The Outlanders ep4
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
| Revision as of 04:35, 1 เมษายน 2008 Lord riou (พูดคุย | contribs) ← Previous diff |
Revision as of 04:41, 1 เมษายน 2008 Lord riou (พูดคุย | contribs) Next diff → |
||
| Line 365: | Line 365: | ||
| - | '''"แล้วมันยังไงล่ะ!!!! ต่อให้พลังของจักรวรรดิแข็งแกร่งจนพวกเราไม่มีทางสู้ได้แล้วมันยังไงล่ะ แกจะดูถูกพวกเรามากเกินไปแล้ว มิติแห่งโลห์และดาบนี้ผ่านสงครามานักต่อนัก ผ่านการสูญเสียมานับไม่ถ้วน แกคิดว่าพวกแกจะสิ้นหวังกันง่ายๆ อย่างนั้นเรอะ แกคิดว่าพวกเราจะไร้สิ้นทางต่อกรขนาดนั้นเลยหรือไง ถึงท้ายสุดพวกเราต้องเรียกแกออกมา ถึงจะอย่างนั้น แต่ขอให้แกรู้ไว้ แกต้องพึ่งพลังของมนุษย์ที่แกเรียกว่า สัตว์ชั้นต่ำเพื่อมายังมิตินี้ แกต้องพึ่งพลังของผู้อัญเชิญอสูรอย่างชั้น ต่อให้แกพูดดียังไง สุดท้าย แกก็ต้องพึ่งพวกเรา เพราะงั้นมนุษย์จึงเป็นนายของแก แกอาจจะเก่งขนาดที่ฆ่าทหารชินระหมื่น ๆ คนได้สบาย แกอาจจะเก่งขนาดฆ่าอัลติมาเวพอนได้ภายในเทิร์นเดียว แกอาจจะเก่งขนาดเมเทโอชน+หล่นลงไปในไลฟ์สตรีมแล้วไม่เป็นไรสักนิด แกอาจจะเก่งขนาดแซ็คกับเจเนซิสรุมแล้วยังไม่เป็นไร ก็ใช่... แต่มีแซ็คแค่สิบคนก็ฆ่าทหารชินระเป็นหมื่นได้เหมือนกัน ใช้สูตรแอคชั่นก็ฆ่าอัลติมาเวพอนได้เทิร์นเดียวเหมือนกัน เมเทโอชนก็เอาผีน้องแอมาภาวนาขอโฮลี่ก็ได้ ตกไปในไลฟ์สตรีมคลาวด์มันยังรอดมาได้ แซ็คกับเจเนซิสรุม มหาเมพก็ทำได้ ของแค่นี้ มนุษย์ก็ทำได้เฟ้ย ไอ้สัตว์อสูรโอหัง!!!!!''' | + | '''"แล้วมันยังไงล่ะ!!!! ต่อให้พลังของจักรวรรดิแข็งแกร่งจนพวกเราไม่มีทางสู้ได้แล้วมันยังไงล่ะ แกจะดูถูกพวกเรามากเกินไปแล้ว มิติแห่งโลห์และดาบนี้ผ่านสงครามานักต่อนัก ผ่านการสูญเสียมานับไม่ถ้วน แกคิดว่าพวกเราจะสิ้นหวังกันง่ายๆ อย่างนั้นเรอะ แกคิดว่าพวกเราจะไร้สิ้นทางต่อกรขนาดนั้นเลยหรือไง ถึงท้ายสุดพวกเราต้องเรียกแกออกมา ถึงจะอย่างนั้น แต่ขอให้แกรู้ไว้ แกต้องพึ่งพลังของมนุษย์ที่แกเรียกว่า สัตว์ชั้นต่ำเพื่อมายังมิตินี้ แกต้องพึ่งพลังของผู้อัญเชิญอสูรอย่างชั้น ต่อให้แกพูดดียังไง สุดท้าย แกก็ต้องพึ่งพวกเรา เพราะงั้นมนุษย์จึงเป็นนายของแก แกอาจจะเก่งขนาดที่ฆ่าทหารชินระหมื่น ๆ คนได้สบาย แกอาจจะเก่งขนาดฆ่าอัลติมาเวพอนได้ภายในเทิร์นเดียว แกอาจจะเก่งขนาดเมเทโอชน+หล่นลงไปในไลฟ์สตรีมแล้วไม่เป็นไรสักนิด แกอาจจะเก่งขนาดแซ็คกับเจเนซิสรุมแล้วยังไม่เป็นไร ก็ใช่... แต่มีแซ็คแค่สิบคนก็ฆ่าทหารชินระเป็นหมื่นได้เหมือนกัน ใช้สูตรแอคชั่นก็ฆ่าอัลติมาเวพอนได้เทิร์นเดียวเหมือนกัน เมเทโอชนก็เอาผีน้องแอมาภาวนาขอโฮลี่ก็ได้ ตกไปในไลฟ์สตรีมคลาวด์มันยังรอดมาได้ แซ็คกับเจเนซิสรุม มหาเมพก็ทำได้ ของแค่นี้ มนุษย์ก็ทำได้เฟ้ย ไอ้สัตว์อสูรโอหัง!!!!!''' |
| + | |||
| + | |||
| "แสดเอ๊ยยยยย ด่ากุได้ไงวะ ไม่มีใครกล้าด่ากุเลยนะโว้ยยยย กลับไปกุจะฟ้องแม่ให้มาตีก้นเมิง" | "แสดเอ๊ยยยยย ด่ากุได้ไงวะ ไม่มีใครกล้าด่ากุเลยนะโว้ยยยย กลับไปกุจะฟ้องแม่ให้มาตีก้นเมิง" | ||
Revision as of 04:41, 1 เมษายน 2008
--Shiryu 12:52, 28 มีนาคม 2008 (ICT)
ตอนนี้บาเรียร์ที่ครอบอยู่รอบเกรทไชรน์ถูกเปิดออกให้กองกำลังชาวซุยโคยูนิเวิร์สที่มารวมตัวกันเพื่อปกป้องการรุกรานของพวกจากโลกอื่นกรูเข้ามา รวม NPC แล้วราวๆสองแสนคน
"มีกำลังมากขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย เซอร์ไพรซ์แฮะ" อุซโซที่ยังเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ตัวเองจะมีบทพูดขึ้น
"จะหยุดจักรวรรดิก็ต้องทุ่มสุดกำลัง ถึงขนาดนี้ก็ยังไม่แน่ว่าจะไล่พวกนั้นกลับไปได้ เตรียมใจให้ดีล่ะ" แรทเซลชี้ให้อุซโซมองขึ้นไปบนฟ้าเหนือเกรทไชรน์ บรรยากาศเปลี่ยนสีเป็นเขียวดำ ท้องฟ้าม้วนลงมาเหมือนกระดาษถูกบิดแล้วตรงกลางก็ขาดออกเป็นรูโหว่ สะพานสีดำทอดออกมาจากต่างมิติก่อนกองทัพจักรวรรดิจำนวนมากมายมหาศาลกรูกันออกมามืดฟ้ามัวดิน ทั้งทหารราบ ทหารเกราะ ขี่ม้า ขี่นก ขี่โชโคโบะ นั่งสัตว์ยนต์ เรือเหาะ ขี่อสูร เหาะมา ขี่แม่ชีมา ฯลฯ ตอนนี้ป้อมปืนทั้งหมดของเกรทชไรน์รวมทั้งนักเวทที่เฝ้าอยู่ด้านนอกระดมยิงใส่กองทัพแต่บาร์เรียร์ของโมกุริก็คุ้มกันอยู่จนพวกมันลงมาเหยียบพื้นดินของซุยโคยูนิเวิร์ส
"นั่นไงกษัตริย์ไกเซริค ลาสต์วอลซ์" แรทเซลชี้ให้ทุกคนมองไปตรงจุดศูนย์กลางกองทัพนับแสนของพวกจักรวรรดิ เห็นห้วงมิติรอบข้างบิดเบี้ยวจนบรรยายไม่ถูก กษัตริย์ลาสต์วอลซ์เหยียบอยู่บนความว่างเปล่า พลังของความสิ้นหวังบิดเบือนบรรยากาศจนเกราะทองสวยงามดูเป็นสีดำ
"อาร์มาเกด้อน"
ครืนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน-!!!
ลาสต์วอลซ์ร่ายเวทปลุกเพลิงระเบิดออกรอบกองทัพแผ่นดินลุกเป็นไฟลามขยายวงออกไปเรื่อยๆไร้จุดสิ้นสุดจนโลกมีสภาพเป็นดาวเพลิงในพริบตา ขอบกำแพงไฟมหึมาตกลงไปในมหาสมุทรเกิดคลื่นหอบน้ำเกือบทั้งหมดขึ้นไปบนอากาศ ลมพายุบิดตัวเคลื่อนเข้าแผ่นดินร่วมกับฝูงพายุไฟพัดทำลายอารยธรรมเกือบทั้งหมดพังพินาศในการโจมตีครั้งเดียว
"พระเจ้าสร้างโลกในเจ็ดวัน ข้าใช้เวลาเพียงวันเดียวทำลาย"
แล้วการเปิดฉากตะลุมบอนของกองทัพซุยโคยูนิเวิร์สและจักรวรรดิก็เริ่มต้นขึ้น
"………….ผมจะฆ่าไอ้ปีศาจอย่างงั้นได้จริงเหรอครับ - -" อุซโซเริ่มไม่เข้าใจว่าตัวเองมาที่นี่ทำไม
"เห็นจุดดับของมันหรือเปล่า?"
อุซโซพยายามเพ่งสุดความสามารถทั้งยังคิดว่าขนาดจุดดับของรูริยังไม่เห็น จะมองของลาสต์วอลซ์ออกได้ยังไง
แรทเซลใช้พลังของท่านผู้เฒ่าสูงสุดแห่งดาวนาเม็กปลุกพลังของอุซโซ "ฮึ่ย!!! เอ้า เห็นหรือยัง?"
"ไม่เห็นอยู่ดี - -"
"ก็คงงั้นแหละ ตูปลุกพลังได้ซะที่ไหน" แรทเซลโดนกระทืบข้อหาตลกฝืดยามคับขัน "ใจเย็นครับทุกท่าน เอ้า อุซโซกินพายบลูเบอรี่สูตรสการ์เล็ตมูนซะ บลูเบอรี่มีฤทธิ์บำรุงสายตา"
แล้วแรทเซลก็เอาพายยัดปาก หลังกินบลูเบอรี่แล้วพลังเนตรของอุซโซก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มที่!!!
"มันดูดีกว่าปลุกพลังของผู้เฒ่าตรงไหนคะเนี่ย - -" ซึคาสะเริ่มเหนื่อยใจ
"เห็นแล้ว!!!" เออ เอากะมันสิ
"พวกนี้ไม่รู้ความลับเรื่องจุดดับ เลยเป็นช่องโหว่ให้เราเล่นงานได้ ต่อให้เก่งยังไงก็สามารถฆ่าให้ตายได้! เปรียบไปแล้วก็เหมือนไฟนอลสิบสองที่ทำเกมส์ออกมาดีแต่ดีไซน์หนุ่มหล่อไม่เร้าใจไม่สามารถดึงดูดสาวกวายได้เหมือนซุยโคเด็น" แรทเซลในฐานะแฟนไฟนอลรุ่น SFC บ่นอิดออดเพราะไอ้บานพระเอกภาคนี้โคตรไม่หล่อ
อุซโซรวมพลังทั้งหมดสร้างสุดยอดลูกพลังที่มีพลังเทียบเท่าคาถาดาวแดง แต่บีบให้มีขนาดเล็กเพื่อการลอบสังหาร
"บีบพลังมากขนาดนั้นให้เล็กแบบนี้ได้ เก่งขึ้นเยอะเลยแฮะ ว่าแต่ไม่กลัวว่าเจ้านั่นมันจะปัดทิ้งเหรอ?" รีเซ่ถาม
"ต่อให้รู้ตัวก็ไม่มีทางป้องกันได้ครับ ไม่งั้นจะเรียกว่าจุดดับเหรอ?"
อุซโซยิงพลังออกไปด้วยความเร็วแสง ลูกพลังพุ่งตรงไปยังจุดดับของลาสต์วอลซ์ที่อยู่ห่างออกไปกว่าสิบกิโลเมตรด้วยความแม่นยำที่ฝึกมาอย่างดีจากปังย่า
"แล้วถ้าคนอื่นป้องกันแทนล่ะ?" จู่ๆซึคาสะก็มาถามเอาเรื่องที่ชาวบ้านนึกไม่ถึงมาก่อน.....
เปรี้ยง!!!
ราทาทอสก์กระโดดเข้ามาตบลูกพลังของอุซโซทิ้งไปอย่างง่ายดายทั้งที่พลังทำลายมันมากพอที่จะทำลายภูเขาทั้งลูก แล้วอัศวินดำราเทนเซอร์ก็ควบม้าลงมาจากสายรุ้งแห่งความตายเข้ามาสมทบอีกคน "เจ็บไหมราทาทอสก์?"
"เอามือตบกบาลเจ้าบอนเล่นยังจะเจ็บซะกว่า"
พวกอุซโซที่เฝ้าดูอยู่หน้าซีดเป็นค้างคาวแม่ไก่ต้ม "…………………….."
"ลืมสนิทเลยครับ .....พลรบที่แข็งแกร่งที่สุดของจักรวรรดิ พวกสาวกสายเลือดแท้" ความสิ้นหวังเริ่มเข้าครอบงำ สงครามการทำลายซุยโคยูนิเวิร์สครั้งนี้มีสาวกสายเลือดแท้มาด้วยถึงสองคน!!
"ขอตัวผมเข้านอนก่อนนะครับ พรุ่งนี้ต้องรีบไปอนุสาวรีย์ตั้งแต่เก้าโมงเช้า =v=//" อุซโซหนีความจริงไปคนนึง
"ปล่อยเป็นหน้าที่เราเอง .....คาออส XD" โพล๊ะ!! ซึคาสะโดนอุซโซตบกบาลลงไปนอนข้อหาเห็นการสละชีวิตเป็นเรื่องสนุกสนาน
แรทเซลอธิบายเรื่องคาออสเพิ่มเติม "เธออาจจะเรียกคาออสไม่ได้หรอก ถ้าใครๆก็เรียกได้ก็คงมี noob รับจ้างทำอาชีพผู้อัญเชิญแค่นี้ก็มีพลังพอที่จะทำลายโลกๆนึงโดยสละแค่ชีวิตเดียวแล้วงั้นสิ คาออสจะกินสิ่งที่มีค่าที่สุดของมนุษย์เป็นอาหาร..."
"ชีวิตเหรอครับ?" อุซโซตอบผิด ติดลบสองคะแนน
"ความทรงจำเหรอ?" คำตอบของรีเซ่ไม่ดีพอ ศูนย์คะแนน
"ความรัก..." แบล็คฟินิกซ์ตอบเน่า โดนตบกบาล
"ศักดิ์ศรีสถาบันไงสัด" เป็ดตอบเกรียน ถูกตบเกรียนสามที โพละๆๆ
"....คาออสมันกินเจตจำนงเสรี ว่ากันว่าทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลถูกกำหนดขึ้นมาตั้งแต่แรกที่จักรวาลถูกสร้างขึ้น ตั้งแต่การเกิดพายุไปจนถึงการไหวของใบหญ้า แต่สิ่งเดียวที่ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ด้วยชะตากรรมคือเจตจำนงเสรีของมนุษย์ สิ่งนั้นแหละที่ทำให้มนุษย์มีค่า ถ้าพลังของเจตจำนงเสรีไม่มากพอเรียกให้ตายคาออสก็ไม่ออกมาหรอก"
พอได้ยินแบบนี้อุซโซกลับนึกอยากให้ซึคาสะเรียกคาออสไม่สำเร็จขึ้นมานิดๆ เพราะต่อให้ปกป้องทุกอย่างได้ แต่ไม่เหลือคนที่ร่วมเล่นเกมส์ด้วยกันมามันก็คงไม่มีความหมายอะไร
"รีบกลับไปสมทบคุณอายะก่อนดีกว่าว่าจะทำไงต่อ"
ทันทีที่แรทเซลพูดจบราทาทอสก์ก็มาปรากฏตัวตรงหน้าทั้งหกคน
"เฮ้ย!! อยู่ไกลตั้งสิบโล!!!"
แบล็คฟินิกซ์กระโดดเข้ามาขวางราทาทอสก์เพื่อให้อีกห้าคนหนีไป "ถ่วงเวลาได้สักสองนาทีน่าจะพอให้ทุกคนหนีไปได้ ฝากปกป้องซุยโคยูนิเวิร์สด้วย!!!" .....พูดไม่ทันจบพวกแรทเซลก็หนีไปเรียบร้อยแบบไม่มีเยื่อใย สมาชิกผีช่างมีชะตากรรมน่าสงสาร
"พลังธาตุแห่งความมืดขั้นสูงสุด!!!" แบล็คฟินิกซ์เร่งพลังถึงขีดสุดเพื่อเตรียมตัวหยุดสาวกสายเลือดแท้ด้วยชีวิต... แป้ะ!!! แต่แบล็คฟินิกซ์ก็โดนดาบตบตายอย่างง่ายดาย "สองนาทีอะไรกัน สองวินาทีเท่านั้นเอง ฮ่าๆๆๆๆ ไปเกิดใหม่อย่าลืมเข้ามาเล่น FF ด้วยกันนะจ๊ะ" แต่พอหันกลับไปก็พบว่าพวกแรทเซลหายไปแล้ว…
ทางด้านอายะและลูเน่ลงมายังสนามรบที่กองทัพของซุยกำลังตะลุมบอนกับกองทัพจักรวรรดิ ดูยังไงก็เสียเปรียบมากมายมหาศาล
"จะเอาไงดีล่ะอายะ? รู้สึกว่าการลอบยิงกษัตริย์จะล้มเหลวไปแล้วด้วยนะ"
"เรายังเหลือความหวังอยู่อีกอย่างนอกจากคาออส .....เมดิอุส เทพแห่งสงครามผู้สามารถสร้างสุดยอดอาวุธแบบที่แม้แต่ในโลกนับพันของจักรวรรดิก็ยังไม่มี! ถ้าเด็กพวกนั้นกลับมาเมื่อไหร่เรามีโอกาสตีตื้นแน่นอน!!"
แล้วพวกแรทเซลก็มุดออกมาจากหลุมมิติของซึคาสะ "รอดตายหวุดหวิดเลย ดีนะมีสกิล eternal gate ของซือจังช่วยไว้"
"กลับมาแล้วเหรอทุกคน?" อายะดีใจที่รอดกลับมาหมดทุกคน ....แบล็คฟินิกซ์ตายเหรอ? หมอนั่นมันใครน่ะ?
"มาแล้วครับคุณอายะ!! เทพที่จะเป็นกำลังสำคัญที่สุดของเรา ต่อจากนี้จะเป็นการพลิกเกมส์!!" ……..อุซโซเปิดถุงให้ดูมีเป็ดหนึ่งตัว "ไงวะเฮ้ย!"
"มันมะใจ้อ่ะกิ๊ฟ ....อันนี้มันมะใจ้ =v=" อายะรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าลงกบาล แต่ก็ได้แต่เก็บไว้ในใจเพราะไม่อยากให้เด็กๆที่อุตส่าห์ลำบากไปพามันมาต้องเสียใจ
"ขั้นต่อไปเอาไงกันต่อดีอายะ?" แรทเซลถามหลังเห็นอายะทำสายตาเลื่อนลอย
"เอามันไปเลี้ยงให้อ้วนๆแล้วค่อยเอามากินกันนะทุกคน =v=" <<อายะหนีความจริงไปเรียบร้อย ในขณะเดียวกันแผงหน้าของจักรวรรดิก็เริ่มตีเข้าใกล้เกรทไชรน์ที่พวกอายะอยู่เข้ามาเรื่อยๆ....
--Lord riou 03:44, 30 มีนาคม 2008 (ICT)
"พอมิตินี้ถูกทำลาย แล้วทุกคนจะไปไหนกันต่อ?" อายะที่จิตหลุดไปแล้วตั้งโต๊ะสัมภาษณ์ทุกคนเหมือนตอนสอบ GM แต่โดนลูเน่คว่ำโต๊ะเรียกจิตกลับมา (ถือโอกาสตอนหัวหน้าสติหลุดเลยเนอะ)
"ตั้งสติเซ่ เรายังไม่แพ้ซะหน่อย ความหวังก็ยังเหลืออยู่อย่ายอมแพ้สิยะ"
"เอ่อ จริงด้วย พวกเธอทุกคนรีบกลับไปชวนเทพมาใหม่ คราวนี้อย่าเอามาผิดตัวนะเฟ้ย" อายะได้สติแล้วก็สั่งพวกอุซโซให้กลับไปอัญเชิญเทพมาใหม่ ก่อนให้ซึคาสะใช้ eternal gate และเตะพวกอุซโซลงไป เพราะเดินไปมันช้าเดี๋ยวไม่ทันดูพระอาทิตย์ขึ้นริมทะเลที่ชะอำ
"หวังว่าเด็กพวกนั้นคงกลับมาทัน..." อายะกล่าวอย่างฝากความหวัง แต่พูดไม่ทันจบ พวกอุซโซก็กลับมา
"ใช่ตัวนี้ปะ" อุซโซล้วงไปในกระเป๋าถือ ก่อนหยิบหมูติดปีกออกมาให้ดู
'แคว่กกกกก!!!!!'
เสียงหมูโดนฉีกร่างขาดครึ่งก่อนโดนโยนลอยออกนอกโลกไปชนสถิตอยู่ที่เมเทโอ ภายหลังมหาเมพเรียกเมเทโอลงมา ทำให้หมูติดปีกได้กลับมายังโลก และตกลงไปที่ตึกชินระ และถูกรียูเนี่ยน(ผิดพลาด)กลายเป็นโซลเยอร์หมูบินนัส
"แสดเอ๋ย แรทเซลไปกับไอเด็กเวรพวกนี้ด้วยเด๊ะ เอากลับมาให้ถูกตัวนะเฟ้ย" อายะสั่งแรทเซลก่อนเตะ Gm ลง eternal gate ไป (ไม่รู้ซะแล้ว ว่าแรทเซลมันก็ไม่รู้จักเทพ)
ตัดมาทางด้านเหล่าเด็กที่ถูกเลือกดีกว่า หลังจากออกมาจากประตูมิติก็พบว่าแผ่นฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวดำจากการปรากฏตัวของจักรวรรดิ บัดนี้ แปรเปลี่ยนเป็นสีดำแดงฉานเรียบร้อยไปแล้ว อากาศโดยเริ่มร้อนระอุจนเป็ดเทพต้องสลัดขนทิ้ง ขณะที่เด็ก ๆ มองลงจากช่องเขากากมันดุไปก็พบกำแพงเปลวเพลิงที่กษัตริย์ไกเซริคได้ร่ายเอาไว้ลุกไหม้อยู่ที่ตีนเขา แต่ไม่สามารถลุกลามขึ้นมาถึงข้างบนได้ ท่าทางทีนี่จะมีเทพอยู่จริง ๆ
"นี่ขนาดมันยังอยู่แค่ตีนเขาก็ร้อนขนาดนี้แล้ว ถ้ามันลามขึ้นมาได้ล่ะก็..." ซึคาสะเริ่มปลง ยังไงๆ ลุงก็แต่งให้หนูตายใช่ไหมคะ มิ้วววว =v=
"สัด ไฟแค่นี้เดี๋ยวกุลงไปเยี่ยวใส่ ทีเดียวแมร่งก็ดับหมด ไอเชี่ย" เป็ดเกรียนไม่ถูกเวลา ถูกเตะลงไปให้ไฟเผา แต่ดันบินกลับขึ้นมาได้
"มากันแล้วเรอะ พวกเด็กที่ถูกเลือก ปล่อยให้ตูนั่งรอจนแหง่กเกือบล็อกเอาท์ออกไปแล้วนะโว้ยยยย" เสียงหนึ่งดังขึ้นมาข้างหลังพวกอุซโซ แต่เป็ดบินได้น่าสนใจกว่าพวกเด็ก ๆ จึงไม่ได้หันไปมอง
"...... เอ่อ คุณ ๆ ครับ ช่วยหันมาสนใจเทพได้ไหม"
"ไหน ๆ เทพที่ว่าน่ะ ตูจับไปผิดตัวตั้งสองครั้งแล้ว เจอหน้าขอตบหัวที ลีลาไม่ยอมออกมา" อุซโซโชว์เก๋าเหมือนตอนกัดกับมดดำที่กระทู้มีทชะอำ ก่อนโดนแรทเซลตบข้อหาเก๋าผิดคน
"คุณสินะครับ คนที่ท่านอายะได้ขอร้องให้มาร่วมศึกครั้งนี้ด้วย" แรทเซลโดนเข้าไปถามผู้เฒ่าเทพ
"เออ ข้าเอง แต่มันก็ขึ้นอยู่กับพวกแกว่าจะผ่านการทดสอบที่ข้าเตรียมไว้หรือเปล่านะ" เมดิอุสตอบกลับก่อนมองไปที่พวกเด็ก ๆ ทีละคนเหมือนจะประเมินพวกเขา
"ไรครับลุง ทดสอบอะไรอีก สงครามทางโน้นเขาก็เริ่มแล้ว ยังจะมาทดสอบให้เสียเวลาอะไรอีก" อุซโซโวยวายด้วยความเป็นห่วงคนทางด้านโน้น
"อย่าใจร้อนนัก ไอ้หนู ข้าไม่ได้กากนะเฟ้ย ถ้าพระเจ้าดราก้อนบอลมีห้องกาลเวลา ข้าก็ต้องมีเทพยิ่งกว่า เอาไปชมเลย " เมดิอุสชี้ให้อุซโซดู ห้องสีขาวสว่างสดตั้งอยู่กลางเหนือช่องเขา
"ห้องนี้นะเฟ้ย ถ้าเข้าไปเวลาข้างนอก1วิ เท่ากับเวลาในห้อง 1 ชม. ไง ตูเสียเวลาครึ่งชีวิตสร้างห้องนี้ แล้วก็ใช้เวลาอีกครึ่งชีวิตเข้าไปฝึกวิชาตีอาวุธในห้องนั้นอีก สุดยอดยิ่งกว่าของพระเจ้าตัวเขียวอีกใช่ปะ"
"บร๊ะเจ้าเมดิอุส00!!! เมพมาก ๆ ครับ งั้นพวกผมเข้าไปล่ะนะ อุซโซและรีเซ่เดินเข้าไปห้องกาลเวลาฉบับเมดิอุส แต่ซึคาสะ ยังยืนอยู่ที่เดิม
"ทำไมเหรอ ซือจัง" แรทเซลถามขณะเดินไปตรวจสอบอาการ
"1วิ=1ชม. เราเข้าไปในนั้นแค่24วิ เราก็แก่ไป1วันแล้ว มิ้ววววว หนูไม่อาวววววว หนูไม่อยากแก่>w<//"
ซึคาสะโวยวายลงไปดิ้นพราด ๆ ทั้ง ๆที่อายุก็อยู่อันดับต้นๆของบอร์ดอยู่แล้ว จนเมดิอุสต้องเอาค้อนทองคำมาทุบหัว ก่อนโยนเข้าห้องไป
"โชคดีนะ ทั้งสามคน^^" แรทเซลอวยพรให้ทั้งสาม ก่อนรู้สึกว่ามีตัวอะไรมางับน้องชาย==
"สัด แล้วกุล่ะ" เป็ดเกรียนเทพนั่นเองครับ พี่น้องงงงงง
หลังจากพวกอุซโซเข้ามาในห้องกาลเวลา (โดยหิ้วซึคาสะที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่) เพียงแปปเดียวก็มีผนังประหลาดผุดขึ้นมากั้นพวกเขาทั้งสามคนออกจากกัน ไม่สามารถติดต่อหากันได้
"เอ่อ เล่นมุขง่าย ๆ อย่างนี้เหรอครับ งั้นต่อไปก็ต้องมีควันสีดำมาล้อมรอบผมใช่ปะ" อุซโซพูดไม่ทันขาดคำ ก็เป็นจริงดังนั้น ควันสีดำผุดมาจากไหนไม่รู้ล้อมรอบตัวอุซโซมองไม่เห็นอะไร แม้จะรวมพลังไว้ที่ตาแล้วก็ตาม
"ถ้าเป็นงี้ ต่อไปก็ต้องมีมอนเข้ามาตีผมจากด้านหลังชัวร์ครับ==" อุซโซทายชะตากรรมตัวเองอีก แต่ครั้งนี้ผิดถนัด เพราะจู่ ๆ ก็ปรากฏกระจกบานหนึ่งขึ้นต่อหน้าอุซโซ เพียงแต่สิ่งที่สะท้อนให้เห็นไม่ใช่เงาของผู้ส่อง หากแต่เป็น อนาคตของผู้ส่องเอง
"นะ นี่มันอะไรกัน..." อุซโซมองเข้าไปในกระจกอย่างตกตะลึง เมื่อเห็นตนเองในอนาคตที่ดูเหมือนจะมีพลังมากมายมหาศาลกว่าตอนนี้มากกำลังไล่ฆ่าผู้เล่นคนอื่นในสนามรบ ซ้ำร้ายกว่านั้น ตัวเขาเองกลับดูมีทีท่าสนุกสนานไปกับการฆ่าฟันครั้งนี้ เสียงหัวเราะที่บาดลึกของตัวเขาเองในกระจกดูเหมือนจะดังขึ้นมาจากหัวใจของเขาในปัจจุบันมากกว่าในกระจกนั่นซะอีก
....
"ทุเรศว่ะค่ะเล่นมุขอย่างนี้กับพวกเราที่ท่องไปทั่วมิติอื่น ๆ มาจนชินแล้ว" รีเซ่ดูถูกเมดิอุสก่อนเดินตะลุยผ่านควันสีดำทึบไปเรื่อย ๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน พร้อมกับที่ร่างกายรับรู้ความเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในควันนี้ และตอบโต้ไปด้วยหอกในมือ ศพของมอนสเตอร์เกลื่อนเต็มไปทั่ว ถึงแม้จะมองไม่เห็นเพราะควันสีดำนี่ก็ตาม
"ดูไว้ซะพี่ ชั้นเก่งมากแค่ไหนแล้ว"รีเซ่ตระโกนเสียงดังลั่น หลังจากฟาดฮาร์ปี้ลงไปกอง "หือ... ก็ไม่เห็นเท่าไหร่นี่" เสียงคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนรีเซ่หันกลับไปมอง
รูริที่ตอนนี้ถือดาบมาซามุเนะอยู่ มองมาที่รีเซ่ด้วยสายตาที่เลื่อนลอย แต่คำพูดและลักษณะนิสัยยังคงเหมือนเดิมทุกประการไม่แตกต่างจากรูริตัวจริงแม้แต่น้อย
"ตลก? คิดว่าภาพลวงตาแค่นี้จะทำอะไรชั้นได้เรอะ" รีเซ่แสยะยิ้ม ก่อนวิ่งเข้าหารูริพร้อมกำหอกในมือแน่น แต่ก็ต้องถอยกลับมาทันที เมื่อรูริฟาดมาซามุเนะใส่อย่างรวดเร็ว จนรีเซ่มองไม่ทัน ไม่รู้ตัวแม้กระทั่งแผลบาดลึกที่ปรากฏบนใบหน้าของตนเอง
"ตลก? คิดว่าพลังของเธอจะล้มชั้นที่เป็นพี่เธอได้งั้นเหรอ"
....
"มิ้วววววว อย่าแย่งแซลมอนหนู=0=" ....
"มุมุ อย่ากัดไอดอลนะ แอดมิน =w=b" ....
"แง้ววววว ไม่อาวววววองค์ชายอาเบะ=A=" ....
หลังจากผ่านไปนาน ไม่มีทีท่าว่าคุณเธอจะตื่น แอดมินจึงโทรเข้ามือถือมาปลุกซึคาสะ (มันจะมีวันเกิดขึ้นเรอะ!!!)
"มิ้วววว ที่นี่ที่ไหนเนี่ย" <<< นี่คือคำพูดที่ซึคาสะควรจะกล่าวออกมา แต่ความเป็นจริงคือ
"แง้วววววววว!!!!!!! หนูเข้ามาในนี้นานเท่าไหร่แล้วเนี่ยยยยย ครึ่งชม. 1ชม. 2ชม.??? ไม่อาววววววววววว หนูไม่อยากแก่เหมือนลุงง่ะ แง้วววววววววว!!!!!!"
เอ่อ... ช่างคุณเธอเค้าเหอะ เดี๋ยวเค้าก็ปลงเองแหละ
ตัดกลับมาทางด้านเมดิอุสมั่ง เดี๋ยวจะหาว่าฆ่าตูแชปเตอร์โน้น แล้วยังมาให้จืดจางแชปเตอร์นี้อีก
"หึหึหึ ดูท่าเด็กทั้งสามคนนี่จะผ่านบททดสอบยากหน่อยละ" เมดิอุสนั่งดูชะตากรรมของเด็กทั้งสามผ่านกล้องวงจรปิดที่แรทเซลแอบขโมยมาจากห้องน้ำของอายะ
"เอ่อ ผมไม่เข้าใจว่าจุดประสงค์ของบททดสอบนี่คืออะไรกันเหรอครับ ท่าจะดีช่วยบอกด้วย เดี๋ยวคนแต่งจริงมาตัดจบนะ" แรทเซลถามเมดิอุสเป็นการสปอยส์แก่ผู้อ่าน
"หึหึหึ ดูแค่นี้ก็ไม่ออกเรอะGMเอ๋ย นี่คือการทดสอบจิตใจไงล่ะ ของเจ้าหนุ่มอุซโซนั่นข้าทดสอบมันด้านจิตใจที่จะยอมรับด้านมืดของตัวเองได้หรือไม่ ยอมรับในความชั่ว ความโกรธ ความต้องการประเมินพลังของตนเอง ความต้องการต่อสู้"
"แล้วไอกระจกที่บอกอนาคตนั่นล่ะ??"
"ข้ามั่วเหตุการณ์เอาเอง^^แต่ไม่แน่มันอาจจะเป็นความจริงก็ได้นะ ไม่เชื่อไปอ่านแชปเตอร์ไทรอัลสิ" เมดิอุสสารภาพก่อนหันกลับไปอธิบายอีก2คน
"ของยัยเด็กรีเซ่นั่น ข้าต้องการจะทดสอบจิตใจของเธอที่อยากจะเหนือกว่าพี่ของตนว่า จริงหรือไม่และพร้อมหรือยัง เพราะยัยเด็กนั่นอยู่ใต้คำว่า อ่อนแอกว่าพี่ มานาน ข้าจึงอยากทดสอบเท่านั้นแหละ"
"ส่วนซึคาสะนี่ ข้าอยากแกล้งเท่านั้น^^"
ไอ้นี่มันเทพแน่เหรอฟะ==<< ความคิดในแรทเซลที่ไม่อาจเปิดเผยได้
"อ้อ ลืมบอกไป มีเทพอีกคนอยู่ที่นี่นะ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะใช้การทดสอบของมันเองหรือใช้ของข้าเป็นเกณฑ์เลย ยังไง ๆ ก็เตรียมใจโดนตัดจบภารกิจ ชวนเทพ ไว้ก่อนละกันนะ
--Lord riou 04:35, 1 เมษายน 2008 (ICT)
เคร้ง!!!! เคร้ง!!!! เคร้ง!!!!
เสียงของดาบยาวของรูริและหอกของรีเซ่ปะทะกันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ฝ่ายที่ต้องถอยร่นกลับเป็นตัวรีเซ่เอง
"ชิ ถึงจะรู้ว่าเป็นภาพลวงตาของพี่ก็เถอะ แต่ฝีมือนี่มัน..." รีเซ่ตั้งรับมาซามุเนะที่โจมตีมาจากข้างบนด้วยปลายหอก แต่ความรุนแรงไม่อาจเทียบได้ จึงต้องใช้พลังของวิชาพละม้วนตัวหนีก่อนโดนดาบเสียบกบาล
เมื่อคนเดียวกระทืบพี่ตัวเองไม่ได้ รีเซ่จึงแยกร่างออกมาสิบห้าร่าง ต่างจากที่สู้กับบิ๊กที่ตอนนั้นแยกออกมาได้เพียงแค่เก้าร่าง ก่อนร่างทั้งสิบห้าจะกระโดดขึ้นไปบนข้างบนแต่กระแทกเพดานห้อง ร่วงลงมากราบคาเท้าพี่ตัวเอง รูริซึ้งใจในความกตัญญูของน้อง จึงปักมาซามุเนะลงหัวรีเซ่เป็นการตอบแทน
"อั่ก ไอ้ตัวปลอมบัดซบ ทำน้องได้ลงคอ..." รีเซ่ที่เลือดกบาลพุ่งปรี๊ด รีบหาพลาสเตอร์ยามาปิดแผลก่อนกลับไปสู้อีก
"ไฮ่ย่าห์!!!!" ร่างทั้งสิบห้าล้อมรอบรูริ จากนั้นจึงซัดคลื่นหอกระเบิดพลังซุปเปอร์โนวาห์ออกมาใส่รู้ริจากทุกทิศทาง ซ้าย ขวา หน้า หลัง
เกิดแผ่นดินไหวขนาดย่อมไม่เพียงแต่ตัวห้องกาลเวลาที่สั่นสะเทือนเท่านั้น แต่ภูเขาทั้งลูกที่ตั้งอยู่ก็สะเทือนตามไปด้วย แต่รูริเพียงแค่ลอยตัวขึ้นไปข้างบนปล่อยให้พลังของร่างแยกทั้งหมดซัดเข้าหาเหล่าร่างแยกทั้งหลาย ก่อนที่ร่างแยกจะสลายไป แต่รีเซ่ตัวจริงล่ะ???
"Big Brawl!!!!!!" เสียงตระโกนของรีเซ่ดังมาจากข้างหลังก่อนใช้หอกระเบิดพลังซัดใส่รูริไม่ยั้งมือกะให้ตายภายในการโจมตีครั้งนี้ จนร่างของรูริล่วงหล่นไปพ้นระยะหอกของรีเซ่เอง
"แฮ่ก ๆ ๆ..." รีเซ่ครางด้วยความเหนื่อยและความเจ็บปวดจากการที่ร่างทั้งสิบห้าถูกพลังของตนเองซัดใส่ เลือดโชกทั่วตัว แต่อย่างน้อยเธอก็ชนะพี่ของเธอแล้ว ถึงจะเป็นเพียงตัวปลอมก็ตามที ขณะมองไปที่ร่างของรูริตัวปลอมที่ร่วงหล่นสู่พื้น ...
แทบจะทันทีที่ร่างตกสู่พื้น รูริฟื้นขึ้นมา ก่อนระเบิดพลังออร่ามหาศาล พุ่งกลับขึ้นมาหารีเซ่ มาซามุเนะส่องแสงประกายหาเหยื่อของมัน
"Omnislash!!!!!!!!" รูริตระโกนก้องหมายสังการรีเซ่เต็มที่
ทางด้านรีเซ่ที่เห็นว่ายังไงๆ โดนท่านี้ไปก็ตายชัวร์ ๆ จึงระเบิดพลังชีวิตเรียกพลังงานแห่งจักรวาลมารวมตัวกันที่ปลายหอกของเธอ พร้อมทะยานพุ่งเข้าใส่รูริเช่นกัน
"Cosmo Memory!!!!!!!!" ดาบและหอกของทั้งคู่ปะทะกันที่กลางอากาศ ก่อนที่จะเกิดแรงระเบิดซัดขึ้นทั่วห้อง เพราะพลังงานของทั้งสองไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ จึงระเบิดอยู่ภายใน ทั้งคู่ได้แต่รับพลังงานของตนเองที่ถูกเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าจากพลังของศัตรู ก่อนที่ร่างของรูริจะสลายไป เหลือเพียงแต่ร่างของรีเซ่ที่ร่วงหล่นสู่พื้นห้อง พร้อมลมหายใจสุดท้าย
.....
"อืม ยัยเด็กรีเซ่ผ่านแล้วล่ะ เฮ้ยGM ไปรับตัวยัยนั่นมาทีเด๊ะ อ้อ อย่าลืมใช้จิโซชุบล่ะ" เมดิอุสที่อัพเกรดกล้องวงจรปิดที่แรทเซลขโมยมา แม้แต่พลังของรูริและรีเซ่รวมกันยังทำอะไรกล้องวงจรปิดนี้ไม่ได้สั่งแรทเซล ก่อนหันกลับไปดูชะตากรรมของเด็กอีกสองคนต่อไป
.....
"นี่มันอะไรกัน...ทำไม...ผม..." อุซโซจ้องมองไปยังกระจกที่สะท้อนตัวเขาเองที่เก่งกาจแต่ก็น่ากลัวไม่แพ้กันกำลังยืนอยู่เหนือภูเขาซากศพผู้เล่นด้วยกันเอง
"ทำไมผมหล่อ+เก่งอย่างนี้ล่ะครับ ไปตีกับGMยังชนะได้สบายเลยนะเนี่ย" อุซโซทำเสียมู้ดที่คนแต่งอุตส่าห์ทำขึ้นมา ก่อนโดนแรทเซลลากกลับมา ณ เวลาปัจจุบัน
....
"มิ้ววววววว=v= เมื่อไหร่หนูจะได้ออกไปซะทีล่ะคะ" ทางด้านซึคาสะที่นั่งคำนวณลูกคิดเวลาที่ตนอยู่ในห้องนี้ว่านานเท่าไหร่แล้ว+อายุที่แก่ขึ้น จนเครียดผมร่วงหมดหัว รอยตีนกาเริ่มปรากฏให้เห็น
"หึหึหึ เจ้าน่ะเรอะคนที่โอหังคิดจะเรียกข้ามายังมิติแห่งนี้..."
เสียงแผ่วเบาอันเย็นยะเยือกที่ไม่ได้ดังไปกว่าเสียงกระซิบดังขึ้นมา จนซึคาสะสะดุ้งสุดตัว ก่อนหยิบอาวุธขึ้นมาระวังตัว ก่อนจำได้ว่า ตูถูกเมดิอุสฟาดหัวยัดเข้าห้องมานี่หว่า อาวุธหล่นอยู่ข้างนอกโน่น =w=b
" กะ แกเป็นใครกันน่ะ อย่าเข้ามานะเดี๋ยวร้องมิ้ว มิ้วใส่นะ=v=" ซึคาสะขู่ใส่เสียงลึกลับ ทำยังกับมันจะกลัว คนแต่งยังไม่กลัวเลย==
"ฮ่าฮ่าฮ่า แค่นี้ก็กลัวแล้วรึ? แล้วระหว่างข้ากับสงครามครั้งนี้ เจ้ากลัวอะไรมากกว่ากันล่ะ ..."
เสียงลึกลับดึงขึ้นอีกครั้ง แค่การสนธนากับเสียงลึกลับนี้ก็สามารถทำให้ซึคาสะตัวสั่นได้แล้วเมื่อรับรู้ว่าเสียง ๆ นั้นดังขึ้นมาจากตัวเธอนั่นเอง
"กะ แกเป็นสัตส์อสูรที่ทำสัญญากับมนุษย์ในมิตินี้งั้นเหรอ"
"สัตว์อสูร? หึหึหึ ข้าต่างจากพวกนั้นมากนัก ข้าไม่ใช่สัตว์ชั้นต่ำที่ทำสัญญากับมนุษย์เพียงเพื่อพลังเวทย์อันน้อยนิดของเผ่าพันธุ์มัน ข้าไม่ใช่สัตว์ชั้นต่ำที่ยอมถูกใช้เป็นเครื่องมือของมนุษย์ ข้าผู้เป็นนายเหนือทุกสิ่ง ไม่เว้นแม้แต่ชีวิตข้าเอง เผ่าพันธุ์ของพวกเจ้าอาจจะเปรียบเทียบข้าง่าย ๆ ว่า ราชันย์แห่งสัตว์อสูรก็ได้ ข้าผู้มีนามว่า... คาออส"
"คาออส!!! แต่ทำไมแกถึงมีอำนาจในมิตินี้ได้ ชั้นยังไม่ได้เรียกแกออกมาเลยนี่" ซึคาสะตกใจเมื่อพบว่าสัตว์อสูรผู้ที่สามารถทำลายทุกสิ่งให้ราบคาบได้สามารถส่งพลังมายังมิติแห่งโล่ห์และดาบได้
"เรียกอย่างนั้นเรอะ? ฮ่าฮ่าฮ่า ช่างโอหังนัก เจ้าใช้คำว่า เรียก กับข้าอย่างนั้นรึ ทั้งที่พวกเจ้าเป็นฝ่ายร้องขอให้ข้าออกมาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกของตนเอง แล้วยังกล้าใช้คำว่า เรียก กับข้าอีกงั้นรึ? ข้าจะให้อภัยในความโง่เขลาครั้งนี้ แต่ว่า พวกเจ้าคิดผิด แค่เพราะพวกเจ้าไม่ร้องขอข้า ใช่ว่าข้าจะไม่สามารถส่งพลังของข้ามาสู่มิตินี้ได้ เหมือนดังตอนนี้ที่ข้าพูดกับเจ้าอยู่นั่นแหละ พลังของข้าเมื่อไม่ถูกพวกเจ้าร้องขอให้มายังมิตินี้นั้นน้อยนิดนัก ทำได้เพียงแค่พูดกับเจ้าผ่านความสามารถของเจ้าเท่านั้น แต่เพียงเท่านั้น ข้าก็สามารถสังหารเจ้าผู้เป็นหนึ่งในมนุษย์ที่ทำพันธะสัญญากับข้าและสัตว์อสูรชั้นต่ำเหล่านั้นได้แล้ว พวกเจ้าคิดผิดตั้งแต่ที่ถูกข้าหลอกใช้มาเป็นเครื่องสังเวยแก่พลังของข้าแล้ว อย่าได้คิดว่านายชีวิตของเจ้าคือ ตนเอง เพราะบัดนี้ มันได้เป็นของข้าแล้ว"
ซึคาสะเริ่มสิ้นหวังที่จะเรียกคาออสกลับไปก่อนที่มันจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของมิตินี้หากจำเป็นต้องเรียกมันออกมาจริง ๆ เมื่อได้ฟังคาออสพูดกับตน และรับรู้ว่าสกิลของตนเป็นเหมือนดาบสองคมที่เธออาจตายได้ตลอดเวลาหากคาออสตั้งใจจะฆ่าเธอจริง ๆ
"หึหึหึ มนุษย์... คำเรียกของสัตว์ชั้นต่ำที่อวดดีผยองเหนือสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ทั้งที่ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่ข้า ได้รับการร้องขอจากพวกมันให้ทำลายมิติของพวกมันแล้วจะล้มข้าลงได้ มนุษย์... อ่อนแอและโง่เขลาเป็นสัตว์ที่เหมาะกับการถูกเหยียบย่ำยิ่งกว่าสิ่งมีชีวิตใด ๆ ช่างโง่นักที่คิดจะล้มข้าลงเมื่อข้าได้มายังมิติของพวกมันแล้ว ช่างอ่อนแอนักเมื่อข้าได้พบกับอริของพวกมัน พลังเพียงเท่านั้นพวกมันก็ไม่อาจโค่นลงได้ ต้องร้องขอข้าผู้ซึ่งเมื่อทำลายอริของพวกมันและพวกมันเป็นรายต่อไป จากนั้นก็ทุกสิ่งทุกอย่างของพวกมัน ชะตากรรมที่ถูกจักรวาลกำหนดไว้แล้ว รวมทั้ง... เจตจำนงเสรี"
ถ้างั้นที่แรทเซลบอกมาก็ไม่ผิด... ซึคาสะคิด
"ข้าได้เห็นสงครามของมิติเจ้าผ่านความสามารถเจ้าแล้ว พลังของจักรวรรดินับพันที่กล้าแกร่ง เมื่อเทียบกับมิติอันน่าสมเพศนี้ ข้ากลับรู้สึกเวทน..."
"แล้วมันยังไงล่ะ!!!! ต่อให้พลังของจักรวรรดิแข็งแกร่งจนพวกเราไม่มีทางสู้ได้แล้วมันยังไงล่ะ แกจะดูถูกพวกเรามากเกินไปแล้ว มิติแห่งโลห์และดาบนี้ผ่านสงครามานักต่อนัก ผ่านการสูญเสียมานับไม่ถ้วน แกคิดว่าพวกเราจะสิ้นหวังกันง่ายๆ อย่างนั้นเรอะ แกคิดว่าพวกเราจะไร้สิ้นทางต่อกรขนาดนั้นเลยหรือไง ถึงท้ายสุดพวกเราต้องเรียกแกออกมา ถึงจะอย่างนั้น แต่ขอให้แกรู้ไว้ แกต้องพึ่งพลังของมนุษย์ที่แกเรียกว่า สัตว์ชั้นต่ำเพื่อมายังมิตินี้ แกต้องพึ่งพลังของผู้อัญเชิญอสูรอย่างชั้น ต่อให้แกพูดดียังไง สุดท้าย แกก็ต้องพึ่งพวกเรา เพราะงั้นมนุษย์จึงเป็นนายของแก แกอาจจะเก่งขนาดที่ฆ่าทหารชินระหมื่น ๆ คนได้สบาย แกอาจจะเก่งขนาดฆ่าอัลติมาเวพอนได้ภายในเทิร์นเดียว แกอาจจะเก่งขนาดเมเทโอชน+หล่นลงไปในไลฟ์สตรีมแล้วไม่เป็นไรสักนิด แกอาจจะเก่งขนาดแซ็คกับเจเนซิสรุมแล้วยังไม่เป็นไร ก็ใช่... แต่มีแซ็คแค่สิบคนก็ฆ่าทหารชินระเป็นหมื่นได้เหมือนกัน ใช้สูตรแอคชั่นก็ฆ่าอัลติมาเวพอนได้เทิร์นเดียวเหมือนกัน เมเทโอชนก็เอาผีน้องแอมาภาวนาขอโฮลี่ก็ได้ ตกไปในไลฟ์สตรีมคลาวด์มันยังรอดมาได้ แซ็คกับเจเนซิสรุม มหาเมพก็ทำได้ ของแค่นี้ มนุษย์ก็ทำได้เฟ้ย ไอ้สัตว์อสูรโอหัง!!!!!
"แสดเอ๊ยยยยย ด่ากุได้ไงวะ ไม่มีใครกล้าด่ากุเลยนะโว้ยยยย กลับไปกุจะฟ้องแม่ให้มาตีก้นเมิง"
คาออสตกใจเผลอเปิดเผยนิสัยจริง เสียภาพพจน์ที่อุตส่าห์แต่งมาหมด
"เอามาเลย เดี๋ยวให้ไอดอลงับคอขาด มิ้วววววว^^" ซึคาสะนี่ก็ไม่แพ้กัน ให้หมาสู้แทน=v=
"สาดดดดดด เกรียนนักเหรอวะ กุฆ่าเมิงทีเดียวก็ตายแล้ว ตายไปซะไป๊ พลังคาออสสสสสส!!!!"
คาออสตบะแตก ปล่อยพลังสุดฤทธิ์เท่าที่สามารถส่งมายังมิตินี้ได้ หวังฆ่าซึคาสะเต็มที่ ทางด้านซึคาสะหลังจากส่งเมล์ไปล่ำลาไอดอลเสร็จแล้ว ก็หลับตาปี๋เตรียมตัวตายเต็มที่
ผ่านไป5นาที ซึคาสะก็ยังไม่ตายซักที จนเสียงอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
"เอ่อ หนูเป็นคนที่เจ้าคาสมันพูดด้วยเมื่อกี๊เหรอจ๊ะ ขอโทษแทนด้วยนะจ๊ะ แม่ตบกบาลมันสลบไปละ ขอโทษแทนมันด้วยจริง ๆ ไม่รู้เป็นอะไรหมู่นี้ สงสับแด๊กเจตจำนงเสรีมากเกิน ไป บอกให้อ่านหนังสือเรียนก็ไม่ยอมทำ ขอโทษแทนมันด้วยจริง ๆ แม่ไปก่อนนะ เดี๋ยวพ่อมันกลับมา จะ ให้ตีก้นมัน"
"...." ซึคาสะได้แต่อึ้งกิมกี่ ก่อนตัดสินใจว่า ตูคาดหวังกับฟิคนรกมากเกินไปเอง จนแรทเซลมาลากกลับไปเวลาปัจจุบัน
- รีเซ่สูญเสียหอกประจำตัวจากการทดสอบภายในห้องกาลเวลา
- อุซโซเรียนรู้ความสามารถของตนเองในกระจกบางส่วนไม่รู้ตัว ค่าสเตตัสเพิ่มขึ้นจากเดิม2เท่า
- ซึคาสะใจเปี้ยวเกินร้อย ได้สิทธิ์เล่นอาชีพช่างทำขนมหวานในแชปเตอร์คุ้กกิ้ง
