Walkthrough

จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี

(Difference between revisions)
Jump to: navigation, search
Revision as of 18:58, 20 พฤศจิกายน 2012
Medius (พูดคุย | contribs)

← Previous diff
Current revision
Medius (พูดคุย | contribs)

Line 147: Line 147:
โทลวัดก็แปลกใจที่มีต้นไม้แบบนี้ ถ้ามีล่ะก็คงสู้พวกมันได้สบายๆ จะไล่ปลูกต้นไม้นี่ บีบไม่ให้พวกสัตว์ร้ายมีที่ไปเลย แต่เซฟอนก็แย้งว่าไม่ควรทำแบบนั้น รู้สาเหตุมั้ยทำไมพวกมันไม่เข้าใกล้? แน่นอนมิวร่าไม่มีทางรู้ เซฟอนเองก็ไม่รู้ จะฝากเรื่องสำคัญกับอะไรที่ไม่รู้เหตุผลได้เหรอ บางทีพวกมันอาจจะไม่ใช่เข้าใกล้ไม่ได้ แต่แค่เกลียดเลยหลีกไป ถ้าเกิดถูกล้อมไปด้วยสิ่งที่เกลียดล่ะก็อาจจะโกรธและบ้าคลั่งไล่ทำลายโดยไม่เกี่ยงว่ามีต้นไม้ยุคสมัยได้แล้ว แค่ความเป็นไปได้ก็จริงแต่เสี่ยงเกินไปที่จะลอง แต่แค่หมู่บ้านเทลบ้าอย่างเดียวล่ะก็ไม่เป็นไรหรอก รีบกลับไปพิสูจน์ที่ยุคพวกเราเถอะ โทลวัดก็แปลกใจที่มีต้นไม้แบบนี้ ถ้ามีล่ะก็คงสู้พวกมันได้สบายๆ จะไล่ปลูกต้นไม้นี่ บีบไม่ให้พวกสัตว์ร้ายมีที่ไปเลย แต่เซฟอนก็แย้งว่าไม่ควรทำแบบนั้น รู้สาเหตุมั้ยทำไมพวกมันไม่เข้าใกล้? แน่นอนมิวร่าไม่มีทางรู้ เซฟอนเองก็ไม่รู้ จะฝากเรื่องสำคัญกับอะไรที่ไม่รู้เหตุผลได้เหรอ บางทีพวกมันอาจจะไม่ใช่เข้าใกล้ไม่ได้ แต่แค่เกลียดเลยหลีกไป ถ้าเกิดถูกล้อมไปด้วยสิ่งที่เกลียดล่ะก็อาจจะโกรธและบ้าคลั่งไล่ทำลายโดยไม่เกี่ยงว่ามีต้นไม้ยุคสมัยได้แล้ว แค่ความเป็นไปได้ก็จริงแต่เสี่ยงเกินไปที่จะลอง แต่แค่หมู่บ้านเทลบ้าอย่างเดียวล่ะก็ไม่เป็นไรหรอก รีบกลับไปพิสูจน์ที่ยุคพวกเราเถอะ
|} |}
 +
 +p4-2 กลับไปที่ร้อยปีก่อน<br/>
 +p4-3 ฝากโทลวัดไปปลูกต้นอ่อนที่หมู่บ้านเทลบ้าให้ และเดินทางกลับไปหมู่บ้านเทลบ้าที่ยุคปัจจุบัน
 +
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#c0c0c0; color:#000000; font-family:monospace;"|
 +พวกเราจะพบกลับต้นไม้ยุคสมัยที่ได้รับการปลูกขึ้นที่หมู่บ้าน และไม่เกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านเลย จีโน่จะเข้ามาหาเรา และบอกว่ากำลังพาคนในหมู่บ้านไปช่วยอยู่พอดีเลย หรือว่าปราบพวกนั้นหมดแล้ว สมกับเป็นลูกพี่เลย มิวร่าไม่ทันว่าอะไรก็รีบเข้าไปกอดจีโน่พร้อมทั้งน้ำตา จนจีโน่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เราก็เสริมว่าดีไม่ใช่หรือ อยากทำอะไรให้ทำไปนั่นล่ะ<br/>
 +พวกเราก็คิดว่าสามารถเปลี่ยนอดีตได้จริงๆด้วยต้นไม้ยุคสมัย แต่เรื่องนี้ไม่ควรบอกกับใครในหมู่บ้าน เพราะจะกลายเป็นพวกชาวบ้านเคยตายมาแล้วหนนึง ชาวบ้านก็เข้ามาหาพวกเรา พร้อมบอกว่าสัตว์พวกนั้นน่าจะเป็นสัตว์ร้ายร้อยปี และคิดว่าควรจะไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้าน เราจะอาสาไป มิวร่าบอกว่าพวกเราเคยสู้กับมันมา น่าจะเป็นคนแจ้งรายละเอียดได้ดีที่สุด ชาวบ้านจึงฝากให้เราจัดการ<br/>
 +จีโน่จะขอไปด้วย แต่เราห้ามไม่ให้ไป แต่เพราะสัตว์ร้ายร้อยปีจะค่อยๆเพิ่มมาเรื่อยๆ หินเวทย์มนต์นั้นจำเป็น ซึ่งเป็นหน้าที่ของจีโน่
 +|}
 +
 +p5-1 หมู่บ้านเทลบ้าฟื้นคืนชีพ เดินทางไปดูต้นไม้ยุคสมัยของหมู่บ้านเทลบ้าอีกครั้ง<br/>
 +- ออกจากหมู่บ้าน จะเจอลูลูซ่า
 +
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#c0c0c0; color:#000000; font-family:monospace;"|
 +ลูลูซ่าจะรู้สึกมึนงง เพราะเจอเรื่องที่ขัดแย้งกัน ช่วงที่เราและมิวร่าหายไปนั้น เธอสงสัยและได้มาดูที่หมู่บ้าน และได้เห็นหมู่บ้านถูกทำลายอย่างราบคาบ ในหัวนั้นขาวโพลน และเดินทางกลับไปที่ปราสาทเพื่อหาพวกเรา แต่ระหว่างนั้นก็เหมือนมีอะไรเข้าไปในสมองให้คิดว่าหมู่บ้านปลอดภัยดี ทั้งที่เห็นหมู่บ้านถูกทำลายไปแล้ว กลับมีความทรงจำที่หมู่บ้านปลอดภัยอยู่ จนมึนงง จนมาพิสูจน์อีกครั้งก็พบว่าหมู่บ้านปลอดภัยดีจริงๆ
 +เซฟอนก็บอกว่าคุณป้าคงเหนื่อยมากเกินไป แถมเจอสัตว์ร้ายที่น่าสะพรึงกลัวอีก ให้ค่อยๆพักผ่อนให้สบาย ก็คงสงบใจได้เอง เราก็จะสงสัยว่าทำไมลูลูซ่าถึงยังจำเรื่องในอดีตก่อนที่จะเปลี่ยนได้ เซฟอนไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่แต่คิดว่าเพราะต้นไม้ยุคสมัย เพราะช่วงนั้นลูลูซ่าอยู่ใกล้ๆต้นไม้ยุคสมัยพอดี
 +เราจะรู้สึกอะไรบางอย่างเพราะการแก้ไขอดีต ไม่ได้เสียใจอะไร เพราะนั่นเป็นทางที่ช่วยคนในหมู่บ้านได้ แต่เพราะการนั้นเรื่องใหญ่บางเรื่องได้กลายเป็นไม่เกิดเรื่องนั้นไป ทั้งตอนที่จีโน่บอกความในใจและสั่งเสียพวกเรา สิ่งนั้นก็เหมือนกับการที่น้ำตาของมิวร่านั้นหายไป เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะภูมิใจไปกับมันได้ จนเซฟอนก็แปลกใจเพราะมาทุกข์กับเรื่องแปลกๆ และจะเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง<br/>
 +นั่นคือเรื่องราวของโลกล้านใบ ความหมายตรงตัวแปลว่ามีโลกล้านอยู่ใบ แต่ในที่นี้ไม่ใช่แค่มีโลกล้านใบ แต่หมายถึงจำนวนไร้จำกัด พวกเราก็แค่ส่วนหนึ่งของโลกไร้จำกัดนั่น แม้ว่าพวกเราทำให้อดีตเปลี่ยนไปนึกว่ามันไม่ได้เกิดเรื่องนั้นขึ้น แต่ไม่ใช่แบบนั้น การเปลี่ยนอดีตก็แค่ทำให้ประวัติศาสตร์ถูกแยกออกมา มีโลกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งใบ ให้ลองเทียบดูกับต้นไม้ว่าแต่ละกิ่งนั้นแทนโลกหนึ่งใบ การที่กิ่งนึงทำให้เกิดอีกกึ่งใหม่ขึ้นมา ก็ไม่ได้ทำให้กิ่งใดหายไป ทั้งสองกิ่งก็ยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ก็เหมือนกันกับเรื่องนี้ โลกที่อดีตไม่เปลี่ยน และโลกที่ถูกเปลี่ยนอดีตไปแล้วต่างก็ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ<br/>
 +แต่ถ้าไม่คิดอย่างนี้ก็ทำให้เรื่องมันแปลกขึ้น เพราะการที่พวกเราต้องไปวานให้โทลวัดปลุกต้นอ่อนให้ก็เพราะหมู่บ้านถูกสัตว์ร้ายทำลาย แต่การที่หมู่บ้านยังปลอดภัยก็ทำให้พวกเหตุผลที่เรากลับไปอดีตไม่มี การที่มีสาเหตุถึงทำให้เกิดผลลัพธ์แบบนั้นแท้ๆแต่ผลลัพธ์กับลบสาเหตุไปซะได้ ความสัมพันธ์ของเหตุและผลก็จะถูกทำลายไป ตราบที่ไม่สมมติเรื่องโลกล้านใบขึ้นมา ไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจก็ได้ ที่จริงก็แค่อยากบอกว่าไม่ต้องรู้สึกเหมือนกับทำบาปร้ายแรงไปหรอก เปลี่ยนอดีตไปก็เถอะใช่ว่าทำให้ประวัติศาสตร์ก่อนถุกเปลี่ยนหายไปนั่นล่ะ และก็ถึงเวลาจากกันแล้วล่ะ แล้วก็เตือนให้คอยเก็บต้นอ่อนไว้ด้วยล่ะ เพราะจะต้องใช้งานเมื่อไหร่ก็ไม่รู้<br/>
 +มิวร่าก็สับสนเพราะการที่โลกนั้นยังคงอยู่แสดงว่าที่พวกเราก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้ แต่ถึงรู้เรื่องโลกล้านใบแล้ว ถ้าช่วยหมู่บ้านได้ยังไงก็คงช่วยอยู่ดี เพราะงั้นอย่าไปคิดมากกับมันเลยทั้งคู่ล่ะ ไปแจ้งเรื่องให้หัวหน้าหมู่บ้านกันเถอะ แต่ทันใดนั้นพวกหัวหน้าหมู่บ้านก็มาพอดี และถามว่าช่วงเฝ้าบ้านนั้นเกิดอะไรแปลกๆขึ้นมั้ย พวกเราจึงเล่าเรื่องสัตว์ร้ายร้อยปีให้ฟัง และต่างชมพวกเราที่ชนะมันได้ ถึงเราจะบอกว่าแค่ดวงดีก็เถอะ แต่การที่สัตว์ร้ายปรากฏมานั้น ต้องรีบแจ้งเตือนหมู่บ้านรอบๆข้างแล้ว และอยากจะขอร้องให้เราช่วยไปเตือนภัยกับอารอน หัวหน้าหมู่บ้านชูราทให้หน่อย ให้คนที่เคยสู้กับมันไปจะมีภาษีกว่า และให้อีเรียตามไปด้วยจะได้เข้าพบได้เร็วขึ้น เพราะอารอนเป็นพ่อ(เลี้ยง)ของอีเรีย และมอบยาให้กับเราสำหรับให้อีเรียใช้งาน<br/>
 +ลูลูซ่าและจีโน่จะมาหาเรา และขอตามไปด้วยเพราะจะไปที่ปราสาทก็เป็นทางเดียวกันพอดี พอถึงปราสาทแล้วก็บอกให้ไม่ต้องวางใจทางนี้เพราะพวกสัตว์ร้ายไม่กล้าเข้าใกล้ที่นี่ จนมิวร่ารีบเอ็ดอย่าพึ่งวางใจไป เราก็เสริมว่าให้คอยเตรียมตัวไว้เผื่อเกิดอะไรขึ้น จนจีโน่รู้สึกว่าพวกเราแปลกๆไปจริงๆ ลูลูซ่าจะเตรียมฝักอร่อยๆไว้ให้ จนจีโน่ต้องสั่งให้พวกเราเอาเนื้อกลับมาด้วย ถ้าเกลียดผักนักก็ไม่ต้องกินล่ะกัน... และก็แยกย้ายกันไป
 +|}
 +
 +p5-2 เพื่อแจ้งเรื่องสัตว์ร้าย ไปที่ถนนทิศตะวันออก เพื่อเดินทางไปชูลาท シュラート<br/>
 +p5-3 มุ่งหน้าไปที่ว่าการหมู่บ้าน 町庁舎
 +
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#c0c0c0; color:#000000; font-family:monospace;"|
 +เข้ามาในหมู่บ้าน และมุ่งไปที่ว่าการ จะพบว่าอารอนติดธุระออกไปข้างนอกพอดี แต่ไม่นานก็คงกลับมา เราก็ใจร้อนเพราะมีเรื่องด่วนจริงๆ อยากทราบว่าไปที่ไหน แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่รู้เพราะโรเชล เลขานุการก็ตามไปด้วยเลยไม่มีใครรู้อะไรเลย จนอีเรียก็แปลกใจเพราะพ่อไปที่ไหนโดยไม่ได้บอกใครเลย
 +นิดคนปรุงยาประจำหมู่บ้าน เป็นคนที่แอบชอบอีเรีย ไม่ว่าเรื่องอะไรก็คิดแต่เพียงอีเรียไม่สนคนรอบข้างคนอื่นเลย... แม้อีเรียเศร้าใจเรื่องพ่อบางเรื่อง นิดยังคงแก้ต่างให้แทนเพื่อแค่ให้อีเรียสบายใจขึ้น
 +|}
 +
 +p6-1 ฆ่าเวลาในหมู่บ้าน > ไปที่ว่าการหมู่บ้านอีกครั้ง -> เข้าวังชินระ<br/>
 +- ให้คุยกับชาวบ้านให้ครบ กลับไปที่ว่าการหมู่บ้าน 町庁舎
 +
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#c0c0c0; color:#000000; font-family:monospace;"|
 +หัวหน้าหมู่บ้านอารอนกลับมาแล้ว อีเรียมีธุระสำคัญมากจนขอข้ามการแนะนำพวกเราไปก่อน ทำให้อารอนก็คิดว่าธุระสำคัญจริงๆ เราจึงเล่าเรื่องให้อารอนฟัง แม้จะสู้เพียงแค่เราสองคน แต่โฉมหน้าของมันคนในหมู่บ้านก็เห็นกันหลายคน อารอนครุ่นคิดอยู่และขอร้องให้พวกเราช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไว้ซักพักก่อน จนกว่าจะยืนยันได้ว่ามันจะโผล่มาอีกครั้ง อยากให้เงียบเพราะกลัวผู้คนจะแตกตื่น โรเชลก็ย้ำว่าถ้าข่าวแพร่ออกไปต้องถูกชาวไอโอเนียเข้ามาสอดแทรกแน่นอน แม้ว่าสัตว์ร้อยปีจะออกไปแล้วก็มีไม่มีหลักประกันว่าไอเนียจะถอยไปอย่างว่าง่าย ผลลัพธ์ที่ร้ายที่สุดก็ถูกยึดครองไปเลย ทหารเฝ้ายามก็ร้องขึ้นมา ดิวกัสได้พังประตูเข้ามาหา เพราะมีธุระเร่งเหมือนกัน<br/>
 +ธุระคือได้ยินว่ามีคนที่สู้กับสัตว์ร้ายร้อยปี มาที่นี่ จึงมาหาเพื่อสอบถามรายละเอียด แต่อารอนแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ดิวกัสจะสงสัยว่าหรือจะเป็นพวกเราที่สู้ และขอให้ไปกับเขา อารอนจะห้ามไว้ว่าเป็นแขกของเขาจะพาไปไม่ได้ แต่ดิวกัสก็ค้านว่าธุระเรื่องสัตว์ร้อยปีล่ะก็ ทางประเทศเขาเพื่อให้ได้ข้อมูลมาไม่ว่าใช้วิธีอะไรก็ตาม นายก็คงเข้าใจสินะ จนอารอนเงียบไป ถ้าได้ข้อมูลล่าช้าไปล่ะก็อาจมีคนตายหลักพันหลักหมื่นได้ ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องสวยหรูแล้ว<br/>
 +ดิวกัสพาพวกเรามาถึงสะพานข้ามสู่นครศักดิ์สิทธิ์ทักซิส เพราะเป็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ เรเนเฟเรียสที่ 13 ที่อยากจะคุยกับเราโดยตรง ดิวกัสก็ประหลาดใจที่พวกเราตามมาแต่โดยดี มิวร่าบอกว่าไม่มีทางหนีนี่นา ไม่อยากให้คนไม่เกี่ยวข้องมาพัวพันด้วย เราก็บอกว่าเข้าพบน่ะดีกว่า เพราะอยากแจ้งข้อมูลให้ที่อื่นรู้ให้เร็วที่สุด ถ้าทุกคนไม่ร่วมมือกันอาจไม่สามารถชนะสัตว์ร้ายร้อยปีได้ แต่อีเรียที่จริงไม่ต้องมาก็ได้ อีเรียก็บอกว่าในฐานะพี่สาวคนโต หน้าที่ของเธอก็คือให้พวกเราทั้งสองกลับไปหมู่บ้านโดยปลอดภัย<br/>
 +ระหว่างทางมิวร่าจะตกใจ เพราะเห็นปราสาทที่ใหญ่โตอยู่อีกฟากฝั่ง หรือจะเป็นทักซิส แต่กิวกัสก็บอกว่าแค่ปราสาทโทลเกีย ปราสาททิศตะวันออกของไอโอเนียเท่านั้น และก็พาเดินไปต่อ<br/>
 +พอถึงนครหลวง แม้แต่ดิวกัสยังต้องตกใจกลับความใหญ่โตของเมือง จนมิวร่าแปลกใจ ดิวกัสก็บอกว่าเป็นแค่ทหารบ้านนอกคนนึง ไม่ได้มาที่นี่ตั้งเกือบสิบปีแล้ว ยังต้องตะลึงกับมัน และแนะนำว่าเข้าไปลึกสุดของที่นี่ล่ะคือวังชิงระ (森羅宮 = ที่มีความหมายว่าทุกสิ้งทุกอย่างมารวบรวมกันที่นี่ ไร้ที่สิ้นสุด)
 +
 +Movie6 เข้าเฝ้า<br/>
 +พวกเราจะตกใจเมื่อได้เห็นจักรพรรดิ จักรพรรดิจะแนะนำตัว แม่ทัพใหญ่ดัมดีน เผ่าสเกลฮอด รูกัทตัวแทนเดินทางไปรอบๆ จัดการงานบริหารที่ต่างๆ และมาเคีย หัวหน้ากองอัศวินใบแสง ให้เรารู้จัก และขอร้องให้เล่าเรื่องสัตว์ร้อยปีที่พวกเราได้พบเจอให้ฟัง
 +
 +หลังจากฟังเรื่องแล้ว จักรพรรดิก็บอกว่าไม่ผิดพลาดแน่ เป็นสัตว์ร้อยปีที่ฝ่ายเขาเรียกว่า เทรัสฟาลม่า นั่นเอง และได้แบ่งหน้าที่ให้ดัมดีนและรูกัสไปจัดการ แม้จะแค่ได้ยินเรื่องจากปากพวกเรา แต่นี่คือหน้าที่ของไอโอเนีย ประเทศที่ถูกตั้งขึ้นเมื่อสามร้อยปีก่อนสำหรับต่อกรกับเทรัสฟาลม่าที่ปรากฏครั้งแรกในปีนั้น แม้ว่าทางพวกเราจะเห็นเป็นประเทศที่ใช้กำลังเข้าหาประเทศอื่นก็เถอะ แต่ทั้งหมดก็เพื่อให้ผ่านหายนะที่จะมาเยี่ยมเยือนทุกร้อยปี
 +ครั้งหนึ่งเพลงดาบโซเซนริว เป็นเพลงดาบที่นักดาบของประเทศเขาคิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ปราบเทรัสฟาลม่า และแนะนำทายาทสายเลือดแท้ของเจ้าของเพลงดาบ มาเคีย รูเมียให้เรารู้จัก และถามเราว่าอยากจะทดสอบฝีมือดาบกับเธอมั้ย เขาเองก็อยากจะชมฝีมือดาบของพวกเรา สิ่งที่เราจะได้ไม่ใช่น้อยแน่ ถ้าฝ่าบาทปรารถนามาเคียก็พร้อม ทางเราก็ต้องการจึงประลองฝีมือกัน<br/>
 +ทางเราจะไม่สามารถต่อกรได้ มาเคียว่าแม้เรายังฝีมือไม่ถึงขั้น ประสบการณ์ก็ยังไม่เพียงพอ แต่พื้นฐานแน่น สัมผัสได้ถึงความมั่นคง ในระดับอายุเท่านี้ถือว่าต้องตกใจในฝีมือทีเดียว ต้องได้อาจารย์ชั้นดีสอนให้แน่นอน จักรพรรดิถึงกับกล่าวว่าฝีมือที่ระดับมาเคียยังต้องชม น่าคาดหวัง อนาคตต้องขอให้ร่วมมือกับเขาด้วย ไม่ใช่ถึงกับต้องเข้ากองทหารไอโอเนียหรอก แค่คอยปกป้องเขตแดนของตนเหมือนกับที่โทลวัดทำเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อนก็เพียงพอ เพราะสงครามกับเทรัสฟาลม่าต่างกับสงครามกับคน เป็นสงครามที่ฝ่ายเทรัสฟาลม่าจะเข้ารุกทุกดินแดนที่มีผู้คนอยู่ และให้ดิวกัสส่งพวกเรากลับ<br/>
 +พวกเราถึงกับเปลี่ยนมุมมองต่อไอโอเนียใหม่ ในการเข้าเฝ้าครั้งนี้ ดิวกัสจะเตรียมส่งพวกเรากับชูราม ระหว่างเตรียมการขอให้รอซักพัก ระหว่างนี้ก็ลองเดินชมทักซิสไปก่อน
 +|}
 +
 +p6-2 เดินชมทักซิส
 +- คุยกับชาวบ้านให้ครบทุกที่
 +
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#c0c0c0; color:#000000; font-family:monospace;"|
 +tips: ไอโอเนียเป็นประเทศที่ก่อตั้งเพื่อรับมือกับเทรัสฟาลม่าเมื่อสามร้อยปีก่อน แบ่งฝ่ายต่างๆตามชื่อพฤกษา "กิ่งเหล็กกล้า" เป็นทัพหลักที่แบ่งเป็นสี่ทัพใหญ่ และ "รากหิน" เป็นองค์กรที่คอยสนับสนุนด้านต่างๆ<br/>
 +เหล่าทหารจะแตกตื่นกัน เตรียมออกทัพ ดิวกัสจะมาบอกเราให้อย่าพึ่งไปไหน เพราะตอนนี้ชูราทถูกสัตว์ร้อยปีเข้าจู่โจม และยังกำลังจู่โจมมายังเมืองหลวงด้วย พวกเราจึงรอไม่ไหวตามไปด้วย และจะต้องสู้กับเหล่าเทรัสฟาลม่า<br/>
 +ดิวกัสจะพ่ายแพ้แก่กลุ่มคนหนึ่งที่เป็นผู้เรียกเทรัสฟาลม่าออกมาได้ พวกเราจะตกใจที่มนุษย์เป็นคนใช้เทรัสฟาลม่า และก็มีเสียงสอดขึ้นมา "สิ่งนั้นน่ะเป็นขวานของพวกข้า" นั่นคือเสียงของอารอนนั่นเอง<br/>
 +อารอนจะแปลกใจที่พวกเรากลับจากไอโอเนียได้โดยปลอดภัย แม้จะดีใจแต่มาเจอกันที่ตรงนี้ก็ถือว่าโชคไม่ดีเอาเลย อารอนจะบอกว่าผิดเองที่ปกปิดอีเรียไว้ แต่ตั้งแต่ยี่สิบปีก่อนที่มัลทิริออน บ้านเกิดของเขากับอีเรียถูกเผาผลาญไป ก็ได้แต่รอวันนี้ วันครบรอบร้อยปีที่เทรัสฟาลม่าจะเข้มแข็งที่สุด เพื่อให้เป็นขวานสำหรับจามรากของไอโอเนีย พวกเราคือ ขวานแดง (朱キ斧)<br/>
 +แม้ว่ามือจะต้องแปดเปื้อนเลือด แต่เพื่อถอนรากถอนโคนไม้พิษไอโอเนียอันชั่วร้าย จึงต้องปรากฏขึ้นที่นี่ อีเรียตกใจว่ามาคิดแก้แค้นอะไรตอนนี้ เพราะเป็นพ่อเองที่สอนมาตลอดว่าอย่าจมกับความแค้น ความเกลียดชัง อารอนค้านเพราะเขาไมได้ทำไปเพราะความแค้นแต่ตราบที่ไอโอเนียยังอยู่ก็คงใช้กำลังต่อไป เป็นไอโอเนียเองที่ทำให้พวกเขาเกิดขึ้นมา ไอโอเนียต่างหากที่เป็นสัตว์ร้ายที่แท้จริง
 +
 +Movie7 ศึกตัดสินแห่งสะพานชูราท<br/>
 +ขวานแดงได้เรียกเทรัสฟาลม่าจำนวนมาก เหล่าทหารไม่สามารถต่อกรได้ ทันใดนั้น มาเคียก็ได้ปรากฏออกมาแสดงเพลงดาบวิหคแดงปราบเหล่าเทรัสฟาลม่า ไม่แค่นั้นปราสาทยักษ์กลางทะเลก็ได้เข้ามาที่สะพาน เป็นดัมดีน ที่เป็นผู้บัญชาปราสาทลอยน้ำนั้น ตัวเดียวก็ไม่ให้เหลือซากทัพเวทย์ทัพธนูต่างจัดการเทรัสฟาลม่าเรียบวุธ พร้อมกับชนจนสะพานพังตัดทางผ่านไม่ให้เทรัสฟาลม่าข้ามไปยังวังหลวงได้
 +
 +อารอนก็ถึงกับชมว่าการตัดสะพานเป็นแผนการที่ได้ผล สมกับเป็นไม้พิษที่สูบเลือดประชาชนมาถึงสามร้อยปีจริงๆ แต่นี่ก็แค่การเริ่มต้นเท่านั้น พวกเขาจะรุกต่อไปทั้งทิศเหนือ ตะวันตก จนกว่าจะโค่นลงให้ได้ พวกเราจะตามอารอนไป แต่มีนักเวทย์หนุ่มคนนึงมาขวางไว้ด้วยกำแพงไฟ ถ้าจะมาเข้ากับพวกช้าก็ยินดีต้อนรับเสมอและจากไป พร้อมเสียงเรียกพ่อของอีเรีย<br/>
 +พวกเราจะมาที่เมืองชูราท ที่เหลือแต่ซาก ปากบอกว่าจะโค่นไอโอเนียแต่ถึงกับทำให้ชูราทราบเป็นหน้ากลองแบบนี้... มิวร่าบอกว่าคงเพราะทัพที่สี่ของไอโอเนียมาที่นี่หลังจากที่พวกเราไปที่ทักซิส พวกขวานแดงถึงใช้เทรัสฟาลม่าที่นี่ เมืองที่ตัวเองปกครองมายังทำได้แบบนี้ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ มิวร่าจะเสนอให้ปลูกต้นไม้ยุคสมัยไว้ที่นี่ด้วย แต่ก็นึกได้ว่าเมืองนี้เคยถูกเผาไปครั้งหนึ่งเมื่อห้าสิบปีก่อน แม้จะปลูกต้นไม้ไว้ แต่ก็คงถูกเผาไปพร้อมกัน
 +นิดคนปรุงยาจะเข้ามาหาอีเรีย เพราะยาไม่เพียงพอจึงอยากจะปรึกษากับอีเรีย
 +|}
 +
 +p6-3 ไปที่ว่าการหมู่บ้าน 町庁舎
 +
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#c0c0c0; color:#000000; font-family:monospace;"|
 +ชาวบ้านที่บาดเจ็บไม่ยอมให้ความร่วมมือกับอีเรีย เพราะเป็นลูกสาวของอารอนคนทำลายหมู่บ้าน พวกเราจะปรึกษาเรื่องยาไม่เพียงพอ อีเรียจึงให้ไปคุยในห้องพ่อของเธอ อีเรียเจ็บใจที่ไม่รู้สึกเอะใจเลย ขนาดเธออยู่กับพ่อมายี่สิบปี พวกเราก็แก้ต่างแทนให้เพราะตั้งแต่พวกเราเกิดมา อีเรียก็ไปทำงานที่หมู่บ้านของเราแล้ว นิดยังช่วยเสริมว่าขนาดเขาอยู่เมืองนี้มาตลอดก็ยังไม่อยากเชื่อว่าจะทำลายเมืองที่ตัวเองปกครองได้แบบนี้ เพื่อปลอบให้อีเรียสบายใจ
 +เรื่องยานั้น วัตถุดิบไม่เพียงพอจึงต้องไปที่ทุ่งราบรูซิลทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ แม้ว่าจะเป็นทุ่งร้างมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อนก็เถอะ คงต้องลองไปดู นิดอยากไปด้วยแต่คนที่สู้ไม่ได้ไม่ไปจะปลอดภัยกว่าเพราะมีทั้งสัตว์ร้ายและอาจเจอพวกขวานแดงด้วย ให้ช่วยสร้างยาเท่าที่สร้างได้ด้วยวัตถุดิบที่เหลืออยู่ ดิวกัสจะขอไปกับเราด้วยเพราะทหารที่บาดเจ็บก็คือทัพที่สี่ของเขานั่นเอง หัวหน้าทัพเขาก็ตายไป สภาพเหมือนกับกิ่งเหล็กหักไปหนึ่งแล้ว ทำอะไรได้ก็อยากจะช่วย
 +|}
 +
 +p6-4 ไปดูสภาพของทุ่งราบลูซิล ルシル平原
 +
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#c0c0c0; color:#000000; font-family:monospace;"|
 +สภาพทุ่งราบลูซิลนั้นแทนที่จะเรียกว่าสวนสมุนไพร น่าจะเรียกมันว่าสวนวัชพืชมากกว่า อีเรียเล่าให้ฟังว่าจากตำราปรุงยาที่เคยอ่านมา ที่นี่ถูกเขียนว่าเป็นสวนสมุนไพร แต่บางทีเมื่อประมาณร้อยปีก่อน ถูกกระต่ายเขี้ยวรุกราน เลยกลายเป็นทุ่งร้างแบบในตอนนี้ มิวร่าตะหงิดใจบางอย่าง "ร้อยปีก่อน" อีเรียว่าต่อยังพอมีสมุนไพรเหลือนิดหนอยก็จริง แต่ไม่เพียงพอต่อชูราทในตอนนี้ มิวร่าจึงพูดเรื่องต้นไม้ยุคสมัยขึ้นมา ถ้าไปทำอะไรซักอย่างก่อนจะกลายเป็นทุ่งร้างล่ะก็... ไม่ใช่เวลามาสับสนแล้ว รีบไปที่ปราสาททะเลสาปกันก่อนเถอะ แล้วจะอธิบายให้ฟัง
 +|}
 +
 +p6-5 ไปปรึกษาโทลวัด<br/>
 +- เดินทางกลับไปที่ปราสาททะเลสาป 湖の砦 แล้วไปที่ต้นไม้ยุคสมัย
 +
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#c0c0c0; color:#000000; font-family:monospace;"|
 +อีเรียและดิวกัสจะตกใจเพราะที่นี่เป็นปราสาททะเลสาปแต่ก็เหมือนไม่ใช่ โทลวัดเข้ามาหา สภาพยิ้มแย้มแบบนี้ทางเทลเบ้คงหมดปัญหาแล้วสินะ มิวร่าก็เล่าเรื่องให้โทลวัดฟัง...<br/>
 +ทางฝ่ายดิวกัสกับอีเรียไม่อยากจะเชื่อว่าที่นี่คืออดีตเมื่อร้อยปีก่อนจริงๆ ส่วนทางโทลวัดก็ไม่อยากเชื่อว่ามีคนใช้สัตว์ร้อยปีเพื่อท้าทายไอโอเนีย ศัตรูของทุกสิ่งบนโลกอย่างแท้จริง จะต้องทำอะไรซักอย่าง แต่ตอนนี้เรื่องสมุนไพรมาก่อน และเรียกลอร์ฟ ราวก์ จอมเวทย์ผู้เป็นทั้งกุนซือและมือขวาของตน และลอร์ฟพอดีเป็นคนเมืองชูราท เรื่องทุ่งราบลูซิลก็รู้จักดี แต่ลอร์ฟก็บอกว่าที่อยากมาป้องกันไม่ให้ลูซิลกลายเป็นทุ่งร้างก็เข้าใจนะ แต่ตอนนี้สมุนไพรต่างๆก็ไม่หลงเหลือแล้วอยู่ดี หลังจากที่ชนะศึกกับสัตว์ร้อยปีแล้ว พวกกระต่ายเขี้ยวที่คิดว่าตนปลอดภัย ได้เกิดบ้าคลั่งอาละวาดขึ้นมา ภายในวันเดียวก็กลายเป็นทุ่งร้างไป<br/>
 +แต่เพื่อนของเขาคนนึงผู้เป็นผู้ใช้ยา ก็กำลังคิดจะปลูกสมุนไพรที่นั่นอยู่ แต่แสดงว่าการที่ไม่สามารถไปถึงยุคของพวกเราได้ คงเกิดอะไรขึ้นระหว่างนั้น พวกเราจึงอยากไปช่วยผู้ใช้ยาคนนั้น และยื่นต้นอ่อนให้ลอร์ฟไปปลูกที่ทุ่งราบให้ เราจะได้ไปที่นั่นได้
 +|}
 +
 +p7-1เดินทางไปทุ่งราบลูซิลเมื่อร้อยปีก่อน<br/>
 +- ให้กลับไปยุคปัจจุบัน และเดินทางไปทุ่งราบลูซิล (สถานที่ที่มีรูปต้นไม้สีแดง จะแสดงถึงสถานที่ที่เราพึ่งวานคนในอดีตเมื่อร้อยปีก่อนปลูกต้นไม้ยุคสมัยให้ เราจำเป็นต้องไปเพื่อเก็บต้นอ่อน สำหรับใช้ในครั้งต่อไป)<br/>
 +- ไปสำรวจต้นไม้ยุคสมัยที่ทุ่งราบ จะย้อนไปอดีตได้
 +
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#c0c0c0; color:#000000; font-family:monospace;"|
 +ลอร์ฟเองก็ตกใจทันใดที่ปลูกต้นอ่อนไป ไม่ทันรู้สึกตัวก็กลายเป็นต้นไม้ใหญ่ไป เรื่องนี้น่าสนใจมากแต่ตอนนี้เรื่องทุ่งสมุนไพรต้องมาก่อน และเรียกมูอี้ เผ่าเฟเซอร์ไดฟ์ จนอีเรียกรี๊ดแตกกับความน่ารัก จนมูอี้ตกใจ รีบวิ่งหนีไป มูอี้ค่อนข้างกลัวคน เมื่อถามถึงเรื่องสมุนไพร กระต่ายเขี้ยวยังคงป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น ก็เลยไม่ได้หว่านเมล็ดอย่างทั่วถึง สมุนไพรก็เลยเหลือน้อยแบบในปัจจุบัน พวกเราเลยจะกวาดร้างกระต่ายเขี้ยวให้เหี้ยน ลอร์ฟก็จะช่วยด้วย ยังไงมูอี้ก็เป็นพวกพ้อง และก็อยากทดลองการสืบทอดทักษะด้วย อีเรียก็เลยคิดว่าอาจจะเรียนทักษะการใช้ยาจากมูอี้ได้ด้วยเช่นกัน
 +|}
 +
 +p7-2 ปราบกระต่ายเขี้ยว และหว่านเมล็ดสมุนไพร
 +- ให้ไล่กำจัดกระต่ายเขี้ยวสีชมพู ระหว่างนั้นก็ให้สืบทอดทักษะของลอร์ฟและะมูอี้ไปพร้อมกัน
 +
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#c0c0c0; color:#000000; font-family:monospace;"|
 +ผลลัพธ์จะรู้ในไม่ช้ารีบกลับไปปัจจุบันกันเถอะ ก่อนกลับมูอี้จะสอนวิธีผิวปากเพื่อให้เฟเซอร์ไดฟ์ เผ่าที่ระแวงผู้คนยอมฟังคำพูด อีเรียเสียใจที่ผิวปากไม่เป็น เราจึงเรียนวิธีแทน จนอีเรียต้องอิจฉา<br/>
 +เมื่อกลับมายุคปัจจุบันทุ่งร้างจะกลายเป็นสวนสมุนไพรอย่างแท้จริงแล้ว แต่แม้กระนั้นสมุนไพรที่จำเป็นต่อการปรุงยาที่จะใช้รักษาแผลก็ยังไม่เพียงพอ ในช่วงร้อยปีคงมีคนเก็บไปใช้ ระหว่างที่กำลังจะคิด ก็มีใครเดินเข้ามา<br/>
 +นิดนั่นเอง อีเรียจะขอโทษเพราะสมุนไพรก็ยังไม่เพียงพอ นิดจะสงสัยเพราะบอกว่าพอแล้วนี่นาเพราะเขามาเก็บไปปรุงยาแล้ว ปัญหาถูกขจัดไปแล้วก็ถึงเวลากลับชูราท
 +|}
 +
 +p7-3 ทุ่งราบลูซิลคืนชีพ เดินทางกลับชูราท
 +
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#c0c0c0; color:#000000; font-family:monospace;"|
 +แต่ระหว่างเดินทางกลับดิวกัสก็เห็นใครบางคนและวิ่งเข้าไปหา นั่นคือทหารไอโอเนียที่หนีมาชูราท พวกเขาคือกลุ่มเฝ้าหมุ่บ้านโอโรสค์ และตอนนี้หมู่บ้านถูกยึดครองไปโดยกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าขวานแดงแล้ว เพื่อนเขาคนนึงก็ล่มลงไป พวกเราจึงแบกเขากลับชูราท<br/>
 +ทหารคนนั้นได้รับการรักษาทันท่วงทีจึงปลอดภัย หมู่บ้านเล็กๆอย่างโอโรสก์แค่มีทหารไอโอเนียเฝ้าอยู่มันยังไม่เว้น แต่ก็ยังดีที่เหมือนไม่ได้ใช้สัตว์ร้อยปีที่นั่น นิดจะเข้ามาหาและบอกว่า ฮากาล หัวหน้าหมู่บ้านเทลเบ้มาที่ชูราท พวกเราจึงรีบไปพบ<br/>
 +ฮากาลอยากจะรีบมาช่วยเหลือแต่ผู้คนที่นั่นก็แตกตื่นเรื่องขว่านแดงเช่นกันจึงไปไหนลำบาก อีเรียไม่ต้องโทษตัวเองหรอก เพราะเขาเองก็ตั้งใจมาคุยแบบเปิดอกกับอารอนหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยมองออกเช่นกัน เราจะขอให้รีบตามกลุ่มขวานแดงไปหมู่บ้านโอโรสก์ แต่ฮากาลก็แย้งว่าตอนนี้ไม่สามารถแบ่งคนไปทำแบบนั้นได้ พวกขวานแดงอาจจะหลงเหลืออยู่แถวนี้<br/>
 +แม้ว่าจะถูกปฏิเสธแต่เราก็จะขอไปหยุดพวกขวานแดงเอง อีเรียก็บอกว่าอยากรู้ใจจริงของพ่อ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงเธอจะหยุดเขาเองในฐานะลูกสาว มิวร่าก��เช่นกันไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้น..กับหมู่บ้านไหนอีก ฮากาลก็ชมว่าพูดได้ดี เพราะที่จริงเขาก็ตั้งใจให้พวกเรารับหน้าที่เรื่องตามขวานแดงเช่นกัน อาจจะไม่ทันคิดแต่พวกเราทั้งได้เข้าเฝ้าจักรพรรดิ ทั้งได้เห็นกลุ่มขวานแดงต่อหน้าต่อตา และที่สำคัญยังเคยสู้กับสัตว์ร้อยปีหลายครั้งหลายครา ไม่ฝากฝังคนมีประสบการณ์เช่นนี้ก็ไม่รู้จะฝากใครแล้ว<br/>
 +อีเรียก็เลยเสนอเพราะในเมื่อพวกเราจะแยกเป็นกองกำลังอิสระจากเทลเบ้แล้ว ก็เลยเสนอให้เราเป็นหัวหน้ากลุ่ม มิวร่าก็เห็นด้วย ทั้งสองคนพูดแบบนั้นฮากาลเองก็เลยตกลง ประสบการณ์และวัยอาจจะยังน้อย แบบนั้นขอร้องให้ดิวกัสช่วยเหลือพวกเราด้วย ในเมื่อทัพที่สี่ไม่เหลือเป็นกองทัพแล้ว และอยากเอาคืนพวกขวานแดงด้วยก็เลยตกลง แต่มีข้อแลกเปลี่ยนให้ช่วยดูแลพวกลูกน้องของเขาที่บาดเจ็บที่หมู่บ้านนี้ให้ด้วย ฮากาลก็เลยรับปากเพราะถึงไม่ขอร้องก็ตั้งใจอยู่แล้ว และยกปราสาททะเลสาปให้เรา เพราะก่อนมาก็บอกกับจีโน่และลูลูซ่าไว้แล้ว ที่แท้ก็คิดไว้แล้วตั้งแต่ก่อนมา จนดิวกัสถึงกับบ่นว่ากินไม่ลงจริงๆ<br/>
 +เราแม้เป็นทายาทของผู้กล้าโทลวัด ลูกของซิกนิว แต่ก็ไม่ใช่เพียงแค่นั้น มีพลังที่จะทำได้ ฝากฝังให้จัดการกลุ่มขวานแดงด้วย เราแม้จะบอกว่ามีพลังไม่ถึงกับที่ถูกคาดหวังก็เถอะ แต่ยังไงก็จะหยุดขวานแดงให้ได้<br/>
 +นิดจะเข้ามาหาพวกเรา ถ้าอีเรียจะตามพวกขวานแดง เขาก็ขอเป็นพวกด้วย ฝากตัวด้วยนะคุณอีเรีย แต่ที่จริงแล้วหัวหน้าคือเราต่างหาก... เมื่อตัดสินใจจะไปหมู่บ้านโอโรสก์แล้ว ก็เลยต้องไปที่ป่าลาโรสก่อน
 +|}
 +
 +p7-4 ผ่านป่าลาโรส มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านโอโรสก์
 +
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#c0c0c0; color:#000000; font-family:monospace;"|
 +ที่ป่าลาโรส จะเจอชายสองคนที่พันผ้าแดงไว้ที่มือขวา แค่เห็นดิวกัสในชุดไอโอเนียก็ตาเปลี่ยนสี โถมเข้ามาหาพวกเราทันที<br/>
 +พวกเราจะสงสัยว่าขวานแดงมาทำอะไรที่ป่านี้ ราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง<br/>
 +ระหว่างทางเราจะเจอกับเผ่าเฟเซอร์ไดฟ์ แค่เห็นพวกเราก็วิ่งหนีไป เราจะผิวปากเรียกก็ไม่ทัน และได้รู้ว่าเฟเซอร์ไดฟ์นั้น ไม่สามารถบินขึ้นลงได้อิสระเหมือนนก ต้องอาศัยกิ่งไม้ช่วยตอนจะลงจากที่สูงๆ<br/>
 +เมื่อเข้าไปในหมู่บ้าน ชาวบ้านเหมือนจะยอมรับพวกขวานแดง แต่คงเพราะไม่รู้เรื่องที่พวกนี้ใช้เทรัสฟาลม่า เราจึงเสนอให้หาข้อมูลก่อนจะทำอะไร แต่ดิวกัสนั้นเพราะเป็นทหารไอโอเนีย ถ้าใครพบเจอจะลำบากเลยให้รออยู่ด้านนอกหมู่บ้านก่อน
 +|}
 +
 +p8-1 คุยกับชาวบ้าน
 +
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#c0c0c0; color:#000000; font-family:monospace;"|
 +เราจะเจอพ่อครัวนามเบียวลุนที่เชื่อมันในการทำอาหารเมนูเนื้อ ตรงข้ามกับลูลูซ่า ที่แท้แล้วเขาเป็นเพื่อนสมัยฝึกทำอาหาร และชอบทะเลาะกันเรื่องอาหารผักกับเนื้อ แล้วก็ถามพวกเราว่ามีธุระอะไร แต่ก็เดาว่าเป็นเรื่องขวานแดง ที่จริงก็ไม่อยากบอกคนแปลกหน้าอย่างพวกเราแต่เห็นเป็นคนรู้จักของลูลูซ่าก็เลยจะเล่าให้ฟัง แต่ให้ช่วยเก็บเป็นความลับด้วย<br/>
 +ชาวบ้านเหมือนจะเชื่อฟังไปกับพวกขวานแดง แต่ที่แท้แล้วมีคนต่อต้านเยอะ รวมทั้งเขาเองด้วย พวกมันไล่ทหารไอโอเนียไปให้ก็ดีอยู่หรอก แต่ดันมาแทนที่ทหารไอโอเนีย แทบจะเป็นเหมือนกัน บางคนก็คิดว่าเลวร้ายกว่าพวกไอโอเนียซะอีก แถมยังบังคับให้สร้างอาวุธและชุดเกราะให้ ที่แปลกกว่านั้นคือ ชาวบ้านหลายคนหายสาบสูญไป รวมกระทั่งหัวหน้าหมู่บ้านด้วย<br/>
 +ที่เล่าให้ฟังว่าไอโอเนียไม่ได้ทำอะไรร้ายๆกับชาวบ้านน่ะ ก็เพราะหัวหน้าหมู่บ้านนี่ล่ะที่เป็นคนจัดการหลายๆอย่างให้ อีเรียถามคำถามสุดท้ายว่าเห็นคนที่เหมือนเป็นผู้นำมั้ย แต่เบียวลุนก็ไม่เห็นคนที่ท่าทางแบบนั้นเลย
 +|}
 +
 +p8-2 ไปรวมกับดิวกัส<br/>
 +- ให้ออกจากหมู่บ้าน
 +
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#c0c0c0; color:#000000; font-family:monospace;"|
 +พวกเราจะเล่าเรื่องให้ดิวกัสฟัง ดิวกัสก็บอกว่าระหว่างซ่อนตัวอยู่ก็แอบเห็นพวกขวานแดงเข้าไปทำอะไรในป่า พวกเราเลยจะตามไปดู
 +|}
 +
 +p8-3 สำรวจป่าราลอส
 +
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#c0c0c0; color:#000000; font-family:monospace;"|
 +เข้าไปในป่าจะเจอเฟเซอร์ไดฟ์ และวิ่งหนีไป แต่พวกเราจะผิวปากเรียกจนกลับมาหาเรา และแนะนำว่าชื่อเมียเมย์ มาเป็นเพื่อนกันเถอะ ดิวกัสจะบอกว่าตอนนี้จะจับเฟเซอร์ไดฟ์ไปทำอะไร จนอีเรียดูว่าเป็นเพื่อนกันต่างหาก เมียเมย์ก็ดีใจที่ได้เพื่อนเป็นมนุษย์อีกคน จนพวกเราสงสัย และขอพบเพื่อนของเมียเมย์ เมียเมย์จึงพาไปทางลับเพื่อนไปบ้านเธอ<br/>
 +โนโดรี่จะออกมาหาพวกเรา เพราะโนเดรี่ทำร้านตีเหล็กอยู่เวลาตีเหล็กจะเกิดเสียงคล้ายดนตรีที่เฟเซอร์ไดฟ์ชอบ เลยกลายเป็นเพื่อนกัน และช่วงนี้พวกขวานแดงมาที่หมู่บ้าน ชอบเอะอะโวยวายให้รวมกำลังโค่นไอโอเนีย เพราะรำคาญก็เลยหนีมาบ้านของเมียเมย์ และถามยืนยันจากเราว่าข่าวลือที่พวกขวานแดงบังคับสัตว์ร้อยปี และยังทำลายชูราทนี่เป็นจริงมั้ย และเชื่อทันทีเพราะเห็นพวกนั้นทำลับๆล่อๆแบกสัมภาระแปลกๆอยู่แถวๆภูเขาโอโรสก์ด้วย และยังคิดว่าหัวหน้าหมู่บ้านและคนอื่นที่หายไปอาจถูกพาไปที่นั่น และขอเป็นพวกเราเพราะทางเดียวที่เขาจะช่วยหมู่บ้านได้คือร่วมมือกับเรา เมียเมย์เลยขอตัวไปเล่นกับเพื่อนๆที่ป่าข้างๆ
 +|}
 +
 +p8-4 ส่งโนเดรี่จนถึงทางออกจากป่า -> มุ่งหน้าไปภูเขาโอโรสก์
 +
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#c0c0c0; color:#000000; font-family:monospace;"|
 +ในหุบเขาจะเจอชายคนหนึ่งกำลังถูกเทรัสฟาลม่ารุม แต่เขาขอจัดการเองด้วยมือเปล่า เขาคือ บอลดัน หัวหน้าหมู่บ้านโอโรสก์ ที่เป็นลูกศิษก์ของฮากาล เขาแค่แยกตัวออกมาสืบอะไรคนเดียวเท่านั้นเอง และกำลังสงสัยว่าพวกขวานแดงเกี่ยวข้องกับสัตว์ร้ายกำลังมายืนยันที่ถ้ำนี้และชวนพวกเราเข้าไปในถ้ำด้วยกัน
 +|}
 +
 +p8-5 มุ่งไปที่ถ้ำในหุบเขา 岩山の洞窟<br/>
 +- เดินไปสุดทางจนออกจากแผนที่ จะไปถ้ำในหุบเขาได้
 +
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#c0c0c0; color:#000000; font-family:monospace;"|
 +บอลดันจะผลีผลามเข้าไป และต้องสู้กับยาม แค่ระดับนี้เขาคนเดียวก็จัดการอยู่ แต่ถึงขนาดต้องมียามน่าสงสัยจริงๆ
 +|}
 +
 +==
 +
 +[[Walkthrough part 2]]

Current revision

ส่วนบทสรุปเกมพร้อมเนื้อเรื่องนะครับ จะเรียงไปตามที่บันทึกในบันทึกการเดินทางนะ

Movie1 Openning เวลาร้อยปีที่ถูกหมุนวน

Prologue

Movie2 การต่อสู้เฉียดตายของเหล่าผู้กล้า เหล่าผู้กล้าได้ต่อกรกับสัตว์ร้ายร้อยปี ซึ่งเหลือเป็นตัวสุดท้ายแล้ว ด้วยพลังของทุกคนจึงทำให้ชนะได้ แต่มันคงยังไม่จบแค่นี้ อีกร้อยปีมันจะกลับมาอีกครั้ง Movie3 การรำลึกถึงแม่ ตัวเอกวัยเด็กและแม่ คุยกัน อีกสิบปีจะเป็นปีที่ 100 ที่สัตว์ร้ายร้อยปีจะมา เพื่อปกป้องคนที่สำคัญ แม่จึงจับดาบเหมือนกับบรรพบุรุษ ตัวเอกจึงขอให้แม่สอนเพลงดาบให้ด้วย

พวกตัวเอกที่รับภารกิจขับไล่หมูป่าก็ถือเป็นโอกาสฝึกฝนไปในตัวด้วย

p1-1 ปราบหมูป่า ソルジャーボア x2
p1-2 เดินทางกลับหมู่บ้านเทลเบ้ テルベの里

พวกตัวเอกจัดการหมูป่าได้อย่างง่ายดาย สมกับที่เป็นสายเลือดของผู้กล้า โทลวัด จีโน่ก็เข้าไปเก็บวัตถุดิบสำหรับสร้างหินเวทย์ มิวร่าก็ขอโทษแทนน้องชาย เพราะที่เราเก่งได้นั้นไม่ใช่แค่จากสายเลือดแต่จากการฝึกฝนแสนสาหัส เราก็เข้าใจแต่ที่จริงแล้ว เพลงดาบสายโซเซนริว (蒼閃流) ของเราก็ยังไม่ถึงขั้น เพลงดาบของแม่นั้นทั้งเร็วกว่านี้ ทั้งหนักหน่วงกว่านี้ และก็นึกขึ้นได้ว่าที่นี่ล่ะเป็นสถานที่ที่ขอให้แม่สอนเพลงดาบให้ ต้นไม้ที่ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไร้ทั้งใบและผลต้นนี้ จีโน่ที่เก็บวัตถุดิบครบ ก็จึงได้เวลากลับกัน ระหว่างทางกลับก็เจอหัวหน้าหมู่บ้านที่จะเดินทางไปหมู่บ้านชูราท อีเรียก็บอกว่าปีนี้เป็นปีที่ร้อย ไอโอเนียอาจจะใช้กำลังหรืออะไร หมู่บ้านระแวกนี้ก็มีทหารไอโอเนียเดินทางมาบ้างแล้ว เลยต้องจัดประชุมกันก่อน สัตว์ร้ายปีอะไรนั่นมันมีจริงงั้นเหรอ ไม่ใช่ไอโอเนียสร้างเรื่องมาหรอกงั้นรึ แต่ก็เพราะเหตุนี้พวกตัวเอกถึงต้องฝึกฝนเพื่อรับมือกับมัน จิโน่รู้สึกว่าไอโอเนียนี่น่าจะเป็นศัตรูมากกว่าสัตว์ร้อยปีอีก หัวหน้าก็บอกว่าไม่ต้องไปสนใจเรื่องไอโอเนียหรอก ไว้สัตว์ร้อยปีมีจริงก็คงร่วมมือกัน แต่คนละเรื่องกับยอมให้เหยียบเขตหมู่บ้านอย่างง่ายดาย ถึงได้จัดประชุมเพื่อรับมือกันนั่นแหละ และฝากให้พวกเราดูแลหมู่บ้าน

p1-3 หลังคุยกับชาวบ้านทุกคนให้กลับไปที่บ้าน 生家

ลูลูซ่า ก็ได้เตรียมอาหารเย็นไว้รอแล้ว แต่จีโน่ก็บ่นเพราะยังเป็นข้าวกับผักอย่างเดียวอีกแล้ว อยากกินเนื้อบ้าง แต่ลูลูซ่าก็บอกว่านี่แหละดีต่อสุขภาพที่สุดแล้ว ดูอย่างเราบ้างสิ ไม่เคยบ่นซักคำเลย มิวร่าก็เห็นด้วย อร่อยดี ดีต่อสุขภาพ และไม่อ้วนด้วย จีโน่ช่วยเสริมให้... มิวร่าแม้จะหลับไปหลังกินข้าวแต่ก็ยังบ่นนอนไม่พอ จีโน่ก็ตกใจและเข้ามาแจ้งว่าทหารไอโอเนียมาใกล้ๆหมู่บ้านแล้ว อยู่แถวถนนทิศตะวันออก 東方街道 แล้ว แม้จะมีแค่สิบคนไม่เหมือนกับจะมาหาเรื่องก็เถอะ แต่ในระหว่างที่หัวหน้าไม่อยู่จะทำยังไงดี จึงตัดสินใจจะบอกไปให้รอจนกว่าหัวหน้าจะกลับ แต่ไม่ให้เข้าหมู่บ้านเพราะกลัวจะโดนใช้กำลังยึดหมู่บ้านไปก่อน

p1-4 มุ่งไปถนนทิศตะวันออก 東方街道 - ให้ออกจากหมู่บ้านสู่ world map ตั้งแต่นี้ไป สถานที่ที่เป็นจุดหมายจะมีธงสีแดงปักไว้ - เข้าไปที่เนินทะเลใต้ 湖南の谷 แล้วออกทางซ้ายล่างจะไปถนนทิศตะวันออกได้

เราจะถามถึงผู้รับผิดชอบของเหล่าทหารไอโอเนีย เพราะแถวนี้เป็นเขตของหมู่บ้านเทลเบ้ ทหารก็ดูถุกว่าเด็กกับผู้หญิง จนหัวหน้าหน่วยดิวกัสต้องมาเตือนว่าอย่าดูแต่ภายนอกเพราะเป็นถึงหมู่บ้านของผู้กล้าโทลวัด ดิวกัสเป็นหัวหน่วยกองหน้าที่หนึ่งสังกัดทัพกองพลที่สี่ และรู้ว่าเราเป็นผู้ใช้เพลงดาบโซเซนริว เพราะชุดที่เป็นเอกลักษณ์ เหมือนกับมาเคียแห่งกองอัศวินใบแสง สู้กันล่ะก็อาจจะถูกฆ่าเรียบก็ได้ จนตัวเอกต้องบอกว่ายังอยู่ระหว่างฝึกฝนอยู่ แต่ถึงจะมีพลังระดับนั้นก็ไม่ตั้งใจจะฆ่าใครโดนไม่ได้คุยก่อนอยู่ดี จิโน่บอกว่าอย่ามาเหมารวมกับพวกฆาตกรฆ่าคนสิ จนทหารไอโอเนียโมโห แต่ได้ดิวกัสห้ามปรามไว้ จิโน่อยากแก้แค้นให้ซิกนิว ที่เสียชีวิตไปเมื่อสามปีก่อนทางหมู่บ้านทิศตะวันตก แต่เรื่องออกทะเลไปมากแล้ว เหตุที่มาวันนี้ก็คือมารับคำตอบจากหมู่บ้านที่ไอโอเนียจะขอความร่วมมืออย่าสุดกำลังนั่นเอง แต่หัวหน้าไม่อยู่ และพวกมิวร่าก็ไม่บอกที่ที่ไป ทหารไม่อยากกลับบ้านมือปล่าว แต่ดิวกัสก็บอกว่าคนระดับหัวหน้าหมู่บ้านเทลเบ้น่ะ คงไม่ถึงกับสร้างเรื่องส่งเด็กมาหยุดพวกเขาหรอกน่าจะไม่อยู่จริง และขอตัวกลับไปก่อนไว้เจอกันใหม่ ตัวเอกก็บอกว่าฝึมือตัวเองยังไม่ถึงดิวกัส ถ้าสู้กันอาจจะแพ้ก็ได้ มิวร่าก็บอกว่ากลับกันเถอะ หิวและง่วงแล้ว ระหว่างเดินทางกลับพวกเราก็รู้สึกถึงกลิ่นแปลกๆ สัตว์ที่ไม่เคยเห็นได้ปรากฏออกมา

p2-1 ระหว่างกลับไปหมู่บ้านเทลบ้าก็เผชิญหน้ากับเหล่าสัตว์ร้าย สู้กับ テラスエントマ x3

พวกเราจะให้จิโน่หนีกลับไปเตือนภัยหมู่บ้าน และพวกเขาจะหยุดมันไว้ที่นี่ แต่แม้จะสู้ไปเท่าไหร่ มันก็เรียกพวกออกมาเรื่อยๆ เราจึงตัดสินใจให้ล่าถอยเข้าไปในซากโบราณสถานก่อน พวกสัตว์ร้อยปีแม้จะตามไปแต่ก็ติดพลังบางอย่างที่ขวางกั้นไว้ ไม่สามารถตามเข้าไปได้ พวกเราก็ขอตัวพักก่อน และรู้สึกสมเพชตัวเองที่แม้ฝึกฝนมาก็ทำอะไรไม่ได้ คงต้องร่วมมือกับไอโอเนียอย่างช่วยไม่ได้ แล้วเราก็รู้สึกเอะใจเพราะต้นไม้ที่ซากโบราณสถานนั้นกับผลัดใบขึ้นมา ที่สัตว์ร้อยปีไม่สามารถเข้ามาได้ อาจจะเพราะเหตุนี้ก็ได้ หนุ่มน้อยลึกลับก็ถึงกับประหลาดใจว่า "ไม่รู้อะไรเลยแต่กลับเดาได้ถูกนี่ เป็นคนสำคัญจังเลยน้า" และจะช่วยอะไรพวกเราให้ แต่ที่จริงก็คือจะให้ทำอะไรมากกว่า และมอบ"อัญมณี"ให้ และบอกให้ไปแตะต้นไม้นั้น ตัวเขาเป็นใครไม่สำคัญแต่ให้ทำตามที่เขาบอกเถอะ มิวร่าก็บอกว่าคนไม่รู้หัวนอนปลายตีนจะทำตามได้เหรอ เซฟอนก็บอกว่าที่บอกนี่คือวิธีช่วยให้รอดพ้นจากสถานการณ์นี้นะ เราก็เป็นห่วงจีโน่หมู่บ้าน ถ้าไม่รีบทำอะไรซักอย่างอาจไม่ทันการณ์ ถ้ามีวิธีอะไรก็ตามก็อยากจะลองดู มิวร่าอยากให้อธิบายให้ฟังแต่เซฟอนบอกว่าเล่าไปก็ไม่เชื่อหรอก ลองจริงดีกว่า

Movie4 ต้นไม้ที่ข้ามกาลเวลาได้
ตัวเอกแตะต้นไม้ ก็ถูกส่งไปยังสถานที่อันประหลาด

กำแพงของซากโบราณสถานแห่งนั้นกลับกลายเป็นกำแพงที่สวยงาม เซฟอนก็บอกว่านี่คือต้นไม้ยุคสมัย ที่ส่งข้ามกาลเวลาได้ คนที่ถืออัญมณีที่มอบให้ตะกี้ ถ้าสัมผัสต้นไม้นี้แล้ว จะเดินทางกลับไปร้อยปีก่อนได้ มิวร่าก็ยังสงสัยว่าใช้ศาสตร์มายาอะไรหลอกลวงพวกเธอ ไม่ยอมเชื่อ แต่เราก็รู้สึกว่าจับจิตของสัตว์ร้อยปีไม่ได้แล้ว จะลองไปพิสูจน์ดูว่าจริงมั้ย

p2-2 ระหว่างหนีเข้าไปที่ซากโบราณสถานก็เห็นต้นไม้ลึกลับผลัดใบ
p2-3 ออกไปยืนยันสถานการณ์ภายนอก

ระหว่างเดินทางออกไปก็พบกับนักดาบโซเซนริว ที่คิดว่าไม่คุ้นหน้าเราเลย แต่ไม่มีทางที่เขาจะไม่รู้เรื่องนักดาบโซเซนริวด้วยกัน และแนะนำตัวว่าชื่อ โทลวัด อัลเบรก จนพวกเราต้องตกใจว่าเป็นผู้กล้าร้อยปีก่อน ทวดของเรา และได้เห็นดาบสั้นที่โทลวัดพกไว้ เป็นดาบที่ได้รับจากอาจารย์ ซึ่งเราก็มีดาบแบบเดียวกันที่เป็นของดูต่างหน้าแม่ของเรา ซึ่งโทลวัดก็ตกใจเพราะไม่เคยได้ยินว่ามีสองเล่ม มิวร่าบอกว่าเป็นดาบเล่มเดียวกัน มีรอยแผลเป็นที่เดียวกัน ซึ่งแม่ของเราก็เคยบอกว่าได้รับสืบทอดจากบรรพบุรุษ
โทลวัดบอกว่าเชื่อยากจริง แต่ต้นไม้ยุคสมัยที่พวกเราบอกน่ะ เมื่อเดือนก่อนนี่ไม่มีแม้แต่เงา ตอนที่เห็นก็ตกใจเหมือนกัน และคิดว่าไม่ใช่ต้นไม้ธรรมดา คิดว่าพวกเราไม่โกหกและเมื่อเห็นเราก็กลับประหลาดที่ไม่รู้สึกว่าเป็นคนอื่นคนไกล มิวร่ายังคิดว่าเป็นพี่น้องกันซะอีก โทลวัดก็เข้าเรื่องเพราะเชื่อที่เราพูด และบอกว่าที่พวกเราสู้กันมาน่าจะเป็นสัตว์ร้ายร้อยปี ที่พวกเขาสู้กับมันไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ช่วงแรกอาจจะยังธรรมดา แต่ยิ่งผ่านไปตัวร้ายๆอาจจะปรากฏขึ้น และขอร้องให้พาเขาไปยุคพวกเราด้วย เพราะอยากจะช่วย และจะได้รู้ด้วยว่าเรื่องที่เราพูดเป็นจริง

p2-4 กลับไปยุคปัจจุบัน

เราเริ่มจะลองเชื่อเซฟอนที่บอกว่าเป็น"ผู้เชี่ยวชาญ" และสงสัยว่าจะพาโทลวัดกลับไปหรือ อืม ลองทำแล้วจะรู้เองล่ะ แตะต้นไม้ก็กลับได้แล้ว พวกเราจะไม่เห็นโทลวัด เซฟอนก็บอกว่าต้นไม้ยุคสมัยไม่สามารถพาคนและสิ่งของจากอดีตกลับมาได้ บอกไปก่อนพวกเธอก็ไม่ฟังอยู่ดี เราจึงขอกลับไปอดีตอีกรอบ เพราะลำฟังพวกเรายังไม่สามารถชนะสัตว์ร้ายพวกนั้นได้ ที่เซฟอนบอกว่ามีวิธี แต่ก็รู้แต่แรกว่าพาโทลวัดมาไม่ได้ น่าจะมีวิธีอื่นช่วยเราได้ โทลวัดที่กำลังงงเพราะพวกเราหายตัวไปอย่างกะทันหัน และบอกว่าแทนที่จะคิดว่าโกหกกลับเชื่อมากขึ้นแล้ว เพราะพวกเราทั้งหายไปต่อหน้าต่อตา และยังปรากฏอีกครั้ง เราจะขอร้องให้โทลวัดสอนทักษะดาบสายโซเซนริวให้ มิวร่าก็ร้อนใจเพราะเพลงดาบใช่ว่าจะเรียนได้ อาจเสียเวลาเป็นเดือน โทลวัดแย้งว่าคงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะเรานั้นทั้งร่างกาย และการเคลื่อนไหวถือว่าพื้นฐานแน่น แค่พวกสัตว์ร้ายในช่วงแรกขอเวลาเพียงวันเดียวก็น่าจะทำอะไรได้ แต่อาจจะต้องเหนื่อยหน่อยนะ มิวร่าก็ดีใจเพราะหน้าแบบนี้ของเรานั้นไม่ได้เห็นมานานตั้งแต่ที่ซิกนิวเสียชีวิตไป

p3-1 กลับไปยุคร้อยปีก่อน

โทลวัดจะเล่าให้ฟังว่าที่ปราสาทแห่งนี้น่ะ เป็นที่รวบรวมพรรคพวกของเขาในการต่อกรกับสัตว์ร้อยปี หลังจบศึกเมื่อเดือนก่อน ต่างแยกย้ายกันไปกลับบ้านเกิดบ้าน ไปช่วยเมืองที่ถูกสัตว์ร้ายจู่โจมบ้าง ที่เขามาที่นี่ก็เพราะจะมาดูท่าทีของหมูป่าที่มารวมตัวแถวนี้และมาเจอพวกเราพอดี มิวร่าก็บอกว่าที่ปราสาทนี้เละแบบนั้นในร้อยปีให้หลังคงเพราะพวกนี้มารวมตัวกันตั้งแต่ตอนนี้สินะ จนโทลวัดคิดอะไรขึ้นมา แต่ก็นึกได้ว่าการสอนเพลงดาบให้เรามาก่อน ให้ทำตามทักษะดาบของเขาที่เป็นทักษะที่ใช้ปราบศัตรูหลายๆตัวพร้อมกัน

p3-2 รับการสอน"ทักษะ"
- โดยให้สู้โดยใช้คำสั่ง 伝承 จนเป็น 100% เราจะสามารถใช้ทักษะ 弐之型・波 ของโทลวัดได้

แสงประหลาดได้เกิดขึ้นที่ตัวเรา ทักษะที่เห็นตะกี้ รู้สึกว่าน่าจะใช้ได้แล้ว แสงตะกี้เหมือนกับว่าเป็นทักษะที่เข้าไปที่ตัวเรา เซฟอนพูดว่ากะไว้แล้ว ดีไม่ใช่หรือที่จำทักษะได้ก่อนเวลาที่กะไว้ คงกลับไปสู้สัตว์ร้ายได้แล้ว เราจะไม่ค่อยดีใจเพราะไม่ต้องพยายามอะไรก็ใช้ทักษะของคนอื่นได้ แต่โทลวัดก็บอกว่าดีแล้วล่ะ เพราะเรามีปัญหาที่เจอ เพื่อข้ามมันไป ต้องการกำลัง ซึ่งด้วยวิธีไหนก็ตามที่ได้มันมาไม่ใช่ปัญหาหรอก หลังจบเรื่องแล้วค่อยมาทุกข์ใจทีหลังก็ได้ เซฟอนประทับใจในคำพูดและบอกว่ามิวร่าก็เช่นกัน อาจจะสืบทอดทักษะจากจอมเวทย์เพื่อนของโทลวัดได้

p3-3 สืบทอดทักษะ "弐之型・波" เรียบร้อยเดินทางกลับยุคปัจจุบัน

เราจะขอบใจโทลวัด แต่โทลวัดกลับบอกว่าทางเขาต่างหาก ดีใจที่ได้เจอพวกเรามีอะไรอย่าเกรงใจมาหาได้ทุกเมื่อ และบอกมิวร่าว่าเขามีเพื่อนเป็นนักเวทย์อยู่ จะเรียกมาที่นี่ให้ เพราะอยากจะทดสอบว่าสืบทอดทักษะได้จริงมั้ยด้วย และหันไปบอกเซฟอนว่าแม้ไม่รู้ที่มาที่ไป แต่พอดูอย่างใจเย็นแล้วก็พบว่าทำไปเพื่อช่วยพวกเรา จากนี้ไปก็ต้องรบกวนด้วย แต่เซฟอนก็บอกว่าสัญญาไม่ได้เพราะเขาก็มีความคิดของเขาเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้อยากเห็นโลกที่มีสัตว์ร้ายพวกนั้นเพ่นพ่าน เฉพาะส่วนนี้นี่ล่ะที่จะเชื่อใจก็ไม่ว่าอะไร
โทลวัดก็จะแนะนำอีกว่าอาจเป็นการต่อสู้ที่ยาวนาน แต่พวกเขาก็ชนะมาได้ นับจากยุคเราคนเมื่อสองร้อยปีก่อนก็ชนะ สิ่งที่พลังของมนุษย์จะผ่านไปไม่ได้นั้นน่ะคงไม่มี อย่าลืมคำพูดนี้ล่ะ แน่นอนว่าแค่พวกเราอาจจะลำบาก เขาเองก็เป็นแค่สมาชิกส่วนหนึ่งที่ร่วมสู้เท่านั้น ยังมีคนกลุ่มอื่น และทัพไอโอเนียที่ร่วมมือกันสู้ ถ้าร่วมมือกับพวกเขาเหล่านั้นจะไม่พ่ายแพ้แน่ พยายามเข้าล่ะ
พวกเราจะกลับมาปัจจุบัน แต่กำแพงของปราสาทนี้กลับกลายเป็นกำแพงอันสวยงามแบบเมื่อร้อยปีก่อน โทลวัดเมื่อรู้ว่าเหล่าสัตว์ร้ายจะโผล่มาอีกในร้อยปีให้หลัง คงเตรียมตัวให้พวกเราสามารถใช้ปราสาทแห่งนี้ได้
ลูลูซ่าจะมาหาพวกเรา เพราะกลายเป็นว่าแถวนี้เป็นที่ทำงานของเธอ และสงสัยว่าเซฟอนเป็นใคร เซฟอนบอกว่าเป็นแค่คนเดินทางผ่านมาและถูกสัตว์ร้ายไล่ต้อนมาที่นี่ ลูลูซ่าบอกว่าให้สบายใจได้ถ้าหนีเข้ามาที่นี่ เพราะราวกับว่าสัตว์ร้ายเข้ามาที่นี่ไม่ได้ มิวร่าถามถึงจีโน่ ลูลูซ่าก็บอกว่าพวกเราบอกให้จีโน่ไปแจ้งข่าวเรื่องสัตว์ร้ายไม่ใช่เหรอ และบอกว่าถ้าต้องการหินเวทย์ก็ไปเอาที่โรงงานของจีโน่ได้ แต่อย่าพึ่งไปสู้กับพวกสัตว์ร้ายร้อยปีนั่นล่ะ ให้ทนไว้จนมีคนมาช่วย เราก็เลยคิดได้ว่าที่นี่คงกลายเป็นเขตครอบครองของหมู่บ้านเทลเบ้ไปแล้ว และเตรียมไปสู้กับพวกสัตว์ร้ายโดยไม่ฟังคำเตือนของลูลูซ่า

p3-4 ขับไล่เหล่าสัตว์ร้ายออกจากเนินทะเลใต้ 湖南の谷
- ให้ไปที่คำสั่ง 生産 (งานอุตสาหกรรม) และเลือกคำสั่ง 魔石工房 (งานหินเวทย์มนตร์) เพื่อหยิบหินเวทย์ไฟ 火炎の魔石×30 ของจีโน่สร้างที่เป็นเหมือนของของมิวร่า หลังจากนั้นก็ไปที่ทางเข้าออก 出入口
- จะต้องสู้กับ テラスエントマ×4/ テラスエントマ×5/ テラスエントマ×6

มิวร่าก็ประหลาดใจที่สามารถปราบเหล่าสัตว์ร้ายได้ง่ายๆ เพราะความช่วยเหลือของโทลวัดแท้ๆ แต่ไม่ใช่เวลาดีใจรีบไปหมู่บ้านเทลบ้ากันเถอะ

p3-5 มุ่งหน้าไปหมู่บ้านเทลบ้า

Movie5 หมู่บ้านอันน่าเศร้า
หมู่บ้านเทลบ้าราบเป็นหน้ากลองด้วยฝีมือสัตว์ร้าย จีโน่ที่อาบไปด้วยเลือดก็เรียกพวกเรา บอกว่าพวกสัตว์ร้ายเข้ามาโจมตี เขาอยากจะร่วมสู้ไปกับเราแต่ก็ทำไม่ได้ทำได้แค่เพียงสร้างหินเวทย์มนต์เท่านั้น มิวร่าก็บอกว่าใช่แล้ว ตอนนี้หินก็หมดแล้วนายต้องอยู่รอดเพื่อสร้างหินให้ชั้น แต่จีโน่ก็ไม่สามารถทนได้ต่อไป ฝากพี่สาวด้วยนะ และก็หมดลมหายใจไป

ชาวบ้านทุกคนเสียชีวิต และไม่เห็นร่องรอยสัตว์ร้าย ถ้ากลับมาเร็วกว่านี้ล่ะก็... มิวร่าไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อไปดี เราจะบอกให้สู้สิ ไม่ต้องคิดอะไรก็ได้ แต่ให้ลุกขึ้น และมุ่งไปข้างหน้า ไม่งั้นคงถูกจีโน่และชาวบ้านหัวเราะเยาะ
เซฟอนจะเดินมาหาและสภาพหมู่บ้านโหดร้ายจังเลยนะ ดีนะอย่างน้อยพวกเธอก็รอดชีวิต จนมิวร่าโกรธ เราก็บอกให้มิวร่าสงบสติไว้และบอกให้เซฟอนระวังการใช้คำพูดหน่อย เซฟอนก็สวนไปว่าพวกเราก็ควรใช้หัวคิดหน่อย พวกเราย้อนอดีตได้นี่นา
มิวร่านึกขึ้นได้ว่าจะย้อนอดีตไปก่อนที่พวกสัตว์ร้ายจะเข้าโจมตี น่าจะรอดจากภัยได้ เซฟอนจะบอกว่าใช้แบบนั้นไม่ได้ เพราะต้นไม้ยุคสมัยนั้นใช้เดินทางย้อนไปได้แค่เมื่อร้อยปีก่อนเท่านั้น และให้นึกถึงตอนที่เห็นต้นไม้ยุคสมัยผลัใบครั้งแรกขึ้นสิ ที่สัตว์ร้ายเข้าไปเขตนั้นไม่ได้เพราะต้นไม้ยุคสมัย ถ้าย้อนกลับไปเมื่อร้อยปีก่อน และไปปลุกต้นไม้ยุคสมัยล่ะก็ ต้นไม้ก็จะอยู่มาถึงยุคปัจจุบัน สัตว์ร้ายก็จะเข้าหมู่บ้านไม่ได้ อดีตที่หมู่บ้านถูกโจมตีก็จะเปลี่ยนแปลงไปได้ วิธีก็ไปที่ต้นไม้ยุคสมัยกันก่อนเถอะ
ลูลูซ่าจะต่อว่าพวกเรา ว่าหายไปไหนมา แต่เราจะรึบไว้คุยทีหลัง และรีบวิ่งไป ลูลูซ่าก็แปลกใจเพราะไม่เห็นเหล่าสัตว์ร้ายแล้ว หรือเป็นพวกเราที่ขับไล่ไป ที่ต้นไม้ มิวร่าจะร้อนใจเพราะเซฟอนมัวชักช้าเหมือนหาอะไรอยู่ ที่เซฟอนหาคือ ต้นอ่อนของต้นไม้ยุคสมัย ถ้าปลูกมันเมื่อร้อยปีก่อน ที่แห่งนั้นก็จะมีต้นไม้ยุคสมัย ต้นไม้แต่ละต้นจะมีต้นอ่อนเพียงหนึ่งเท่านั้น อย่าเผลอไปหักมันทิ้งซะล่ะ
กลับมาอดีตเมื่อร้อยปีก่อน โทลวัดจะเข้ามาหาพอดี ไม่คิดว่ากลับมาเร็วแบบนี้นักเวทย์ยัง...พูดไม่ทันจบพวกเราก็รีบวิ่งไปทางหมู่บ้านเทลเบ้ จนเซฟอนจะห้ามไว้ก่อนแต่ก็ไม่ทัน โทลวัดก็แปลกใจและถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับเซฟอน

p4-1 มุ่งหน้าไปหมู่บ้านเทลบ้าเมื่อร้อยปีก่อน
- มุ่งไปที่ทางออกทางขวามือ

พวกเราจะเจอแสงประหลาดและกลับมายุคปัจจุบัน รีบกลับไปอดีตอีกรอบเถอะ
เซฟอนและโทลวัดจะรออยู่ เซฟอนอธิบายให้ฟังว่า ที่ย้อนกลับอดีตได้นั้นเป็นเพราะพลังของต้นไม้ยุคสมัย ถ้าห่างจากมันไปพลังนั้นก็จะส่งไปไม่ถึง และทำให้กลับไปยุคของตน มิวร่าก็โมโหเซฟอนอีกครั้งที่ไม่บอกเรื่องสำคัญแบบนี้ก่อน เซฟอนบอกว่าตั้งใจจะบอกแต่พวกเรารีบไปเองไม่ใช่เหรอ เราเลยสงสัยงั้นทำยังไงถึงจะปลูกต้นไม้ได้ล่ะ
โทลวัดก็พูดขึ้นว่าง่ายจะตาย ฝากเขาไปปลูกให้สิ ได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากเซฟอนแล้ว ไม่เข้าใจเหตุผลก็เถอะ แต่ถ้าปลูกต้นไม้นี่ที่หมู่บ้านล่ะก็ จะช่วยหมู่บ้านยุคของเราได้สินะ งั้นจะปลูกให้เอง ไม่ต้องเกรงใจหรอกหมู่บ้านบ้านเกิดของเขาถ้าช่วยได้ ถึงปลูกต้นไม้ร้อยต้นก็จะจัดให้ เราจึงยื่นต้นอ่อนให้ โทลวัดก็แปลกใจที่มีต้นไม้แบบนี้ ถ้ามีล่ะก็คงสู้พวกมันได้สบายๆ จะไล่ปลูกต้นไม้นี่ บีบไม่ให้พวกสัตว์ร้ายมีที่ไปเลย แต่เซฟอนก็แย้งว่าไม่ควรทำแบบนั้น รู้สาเหตุมั้ยทำไมพวกมันไม่เข้าใกล้? แน่นอนมิวร่าไม่มีทางรู้ เซฟอนเองก็ไม่รู้ จะฝากเรื่องสำคัญกับอะไรที่ไม่รู้เหตุผลได้เหรอ บางทีพวกมันอาจจะไม่ใช่เข้าใกล้ไม่ได้ แต่แค่เกลียดเลยหลีกไป ถ้าเกิดถูกล้อมไปด้วยสิ่งที่เกลียดล่ะก็อาจจะโกรธและบ้าคลั่งไล่ทำลายโดยไม่เกี่ยงว่ามีต้นไม้ยุคสมัยได้แล้ว แค่ความเป็นไปได้ก็จริงแต่เสี่ยงเกินไปที่จะลอง แต่แค่หมู่บ้านเทลบ้าอย่างเดียวล่ะก็ไม่เป็นไรหรอก รีบกลับไปพิสูจน์ที่ยุคพวกเราเถอะ

p4-2 กลับไปที่ร้อยปีก่อน
p4-3 ฝากโทลวัดไปปลูกต้นอ่อนที่หมู่บ้านเทลบ้าให้ และเดินทางกลับไปหมู่บ้านเทลบ้าที่ยุคปัจจุบัน

พวกเราจะพบกลับต้นไม้ยุคสมัยที่ได้รับการปลูกขึ้นที่หมู่บ้าน และไม่เกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านเลย จีโน่จะเข้ามาหาเรา และบอกว่ากำลังพาคนในหมู่บ้านไปช่วยอยู่พอดีเลย หรือว่าปราบพวกนั้นหมดแล้ว สมกับเป็นลูกพี่เลย มิวร่าไม่ทันว่าอะไรก็รีบเข้าไปกอดจีโน่พร้อมทั้งน้ำตา จนจีโน่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เราก็เสริมว่าดีไม่ใช่หรือ อยากทำอะไรให้ทำไปนั่นล่ะ
พวกเราก็คิดว่าสามารถเปลี่ยนอดีตได้จริงๆด้วยต้นไม้ยุคสมัย แต่เรื่องนี้ไม่ควรบอกกับใครในหมู่บ้าน เพราะจะกลายเป็นพวกชาวบ้านเคยตายมาแล้วหนนึง ชาวบ้านก็เข้ามาหาพวกเรา พร้อมบอกว่าสัตว์พวกนั้นน่าจะเป็นสัตว์ร้ายร้อยปี และคิดว่าควรจะไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้าน เราจะอาสาไป มิวร่าบอกว่าพวกเราเคยสู้กับมันมา น่าจะเป็นคนแจ้งรายละเอียดได้ดีที่สุด ชาวบ้านจึงฝากให้เราจัดการ
จีโน่จะขอไปด้วย แต่เราห้ามไม่ให้ไป แต่เพราะสัตว์ร้ายร้อยปีจะค่อยๆเพิ่มมาเรื่อยๆ หินเวทย์มนต์นั้นจำเป็น ซึ่งเป็นหน้าที่ของจีโน่

p5-1 หมู่บ้านเทลบ้าฟื้นคืนชีพ เดินทางไปดูต้นไม้ยุคสมัยของหมู่บ้านเทลบ้าอีกครั้ง
- ออกจากหมู่บ้าน จะเจอลูลูซ่า

ลูลูซ่าจะรู้สึกมึนงง เพราะเจอเรื่องที่ขัดแย้งกัน ช่วงที่เราและมิวร่าหายไปนั้น เธอสงสัยและได้มาดูที่หมู่บ้าน และได้เห็นหมู่บ้านถูกทำลายอย่างราบคาบ ในหัวนั้นขาวโพลน และเดินทางกลับไปที่ปราสาทเพื่อหาพวกเรา แต่ระหว่างนั้นก็เหมือนมีอะไรเข้าไปในสมองให้คิดว่าหมู่บ้านปลอดภัยดี ทั้งที่เห็นหมู่บ้านถูกทำลายไปแล้ว กลับมีความทรงจำที่หมู่บ้านปลอดภัยอยู่ จนมึนงง จนมาพิสูจน์อีกครั้งก็พบว่าหมู่บ้านปลอดภัยดีจริงๆ เซฟอนก็บอกว่าคุณป้าคงเหนื่อยมากเกินไป แถมเจอสัตว์ร้ายที่น่าสะพรึงกลัวอีก ให้ค่อยๆพักผ่อนให้สบาย ก็คงสงบใจได้เอง เราก็จะสงสัยว่าทำไมลูลูซ่าถึงยังจำเรื่องในอดีตก่อนที่จะเปลี่ยนได้ เซฟอนไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่แต่คิดว่าเพราะต้นไม้ยุคสมัย เพราะช่วงนั้นลูลูซ่าอยู่ใกล้ๆต้นไม้ยุคสมัยพอดี เราจะรู้สึกอะไรบางอย่างเพราะการแก้ไขอดีต ไม่ได้เสียใจอะไร เพราะนั่นเป็นทางที่ช่วยคนในหมู่บ้านได้ แต่เพราะการนั้นเรื่องใหญ่บางเรื่องได้กลายเป็นไม่เกิดเรื่องนั้นไป ทั้งตอนที่จีโน่บอกความในใจและสั่งเสียพวกเรา สิ่งนั้นก็เหมือนกับการที่น้ำตาของมิวร่านั้นหายไป เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะภูมิใจไปกับมันได้ จนเซฟอนก็แปลกใจเพราะมาทุกข์กับเรื่องแปลกๆ และจะเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง
นั่นคือเรื่องราวของโลกล้านใบ ความหมายตรงตัวแปลว่ามีโลกล้านอยู่ใบ แต่ในที่นี้ไม่ใช่แค่มีโลกล้านใบ แต่หมายถึงจำนวนไร้จำกัด พวกเราก็แค่ส่วนหนึ่งของโลกไร้จำกัดนั่น แม้ว่าพวกเราทำให้อดีตเปลี่ยนไปนึกว่ามันไม่ได้เกิดเรื่องนั้นขึ้น แต่ไม่ใช่แบบนั้น การเปลี่ยนอดีตก็แค่ทำให้ประวัติศาสตร์ถูกแยกออกมา มีโลกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งใบ ให้ลองเทียบดูกับต้นไม้ว่าแต่ละกิ่งนั้นแทนโลกหนึ่งใบ การที่กิ่งนึงทำให้เกิดอีกกึ่งใหม่ขึ้นมา ก็ไม่ได้ทำให้กิ่งใดหายไป ทั้งสองกิ่งก็ยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ก็เหมือนกันกับเรื่องนี้ โลกที่อดีตไม่เปลี่ยน และโลกที่ถูกเปลี่ยนอดีตไปแล้วต่างก็ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ
แต่ถ้าไม่คิดอย่างนี้ก็ทำให้เรื่องมันแปลกขึ้น เพราะการที่พวกเราต้องไปวานให้โทลวัดปลุกต้นอ่อนให้ก็เพราะหมู่บ้านถูกสัตว์ร้ายทำลาย แต่การที่หมู่บ้านยังปลอดภัยก็ทำให้พวกเหตุผลที่เรากลับไปอดีตไม่มี การที่มีสาเหตุถึงทำให้เกิดผลลัพธ์แบบนั้นแท้ๆแต่ผลลัพธ์กับลบสาเหตุไปซะได้ ความสัมพันธ์ของเหตุและผลก็จะถูกทำลายไป ตราบที่ไม่สมมติเรื่องโลกล้านใบขึ้นมา ไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจก็ได้ ที่จริงก็แค่อยากบอกว่าไม่ต้องรู้สึกเหมือนกับทำบาปร้ายแรงไปหรอก เปลี่ยนอดีตไปก็เถอะใช่ว่าทำให้ประวัติศาสตร์ก่อนถุกเปลี่ยนหายไปนั่นล่ะ และก็ถึงเวลาจากกันแล้วล่ะ แล้วก็เตือนให้คอยเก็บต้นอ่อนไว้ด้วยล่ะ เพราะจะต้องใช้งานเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
มิวร่าก็สับสนเพราะการที่โลกนั้นยังคงอยู่แสดงว่าที่พวกเราก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้ แต่ถึงรู้เรื่องโลกล้านใบแล้ว ถ้าช่วยหมู่บ้านได้ยังไงก็คงช่วยอยู่ดี เพราะงั้นอย่าไปคิดมากกับมันเลยทั้งคู่ล่ะ ไปแจ้งเรื่องให้หัวหน้าหมู่บ้านกันเถอะ แต่ทันใดนั้นพวกหัวหน้าหมู่บ้านก็มาพอดี และถามว่าช่วงเฝ้าบ้านนั้นเกิดอะไรแปลกๆขึ้นมั้ย พวกเราจึงเล่าเรื่องสัตว์ร้ายร้อยปีให้ฟัง และต่างชมพวกเราที่ชนะมันได้ ถึงเราจะบอกว่าแค่ดวงดีก็เถอะ แต่การที่สัตว์ร้ายปรากฏมานั้น ต้องรีบแจ้งเตือนหมู่บ้านรอบๆข้างแล้ว และอยากจะขอร้องให้เราช่วยไปเตือนภัยกับอารอน หัวหน้าหมู่บ้านชูราทให้หน่อย ให้คนที่เคยสู้กับมันไปจะมีภาษีกว่า และให้อีเรียตามไปด้วยจะได้เข้าพบได้เร็วขึ้น เพราะอารอนเป็นพ่อ(เลี้ยง)ของอีเรีย และมอบยาให้กับเราสำหรับให้อีเรียใช้งาน
ลูลูซ่าและจีโน่จะมาหาเรา และขอตามไปด้วยเพราะจะไปที่ปราสาทก็เป็นทางเดียวกันพอดี พอถึงปราสาทแล้วก็บอกให้ไม่ต้องวางใจทางนี้เพราะพวกสัตว์ร้ายไม่กล้าเข้าใกล้ที่นี่ จนมิวร่ารีบเอ็ดอย่าพึ่งวางใจไป เราก็เสริมว่าให้คอยเตรียมตัวไว้เผื่อเกิดอะไรขึ้น จนจีโน่รู้สึกว่าพวกเราแปลกๆไปจริงๆ ลูลูซ่าจะเตรียมฝักอร่อยๆไว้ให้ จนจีโน่ต้องสั่งให้พวกเราเอาเนื้อกลับมาด้วย ถ้าเกลียดผักนักก็ไม่ต้องกินล่ะกัน... และก็แยกย้ายกันไป

p5-2 เพื่อแจ้งเรื่องสัตว์ร้าย ไปที่ถนนทิศตะวันออก เพื่อเดินทางไปชูลาท シュラート
p5-3 มุ่งหน้าไปที่ว่าการหมู่บ้าน 町庁舎

เข้ามาในหมู่บ้าน และมุ่งไปที่ว่าการ จะพบว่าอารอนติดธุระออกไปข้างนอกพอดี แต่ไม่นานก็คงกลับมา เราก็ใจร้อนเพราะมีเรื่องด่วนจริงๆ อยากทราบว่าไปที่ไหน แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่รู้เพราะโรเชล เลขานุการก็ตามไปด้วยเลยไม่มีใครรู้อะไรเลย จนอีเรียก็แปลกใจเพราะพ่อไปที่ไหนโดยไม่ได้บอกใครเลย นิดคนปรุงยาประจำหมู่บ้าน เป็นคนที่แอบชอบอีเรีย ไม่ว่าเรื่องอะไรก็คิดแต่เพียงอีเรียไม่สนคนรอบข้างคนอื่นเลย... แม้อีเรียเศร้าใจเรื่องพ่อบางเรื่อง นิดยังคงแก้ต่างให้แทนเพื่อแค่ให้อีเรียสบายใจขึ้น

p6-1 ฆ่าเวลาในหมู่บ้าน > ไปที่ว่าการหมู่บ้านอีกครั้ง -> เข้าวังชินระ
- ให้คุยกับชาวบ้านให้ครบ กลับไปที่ว่าการหมู่บ้าน 町庁舎

หัวหน้าหมู่บ้านอารอนกลับมาแล้ว อีเรียมีธุระสำคัญมากจนขอข้ามการแนะนำพวกเราไปก่อน ทำให้อารอนก็คิดว่าธุระสำคัญจริงๆ เราจึงเล่าเรื่องให้อารอนฟัง แม้จะสู้เพียงแค่เราสองคน แต่โฉมหน้าของมันคนในหมู่บ้านก็เห็นกันหลายคน อารอนครุ่นคิดอยู่และขอร้องให้พวกเราช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไว้ซักพักก่อน จนกว่าจะยืนยันได้ว่ามันจะโผล่มาอีกครั้ง อยากให้เงียบเพราะกลัวผู้คนจะแตกตื่น โรเชลก็ย้ำว่าถ้าข่าวแพร่ออกไปต้องถูกชาวไอโอเนียเข้ามาสอดแทรกแน่นอน แม้ว่าสัตว์ร้อยปีจะออกไปแล้วก็มีไม่มีหลักประกันว่าไอเนียจะถอยไปอย่างว่าง่าย ผลลัพธ์ที่ร้ายที่สุดก็ถูกยึดครองไปเลย ทหารเฝ้ายามก็ร้องขึ้นมา ดิวกัสได้พังประตูเข้ามาหา เพราะมีธุระเร่งเหมือนกัน
ธุระคือได้ยินว่ามีคนที่สู้กับสัตว์ร้ายร้อยปี มาที่นี่ จึงมาหาเพื่อสอบถามรายละเอียด แต่อารอนแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ดิวกัสจะสงสัยว่าหรือจะเป็นพวกเราที่สู้ และขอให้ไปกับเขา อารอนจะห้ามไว้ว่าเป็นแขกของเขาจะพาไปไม่ได้ แต่ดิวกัสก็ค้านว่าธุระเรื่องสัตว์ร้อยปีล่ะก็ ทางประเทศเขาเพื่อให้ได้ข้อมูลมาไม่ว่าใช้วิธีอะไรก็ตาม นายก็คงเข้าใจสินะ จนอารอนเงียบไป ถ้าได้ข้อมูลล่าช้าไปล่ะก็อาจมีคนตายหลักพันหลักหมื่นได้ ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องสวยหรูแล้ว
ดิวกัสพาพวกเรามาถึงสะพานข้ามสู่นครศักดิ์สิทธิ์ทักซิส เพราะเป็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ เรเนเฟเรียสที่ 13 ที่อยากจะคุยกับเราโดยตรง ดิวกัสก็ประหลาดใจที่พวกเราตามมาแต่โดยดี มิวร่าบอกว่าไม่มีทางหนีนี่นา ไม่อยากให้คนไม่เกี่ยวข้องมาพัวพันด้วย เราก็บอกว่าเข้าพบน่ะดีกว่า เพราะอยากแจ้งข้อมูลให้ที่อื่นรู้ให้เร็วที่สุด ถ้าทุกคนไม่ร่วมมือกันอาจไม่สามารถชนะสัตว์ร้ายร้อยปีได้ แต่อีเรียที่จริงไม่ต้องมาก็ได้ อีเรียก็บอกว่าในฐานะพี่สาวคนโต หน้าที่ของเธอก็คือให้พวกเราทั้งสองกลับไปหมู่บ้านโดยปลอดภัย
ระหว่างทางมิวร่าจะตกใจ เพราะเห็นปราสาทที่ใหญ่โตอยู่อีกฟากฝั่ง หรือจะเป็นทักซิส แต่กิวกัสก็บอกว่าแค่ปราสาทโทลเกีย ปราสาททิศตะวันออกของไอโอเนียเท่านั้น และก็พาเดินไปต่อ
พอถึงนครหลวง แม้แต่ดิวกัสยังต้องตกใจกลับความใหญ่โตของเมือง จนมิวร่าแปลกใจ ดิวกัสก็บอกว่าเป็นแค่ทหารบ้านนอกคนนึง ไม่ได้มาที่นี่ตั้งเกือบสิบปีแล้ว ยังต้องตะลึงกับมัน และแนะนำว่าเข้าไปลึกสุดของที่นี่ล่ะคือวังชิงระ (森羅宮 = ที่มีความหมายว่าทุกสิ้งทุกอย่างมารวบรวมกันที่นี่ ไร้ที่สิ้นสุด)

Movie6 เข้าเฝ้า
พวกเราจะตกใจเมื่อได้เห็นจักรพรรดิ จักรพรรดิจะแนะนำตัว แม่ทัพใหญ่ดัมดีน เผ่าสเกลฮอด รูกัทตัวแทนเดินทางไปรอบๆ จัดการงานบริหารที่ต่างๆ และมาเคีย หัวหน้ากองอัศวินใบแสง ให้เรารู้จัก และขอร้องให้เล่าเรื่องสัตว์ร้อยปีที่พวกเราได้พบเจอให้ฟัง

หลังจากฟังเรื่องแล้ว จักรพรรดิก็บอกว่าไม่ผิดพลาดแน่ เป็นสัตว์ร้อยปีที่ฝ่ายเขาเรียกว่า เทรัสฟาลม่า นั่นเอง และได้แบ่งหน้าที่ให้ดัมดีนและรูกัสไปจัดการ แม้จะแค่ได้ยินเรื่องจากปากพวกเรา แต่นี่คือหน้าที่ของไอโอเนีย ประเทศที่ถูกตั้งขึ้นเมื่อสามร้อยปีก่อนสำหรับต่อกรกับเทรัสฟาลม่าที่ปรากฏครั้งแรกในปีนั้น แม้ว่าทางพวกเราจะเห็นเป็นประเทศที่ใช้กำลังเข้าหาประเทศอื่นก็เถอะ แต่ทั้งหมดก็เพื่อให้ผ่านหายนะที่จะมาเยี่ยมเยือนทุกร้อยปี ครั้งหนึ่งเพลงดาบโซเซนริว เป็นเพลงดาบที่นักดาบของประเทศเขาคิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ปราบเทรัสฟาลม่า และแนะนำทายาทสายเลือดแท้ของเจ้าของเพลงดาบ มาเคีย รูเมียให้เรารู้จัก และถามเราว่าอยากจะทดสอบฝีมือดาบกับเธอมั้ย เขาเองก็อยากจะชมฝีมือดาบของพวกเรา สิ่งที่เราจะได้ไม่ใช่น้อยแน่ ถ้าฝ่าบาทปรารถนามาเคียก็พร้อม ทางเราก็ต้องการจึงประลองฝีมือกัน
ทางเราจะไม่สามารถต่อกรได้ มาเคียว่าแม้เรายังฝีมือไม่ถึงขั้น ประสบการณ์ก็ยังไม่เพียงพอ แต่พื้นฐานแน่น สัมผัสได้ถึงความมั่นคง ในระดับอายุเท่านี้ถือว่าต้องตกใจในฝีมือทีเดียว ต้องได้อาจารย์ชั้นดีสอนให้แน่นอน จักรพรรดิถึงกับกล่าวว่าฝีมือที่ระดับมาเคียยังต้องชม น่าคาดหวัง อนาคตต้องขอให้ร่วมมือกับเขาด้วย ไม่ใช่ถึงกับต้องเข้ากองทหารไอโอเนียหรอก แค่คอยปกป้องเขตแดนของตนเหมือนกับที่โทลวัดทำเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อนก็เพียงพอ เพราะสงครามกับเทรัสฟาลม่าต่างกับสงครามกับคน เป็นสงครามที่ฝ่ายเทรัสฟาลม่าจะเข้ารุกทุกดินแดนที่มีผู้คนอยู่ และให้ดิวกัสส่งพวกเรากลับ
พวกเราถึงกับเปลี่ยนมุมมองต่อไอโอเนียใหม่ ในการเข้าเฝ้าครั้งนี้ ดิวกัสจะเตรียมส่งพวกเรากับชูราม ระหว่างเตรียมการขอให้รอซักพัก ระหว่างนี้ก็ลองเดินชมทักซิสไปก่อน

p6-2 เดินชมทักซิส - คุยกับชาวบ้านให้ครบทุกที่

tips: ไอโอเนียเป็นประเทศที่ก่อตั้งเพื่อรับมือกับเทรัสฟาลม่าเมื่อสามร้อยปีก่อน แบ่งฝ่ายต่างๆตามชื่อพฤกษา "กิ่งเหล็กกล้า" เป็นทัพหลักที่แบ่งเป็นสี่ทัพใหญ่ และ "รากหิน" เป็นองค์กรที่คอยสนับสนุนด้านต่างๆ
เหล่าทหารจะแตกตื่นกัน เตรียมออกทัพ ดิวกัสจะมาบอกเราให้อย่าพึ่งไปไหน เพราะตอนนี้ชูราทถูกสัตว์ร้อยปีเข้าจู่โจม และยังกำลังจู่โจมมายังเมืองหลวงด้วย พวกเราจึงรอไม่ไหวตามไปด้วย และจะต้องสู้กับเหล่าเทรัสฟาลม่า
ดิวกัสจะพ่ายแพ้แก่กลุ่มคนหนึ่งที่เป็นผู้เรียกเทรัสฟาลม่าออกมาได้ พวกเราจะตกใจที่มนุษย์เป็นคนใช้เทรัสฟาลม่า และก็มีเสียงสอดขึ้นมา "สิ่งนั้นน่ะเป็นขวานของพวกข้า" นั่นคือเสียงของอารอนนั่นเอง
อารอนจะแปลกใจที่พวกเรากลับจากไอโอเนียได้โดยปลอดภัย แม้จะดีใจแต่มาเจอกันที่ตรงนี้ก็ถือว่าโชคไม่ดีเอาเลย อารอนจะบอกว่าผิดเองที่ปกปิดอีเรียไว้ แต่ตั้งแต่ยี่สิบปีก่อนที่มัลทิริออน บ้านเกิดของเขากับอีเรียถูกเผาผลาญไป ก็ได้แต่รอวันนี้ วันครบรอบร้อยปีที่เทรัสฟาลม่าจะเข้มแข็งที่สุด เพื่อให้เป็นขวานสำหรับจามรากของไอโอเนีย พวกเราคือ ขวานแดง (朱キ斧)
แม้ว่ามือจะต้องแปดเปื้อนเลือด แต่เพื่อถอนรากถอนโคนไม้พิษไอโอเนียอันชั่วร้าย จึงต้องปรากฏขึ้นที่นี่ อีเรียตกใจว่ามาคิดแก้แค้นอะไรตอนนี้ เพราะเป็นพ่อเองที่สอนมาตลอดว่าอย่าจมกับความแค้น ความเกลียดชัง อารอนค้านเพราะเขาไมได้ทำไปเพราะความแค้นแต่ตราบที่ไอโอเนียยังอยู่ก็คงใช้กำลังต่อไป เป็นไอโอเนียเองที่ทำให้พวกเขาเกิดขึ้นมา ไอโอเนียต่างหากที่เป็นสัตว์ร้ายที่แท้จริง

Movie7 ศึกตัดสินแห่งสะพานชูราท
ขวานแดงได้เรียกเทรัสฟาลม่าจำนวนมาก เหล่าทหารไม่สามารถต่อกรได้ ทันใดนั้น มาเคียก็ได้ปรากฏออกมาแสดงเพลงดาบวิหคแดงปราบเหล่าเทรัสฟาลม่า ไม่แค่นั้นปราสาทยักษ์กลางทะเลก็ได้เข้ามาที่สะพาน เป็นดัมดีน ที่เป็นผู้บัญชาปราสาทลอยน้ำนั้น ตัวเดียวก็ไม่ให้เหลือซากทัพเวทย์ทัพธนูต่างจัดการเทรัสฟาลม่าเรียบวุธ พร้อมกับชนจนสะพานพังตัดทางผ่านไม่ให้เทรัสฟาลม่าข้ามไปยังวังหลวงได้

อารอนก็ถึงกับชมว่าการตัดสะพานเป็นแผนการที่ได้ผล สมกับเป็นไม้พิษที่สูบเลือดประชาชนมาถึงสามร้อยปีจริงๆ แต่นี่ก็แค่การเริ่มต้นเท่านั้น พวกเขาจะรุกต่อไปทั้งทิศเหนือ ตะวันตก จนกว่าจะโค่นลงให้ได้ พวกเราจะตามอารอนไป แต่มีนักเวทย์หนุ่มคนนึงมาขวางไว้ด้วยกำแพงไฟ ถ้าจะมาเข้ากับพวกช้าก็ยินดีต้อนรับเสมอและจากไป พร้อมเสียงเรียกพ่อของอีเรีย
พวกเราจะมาที่เมืองชูราท ที่เหลือแต่ซาก ปากบอกว่าจะโค่นไอโอเนียแต่ถึงกับทำให้ชูราทราบเป็นหน้ากลองแบบนี้... มิวร่าบอกว่าคงเพราะทัพที่สี่ของไอโอเนียมาที่นี่หลังจากที่พวกเราไปที่ทักซิส พวกขวานแดงถึงใช้เทรัสฟาลม่าที่นี่ เมืองที่ตัวเองปกครองมายังทำได้แบบนี้ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ มิวร่าจะเสนอให้ปลูกต้นไม้ยุคสมัยไว้ที่นี่ด้วย แต่ก็นึกได้ว่าเมืองนี้เคยถูกเผาไปครั้งหนึ่งเมื่อห้าสิบปีก่อน แม้จะปลูกต้นไม้ไว้ แต่ก็คงถูกเผาไปพร้อมกัน นิดคนปรุงยาจะเข้ามาหาอีเรีย เพราะยาไม่เพียงพอจึงอยากจะปรึกษากับอีเรีย

p6-3 ไปที่ว่าการหมู่บ้าน 町庁舎

ชาวบ้านที่บาดเจ็บไม่ยอมให้ความร่วมมือกับอีเรีย เพราะเป็นลูกสาวของอารอนคนทำลายหมู่บ้าน พวกเราจะปรึกษาเรื่องยาไม่เพียงพอ อีเรียจึงให้ไปคุยในห้องพ่อของเธอ อีเรียเจ็บใจที่ไม่รู้สึกเอะใจเลย ขนาดเธออยู่กับพ่อมายี่สิบปี พวกเราก็แก้ต่างแทนให้เพราะตั้งแต่พวกเราเกิดมา อีเรียก็ไปทำงานที่หมู่บ้านของเราแล้ว นิดยังช่วยเสริมว่าขนาดเขาอยู่เมืองนี้มาตลอดก็ยังไม่อยากเชื่อว่าจะทำลายเมืองที่ตัวเองปกครองได้แบบนี้ เพื่อปลอบให้อีเรียสบายใจ เรื่องยานั้น วัตถุดิบไม่เพียงพอจึงต้องไปที่ทุ่งราบรูซิลทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ แม้ว่าจะเป็นทุ่งร้างมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อนก็เถอะ คงต้องลองไปดู นิดอยากไปด้วยแต่คนที่สู้ไม่ได้ไม่ไปจะปลอดภัยกว่าเพราะมีทั้งสัตว์ร้ายและอาจเจอพวกขวานแดงด้วย ให้ช่วยสร้างยาเท่าที่สร้างได้ด้วยวัตถุดิบที่เหลืออยู่ ดิวกัสจะขอไปกับเราด้วยเพราะทหารที่บาดเจ็บก็คือทัพที่สี่ของเขานั่นเอง หัวหน้าทัพเขาก็ตายไป สภาพเหมือนกับกิ่งเหล็กหักไปหนึ่งแล้ว ทำอะไรได้ก็อยากจะช่วย

p6-4 ไปดูสภาพของทุ่งราบลูซิล ルシル平原

สภาพทุ่งราบลูซิลนั้นแทนที่จะเรียกว่าสวนสมุนไพร น่าจะเรียกมันว่าสวนวัชพืชมากกว่า อีเรียเล่าให้ฟังว่าจากตำราปรุงยาที่เคยอ่านมา ที่นี่ถูกเขียนว่าเป็นสวนสมุนไพร แต่บางทีเมื่อประมาณร้อยปีก่อน ถูกกระต่ายเขี้ยวรุกราน เลยกลายเป็นทุ่งร้างแบบในตอนนี้ มิวร่าตะหงิดใจบางอย่าง "ร้อยปีก่อน" อีเรียว่าต่อยังพอมีสมุนไพรเหลือนิดหนอยก็จริง แต่ไม่เพียงพอต่อชูราทในตอนนี้ มิวร่าจึงพูดเรื่องต้นไม้ยุคสมัยขึ้นมา ถ้าไปทำอะไรซักอย่างก่อนจะกลายเป็นทุ่งร้างล่ะก็... ไม่ใช่เวลามาสับสนแล้ว รีบไปที่ปราสาททะเลสาปกันก่อนเถอะ แล้วจะอธิบายให้ฟัง

p6-5 ไปปรึกษาโทลวัด
- เดินทางกลับไปที่ปราสาททะเลสาป 湖の砦 แล้วไปที่ต้นไม้ยุคสมัย

อีเรียและดิวกัสจะตกใจเพราะที่นี่เป็นปราสาททะเลสาปแต่ก็เหมือนไม่ใช่ โทลวัดเข้ามาหา สภาพยิ้มแย้มแบบนี้ทางเทลเบ้คงหมดปัญหาแล้วสินะ มิวร่าก็เล่าเรื่องให้โทลวัดฟัง...
ทางฝ่ายดิวกัสกับอีเรียไม่อยากจะเชื่อว่าที่นี่คืออดีตเมื่อร้อยปีก่อนจริงๆ ส่วนทางโทลวัดก็ไม่อยากเชื่อว่ามีคนใช้สัตว์ร้อยปีเพื่อท้าทายไอโอเนีย ศัตรูของทุกสิ่งบนโลกอย่างแท้จริง จะต้องทำอะไรซักอย่าง แต่ตอนนี้เรื่องสมุนไพรมาก่อน และเรียกลอร์ฟ ราวก์ จอมเวทย์ผู้เป็นทั้งกุนซือและมือขวาของตน และลอร์ฟพอดีเป็นคนเมืองชูราท เรื่องทุ่งราบลูซิลก็รู้จักดี แต่ลอร์ฟก็บอกว่าที่อยากมาป้องกันไม่ให้ลูซิลกลายเป็นทุ่งร้างก็เข้าใจนะ แต่ตอนนี้สมุนไพรต่างๆก็ไม่หลงเหลือแล้วอยู่ดี หลังจากที่ชนะศึกกับสัตว์ร้อยปีแล้ว พวกกระต่ายเขี้ยวที่คิดว่าตนปลอดภัย ได้เกิดบ้าคลั่งอาละวาดขึ้นมา ภายในวันเดียวก็กลายเป็นทุ่งร้างไป
แต่เพื่อนของเขาคนนึงผู้เป็นผู้ใช้ยา ก็กำลังคิดจะปลูกสมุนไพรที่นั่นอยู่ แต่แสดงว่าการที่ไม่สามารถไปถึงยุคของพวกเราได้ คงเกิดอะไรขึ้นระหว่างนั้น พวกเราจึงอยากไปช่วยผู้ใช้ยาคนนั้น และยื่นต้นอ่อนให้ลอร์ฟไปปลูกที่ทุ่งราบให้ เราจะได้ไปที่นั่นได้

p7-1เดินทางไปทุ่งราบลูซิลเมื่อร้อยปีก่อน
- ให้กลับไปยุคปัจจุบัน และเดินทางไปทุ่งราบลูซิล (สถานที่ที่มีรูปต้นไม้สีแดง จะแสดงถึงสถานที่ที่เราพึ่งวานคนในอดีตเมื่อร้อยปีก่อนปลูกต้นไม้ยุคสมัยให้ เราจำเป็นต้องไปเพื่อเก็บต้นอ่อน สำหรับใช้ในครั้งต่อไป)
- ไปสำรวจต้นไม้ยุคสมัยที่ทุ่งราบ จะย้อนไปอดีตได้

ลอร์ฟเองก็ตกใจทันใดที่ปลูกต้นอ่อนไป ไม่ทันรู้สึกตัวก็กลายเป็นต้นไม้ใหญ่ไป เรื่องนี้น่าสนใจมากแต่ตอนนี้เรื่องทุ่งสมุนไพรต้องมาก่อน และเรียกมูอี้ เผ่าเฟเซอร์ไดฟ์ จนอีเรียกรี๊ดแตกกับความน่ารัก จนมูอี้ตกใจ รีบวิ่งหนีไป มูอี้ค่อนข้างกลัวคน เมื่อถามถึงเรื่องสมุนไพร กระต่ายเขี้ยวยังคงป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น ก็เลยไม่ได้หว่านเมล็ดอย่างทั่วถึง สมุนไพรก็เลยเหลือน้อยแบบในปัจจุบัน พวกเราเลยจะกวาดร้างกระต่ายเขี้ยวให้เหี้ยน ลอร์ฟก็จะช่วยด้วย ยังไงมูอี้ก็เป็นพวกพ้อง และก็อยากทดลองการสืบทอดทักษะด้วย อีเรียก็เลยคิดว่าอาจจะเรียนทักษะการใช้ยาจากมูอี้ได้ด้วยเช่นกัน

p7-2 ปราบกระต่ายเขี้ยว และหว่านเมล็ดสมุนไพร - ให้ไล่กำจัดกระต่ายเขี้ยวสีชมพู ระหว่างนั้นก็ให้สืบทอดทักษะของลอร์ฟและะมูอี้ไปพร้อมกัน

ผลลัพธ์จะรู้ในไม่ช้ารีบกลับไปปัจจุบันกันเถอะ ก่อนกลับมูอี้จะสอนวิธีผิวปากเพื่อให้เฟเซอร์ไดฟ์ เผ่าที่ระแวงผู้คนยอมฟังคำพูด อีเรียเสียใจที่ผิวปากไม่เป็น เราจึงเรียนวิธีแทน จนอีเรียต้องอิจฉา
เมื่อกลับมายุคปัจจุบันทุ่งร้างจะกลายเป็นสวนสมุนไพรอย่างแท้จริงแล้ว แต่แม้กระนั้นสมุนไพรที่จำเป็นต่อการปรุงยาที่จะใช้รักษาแผลก็ยังไม่เพียงพอ ในช่วงร้อยปีคงมีคนเก็บไปใช้ ระหว่างที่กำลังจะคิด ก็มีใครเดินเข้ามา
นิดนั่นเอง อีเรียจะขอโทษเพราะสมุนไพรก็ยังไม่เพียงพอ นิดจะสงสัยเพราะบอกว่าพอแล้วนี่นาเพราะเขามาเก็บไปปรุงยาแล้ว ปัญหาถูกขจัดไปแล้วก็ถึงเวลากลับชูราท

p7-3 ทุ่งราบลูซิลคืนชีพ เดินทางกลับชูราท

แต่ระหว่างเดินทางกลับดิวกัสก็เห็นใครบางคนและวิ่งเข้าไปหา นั่นคือทหารไอโอเนียที่หนีมาชูราท พวกเขาคือกลุ่มเฝ้าหมุ่บ้านโอโรสค์ และตอนนี้หมู่บ้านถูกยึดครองไปโดยกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าขวานแดงแล้ว เพื่อนเขาคนนึงก็ล่มลงไป พวกเราจึงแบกเขากลับชูราท
ทหารคนนั้นได้รับการรักษาทันท่วงทีจึงปลอดภัย หมู่บ้านเล็กๆอย่างโอโรสก์แค่มีทหารไอโอเนียเฝ้าอยู่มันยังไม่เว้น แต่ก็ยังดีที่เหมือนไม่ได้ใช้สัตว์ร้อยปีที่นั่น นิดจะเข้ามาหาและบอกว่า ฮากาล หัวหน้าหมู่บ้านเทลเบ้มาที่ชูราท พวกเราจึงรีบไปพบ
ฮากาลอยากจะรีบมาช่วยเหลือแต่ผู้คนที่นั่นก็แตกตื่นเรื่องขว่านแดงเช่นกันจึงไปไหนลำบาก อีเรียไม่ต้องโทษตัวเองหรอก เพราะเขาเองก็ตั้งใจมาคุยแบบเปิดอกกับอารอนหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยมองออกเช่นกัน เราจะขอให้รีบตามกลุ่มขวานแดงไปหมู่บ้านโอโรสก์ แต่ฮากาลก็แย้งว่าตอนนี้ไม่สามารถแบ่งคนไปทำแบบนั้นได้ พวกขวานแดงอาจจะหลงเหลืออยู่แถวนี้
แม้ว่าจะถูกปฏิเสธแต่เราก็จะขอไปหยุดพวกขวานแดงเอง อีเรียก็บอกว่าอยากรู้ใจจริงของพ่อ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงเธอจะหยุดเขาเองในฐานะลูกสาว มิวร่าก��เช่นกันไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้น..กับหมู่บ้านไหนอีก ฮากาลก็ชมว่าพูดได้ดี เพราะที่จริงเขาก็ตั้งใจให้พวกเรารับหน้าที่เรื่องตามขวานแดงเช่นกัน อาจจะไม่ทันคิดแต่พวกเราทั้งได้เข้าเฝ้าจักรพรรดิ ทั้งได้เห็นกลุ่มขวานแดงต่อหน้าต่อตา และที่สำคัญยังเคยสู้กับสัตว์ร้อยปีหลายครั้งหลายครา ไม่ฝากฝังคนมีประสบการณ์เช่นนี้ก็ไม่รู้จะฝากใครแล้ว
อีเรียก็เลยเสนอเพราะในเมื่อพวกเราจะแยกเป็นกองกำลังอิสระจากเทลเบ้แล้ว ก็เลยเสนอให้เราเป็นหัวหน้ากลุ่ม มิวร่าก็เห็นด้วย ทั้งสองคนพูดแบบนั้นฮากาลเองก็เลยตกลง ประสบการณ์และวัยอาจจะยังน้อย แบบนั้นขอร้องให้ดิวกัสช่วยเหลือพวกเราด้วย ในเมื่อทัพที่สี่ไม่เหลือเป็นกองทัพแล้ว และอยากเอาคืนพวกขวานแดงด้วยก็เลยตกลง แต่มีข้อแลกเปลี่ยนให้ช่วยดูแลพวกลูกน้องของเขาที่บาดเจ็บที่หมู่บ้านนี้ให้ด้วย ฮากาลก็เลยรับปากเพราะถึงไม่ขอร้องก็ตั้งใจอยู่แล้ว และยกปราสาททะเลสาปให้เรา เพราะก่อนมาก็บอกกับจีโน่และลูลูซ่าไว้แล้ว ที่แท้ก็คิดไว้แล้วตั้งแต่ก่อนมา จนดิวกัสถึงกับบ่นว่ากินไม่ลงจริงๆ
เราแม้เป็นทายาทของผู้กล้าโทลวัด ลูกของซิกนิว แต่ก็ไม่ใช่เพียงแค่นั้น มีพลังที่จะทำได้ ฝากฝังให้จัดการกลุ่มขวานแดงด้วย เราแม้จะบอกว่ามีพลังไม่ถึงกับที่ถูกคาดหวังก็เถอะ แต่ยังไงก็จะหยุดขวานแดงให้ได้
นิดจะเข้ามาหาพวกเรา ถ้าอีเรียจะตามพวกขวานแดง เขาก็ขอเป็นพวกด้วย ฝากตัวด้วยนะคุณอีเรีย แต่ที่จริงแล้วหัวหน้าคือเราต่างหาก... เมื่อตัดสินใจจะไปหมู่บ้านโอโรสก์แล้ว ก็เลยต้องไปที่ป่าลาโรสก่อน

p7-4 ผ่านป่าลาโรส มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านโอโรสก์

ที่ป่าลาโรส จะเจอชายสองคนที่พันผ้าแดงไว้ที่มือขวา แค่เห็นดิวกัสในชุดไอโอเนียก็ตาเปลี่ยนสี โถมเข้ามาหาพวกเราทันที
พวกเราจะสงสัยว่าขวานแดงมาทำอะไรที่ป่านี้ ราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง
ระหว่างทางเราจะเจอกับเผ่าเฟเซอร์ไดฟ์ แค่เห็นพวกเราก็วิ่งหนีไป เราจะผิวปากเรียกก็ไม่ทัน และได้รู้ว่าเฟเซอร์ไดฟ์นั้น ไม่สามารถบินขึ้นลงได้อิสระเหมือนนก ต้องอาศัยกิ่งไม้ช่วยตอนจะลงจากที่สูงๆ
เมื่อเข้าไปในหมู่บ้าน ชาวบ้านเหมือนจะยอมรับพวกขวานแดง แต่คงเพราะไม่รู้เรื่องที่พวกนี้ใช้เทรัสฟาลม่า เราจึงเสนอให้หาข้อมูลก่อนจะทำอะไร แต่ดิวกัสนั้นเพราะเป็นทหารไอโอเนีย ถ้าใครพบเจอจะลำบากเลยให้รออยู่ด้านนอกหมู่บ้านก่อน

p8-1 คุยกับชาวบ้าน

เราจะเจอพ่อครัวนามเบียวลุนที่เชื่อมันในการทำอาหารเมนูเนื้อ ตรงข้ามกับลูลูซ่า ที่แท้แล้วเขาเป็นเพื่อนสมัยฝึกทำอาหาร และชอบทะเลาะกันเรื่องอาหารผักกับเนื้อ แล้วก็ถามพวกเราว่ามีธุระอะไร แต่ก็เดาว่าเป็นเรื่องขวานแดง ที่จริงก็ไม่อยากบอกคนแปลกหน้าอย่างพวกเราแต่เห็นเป็นคนรู้จักของลูลูซ่าก็เลยจะเล่าให้ฟัง แต่ให้ช่วยเก็บเป็นความลับด้วย
ชาวบ้านเหมือนจะเชื่อฟังไปกับพวกขวานแดง แต่ที่แท้แล้วมีคนต่อต้านเยอะ รวมทั้งเขาเองด้วย พวกมันไล่ทหารไอโอเนียไปให้ก็ดีอยู่หรอก แต่ดันมาแทนที่ทหารไอโอเนีย แทบจะเป็นเหมือนกัน บางคนก็คิดว่าเลวร้ายกว่าพวกไอโอเนียซะอีก แถมยังบังคับให้สร้างอาวุธและชุดเกราะให้ ที่แปลกกว่านั้นคือ ชาวบ้านหลายคนหายสาบสูญไป รวมกระทั่งหัวหน้าหมู่บ้านด้วย
ที่เล่าให้ฟังว่าไอโอเนียไม่ได้ทำอะไรร้ายๆกับชาวบ้านน่ะ ก็เพราะหัวหน้าหมู่บ้านนี่ล่ะที่เป็นคนจัดการหลายๆอย่างให้ อีเรียถามคำถามสุดท้ายว่าเห็นคนที่เหมือนเป็นผู้นำมั้ย แต่เบียวลุนก็ไม่เห็นคนที่ท่าทางแบบนั้นเลย

p8-2 ไปรวมกับดิวกัส
- ให้ออกจากหมู่บ้าน

พวกเราจะเล่าเรื่องให้ดิวกัสฟัง ดิวกัสก็บอกว่าระหว่างซ่อนตัวอยู่ก็แอบเห็นพวกขวานแดงเข้าไปทำอะไรในป่า พวกเราเลยจะตามไปดู

p8-3 สำรวจป่าราลอส

เข้าไปในป่าจะเจอเฟเซอร์ไดฟ์ และวิ่งหนีไป แต่พวกเราจะผิวปากเรียกจนกลับมาหาเรา และแนะนำว่าชื่อเมียเมย์ มาเป็นเพื่อนกันเถอะ ดิวกัสจะบอกว่าตอนนี้จะจับเฟเซอร์ไดฟ์ไปทำอะไร จนอีเรียดูว่าเป็นเพื่อนกันต่างหาก เมียเมย์ก็ดีใจที่ได้เพื่อนเป็นมนุษย์อีกคน จนพวกเราสงสัย และขอพบเพื่อนของเมียเมย์ เมียเมย์จึงพาไปทางลับเพื่อนไปบ้านเธอ
โนโดรี่จะออกมาหาพวกเรา เพราะโนเดรี่ทำร้านตีเหล็กอยู่เวลาตีเหล็กจะเกิดเสียงคล้ายดนตรีที่เฟเซอร์ไดฟ์ชอบ เลยกลายเป็นเพื่อนกัน และช่วงนี้พวกขวานแดงมาที่หมู่บ้าน ชอบเอะอะโวยวายให้รวมกำลังโค่นไอโอเนีย เพราะรำคาญก็เลยหนีมาบ้านของเมียเมย์ และถามยืนยันจากเราว่าข่าวลือที่พวกขวานแดงบังคับสัตว์ร้อยปี และยังทำลายชูราทนี่เป็นจริงมั้ย และเชื่อทันทีเพราะเห็นพวกนั้นทำลับๆล่อๆแบกสัมภาระแปลกๆอยู่แถวๆภูเขาโอโรสก์ด้วย และยังคิดว่าหัวหน้าหมู่บ้านและคนอื่นที่หายไปอาจถูกพาไปที่นั่น และขอเป็นพวกเราเพราะทางเดียวที่เขาจะช่วยหมู่บ้านได้คือร่วมมือกับเรา เมียเมย์เลยขอตัวไปเล่นกับเพื่อนๆที่ป่าข้างๆ

p8-4 ส่งโนเดรี่จนถึงทางออกจากป่า -> มุ่งหน้าไปภูเขาโอโรสก์

ในหุบเขาจะเจอชายคนหนึ่งกำลังถูกเทรัสฟาลม่ารุม แต่เขาขอจัดการเองด้วยมือเปล่า เขาคือ บอลดัน หัวหน้าหมู่บ้านโอโรสก์ ที่เป็นลูกศิษก์ของฮากาล เขาแค่แยกตัวออกมาสืบอะไรคนเดียวเท่านั้นเอง และกำลังสงสัยว่าพวกขวานแดงเกี่ยวข้องกับสัตว์ร้ายกำลังมายืนยันที่ถ้ำนี้และชวนพวกเราเข้าไปในถ้ำด้วยกัน

p8-5 มุ่งไปที่ถ้ำในหุบเขา 岩山の洞窟
- เดินไปสุดทางจนออกจากแผนที่ จะไปถ้ำในหุบเขาได้

บอลดันจะผลีผลามเข้าไป และต้องสู้กับยาม แค่ระดับนี้เขาคนเดียวก็จัดการอยู่ แต่ถึงขนาดต้องมียามน่าสงสัยจริงๆ

==

Walkthrough part 2

Personal tools