวเท่าประจวบครับ แต่เส้นทางคดเคี้ยวของมันทำให้เราสิ้นหวัง
ประจวบมันยาวแบบนี้
ส่วนระนองวกวนราวๆนี้
v
v
(คณะเดินทางได้ลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าควรตีออกสุราษฎร์ไปเยี่ยมลุงนานๆ แล้วพากันลงไปเคาน์ดาวน์ที่ภูเก็ตแทน แต่เนื่องจากลุงนานๆติดสภาวะ [มีเมีย] ทำให้ไม่สามารถมามีทกับชาวซุยได้ แผนจึงเป็นอันต้องล้มพับไป)
ในครั้งที่ผ่านชุมพรเข้ามายังระนองนั้นระยะทางถึงระนองอีก 109 กม. เมื่อขับผ่านเส้นทางวกวนจนเหลือเพียง 17 กม.สิ่งที่เรียกว่าความหวังก็เริ่มก่อเกิดขึ้นในใจ ก่อนจะใช้เวลานับชม.ข้ามเขาอีกเจ็ดลูก ผ่านคลองอีกเจ็ดแห่ง ผ่านเมืองอีกเจ็ดเมือง จนกระทั่งเจอป้ายบอกทางอันต่อมา
"ระนอง 17 กม."
FAIL!
ตัดไปตอนเจอเน็กเลยแล้วกัน = = (เฮ้ยๆ)
หลังซื้อของเข้าบ้านก็ไปชมบ้านกันฮะ บ้านใหญ่โตสวยงามดังภาพประกอบที่รอนาโนเอารูปบ้านที่ถ่ายตอนเช้าวันสุดท้ายมาลงซะที
ด้านข้างเป็นสวนยาง ด้านหลังติดภูเขา ด้านหน้าติดทะเล นี่มันฮวงซุ้ยชัดๆ
ซาซ่า: ฮว้ากกกกกกกกกก!!!
สำหรับเนื้อที่บ้านทั้งหมดนั้นทิศเหนือจรดฮาร์โมเนีย ทิศใต้จรดโทรัน ตะวันตกจรดกราสแลนด์ และตะวันออกจรดมหาสมุทร คิดเป็นพื้นที่คร่าวๆประมาณหนึ่งในสามของจังหวัดระนอง ซึ่งเท่ากับหนึ่งในสองของประเทศแคนาดา
(นี่แกตกภูมิศาสตร์งั้นรึ?)
อันนี้ที่สวนบ้านซาซาไร เจ้าตัวพร้อมพาพรรคพวกเข้าทีมไปลุยภูเขาสวนยางข้างบ้านแต่ไม่รู้จะไปทำไม
มื้อเย็นไปแหลกข้าวที่ร้านเคียงเลริมทะเลกับบรรยากาศอันงดงามแต่ไม่มีแม้แต่กลิ่นไอเกลือและลมพัด บ้างก็ว่าภูเขาด้านหน้ามันบัง บ้างก็ว่านี่เป็นแค่อ่าวน้ำกร่อย บ้างก็ว่าจริงๆแล้วที่เห็นนี่เป็นสระว่ายน้ำหลังบ้านตัวเอง แต่ทฤษฎีที่น่าเชื่อถือที่สุดคือความจืดจางของซาซ่านั้นส่งผลถึงทะเลด้วย (นำเสนอโดยเป็ด เตรียมส่งชิงรางวัลโนเบลพร้อมไอ้ทฤษฎีของตกข้างบน)
ทะเลปลอมของร้านเคียงเล สวยจนน่าหนักใจเพราะไม่มีใครเอากล้องมาเลย สุดท้ายมือถือชั่วๆของชีริวมันก็ถ่ายได้แค่นี้ละนะ ปลายแหลมมีประภาคารเปิดไฟ เห็นป้าที่บ่อน้ำพุบอกว่าเป็นอันดามันคลับ เปิดให้คนทั่วไปเข้าด้วย
อันนี้ตั้งใจจะถ่ายเด็กน้อยข้างหลังพอดีมันติดผีมาสามตัวครับ ไว้มีเวลาจะรีทัชออกนะ
และมื้อนี้ขอบคุณเจ้ามือซาซาไรที่ตัวเองกินซีฟู้ดไม่ได้ ต้องสั่งข้าวไข่เจียวมานั่งกินแล้วยังต้องเลี้ยงข้าวไอ้พวกนี้อีก
หมายเหตุ1: แถมโดนไอ้พวกแร้งแย่งกินกระทั่งไข่เจียว
หมายเหตุ2: เพราะกินแต่ไข่เจียวกับมาม่าจึงส่งผลให้ร่างของเขายิ่งจางลงไปอีก...
ขากลับมีเรื่องระทึก!! เนื่องจากขาไปนั้นอัดหมูกระป๋องขึ้นรถซาซาไรไปคันเดียว 6 คน ขากลับด้วยความชราทำให้ซาซ่าเกิด night blindness (มองไม่เห็นเส้นทางตอนกลางคืน) เลยส่งกุญแจมาให้ชีริวขับแทน หลังจากสตาร์ทรถแล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลขึ้นหลายอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อนตอนซาซ่าขับ อาทิเช่น
- เกียร์อยู่ที่ R แต่คอนโซลยังอยู่ตำแหน่ง N ถอยรถไม่ได้!!
- กระจกหน้าเต็มไปด้วยไอน้ำหนาขึ้นเรื่อยๆจนมองไม่เห็นแม้แต่เส้นถนน
- เปิดประตูไม่ออก
- ปัดน้ำฝนไม่ขึ้น
- เครื่องดับเอาข้างทางบริเวณทางโค้งพอดีถึงสองครั้ง
(นี่พวกแกรอดกลับมาได้ไงเนี่ย?)
ชีริวจึงส่งจม.ไปเรียกร้องให้ซาซาไรกลับมารับใช้ประชาชนอีกครั้ง และรถก็แล่นได้ถึงบ้านโดยไม่เกิดปัญหาอะไรอีกเลย....จึงคาดกันว่าแม่ย่านางรถคันนี้ไม่อนุญาตให้คนอื่นนอกจากซาซาไรขับ ซ้าธุ~
แต่นักวิทยาศาสตร์ต้องพิสูจน์ อิอิ 8-) เดี๋ยวพรุ่งนี้ว่าจะลองให้นาโนขับรถคันนี้ดู คอยติดตามความมันส์วันพรุ่งนี้กันนะจ๊ะพวกเธอว์
กิจกรรมยามวิกาลคือเทคเคน5, วินนิ่ง, สตรีทไฟเตอร์2, ร็อคแมน4, หงสา และอายชิลด์21 (นี่พวกแกมาถึงระนองเพื่อ?)
นอกจากเกมตะบักตะบวยที่ลิสต์ไว้ในหน้าที่แล้วก็ได้ฤกษ์เปิบร้อคแมน9ตามที่นัดหมายกันครับ
กราฟฟิคกลับไปคลาสสิคจริงๆนั่นแหละ ห่วยกว่าภาพแฟมิคอมด้วยซ้ำ ภาพกากพอๆกับภาค1-2 ร้อคแมนชาร์จไม่ได้ สไลด์ไม่ได้ ให้ความรู้สึกเหมือนเล่นสองภาคแรกอยู่ยิ่งนัก แถมยากพระกาฬราวกับเอาฉากที่ยากที่สุดของแต่ละภาคมาเรียงต่อกัน
เล่นไปได้สักพักชีริวก็รับรู้ได้ว่าเกมนี้มัน...!!!
ฮว้ากกกก!! ไอ้เกมกาก! โปรดิวเซอร์สมัยนี้มันไร้จิตวิญญาณนักทำเกม! คิดว่าสักแต่ยัดฉากยากๆมาแล้วมันจะสนุกเรอะ! วิญญาณของชินเมที่สละนิ้วโป้งเล่นโจมะไคมูระเพื่อหาความสนุกในฉากเดิมซ้ำไปซ้ำมากว่าจะออกแบบด่านมาได้แต่ละด่านจะลงทัณฑ์พวกแก.....
เคาท์ดาวน์ในบอร์ดว่าเศร้าแล้ว การปล่อยเวลา 0.00น.ของวันที่ 1 ม.ค.ผ่านไปกับการเล่นร็อคแมน4นั้นน่าเศร้ายิ่งกว่าหลายเท่านัก หลังจากเข้าไปทักทายปีใหม่กันในบอร์ด (แต่แวะเว็บดราม่าก่อน ไอ้พวกเลว!) แล้วก็พากันเข้านอน...
วันที่ 2
วันนี้ตื่นแต่เช้าครับ ราวๆ 8-9 โมง เพื่อรับแสงอาทิตย์ยามเช้า พวกเราจึงนั่งเล่นเกมกันต่อจากเมื่อคืน (สิ้นหวังแล้ว! สิ้นหวังกับคนที่มาระนองเพื่อมานั่งเล่นเกมแล้ว!!)
- เป็ดยังคงเล่นเทียไครซ์ต่อพร้อมเข้าเว็บซุยโคเฟรนด์เปิดบทสรุปที่โฟลวเขียนไว้ (RAM ต่ำ จำได้ทีละบรรทัด ต้องมาเปิดบ่อยๆ) พอเล่นไม่ผ่านก็บ่นว่าคนเขียนบทสรุปเขียนผิด
- แอนดี้ยังคงอาศัยอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยการ์ตูนที่ใส่อยู่ในถุงขยะ และอ่านหงสาอย่างมีความสุข (แต่ฉากรอบๆมันชวนให้คิดถึงเทศบาลเก็บขยะซะจริง)
- นาโนเข้าโหมดรีโทร เปิดอีมู SFC เล่น Romancing Saga 3 ใช้เวลาหาสูตรโกง 3 ชม. เขาจะได้เล่นหรือไม่โปรดติดตามวันต่อไป
- ชีริวเอา DS มาจิ้ม FFIV เพราะอยากทำตัวกบฏทั้งที่ไม่เข้าใจว่าไฟนอลมันสนุกตรงไหนวะ?
- บัฟโฟกับซาซ่าดวลเทคเคน ไปๆมาๆบัฟโฟเก่งกว่าซาซ่าอีกแหะ เป็ดถึงกับกล่าวว่าเมื่อครั้งเล่นกันที่กทม.ซาซ่าพริ้วกว่านี้ (ก็เพราะคู่ต่อสู้ที่ชื่อยาโนทัยมันห่วยไงล่ะเธอว์)
...ลืมพูดถึงบิ๊กเหรอ? ผมก็ว่างั้นแหละ จืดจางจริงๆเล้ย...
บิ๊ก: ก็บอกว่าตูไม่ได้ไปด้วยเฟ้ย!!
ทริปคนแก่ก็ต้องเน้นรีโทรครับ รถที่นั่งออกจากบ้านวันนี้ก็เป็นรถรีโทรของซาซาไร หมาเห่าใส่ก็บุบแล้ว เมื่อวานขนน้ำหนักขึ้นไปถึง 600 กก. (เป็นของบัฟโฟซะ 200 กก.) วันนี้เลยเอารถชีริวไปอีกคันดีกว่า
แวะเที่ยวบ่อน้ำร้อน (ภาพประกอบสามารถเปิดดูได้ในบล็อกของซาซาไร เอ็นทรี่ที่โพสต์ภาพสัตว์น้ำเยอะๆ)
ชีริวกลัวน้ำจึงอยู่บนบกนั่งคุยกับป้าชาวบ้านที่พบในบ่อน้ำร้อน (เผื่อดรอปไอเท็ม) ก็พบว่าการคุย 20 นาทีนั้นได้สาระมากกว่าการนั่งโม้กับเจ้าพวกนั้นหลายล้านเท่า เนื่องจากป้าเคยเดินทางไปตั้งแต่ระนอง ภาคเหนือ ภาคอีสาน เวียดนาม พม่า ลาว ฮ่องกง ญี่ปุ่น จีน รัสเซีย เป็นนักกรีฑาทีมชาติปั่นเมาเท่นไบค์ข้ามคีรีมันจาโรมาสองร้อยรอบ เป็นแชมป์โอลิมปิคตะกร้อลอดห่วงสมัครเล่น เป็นสมาชิก Illuminati และเคยผ่านสงครามเวียดนาม เป็นคนประดิษฐ์ไจโรสโคปอันแรกของโลก อีกทั้งยังเป็นคนคิดค้นต้นยางพาราให้ประเทศไทยเอามาปลูกกันอีกด้วย (อ่านย่อหน้านี้กันทำไมน่ะ?)
ตอนเที่ยงกินร้านส้มตำ จำชื่อร้านไม่ได้ จำได้แต่ว่าซาซ่าเลี้ยงอีกแล้ว (เราจะจดจำบุญคุณนี้ไว้จนวันตาย!! .......แต่เนื่องจากเขาจืดจาง เราจึงลืมไปแล้ว)
(แด๊กกันเร็วมากจนถ่ายรูปอาหารไม่ทัน)
หลังอิ่มขากลับก็ลองของตามสัญญา ว่าแล้วก็เวียนให้นาโนมาขับรถซาซาไรดู...
จะขับไปหาดบางเบนกัน ชีริวขับตามนาโนมาเรื่อยๆยังไม่พบปัญหา คาดว่าตอนกลางวันรถยังไม่เฮี้ยน สักพักนาโนก็จอดลงข้างทาง
"โห นี่เหรอหาดบางเบน สวยสุดๆเลยเพ่!"
"นี่มันบ้านอาแปะโว้ยยย! รถกูเสียตะหาก!!!"
รถซาซ่าฮีทขึ้นน้ำแห้งผาก (ชีริวแอบดีใจว่า เย้ ตูไม่ได้เป็นคนเดียวที่ขับรถคันนี้แล้วมันพัง~) มีลุงขี่มอเตอร์ไซด์ผ่านมาบอกว่าบ้านช่างอยู่แถวๆนี้พอดี (โห คิดถึงแก๊งค์ปาหินเลยลุง กระจกแตกสร็จขับไป 100 ม.เจอร้านขายกระจก) ในรถชีริวมีน้ำกลั่นอยู่พอดีก็เลยเติมซะแล้วรอฮีทลงก่อนแล่นกลับบ้านดีกั่ว
วกกลับมาได้ราวๆ 500 เมตรรถซาซ่าก็ดับอีก
โดเรียจึงขุดคุ้ยความรู้เรื่องช่างยนต์ที่สั่งสมมา (ส่วนช่างกลเป็ดแม่งเปลี่ยนหลอดไฟยังไม่เป็น) จารไนผังการทำงานของน้ำและน้ำมันหล่อลื่นของมาสด้ามาอย่างดี แสดงดังภาพด้านล่าง
(โนเบลที่ได้จากทฤษฎีของตกเมื่อวานต้องถูกยึดคืนแน่นอน)
น้ำกลั่นของรถชีริวก็ไปกองสงบอยู่ ณ พื้นถนนทุกหยาดหยดด้วยประการฉะนี้ ...ถ้ารถตูม่องไปอีกคันก็ไม่มีถัง E สำรองแล้วสินะ สินะ
ทางคณะเดินทางได้ประชุมหาทางแก้ปัญหาและได้แนวทางแก้ปัญหามามากมาย อาทิเช่น
- โทรให้ลุงนานๆมารับ
- โทรให้บิ๊กเกรทมารับ
- ทวีตบอกเพื่อน
- เที่ยวบ้านอาแปะแทนหาดบางเบน
- เลี้ยงม้า
- ให้เป็ดเต้นระบำเป๋าฮื้อ
- ให้มดเขียวรับผิดชอบด้วยการลาออก (ซวยกุอีก!)
จึงตกลงได้ว่า ให้คันชีริวขับไปตามช่างที่ลุงแกบอกมาช่วยสิ (ก็ควรจะเป็นแบบนั้นอ่ะนะ) หลังจากย้อนกลับขึ้นไปได้ประมาณ 2 กม.ก็เจอบ้านที่น่าจะเป็นบ้านช่างอยู่ แต่ไร้ผู้คน ทหารเลวแอนดี้ทำหน้าที่หน่วยกล้าตายพังรั้วเข้าไปแล้วขโมยวัวออกมาสองตัว เขาจึงถูกทหารยิงตาย....
(เนื่องจากแอนดี้ไม่ยอมเข้าบอร์ดเราจึงแต่งให้โดนยิงตาย //นี่มันรายงานมีทไม่ใช่ฟิคนรกว้อย!!)
แอนดี้เลียบๆเคียงๆไปบ้านข้างๆ ด้วยหน้าตาคล้ายโจรย่องเบาทำให้ป้าในบ้านต้อนรับด้วยกระสุนนำวิถี 3 นัด แต่แอนดี้ก็เปลี่ยนมาใช้ภาษาโดเรียคุยกับป้าได้สำเร็จ
เนื้อหาที่คุย
v
v
"ป้าครับ อู่ข้างๆเปิดไหมครับ?"
"เปิด!"
"ไม่เห็นมีคนอยู่เลยครับ?"
"อยู่! แต่ไปแล้ว!"
(ช่างชวนให้คิดถึงภาษาพื้นเมืองภาคกลางจริงๆ A:ไปกินข้าวมาเหรอ? B:เออ ไปตลาดมา)
แล้วความหวังสุดท้ายก็ดับวูบไป ช่างภาพบัฟโฟได้จับภาพแอนดี้ที่ทำหน้าผิดหวังไว้ได้ดังนี้
ซึ่งภาพดังกล่าวถูกนำเข้าทำเนียบ "ใบหน้าสิ้นหวังแห่งศตวรรษ" เทียบเคียงกับหน้าของพิลิก้าตอนอยู่ต่อหน้าลูก้าไบลท์, หน้าของอเล็กซ์ เฟอร์กูสันตอนผีแพ้เมื่อวานซืนนี้ และหน้าของสการ์เล็ตมูนตอนชิมอาหารของซาซาไร
และซ้ำร้าย แอนดี้ยังโดนจับข้อหาบุกรุกบ้านป้าแก่ตะกี้อีกต่างหาก
คุกจ้ะคุก
(เอารถไปฝากโรงพักเดี๋ยวม๊าซาซ่ามาจัดการต่อตะหาก)
หลังจากนั้นก็เปลี่ยนภาระมาเป็นรถชีริวอัด 6 มื้อเย็นแวะไปเยี่ยมห้องน้ำเสี่ยไนท์แล้วเข้าตลาดเทศบาลหาของแหลก ก่อนจะออกมาอีกทีตอนกลางคืนตระเวนหาน้ำเต้าหู้กิน แต่หาไม่ได้เนื่องจากถั่วเหลืองปลูกไม่ขึ้นในจังหวัดระนอง จึงเปลี่ยนไปกินหอยทอดแทน (โคตรจะคนละฟีลเลย)
มีทนี้ปราศจากแอลกอฮอล์จ้ะ (บัฟโฟกินข้าวหมากไปหนึ่งถุง ต้องอาบัติ ต้องไปไถ่โทษด้วยการเล่นเทคเคนจนกว่าจะแพ้ซาซาไร)
คืนนี้ก็ยังดึกอีกเช่นเคย แต่เล่นอะไรไปจำไม่ได้ มาริโอ้คาร์ทที่ผมเล่นได้ที่โหล่เพราะหลงทางตลอดน่ะผมไม่เล่าให้ใครฟังหรอกนะ ฮึๆๆๆ
S: ก่อนจะต่อวันที่ 3 มีอะไรจะถามไหมเด็กๆ?
B: ลุงฮับๆ ตกลงทริประนองสองวันมาแล้วเนี่ยได้ไปเที่ยวไหนมั่งรึยังฮับ?
S: วังไกลกังวลไงสาด! เลิกถามซอกแซกแล้วไปนอนซะ!
วันที่ 3
วันนี้พวกเราตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำบุญตักบาตร ....ฝันไปเถอะ
วันนี้รับอรุณด้วย WWE ครับ เกมมวยปล้ำ Wii แบบเหวี่ยงจอยช่างบั่นทอนกำลังแขนได้ยิ่งกว่าการขับรถตลอดทั้งวันหลายเท่านัก (ขณะจะใส่ท่าให้เหวี่ยงแขนที่ถือจอย แต่ถ้าใกล้แพ้ให้เหวี่ยงแขนใส่ไอ้คนที่นั่งข้างๆ) ยิ่งเล่นกัน 4 คนเป็น Fatal-4-Way ที่มั่วบัดซบที่สุดเท่าที่เคยเล่นมา โดยเฉพาะแมทช์ไต่บันได (ซาซ่าเก่งสุดแต่ทำไมเป็ดชนะน่ะรึ? ก็เพราะมันบินได้ไงครับ)
รถชีริวขนหมูออกไปหกตัวอีกวัน (อ้าวกำ ดันนับตัวเองด้วย) วันนี้กินร้าน.... จำชื่อไม่ได้อีกแล้ว orz ที่อยู่ตรงบ่อน้ำร้อนรักษะวารินน่ะ มื้อนี้ถือว่ายอดเยี่ยมที่สุดในทริปนี้เลย อาหารบานตะไทแบบสั่งไปเหงื่อแตกพลั่กๆว่าจะกินหมดหรือไม่ เสิร์พเร็ว รสชาติดี (แต่ตัวอดอยากพวกนี้กินอะไรก็อร่อยหมด ไม่สามารถสเกลคะแนนออกมาเป็นหน่วยสการ์เล็ตมูนได้)
- ปลาทับทิมนึ่งมะนาว
- ต้มยำไก่
- หอยเชลล์ผัดฉ่า
- เนื้อปูผัดผงกะหรี่
- หมูสะเต๊ะ
- ไข่เจียวหมูสับ (หน้าจะเป็นไข่แล้วครับซาซาไร)
- กุ้งแช่น้ำปลา
- ฉู่ฉี่กุ้ง
- ผัดผัก
- ยำไส้กรอก
สภาพความเสียหาย
ทั้งหมดแปดร้อยกว่าบาท สั่งเยอะกว่าสองเท่าแต่ถูกกว่าไอ้ร้านทะเลปลอมวันแรกอีก =v= คราวหน้ามาระนองแวะมากินที่นี่กันนะครับ บ้านเน็กไม่ต้องไปก็ได้
จากนั้นก็ขึ้นไปดูพระ (พระอะไรจำชื่อไม่ได้) แล้วก็ไปเข้าถ้ำ (ถ้ำอะไรจำไม่ได้) <<นี่มันมาทำไมเนี่ย!!
นี่คือบ่อน้ำร้อนรักษะวาริน (แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Healing Water กินแล้วพลังเต็ม) สถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังที่สุดของจ.ระนอง มีน้ำร้อนหลายระดับตั้งแต่ความร้อนเอาไว้แช่ตัว ต้มมาม่า ต้มไข่ ไปจนถึงถลุงโอริฮาลก้อน
พอจะถ่ายรูปจู่ๆก็มีนักเขียนการ์ตูนมุกแป้กคนนึงเดินมาบังครับ...
ผมเอาไม้เขี่ยๆดูเผื่อจะไป ปรากฎว่ามีเป็ดเดินเข้ามาอีก มันคงคิดว่าเล่นด้วยมั้งน่ะ
พอคิดว่าปลอดคนแล้วจะถ่าย ก็ดันติดซาซาไรเข้ามาในภาพอีก (มองด้วยตาเปล่าจะมองไม่เห็นครับ)
แอนดี้และนาโนจึงนำซาซาไรไปขายให้ร้านกาแฟ เอาไว้ออกงานวัด นั่งคู่กับเมียงู
หลังจากอุปสรรคมากมายสุดท้ายก็ได้ภาพที่สวยที่สุดจริงๆมา อาห์
ป.ล. ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ลครับ
ซาซ่า: ฮว้ากกกกกกก!!
สถานที่เที่ยวต่อไป ...ห้องอาบน้ำหญิง
//ไม่ใช่โว้ย!!
มาถึงหาดบางเบน อีกหนึ่งสถานที่เที่ยวดังที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติแหลมสนซึ่งครอบคลุมพื้นที่จังหวัดระนองและพังงานเป็นเนื้อที่กว่า 300 ตร.กม. เป็นแหล่งรวมนกน้ำนานาพันธุ์ ป่าโดยรอบเป็นชายเลนที่มีต้นไม้ค่อนข้างหนาแน่นที่พบมากคือ โปรงแดง โปรงขาว และโกงกางใบเล็ก มีบริการเรือหางยาวสำหรับเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวเล และหาดบางเบนที่สามารถเดินเท้าจากทางเข้าอุทยานเข้ามาได้นี้เป็นหาดที่สวยที่สุดในจังหวัดด้วยพื้นทรายละเอียด ร่มรื่นด้วยป่าสนธรรมชาติ อีกทั้งยังสามารถมองเห็นหมู่เกาะน้อยใหญ่ได้จากชายหาดอีกด้วย จึงเป็นที่ตั้งแคมป์ยอดนิยมแห่งหนึ่ง
ข้อมูลสถานที่เที่ยวทั้งหมดนั้นหาได้มาจากเจ้าบ้านไม่ แต่เราจำมาจากป้าที่คุยด้วยที่บ่อน้ำร้อนเมื่อวานต่างหาก
ในอุทยานจะมีคำบรรยายพันธุ์พืชและสัตว์ต่างๆให้ความรู้ ป่าสนของหาดบางเบนก็มีป้ายครับ เลยเข้าไปอ่านดู...
บัฟโฟ [Buffo]
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Arctictis binturong
ถิ่นที่พบ: บล็อก exteen และพันทิป
ความยาว: 60-170ซม. ขึ้นกับอายุ
น้ำหนัก: 100-200กก. ขึ้นกับวิธีเลี้ยง
ราคา: ตามน้ำหนัก
บัฟโฟเป็นสิ่งมีชีวิตที่หากินตอนกลางคืน กินมุกแป้กเป็นอาหาร สามารถพบได้ตามบล็อกเอ็กซ์ทีนทั่วไป และพบในพันทิปบางครั้ง แต่เหลือน้อยลงจนใกล้สูญพันธุ์ในซุยโคเฟรนด์
สงสัยคนทำป้ายอ่านวิกิซุยนะเนี่ย
วันนี้ฝนพรำลงมาเรื่อยๆตามที่กรมอุตุพยากรณ์ไว้ครับ (คลื่นลมในพื้นที่รุนแรง เรือเล็กโปรดงดออกจากฝั่ง เรือใหญ่ออกได้ไม่เป็นไร ฝนฟ้าคะนองกระจายบางแห่ง ฝนหนักบางพื้นที่ หากบ้านท่านฝนไม่ตกก็แสดงว่าบ้านท่านไม่ได้อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว) <<พยากรณ์ไม่ถูกก็บ้าแล้ว
แล้วก็ลงชื่อบนผืนทรายตามธรรมเนียม แต่ไหนๆก็มีนักวาดการ์ตูนมือพระกาฬมาทั้งคน จะให้ลงลายเซ็นธรรมดาๆแบบมีทก่อนๆก็กระไรอยู่ (ตะกี้เอ็งยังว่าเขามุกแป้กอยู่เลยไม่ใช่เรอะ?)
แล้วบัฟโฟก็ลงมือทำลายทรรศนียภาพของหาดบางเบนด้วยอวาทาร์ของเพลเยอร์ทั้งหกครับ (ไม่ต้องบรรยายก็รู้สินะว่าใครมั่ง ภาพแรกพลพล ต่อด้วยโฟลว, หมูบิน, รินซัง, ซิกฟรีด แล้วก็เลิฟชมพูครับ)
จากนั้นก็เต๊ะท่า (เพื่อ?)
ทีแรกว่าจะเต๊ะท่าหน่วยรบกีนิว แต่นึกถึงท่าของกีนิวแล้วมันทุเรศจัด เลยเปลี่ยนเป็นท่าจบของฮารุฮิแดนซ์ แต่จำท่าไม่ได้ สุดท้ายก็เป็นท่าเซ็นไทสิ้นคิดเช่นนี้แล
เบื่อรูปคนแล้ว หาสัตว์โลกน่ารักมาถ่ายชมบรรยากาศธรรมชาติมั่งดีกว่า เอ้า~
หุหุ ปูกระดุมสองตัวกำลังเอากัน ^^
//ไม่น่ารักว้อย!!
นี่คือภาพที่พยายามจะถ่ายปูลมครับ
เป็นการยืนยันคำพูดที่บอกไว้ในกระทู้ลุงนานๆว่าปูลมมันถ่ายยากเจรงๆ <<จริงๆกล้องนาโนห่วยน่ะครับ <<จริงๆไอ้คนถ่ายฝีมือห่วยต่างหาก
ขากลับแวะน้ำตกหงาวอันเลื่องชื่อ......
(เศร้าว่ะจังหวัดนี้)
วันนี้เที่ยวซะคุ้มทดแทนสองวันแรก (แต่ไม่มันส์เพราะรถรีโทรของซาซ่าไม่มีบท) แต่... มาระนองแล้วไม่ได้ขึ้นเขาวัดหงาวก็ถือว่ายังมาไม่ถึง!!
แอนดี้ ซาซ่า นาโน และเป็ดได้ปีนขึ้นเขาเป็นระยะทางกว่า 4 กม. สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2 กม. สามารถเอื้อมไปจับไทยคมได้
...ซึ่งนั่นเป็นเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้ว ปีนี้ไม่ได้ขึ้นซักหน่อย (แล้วจะบรรยายทำไม!!)
จากนั้นก็แวะซื้อของฝากจ้ะของฝากถูกค่อดๆ ลูกพรุนซันสวีทซื้อเดอะมอลกระปุกละ 210 ที่นี่ขาย 120 ถ้าแวะมาระนองมาซื้อของร้านนี้นะครับ บ้านเน็กไม่ต้องไปหรอก
กลับมาก็ Wii WWE อีกสิฮะพี่น้อง ซาซ่าถูกสามโจร (ชีริว+เป็ด+บัฟโฟ) รุมดึงกางเกงแล้วดึงกางเกงอีก (กุรู้น่าว่าพวกเมิงอยากเห็นตูดซาซาไร อย่ามาทำตัวซึนเดเระ!) ไอ้พวกโจรก็ฝีมือกระจอกง่องง่อยเหลือเกินทำให้แมทช์ยืดเยื้อยิ่งนัก แต่สุดท้ายอธรรมก็ชนะไป ปล่อยให้ซาซาไรร้องอย่างเคียดแค้น "ผมล่ะแค้นจริงๆเลย T-T"
คืนวันที่3 ...
มื้อสุดท้ายนั่งกินข้าวล้อมโต๊ะที่บ้านซาซาไร โดยกินอาหารที่ไปเลือกๆกันมาจากตลาดเทศบาล
ส่วนเจ้าบ้านกินมาม่า (ใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไร?)
วันนี้บัฟโฟนั่งทำโลโก้มีทหนนี้ครับ ชื่อมีทระนองแฟนตาซี เพราะคำว่า"นอง"มันคล้องกับ"นอล" และหากใช้ชื่อระนองเด็นมันฟังไม่รื่นหูเท่าไหร่
อีกทั้งต้องการใส่รูปหลังโลโก้เป็นอะไรที่เกี่ยวกับธีมของทริปนี้ (ซึ่งก็คือหม้อน้ำเสีย) ก็เหมาะกับโลโก้ไฟนอลที่มีรูปอยู่ด้านหลังพอดี ![]()
บัฟโฟกับซาซาไรสองมือตัดต่อเป็นอาชีพก็แลกเปลี่ยนวิชากันสนุกสนาน
วันนี้พี่อธิษผู้มีชื่อเสียงโด่งดังทั่ววงการเขาแวะมาที่บ้านครับ (พี่เขาได้ข่าวว่ามีมีทซุยโคเฟรนด์น่ะครับ เลยตีรถมาจากกทม.) เลยให้พี่เขาเซ็นชื่อในหนังสือ ABC comic ที่พี่เขาวาด
...พอเซ็นเสร็จพี่เขาก็กลับไปตัดต่อโลโก้มีทระนองต่อครับ
นอกจากนี้แล้วซาซาไรยังได้เปิดแสกนเลชั่นการ์ตูนโป๊ในคอมที่มีมากกว่า 10 GB ให้ดูด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เขาเล่าว่าที่ไม่ได้แปล persona และ suikoden ต่อก็เพราะมัวแต่แปลการ์ตูนโป๊อยู่นั่นเอง ซาซ่า: ไม่ใช่ว้อย! เอ็งออกไปจากบ้านเดี๋ยวนี้เลย!!
เข้านอนคืนที่สามกับบ้านเนื้อที่หลายสิบไร่ที่มีเครื่อง Wii และ PS2 แต่ดันไม่มีแอร์, มีด, กรรไกร, ยาประจำบ้าน, และช่องระบายอากาศในห้องน้ำ (ใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไร???)
ตื่นขึ้นมากลางดึก ทำไมวันนี้มันร้อนๆหว่า ....อ้อ พัดลมไม่เปิดนี่เอง เมื่อคืนแอนดี้คงออกจากห้องพร้อมกับปิดพัดลมให้ด้วยเพื่อประหยัดพลังงาน ^^
....เมื่อรู้แล้วเขาก็หลับต่อ (ไอ้ตัวขี้เกียจเอ๊ย!)
สักพักบัฟโฟก็ตื่นขึ้นมาด้วยความสงสัยว่าทำไมมันร้อนจังฟะ เมื่อเห็นพัดลมไม่ได้เปิดอยู่เขาจึง.... นอนต่อ (แล้วพวกแกเนี่ยใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไร?)
และแล้วก็หมดไปอีกวัน
พรุ่งนี้ก็ต้องกลับไปใช้ชีวิตสามัญชนเข้าบอร์ดร้างๆต่อแล้ว อาห์
นัดหมายกันว่าพรุ่งนี้จะตื่นตีห้าแล้วออกจากบ้านหกโมง (นัดไปงั้นแหละ มันเป็นไปได้ซะที่ไหนกัน
)
ป.ล. หลังจากเป็ดเล่นเทียไครซ์มาเป็นเวลาสามวันเขาก็พบความจริงที่ว่า "ไอ้เกมนี้ม่ายเห็นจะซาหนุกเลยว่ะลุง"
เออสิ เพิ่งรู้เรอะ
วันที่ 4
ชีริวตื่นตีห้าตามที่ตั้งใจพอดีเพราะวันนี้ต้องออกแต่เช้า (ที่จริงมันร้อนจนนอนไม่หลับต่างหาก) อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยก็นังไม่มีใครตื่น เขาจึงต้องหยิบ DS มาพาไอ้พาลาดินเซซิลไปบุกหอทอซให้หมากระทืบตายเล่นสัก 2-3 รอบ หมั่นไส้มันเก๊กหล่อเสือกฝีมือกระจอก
ไม่รู้ว่าป่านนี้รถซาซาไรซ่อมเร็จหรือยัง ไม่มีรถนี่เหมือนติดเกาะชัดๆ หากมาม่าหมดเขาคงต้องลงไปจับไอ้ตัวน่ารักหน้าบ้านแด๊ก ขอเชิญท่านผู้มีจิตศรัทธาส่งข้าวสารและอาหารแห้งไปสงเคราะห์ซาซาไรได้ที่อ.เมือง จ.ระนอง
...แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เราต้องสนใจ กุกลับบ้านแล้วววว วะฮ่าฮ่า (ไอ้พวกเลว!)
ออกจากบ้านเจ็ดโมงกว่าๆครับ เจ้าบ้านเป็นห่วงกลัวคนขับพาคณะเดินทางกลับไม่ถึงบ้าน (ดูทางมันหน้าที่คนขับซะที่ไหนล่ะคู้ณ~ ^^ หน้าที่แอนดี้นู่น)
นาโนจึงแก้ปัญหาหลงทางด้วยการเอาเน็กกลับไปด้วยซะเลย
เป็ด: แต่รถอัดหกนั่งไปกทม.ไม่ไหวนะลุง
นาโน: ก็ทิ้งเป็ดไว้ที่นี่สิฮะ
เป็ด: เออ จริงว่ะ
และแล้วเน็กก็ถูกพากลับไปด้วย ขณะที่เป็ดถูกทิ้งไว้ที่ระนองครับ ^^
(เชื่อก็บ้าแล้ว)
ชีริว: นาวิช่วยนำทางด้วยเว้ยเฮ้ย (/me เปิดโหมดหลับตาขับ)
แอนดี้: แยกแรกเลี้ยวซ้ายนะลุง ซ้าย
ชีริว: ตลกตายหละ
/me เลี้ยวขวาด้วยความมั่นใจ
แอนดี้: ถึงจะตลก?มาสี่วันแต่หนนี้ผมไม่ได้ล้อเล่นนะลุง
ชีริว: อะ ต้องเลี้ยวซ้ายจริงเหยอ ^^
/me กลับรถหน้าปากซอย....
ซาซ่า: พวกมันจะรอดถึงกรุงเทพมั้ยเนี่ย?
แปดโมงแวะกินซาละเปาทับหลี แหล่งขายซาละเปาที่ดังที่สุดในประเทศไทยครับ ขายซาละเปากันทั้งหมู่บ้าน เน็กแนะนำให้แวะร้านที่ลูกสาวสวยแต่ไม่รู้ว่าร้านไหน จึงแวะร้านที่ยังไม่เปิด คนขายต้องตะโกนสั่งซาละเปาร้านข้างๆให้พวกเรากิน
ทั้งซาละเปาทั้งขนมจีบอร่อย ราคาถูก ถ้าสนใจแวะมากินแถวกทม.ก็มี (ไม่ต้องมาถึงระนอง มันไกล) อีกหน่อยคงขายไปทั่วประเทศแข่งกับไก่ย่างวิเชียรบุรี
ด้วยระยะทางแสนไกลแบบไร้จุดแวะ หัวข้อสนทนาก็เลยยาวแล้วยาวอีก ถึงมีทนี้จะบ้าบอคอแตกแต่เรื่องสาระก็สนทนาได้นะเอ้อ
ซุยโคเด็น
- คุยเรื่องความหมายของเพลงซุยที่เปิดในรถ และแทร็คลับที่ซ่อนอยู่ในแผ่นซุยโคเด็น2 La Passione เข้ากับธีมเกมมาก
- เรื่องสมาคมฮาวลิ่งวอยซ์และที่มาของไคลฟ์, เคลลี่, เอลซ่า
- เรื่องการเปรียบเทียบประเทศในโลกซุยกับโลกจริง ฮาร์โมเนียเหมือนอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์จริงด้วยแหะ
- เรื่องความขัดแย้งของโจวสตันกับสการ์เล็ตมูนในพื้นที่เซนัน
- เรื่องความเก่งกาจของห้าจอมทัพของสการ์เล็ตมูน
- เรื่องของซินดาร์และการทำลายทรูลมของลุค
- เรื่องเมืองหลวงเดิมและเมืองหลวงใหม่ของแต่ละภาค
- เรื่องจำนวนฮิตของตัวละครภาคห้า
- เรื่องความเมพของมิสึบะ
- เรื่องอาเจ๊ซอนย่า
- เรื่องมังกะซุยโคเด็นสาม
...ไงล่ะ ไม่ได้กบฎอย่างเดียวนะเอ้อ
ซึ่งตอนคุยเรื่องซุยนั้นชีริวนั่งคุยกับแอนดี้สองคน อีกสามคนหลังรถตายหมดแล้ว
โดเรียเลยปลุกเพื่อนๆอย่างมีเมตตา
ซึ่งไม่ได้ผลแต่อย่างใด (สัด!)
ส่วนเกมอื่นๆก็มีคุยบ้างนิดหน่อย
- [Grandia] คุยเรื่องกำแพงกั้นโลก และการกำหนดช่องเดิน
- [FFVI] เรื่องท่าไม้ตายของแต่ละคน
- [FFVII] เรื่องความทรงจำของคลาวด์และทีฟา
- [FFVII] เรื่องปุ่มลับที่ประธานชินระสร้างให้ลูกชายใช้หนีไดอะมอนด์เวพ่อนออกมาได้
- [FFVIII] เรื่อง Eyes on Me และเพลงบนแร็คนาร้อคของสองเรา
- [FFIX] เรื่องบทพูดตอนฉากจบและเนื้อเรื่องของพวกจีโนม
- [FFX] เรื่องอาวุธของตัวละคร, การอัพเกรดอบิลิตี้อาวุธและเกราะ
- [FFX] มนต์อสูรและบอสลับ
- [Chrono Trigger] ฉากจบทั้ง 13 แบบ
- [Chrono Trigger] ทีมสร้างที่เอาตำนานของ SQ และ EN มารวมกัน
- [Chrono Trigger] เนื้อเรื่องตอนโครโน่โดนลาวอสเป่าตายและพวกมาร์ลย้อนเวลากลับไปช่วย
- [Chrono Cross] นางเอกน่ารักชะมัด
- [มีดที่13] ภาคแรกสนุกชะมัด คุยเรื่องนักสู้หัวกะโหลกแต่ละคนและนักสู้ชุดที่สอง
- [SRW] ฟังไม่รู้เรื่อง ตูไม่ได้เล่น
- [Yugioh] ฟังไม่รู้เรื่อง ตูไม่ได้เล่น
- [Musou ทั้งหลาย] ก็ไม่ได้เล่น รู้แต่ว่าลิโป้เทพฉิบหายวายป่วง
...เฮ้ย! ทำไมมันยาวกว่าซุยฟะ!!
ซึ่งตอนคุยเรื่องกบฎนั้น คนที่หลับได้ทยอยกันตื่นขึ้นมาตามสายที่ตนเองสนใจ (ไอ้พวกกระบวยหัวขดเอ๊ย!!)
และแน่นอน ไหนๆก็มีทบอร์ดซุยจะไม่คุยเรื่องบอร์ดเลยก็กระไรอยู่
....เราจึงคุยกันในหัวข้อ "ทำไมจีนี่จึงแห้วถึง 65 ครั้ง" กันครับ
จีนี่: แล้วพวกเอ็งมายุ่งอะไรกับชีวิตช้าน~!!
คุยกับเป็ดเรื่องบอร์ดยุคกระโน้นที่ไม่มีสาวๆอยู่เลย มีแต่ลุงแก่ๆเข้ามาเล่นมุกเสี่ยวๆ พอดีนึกได้ว่าตอนนั้นมีสการ์เล็ตมูนอยู่นี่นะ
แต่มติจากที่ประชุมบอกว่าสการ์เล็ตมูนไม่นับเป็นผู้หญิง (อันนี้ก็ความรู้ใหม่นะเนี่ย)
แวะกินข้าวที่ศูนย์อาหารสักแห่งในปั๊มปตท.จ้ะ (มันหรูนะเอ้อ) ขาหมูจืดมากแต่ป้าคนขายแต่งตัวสวยดี ข้าวมันไก่ก็สะอาด ห้องน้ำก็อร่อย
พอผ่านเพชรบุรีแหล่งรวมของฝาก หนนี้อยากซื้อ แต่จำไม่ได้ว่าหม้อแกงร้านไหนมันอร่อยสุด จำได้เลาๆว่าแม่กิมลุ้ยกับแม่ละเมียดเหมือนจะอร่อยสุด (จากที่อ่านมาใน fwd mail) และร้านดังอย่างแม่กิมลั้งกับแม่กิมไล้ห่วยแตกที่สุด
เลยแวะเข้าแม่กิมลุ้ยครับ ของน้อยจนแทบจะขับกลับออกไป แต่ใครสักคนก็พูดขึน้มาว่า "ร้านนี้อาจจะใส่จิตวิญญาณทั้งหมดไปกับขนมหม้อแกงก็ได้นะ!" ก็เลยซื้อ <<แต่รู้สึกว่าคนที่พูดจะไม่ได้ซื้อหม้อแกง
(ตอนเอากลับมากินที่บ้านก็อร่อยจริงๆนั่นแหละ เรียบลื่นลิ้นดี แฉะนิดหน่อยแต่ผมชอบแฉะๆแบบนี้แหละกลืนลงคอง่าย)
กลับมาเปิดเมล์ดูก็ปรากฏว่าคนรีวิวเขาให้รสชาติเรียงตามนี้
แม่ละเมียด=แม่บุญล้น>แม่กิมลุ้ย>แม่กิมไล้=แม่กิมลั้ง>พ่อเข่ง
(จากรีวิวเว็บผู้จัดการ เมล์มันยาวเลยตัดมาแค่ท่อนเดียวจ้า)
คำแรกเป็นของแม่กิมลุ้ย เนื้อขนมสีสวย ใช้ได้ รสชาติกำลังดี ไม่หวานแสบคออย่างที่เกรง แต่เนื้อค่อนข้างร่วน ไม่แน่น เนื้อเผือกไม่เหนียวออกจะเหลวผสมปนไปกับตัวสังขยา แฉะเล็กน้อย
คำที่สองคือแม่กิมไล้ ได้สัมผัสกลิ่นคาวไข่แรงมาก เนื้อขนมแห้ง ไม่มีน้ำมีนวลเลย มีเสียงพึมพำไม่น่าเชื่อว่านี่เป็นขนมหม้อแกง
คำที่สามเป็นคิวแม่กิมลั้ง เนื้อขนมสีออกชมพูโดดเด่น รสหวานแหลมแสบคอจนต้องเรียกหาน้ำ ไม่มีรสสัมผัสของเผือกเลย เนื้อขนมคล้ายไข่ตุ๋นหวานมากกว่า
ผ่านไป 3 ถาด นักชิมจำเป็นเริ่มวนกลับไปตักถาดแรก ลงความเห็นว่าตอนนี้แม่กิมลุ้ยขึ้นนำชัดเจน
คู่คี่สูสี แม่บุญล้น-แม่ละเมียด เริ่มคำที่สี่ เป็นของแม่บุญล้น ทันทีที่เข้าปากก็เรียกเสียงอุทานถึงกลิ่นหอมที่สัมผัสได้ เป็น กลิ่นคล้ายอบร่ำควันเทียนของขนมไทย ใช่เลย รีบตักชิมอีกรอบ เนื้อขนมนวลเนียนไม่เละแฉะ ให้รสสัมผัสที่นุ่มลิ้นแปลกออกไปคล้ายกำลังละเลียดคัสตาร์ด ลื่นคอ รสหวานกำลังดี ต่างคนต่างพยักพเยิดว่าอร่อยถูกใจ
แต่พอได้ชิมคำที่ห้าจากแม่ละเมียด กระแสเสียงก็แตกออกเป็นสองฟากฝั่ง เนื้อขนมสีนวลสวย หอมกะทิรสชาติกลมกล่อมหวานมันลงตัว อร่อยคนละสไตล์กับของแม่บุญล้น
และก็มาถึงพ่อเข่งถาดสุดท้าย ทันทีที่ส่งเข้าปาก คุณ เอ๋ ย นี่มันขนมอะไรน่ะ กลิ่นแปลกๆ บอกไม่ถูกคล้ายส่วนผสมไม่ถึง รสก็หวานแปลก ไม่น่าจะเป็นขนมหม้อแกง เลยถูกผลักไสอย่างไม่ไยดี
ถึงตอนนี้ นักชิมจำเป็นพักดื่มน้ำกลั้วคอ ก่อนจะค่อยๆ หวนมาตักขนมหม้อแกงเผือกแต่ละเจ้าอีกครั้งอย่างช้าๆ เพื่อทบทวนกลิ่นและรสชาติ ใครชอบใจเจ้าไหนเป็นพิเศษก็ตักชิมถี่หน่อย จนเนื้อขนมแหว่งวิ่นอย่างรวดเร็ว
ในที่สุด เราก็ได้คู่ชิงความอร่อยที่แสนสูสี ระหว่างแม่บุญล้นกับแม่ละเมียด ซึ่งต่างก็มีรสอร่อยเด็ดถูกอกถูกใจนักชิม แต่ก็ไม่สามารถชี้ขาดได้จนต้องลงมติด้วยการโหวตเสียง และได้ผลคะแนนออกมา 5 ต่อ 5 เท่ากัน
สรุปผลได้ว่า ถ้าคุณชอบรสสัมผัสแบบขนมคัสตาร์ด และกลิ่นหอมของขนมไทยๆ แม่บุญล้นคือคำตอบของคุณ แต่หากต้องการค้นหาความเป็นขนมหม้อแกง ก็ให้นึกถึงแม่ละเมียดเป็นอันดับแรก รับประกันว่าไม่ผิดหวังแน่นอน
(สรุปว่าตูซื้อผิดร้านเรอะ =v= เอาน่า แม่กิมลุ้ยก็อร่อยกว่าเจ้าที่เคยกินนะเอ้อ)
(ตอนขับผ่านพ่อเข่งตกใจชื่อร้านมันแทบแย่ ดีนะไม่เผลอแวะเข้าไป)
มุกแป้กส่งท้ายวัน
v
v
บัฟโฟ: แม่กิมลั้งเนี่ย ไม่น่าแวะ
ชีริว: ทำไมเหรอ?
บัฟโฟ: นั่นไง ป้ายมันเขียนว่า "แม่กิมลั้งชิดซ้าย"
มุกนี้เอาไป 800 แอนดี้ (ถูกใช้เป็นหน่วยวัดความแป้กแทนวอรุ)
แป้กไหมครับ? แป้กใช่มะ แล้วทำไมเราเอามาลงน่ะรึ? ประจานไงประจาน
วันนี้รถไม่ติดแม้แต่ไฟแดงเดียว ก่อนห้าโมงเย็นเล็กน้อยก็ถึงกทม.อย่างปลอดภัย \\^^//
อวสาน~
นาโนไม่มีบทเหรอ? แกยังอยู่ระนองกับพี่เน็กอย่างมีความสุขไงครับ
....แล้วกะอีแค่นั่งรถกลับตูจะมารายงานทำไมฟะเนี่ย
ขอขอบคุณคณะเดินทางที่ช่วยกันสร้างความสนุกสนาน และขอบคุณเจ้าบ้านที่ปีหน้าจะขึ้นมาเลี้ยงข้าวเพื่อนๆถึงกทม.ครับ //พวกเอ็งสิเลี้ยง!!
