8- ยุทธนาวีป้อมเอลอีล

จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี

(Difference between revisions)
Jump to: navigation, search
Revision as of 13:25, 12 มีนาคม 2009
Shiryu (พูดคุย | contribs)

← Previous diff
Revision as of 13:30, 12 มีนาคม 2009
Shiryu (พูดคุย | contribs)

Next diff →
Line 53: Line 53:
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#FF9900; color:#000000; font-family:monospace;"|
'''**หลังจากนี้จะไม่สามารถใช้เพื่อนสี่คนนี้ได้อีกแล้วจนกระทั่งจบเกมส์ สำหรับรูนและเกราะที่ติดตัวเพื่อนที่เข้ารบทีมทำลายปืนและทีมหลักสุดท้ายจะไม่ถูกโหลดไปตอนขึ้น NEW GAME ด้วย''' '''**หลังจากนี้จะไม่สามารถใช้เพื่อนสี่คนนี้ได้อีกแล้วจนกระทั่งจบเกมส์ สำหรับรูนและเกราะที่ติดตัวเพื่อนที่เข้ารบทีมทำลายปืนและทีมหลักสุดท้ายจะไม่ถูกโหลดไปตอนขึ้น NEW GAME ด้วย'''
 +|}
Line 85: Line 89:
 +{| border="0"
 +|-
 +|style="background:#FF9900; color:#000000; font-family:monospace;"|
'''**Point of no return เราจะทอดสมอลงใกล้ป้อมเอลอีล หลังจากนี้เราจะไม่สามารถล่องเรือหรือเทเลพอร์ทไปที่ไหนได้อีกแล้ว''' '''**Point of no return เราจะทอดสมอลงใกล้ป้อมเอลอีล หลังจากนี้เราจะไม่สามารถล่องเรือหรือเทเลพอร์ทไปที่ไหนได้อีกแล้ว'''
 +|}
Line 197: Line 205:
'''เล็คนาร์ท:''' ข้าได้เห็นเจตจำนงของรูนแล้ว หากเจ้าปล่อยรูนนี้ไป มันจะออกตามคร่าชีวิตผู้คนอีกครั้ง ที่ๆรูนจะออกเดินทางไปต่อจากนี้แม้ตัวข้าก็ไม่อาจรู้ได้.... '''เล็คนาร์ท:''' ข้าได้เห็นเจตจำนงของรูนแล้ว หากเจ้าปล่อยรูนนี้ไป มันจะออกตามคร่าชีวิตผู้คนอีกครั้ง ที่ๆรูนจะออกเดินทางไปต่อจากนี้แม้ตัวข้าก็ไม่อาจรู้ได้....
- 
<u>กรณีไม่สามารถรวมเพื่อนได้ครบ</u> <u>กรณีไม่สามารถรวมเพื่อนได้ครบ</u>
'''เล็คนาร์ท:''' การทดสอบของรูนจบสิ้นลงแล้ว สิ่งที่รอคอยอยู่ข้างหน้า แม้ตัวข้าก็ไม่อาจมองเห็นหรือคาดการณ์ได้ แม้สายลมแห่งโชคชะตาไม่โบกพัด แต่เหล่าดาราที่รายล้อมจะช่วยส่องทางให้แก่เจ้า เรื่องของหนทางที่เจ้าเชื่อมั่น กำลังภายในกายของเจ้า และเจ้ารูนที่กลืนกินชีวิต ข้าจะจดจำสิ่งเหล่านี้ไว้.... '''เล็คนาร์ท:''' การทดสอบของรูนจบสิ้นลงแล้ว สิ่งที่รอคอยอยู่ข้างหน้า แม้ตัวข้าก็ไม่อาจมองเห็นหรือคาดการณ์ได้ แม้สายลมแห่งโชคชะตาไม่โบกพัด แต่เหล่าดาราที่รายล้อมจะช่วยส่องทางให้แก่เจ้า เรื่องของหนทางที่เจ้าเชื่อมั่น กำลังภายในกายของเจ้า และเจ้ารูนที่กลืนกินชีวิต ข้าจะจดจำสิ่งเหล่านี้ไว้....
 +
เราจะเอามือประคองมือข้างที่มีรูนอยู่ แล้วเล็คนาร์ทก็หายตัวไป เราจะเอามือประคองมือข้างที่มีรูนอยู่ แล้วเล็คนาร์ทก็หายตัวไป
- 
<u>หากคืนก่อนเราเลือกไม่ตกลงให้เอเลนอร์ขึ้นป้อมเอลอีล</u> <u>หากคืนก่อนเราเลือกไม่ตกลงให้เอเลนอร์ขึ้นป้อมเอลอีล</u>

Revision as of 13:30, 12 มีนาคม 2009

<< Go To The Previous Chapter


ออกมาที่ดาดฟ้าเรือ มิซุกิและอาคากิจะพบนกของรามาด้าบินเอาจดหมายของรามาด้ามาให้แล้วก็หมดแรงล้มลงแผ่กลางเรือ

อาคากิ: น...นี่มัน....นกของคุณรามาด้านี่!!
มิซุกิ: มันคาบอะไรมาด้วย

แล้วนกของรามาด้าก็ส่งเสียงร้องก่อนขาดใจตาย

อาคากิ: คุณรามาด้า....


เดินเข้ามาในห้องประชุมเอเลนอร์จะเล่าแผนการบุกขั้นสุดท้าย

เอเลนอร์: ในที่สุดก็ถึงเวลาแล้ว....หนนี้แผนคงไม่ซับซ้อนมาก
ลิโน่: ช่วยอธิบายสั้นๆได้ไหม ยาวๆฉันจำไม่ค่อยได้
เอเลนอร์: ฉันก็บอกแล้วไงว่าแผนหนนี้มันง่ายๆ
ลิโน่: อ่า โทษทีๆ เล่าต่อได้เลย
เอเลนอร์: ฉันจะบอกวิธีการเมื่อถึงเวลา แรกสุดเลยก็เรื่องรูนแคนน่อนที่โผล่มาอีกหน

เอเลนอร์จะกางแผนที่โครงสร้างป้อมเอลอีลออก

เอเลนอร์: ป้อมเอลอีลอยู่ทางใต้สุดของกูลูค แล้วยังเป็นประตูสู่ช่องทางการทูตและการค้าขายด้วย ถึงจะเรียกว่าป้อมแต่มันดูเหมือนปราสาทมากกว่า รูนแคนน่อนอยู่ด้านบนสุดของตัวป้อม ถ้าเราไม่จัดการมันซะก่อนก็คงไม่มีทางเข้าใกล้ป้อมได้ ก่อนอื่นเราจะส่งคนเข้าไปจัดการป้อมปืนก่อน ในขณะเดียวกันกองกำลังหลักจะคอยอยู่หน้าป้อมแล้วโจมตีกองเรือที่หนึ่งของกูลูคที่ลาดตระเวนพื้นที่ในกรณีที่รูนแคนน่อนไม่สามารถทำงานได้
ลิโน่: มีช่วงที่รูนแคนน่อนทำงานไม่ได้ด้วยเหรอ?
เอเลนอร์: หลังยิงออกมาแล้วรูนแคนน่อนต้องใช้เวลาบรรจุกระสุนใหม่
อาคากิ: มีเขียนบอกในจดหมายของคุณรามาด้าน่ะ....
เอเลนอร์: เราไม่มีทางอื่นนอกจากเชื่อข้อมูลนี้ ช่วงนี้แหละเหมาะที่สุดที่จะเข้าตี!
ลิโน่: เข้าใจแล้ว งั้นเราต้องหลอกล่อให้พวกนั้นยิงรูนแคน่อนออกมารอบนึงก่อน แล้วเข้าไปทำลายรูนแคนน่อนก่อนมันจะยิงได้อีกรอบ
เอเลนอร์: ถูกต้อง ทุกคนเข้าใจดีแล้วนะ จะให้อธิบายอีกรอบไหม?

  1. อีกรอบก็ดีนะ
  2. ผมเข้าใจแล้ว

ถ้าเลือกข้อแรกจะต้องฟังอีกรอบ

เอเลนอร์ : งั้นตกลงเอาตามนี้นะ

  1. เอาเลย!
  2. ขอเตรียมตัวอีกสักพัก

ตอนนี้ยังไม่ถึง point of no return เลือกข้อแรกไปเลยก็ได้

เอเลนอร์ : เราจะเริ่มกันตอนเช้าสามวันนับจากนี้ .....ทุกคนไปเตรียมพร้อมกันก่อนเถอะ ฉันอยากให้เธอเลือกทีมทำลายปืน ถ้าพร้อมแล้วก็มาบอกได้นะ
เซ็ตสึ: สุดท้ายท่านก็จะไปอยู่ดีเหรอ? ทั้งที่ตอนนี้เรากู้อาณาจักรคืนได้แล้วเนี่ยนะ?
ลิโน่: ใช่ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้เราก็คงเจอแบบเดิมอีก เจ้าก็รู้ดีไม่ใช่เหรอเซ็ตสึ?
เซ็ตสึ: ครับท่าน
ลิโน่: เอาละทุกคนฟังทางนี้ หลังเราตีป้อมเอลอีลได้แล้วเหล่าประเทศหมู่เกาะจะปลอดภัยไปสักระยะหนึ่ง ....ถึงจะแค่ชั่วคราวก็เถอะ....
เอเลนอร์: แล้วจำไว้นะ เราจะสู้เพื่อสันติภาพที่ยั่งยืนถาวร นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของพวกเราตอนนี้ ถูกไหม?
ลิโน่: ถูกต้อง นั่นคือเหตุผลที่เราจำต้องเสี่ยงชีวิตเข้าร่วมเป็นร่วมตาย

เดินไปคุยกับเอเลนอร์อีกรอบเพื่อเลือกทีมเพื่อนสี่คนไปทำลายปืน


**หลังจากนี้จะไม่สามารถใช้เพื่อนสี่คนนี้ได้อีกแล้วจนกระทั่งจบเกมส์ สำหรับรูนและเกราะที่ติดตัวเพื่อนที่เข้ารบทีมทำลายปืนและทีมหลักสุดท้ายจะไม่ถูกโหลดไปตอนขึ้น NEW GAME ด้วย


หลังจากเลือกทีมเรียบร้อยแล้วเอเลนอร์จะขอไปกับทีมทำลายปืน
แอกเนส: ท่านเอเลอร์!
ลิโน่: เดี๋ยวสิ! นักกลยุทธ์ไปกับทีมลุยแบบนี้ไม่อันตรายไปหน่อยเหรอ?
เอเลนอร์: เราต้องทำหน้าที่ที่สำคัญมากๆอย่างการทำลายรูนแคนน่อนให้สำเร็จ ฉันจำแผนที่กับโครงสร้างป้อมไว้ในหัวหมดแล้ว ฉันเลยต้องไปด้วย

  1. ผมวางใจคุณนะ คุณเอเลนอร์
  2. อย่าไปเลย มันอันตรายนะครับ!

หากเลือกข้อแรก

ลิโน่: ถ้าเธอตัดสินใจแล้วยังไงฉันก็คงห้ามไม่ได้สินะ ยังไงก็ระวังตัวด้วยล่ะ

หากเลือกข้อสอง

เอเลนอร์: รู้แล้วๆ เธอนี่ขี้กังวลจริงๆ
(แล้วจะมีคัตซีนก่อนเราบุกป้อมเพิ่มมานิดหน่อย แต่ไม่มีผลกับเนื้อเรื่องแต่อย่างใด)


เข้าไปนอนแล้วเดินกลับมาคุยกับเอเลนอร์อีกรอบ

เอเลนอร์: ได้เวลาแล้ว พร้อมหรือยัง?

  1. ขอเตรียมตัวต่ออีกสักนิด
  2. ขอจัดทีมแยก
  3. ครับ พร้อมแล้ว

หากพร้อมแล้วก็เลือกข้อสามเพื่อเข้าสู่ point of no return


**Point of no return เราจะทอดสมอลงใกล้ป้อมเอลอีล หลังจากนี้เราจะไม่สามารถล่องเรือหรือเทเลพอร์ทไปที่ไหนได้อีกแล้ว


เอเลนอร์ : เอาละ สงครามชี้ชะตากำลังจะเริ่มขึ้นเช้าวันพรุ่งนี้ ฉันเชื่อใจเธอนะ
ลาซโล: ชัยชนะจะเป็นต้องเรา!


หลังปลุกใจทุกคนเรียบร้อยแล้วตกกลางคืนเพื่อนๆจะจับกลุ่มคุยกันก่อนศึกสุดท้ายตามสไตล์ซุย เราจะเดินเข้าไปนอนหรืออยู่ดูเพื่อนคุยกันก็ได้ (ขอลงไว้เฉพาะเพื่อนที่มีคัตซีนฉากคุย ส่วนเพื่อนคนอื่นๆหลังจากผ่านคืนนี้ไปบทพูดก็ยังคงเหมือนเดิม)


พวกอัศวินราซริลทั้งสี่คนกำลังมองทะเลยามค่ำคืน
จีเวล: พรุ่งนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากสินะ
พอลล่า: ถ้าพรุ่งนี้เรารอดมาได้ละก็....
เคเนธ: อย่าห่วงเลย เราจะได้กลับไปราซริลแน่นอน
ทัล: ใช่ เรามาพยายามให้ถึงที่สุดเถอะ
จีเวล: หลังกลับไปราซริลแล้วเราจะเอาไงกันต่อดีนะ


คิกะยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ
คิกะ: หือ? เธอมาทำอะไรที่นี่? พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้านะ.... / ฉันอยากรู้....ว่ารูนของเธอน่ะ มันนำความทุกข์ทรมานมาให้มากมายเลยใช่ไหม? เธอก็คงรู้สินะว่าบรันโด้ต้องตายอย่างโดดเดี่ยว แต่นั่นก็เป็นทางที่เขาเลือกเอง เขาไม่ยอมให้เพื่อนคนไหนเข้าใกล้เขาเลย.....คิดแล้วก็น่าเศร้านะ... บรันโด้ได้พูดอะไรกับเธอหรือเปล่า? เอ้อ ช่างเถอะ ขอโทษด้วย ลืมที่ฉันพูดเถอะนะ


ฮาร์เวย์กำลังคุยกับซีกูลด์
ฮาร์เวย์: งั้นหลังศึกนี้นายคงกลับไปหาพวกไรน์บาร์คที่มิดเดิ้ลพอร์ทสินะ
ซีกูลด์: พูดอะไรของนาย?
ฮาร์เวย์: ก็แค่อยากรู้
ซีกูลด์: ฉันพอแล้วกับที่นั่น สำหรับที่นั่นฉันมันก็เหมือนคนที่ตายไปแล้วนั่นแหละ ฉันจะอยู่กับพวกโจรสลัด ใช้ชีวิตเพื่อตอบแทนท่านคิกะที่ยอมรับให้ฉันเข้ามาอยู่ด้วย แล้วนายล่ะ จะไปไหนอีกหรือเปล่า?
ฮาร์เวย์: คงไม่หละ ฉันคงอยู่เป็นมือขวาของท่านคิกะต่อไปแบบนี้แหละ
ซีกูลด์: อืม ยังไงก็ต้องให้พ้นวันพรุ่งนี้ไปก่อนละนะ
ฮาร์เวย์: ถูกต้อง


ที่ห้องโถง ริต้า, เรเน่ และโนอาจะเอาเครื่องรางทำเองให้เรา
ริต้า: พรุ่งนี้เรามาพยายามกันนะ! เราจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด! แพ้ไม่ได้!
เรเน่: อะ...เอ่อ... นี่จากพวกเราค่ะ...
โนอา: เรานั่งทำกันตั้งนาน รักษาให้ดีๆนะ
(เราจะได้ Wooden Amulet มา)


ในห้องของลิโน่ เขากำลังเตรียมอาวุธอยู่ พอเห็นเราเดินเข้ามาก็ถามขึ้น
ลิโน่: มีอะไรเหรอ? นอนไม่หลับงั้นเหรอ? งั้นฟังฉันเล่าเรื่องสั้นๆไปก่อนแล้วกัน / รูนที่เจ้าถือครองอยู่.... ถูกปลุกขึ้นมาจากซากโบราณสถานโอเบลเมื่อ 15 ปีก่อน ราชินีแห่งโอเบลคือภรรยาของฉันเอง เธอพยายามใช้ชีวิตอย่างปกติโดยไม่สนใจแรงชักจูงของรูน จกระทั่งวันหนึ่งพวกเราถูกโจรสลัดเข้าโจมตี.... ลูกๆของเธอ แฟลร์และน้องชายที่เพิ่งเกิดมาได้ไม่นาน อยู่บนเรือลำนั้นด้วย คนรักฉันตายเพื่อปกป้องชีวิตพวกเขา... เรากำจัดโจรสลัดได้ แต่เรือก็เสียหายมาก... ลูกชายคนเล็กของฉันหายสาบสูญไป ถ้าเขายังอยู่ก็คงอายุพอๆกับเธอนี่แหละ .....อีกแค่ไม่กี่ปีก็โตพอจะมานั่งดื่มกับฉันได้แล้ว อย่าเข้าใจผิดล่ะ ฉันไม่ได้จะให้เธอมาแทนที่ลูกชายของฉันหรอกนะ เอาละๆ ฉันจะไปนอนแล้ว เธอเองก็เตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้ไว้ล่ะ
(ลิโน่จะล็อคห้อง)


เอเลนอร์นั่งดื่มเหล้าอยู่ในห้องกับแอกเนส พอเห็นเราเข้ามาก็ชวนคุย
เอเลนอร์: นอนไม่หลับเหรอ? กินเหล้าสิจะได้ง่วง...
แอกเนส: พูดอะไรกันคะ ท่านเอเลนอร์?! เราน่าจะรีบนอนเตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้นะ
เอเลนอร์: พรุ่งนี้เหรอ... อยากรู้จังว่าพรุ่งนี้ฉันจะได้เจอเครย์ไหม.... เมื่อนานมาแล้วเขาเคยเป็นลูกน้องฉัน เป็นนักยุทธศาสตร์และผู้ช่วยที่ทำงานให้จักวรรดิสการ์เล็ตมูน.... แต่เพราะความเศร้าทำให้เขาโจมตีขุนนางของสการ์เล็ตมูน เรื่องมันผ่านมากี่ปีแล้วนะ?
แอกเนส: ……….

  1. ไม่รู้สิ
  2. รีบไปนอนดีกว่าครับ

เอเลนอร์: ตอนนั้นเกิดเรื่องขึ้นกับเครย์ เจ้านั่นเปลี่ยนแขนซ้ายเป็นแขนเหล็ก ยิ่งกว่านั้นคือเครย์ใช้ลูกชายตัวเองเป็นเหยื่อและปล่อยให้เขาตาย.... ฉันว่ามันต้องเกี่ยวกับการที่เจ้านั่นแปรพักตร์ไปแน่นอนเลย แต่ไม่ว่าฉันจะถามยังไงมันก็ไม่ยอมตอบเสียที สุดท้ายเขาก็ถูกขับไล่ แล้วฉันก็ถูกปลดจากตำแหน่ง เขาเป็นคนดีนะ แต่ตอนนี้.... ฉันเสียใจจริงๆที่ไม่สามารถช่วยอะไรเจ้านั่นได้เลย...
แอกเนส: ท่านเอเลนอร์.....จะดื่มอีกไหมคะ?


คาตาริน่าอยู่ในห้องของเธอ
คาตาริน่า: พรุ่งนี้จะเป็นศึกชี้ขาดแล้วนะ เธอเติบโตเป็นผู้ชายเต็มตัวแล้ว ท่านแม่ทัพเกล็นคงดีใจ / แสดงความเก่งกาจให้เราเห็นด้วยนะ ฉันจะช่วยเท่าที่จะช่วยได้


ริคิเอะที่อยู่กับแรคกิหันมาคุยกับเรา
ริคิเอะ: พรุ่งนี้แล้วสินะ.... ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้นะ ฉันจะช่วยอย่างสุดความสามารถ ยังไงฉันก็อยากอยู่ใกล้ๆรูนแห่งการลงทัณฑ์ สามีฉันคงต้องการแบบนี้


เนย์โคบอลต์สามตัวนอนละเมออยู่
ชีปู: ลุยกันเล้ย!
นาลกุล: ฮื่อ!
แชมปู: เข้ามาเลย งืม....


ทางด้านดาริโอ้คุยกับนาเลโอ้ในห้องพัก
ดาริโอ้: พรุ่งนี้เราจะต้องแสดงให้เจ้าพวกนั้นเห็น! ได้ยินไหม?
นาเลโอ้: ครับผม!
ดาริโอ้: อย่าเพิ่งตายซะล่ะ ได้ยินไหม?
นาเลโอ้: ครับผม!
ดาริโอ้: ถ้าฉันตาย ...กลับไปหาแม่ซะนะ
นาเลโอ้: ครับผม! ...เดี๋ยวๆ พ่อ เจอแม่ผมแล้วเหรอ?
ดาริโอ้: เอ่อ....จริงๆคือ โฮ่ย! จะมัวมาคุยเรื่องเศร้าพรรค์นี้ทำไม?! ไปนอนแล้วพอได้แล้ว!
นาเลโอ้: ครับผม!


เฮลมุทจะคุยกับคอลตันที่ถูกขังอยู่ชั้นล่างสุดของเรือ
เฮลมุท: ทุกอย่างกำลังจะจบสิ้นลง แต่ได้โปรดเถอะครับ......
คอลตัน: ไม่ต้องห่วงหรอก มันถึงเวลาตายของฉันแล้ว
เฮลมุท: ตั้งแต่ขอร่วมศึกกับท่าน ผมก็พร้อมจะเผชิญทุกอย่างแล้ว
คอลตัน: นั่นเป็นการตัดสินใจของเจ้าเอง ใช้ชีวิตตามแต่ที่เจ้าจะเห็นสมควรเถอะ.... กูลูคไม่ใช่ทุกอย่างของโลกนี้นะ เข้าใจไหม?
เฮลมุท: พ่อครับ......
คอลตัน: ต้องรอดกลับไปถึงจะถือว่าสำเร็จ
เฮลมุท: ครับท่าน


ในห้องรูนแคนน่อน พาโบลจะวุ่นวายกับการเตรียมอาวุธ
พาโบล: โอย.... ฉันยุ่งสุดๆเลย คุณทอฟ คุณมานั่งเอ้อระเหยตรงนี้จะดีเหรอครับ?
ทอฟ: ทางด้านฉันเรียบร้อยแล้ว
พาโบล: งั้นก็มาช่วยผมหน่อยสิ
ทอฟ: โทษที ฉันไม่ถนัดเรื่องรูนแคนน่อน
พาโบล: โอย วุ่นๆๆๆ วันนี้วุ่นสุดๆ


พอเดินมาที่หน้าห้องนอนเรา สโนว์จะเดินเข้ามาหา
สโนว์: ได้เวลาแล้วสินะ ใช้กำลังของฉันให้เต็มที่ตามที่นายต้องการเลย ถึงจะช่วยอะไรนายได้ไม่มากก็เถอะ ฉันแค่อยากบอกให้รู้ว่า เอ่อ.... ราตรีสวัสดิ์นะ


พอคุยกับเพื่อนจนหนำใจแล้วก็เข้านอน ตกดึกเล็คนาร์ทจะปรากฏตัวขึ้นในห้องเรา บทพูดของเล็คนาร์ทจะเปลี่ยนไปขึ้นกับเราสามารถรวมเพื่อนได้ครบหรือไม่

กรณีรวบรวมเพื่อนครบ 108 คน

เล็คนาร์ท: การทดสอบของรูนกำลังจะจบสิ้นลง.... เวลาแห่งการลงทัณฑ์กำลังจะผ่านพ้นไป เวลาแห่งการอภัยกำลังจะเริ่มต้นขึ้น นั่นคือชะตากรรมของเจ้า และเหล่า 108 ดาราที่รายล้อมเจ้าอยู่

แสงแห่งการชำระล้างส่องจากตัวเรา

เล็คนาร์ท: ข้าได้เห็นเจตจำนงของรูนแล้ว หากเจ้าปล่อยรูนนี้ไป มันจะออกตามคร่าชีวิตผู้คนอีกครั้ง ที่ๆรูนจะออกเดินทางไปต่อจากนี้แม้ตัวข้าก็ไม่อาจรู้ได้....

กรณีไม่สามารถรวมเพื่อนได้ครบ

เล็คนาร์ท: การทดสอบของรูนจบสิ้นลงแล้ว สิ่งที่รอคอยอยู่ข้างหน้า แม้ตัวข้าก็ไม่อาจมองเห็นหรือคาดการณ์ได้ แม้สายลมแห่งโชคชะตาไม่โบกพัด แต่เหล่าดาราที่รายล้อมจะช่วยส่องทางให้แก่เจ้า เรื่องของหนทางที่เจ้าเชื่อมั่น กำลังภายในกายของเจ้า และเจ้ารูนที่กลืนกินชีวิต ข้าจะจดจำสิ่งเหล่านี้ไว้....


เราจะเอามือประคองมือข้างที่มีรูนอยู่ แล้วเล็คนาร์ทก็หายตัวไป


หากคืนก่อนเราเลือกไม่ตกลงให้เอเลนอร์ขึ้นป้อมเอลอีล

ถึงเช้า พอจะเดินมาเปิดประตูก็พบว่าประตูล็อค เราจะได้ยินเสียงเอเลนอร์จากข้างนอก
เอเลนอร์: ขอโทษด้วยนะ ฉันจำเป็นต้องทำแบบนี้ พอจบเรื่องแล้วฉันจะกลับมา

  1. คุณเอเลนอร์ อย่าบอกนะว่าคุณจะ...
  2. ผมเข้าใจ

เลือกข้อไหนก็ได้

เอเลนอร์: ฉันไม่คิดจะตายหรอกนะ ฉันจะทำให้มันจบเสียที ถึงมันจะดูเหมือนการล้างแค้นเรื่องส่วนตัวผิดจรรณาบรรณนักยุทธศาสตร์...แต่ฉันคิดดีแล้วว่านี่แหละ คือกลยุทธ์ที่ดีที่สุด ฉันขอขอบคุณเธอ เธอช่วยพาฉันกลับมาจากความตาย.....

เช้ามาให้ออกมาที่ดาดฟ้าเรือ เราจะมาถึงป้อมเอลอีลแล้ว (รอบป้อมมีหมอกหนาแน่นช่วยบังเรือเราไว้)


หากเราเลือกลิโน่ไว้ในทีมทำลายปืน

เซ็ทสึจะออกมาโวยวาย
เซ็ทสึ: ท่านครับ ท่านไม่จำเป็นต้องส่งราชาและท่านเอเลนอร์เข้าไปในแดนศัตรูหรอก

  1. อือ....
  2. แต่ฉันเพิ่ง.....

เลือกข้อไหนก็ได้

เซ็ทสึ: ไม่ว่าจะยังไงผมก็ว่านี่เป็นวิธีที่ดีที่สุด พระองค์ท่านก็ต้องการแบบนี้ แล้วผมกับทุกคนก็เชื่อใจท่านนะ ตอนนี้ผมได้แค่เฝ้าคอย....ก็เลยพูดด้วยความเป็นห่วง


หากเราไม่ได้เลือกลิโน่ไว้ในทีมทำลายปืน

ลิโน่: คิดดีแล้วเหรอ ที่ปล่อยให้เอเลนอร์ไปแบบนี้?

  1. เอ่อ...คือว่า....
  2. มันพูดลำบากนะ....

ตอบข้อไหนก็ได้

ลิโน่: ขอโทษนะที่ถามโง่ๆ ถ้าที่เอเลนอร์พูดเป็นจริง หมอกกำลังจะจางลงแล้ว รีบเตรียมพร้อมกันเถอะ



Personal tools