S4 Ch8
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
ออกมาที่ดาดฟ้าเรือ มิซุกิและอาคากิจะพบนกของรามาด้าบินเอาจดหมายของรามาด้ามาให้แล้วก็หมดแรงล้มลงแผ่กลางเรือ
อาคากิ
"น...นี่มัน....นกของคุณรามาด้านี่!!"
มิซุกิ
"มันคาบอะไรมาด้วย"
แล้วนกของรามาด้าก็ส่งเสียงร้องก่อนขาดใจตาย
อาคากิ
"คุณรามาด้า...."
เดินเข้ามาในห้องประชุมเอเลนอร์จะวางแผนการบุกขั้นสุดท้าย
เอเลนอร์
"ในที่สุดก็ถึงเวลาแล้ว....หนนี้แผนคงไม่ซับซ้อนมาก"
ลิโน่
"ช่วยอธิบายสั้นๆได้ไหม ยาวๆฉันจำไม่ค่อยได้"
เอเลนอร์
"ฉันก็บอกแล้วไงว่าแผนหนนี้มันง่ายๆ"
ลิโน่
"อ่า โทษทีๆ เล่าต่อได้เลย"
เอเลนอร์
"ฉันจะบอกวิธีการเมื่อถึงเวลา แรกสุดเลยก็เรื่องรูนแคนน่อนที่โผล่มาอีกหน"
เอเลนอร์จะกางแผนที่โครงสร้างป้อมเอลอีลออก
เอเลนอร์
"ป้อมเอลอีลอยู่ทางใต้สุดของกูลูค แล้วยังเป็นประตูสู่ช่องทางการทูตและการค้าขายด้วย ถึงจะเรียกว่าป้อมแต่มันดูเหมือนปราสาทมากกว่า รูนแคนน่อนอยู่ด้านบนสุดของตัวป้อม ถ้าเราไม่จัดการมันซะก่อนก็คงไม่มีทางเข้าใกล้ป้อมได้ ก่อนอื่นเราจะส่งคนเข้าไปจัดการป้อมปืนก่อน ในขณะเดียวกันกองกำลังหลักจะคอยอยู่หน้าป้อมแล้วโจมตีกองเรือที่หนึ่งของกูลูคที่ลาดตระเวนพื้นที่ในกรณีที่รูนแคนน่อนไม่สามารถทำงานได้"
ลิโน่
"มีช่วงที่รูนแคนน่อนทำงานไม่ได้ด้วยเหรอ?"
เอเลนอร์
"หลังยิงออกมาแล้วรูนแคนน่อนต้องใช้เวลาบรรจุกระสุนใหม่"
อาคากิ
"มีเขียนบอกในจดหมายของคุณรามาด้าน่ะ...."
เอเลนอร์
"เราไม่มีทางอื่นนอกจากเชื่อข้อมูลนี้ ช่วงนี้แหละเหมาะที่สุดที่จะเข้าตี!"
ลิโน่
"เข้าใจแล้ว งั้นเราต้องหลอกล่อให้พวกนั้นยิงรูนแคน่อนออกมารอบนึงก่อน แล้วเข้าไปทำลายรูนแคนน่อนก่อนมันจะยิงได้อีกรอบ"
เอเลนอร์
"ถูกต้อง ทุกคนเข้าใจดีแล้วนะ จะให้อธิบายอีกรอบไหม?"
- (1) อีกรอบก็ดีนะ
- (2) ผมเข้าใจแล้ว
ถ้าเลือกข้อแรกจะต้องฟังอีกรอบ
เอเลนอร์
"งั้นตกลงเอาตามนี้นะ"
- (1) เอาเลย!
- (2) ขอเตรียมตัวอีกสักพัก
ตอนนี้ยังไม่ถึง point of no return เลือกข้อแรกไปเลยก็ได้
เอเลนอร์
"เราจะเริ่มกันตอนเช้าสามวันนับจากนี้ .....ทุกคนไปเตรียมพร้อมกันก่อนเถอะ ฉันอยากให้เธอเลือกทีมทำลายปืน ถ้าพร้อมแล้วก็มาบอกได้นะ"
เซ็ตสึ
"สุดท้ายท่านก็จะไปอยู่ดีเหรอ? ทั้งที่ตอนนี้เรากู้อาณาจักรคืนได้แล้วเนี่ยนะ?"
ลิโน่
"ใช่ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้เราก็คงเจอแบบเดิมอีก เจ้าก็รู้ดีไม่ใช่เหรอเซ็ตสึ?"
เซ็ตสึ
"ครับท่าน"
ลิโน่
"เอาละทุกคนฟังทางนี้ หลังเราตีป้อมเอลอีลได้แล้วเหล่าประเทศหมู่เกาะจะปลอดภัยไปสักระยะหนึ่ง ....ถึงจะแค่ชั่วคราวก็เถอะ...."
เอเลนอร์
"แล้วจำไว้นะ เราจะสู้เพื่อสันติภาพที่ยั่งยืนถาวร นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของพวกเราตอนนี้ ถูกไหม?"
ลิโน่
"ถูกต้อง นั่นคือเหตุผลที่เราจำต้องเสี่ยงชีวิตเข้าร่วมเป็นร่วมตาย"
เดินไปคุยกับเอเลนอร์อีกรอบเพื่อเลือกทีมเพื่อนสี่คนไปทำลายปืน
**หลังจากนี้จะไม่สามารถใช้เพื่อนสี่คนนี้ได้อีกแล้วจนกระทั่งจบเกมส์ สำหรับรูนและเกราะที่ติดตัวเพื่อนที่เข้ารบทีมทำลายปืนและทีมหลักสุดท้ายจะไม่ถูกโหลดไปตอนขึ้น NEW GAME ด้วย
หลังจากเลือกทีมเรียบร้อยแล้วเอเลนอร์จะขอไปกับทีมทำลายปืน
แอกเนส
"ท่านเอเลอร์!"
ลิโน่
"เดี๋ยวสิ! นักกลยุทธ์ไปกับทีมลุยแบบนี้ไม่อันตรายไปหน่อยเหรอ?"
เอเลนอร์
"เราต้องทำหน้าที่ที่สำคัญมากๆอย่างการทำลายรูนแคนน่อนให้สำเร็จ ฉันจำแผนที่กับโครงสร้างป้อมไว้ในหัวหมดแล้ว ฉันเลยต้องไปด้วย"
- (1) ผมวางใจคุณนะ คุณเอเลนอร์
- (2) อย่าไปเลย มันอันตรายนะครับ!
หากเลือกข้อแรก
ลิโน่
"ถ้าเธอตัดสินใจแล้วยังไงฉันก็คงห้ามไม่ได้สินะ ยังไงก็ระวังตัวด้วยล่ะ"
หากเลือกข้อสอง
เอเลนอร์
"รู้แล้วๆ เธอนี่ขี้กังวลจริงๆ"
(แล้วจะมีคัตซีนก่อนเราบุกป้อมเพิ่มมานิดหน่อย แต่ไม่มีผลกับเนื้อเรื่องแต่อย่างใด)
เข้าไปนอนแล้วเดินกลับมาคุยกับเอเลนอร์อีกรอบ
เอเลนอร์
"ได้เวลาแล้ว พร้อมหรือยัง?"
- (1) ขอเตรียมตัวต่ออีกสักนิด
- (2) ขอจัดทีมแยก
- (3) ครับ พร้อมแล้ว
หากพร้อมแล้วก็เลือกข้อสามเพื่อเข้าสู่ point of no return
**Point of no return เราจะทอดสมอลงใกล้ป้อมเอลอีล หลังจากนี้เราจะไม่สามารถล่องเรือหรือเทเลพอร์ทไปที่ไหนได้อีกแล้ว
เอเลนอร์
"เอาละ สงครามชี้ชะตากำลังจะเริ่มขึ้นเช้าวันพรุ่งนี้ ฉันเชื่อใจเธอนะ"
ลาซโล
"ชัยชนะจะเป็นต้องเรา!"
หลังปลุกใจทุกคนเรียบร้อยแล้วตกกลางคืนเพื่อนๆจะจับกลุ่มคุยกันก่อนศึกสุดท้ายตามสไตล์ซุย เราจะเดินเข้าไปนอนหรืออยู่ดูเพื่อนคุยกันก็ได้ (ขอลงไว้เฉพาะเพื่อนที่มีคัตซีนฉากคุย ส่วนเพื่อนคนอื่นๆหลังจากผ่านคืนนี้ไปบทพูดก็ยังคงเหมือนเดิม)
พวกอัศวินราซริลทั้งสี่คนกำลังมองทะเลยามค่ำคืน
จีเวล
"พรุ่งนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากสินะ"
พอลล่า
"ถ้าพรุ่งนี้เรารอดมาได้ละก็...."
เคเนธ
"อย่าห่วงเลย เราจะได้กลับไปราซริลแน่นอน"
ทัล
"ใช่ เรามาพยายามให้ถึงที่สุดเถอะ"
จีเวล
"หลังกลับไปราซริลแล้วเราจะเอาไงกันต่อดีนะ"
คิกะยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ
คิกะ
"หือ? เธอมาทำอะไรที่นี่? พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้านะ...."
"ฉันอยากรู้....ว่ารูนของเธอน่ะ มันนำความทุกข์ทรมานมาให้มากมายเลยใช่ไหม? เธอก็คงรู้สินะว่าบรันโด้ต้องตายอย่างโดดเดี่ยว แต่นั่นก็เป็นทางที่เขาเลือกเอง เขาไม่ยอมให้เพื่อนคนไหนเข้าใกล้เขาเลย.....คิดแล้วก็น่าเศร้านะ... บรันโด้ได้พูดอะไรกับเธอหรือเปล่า? เอ้อ ช่างเถอะ ขอโทษด้วย ลืมที่ฉันพูดเถอะนะ"
ฮาร์เวย์กำลังคุยกับซีกูลด์
ฮาร์เวย์
"งั้นหลังศึกนี้นายคงกลับไปหาพวกไรน์บาร์คที่มิดเดิ้ลพอร์ทสินะ"
ซีกูลด์
"พูดอะไรของนาย?"
ฮาร์เวย์
"ก็แค่อยากรู้"
ซีกูลด์
"ฉันพอแล้วกับที่นั่น สำหรับที่นั่นฉันมันก็เหมือนคนที่ตายไปแล้วนั่นแหละ ฉันจะอยู่กับพวกโจรสลัด ใช้ชีวิตเพื่อตอบแทนท่านคิกะที่ยอมรับให้ฉันเข้ามาอยู่ด้วย แล้วนายล่ะ จะไปไหนอีกหรือเปล่า?"
ฮาร์เวย์
"คงไม่หละ ฉันคงอยู่เป็นมือขวาของท่านคิกะต่อไปแบบนี้แหละ"
ซีกูลด์
"อืม ยังไงก็ต้องให้พ้นวันพรุ่งนี้ไปก่อนละนะ"
ฮาร์เวย์
"ถูกต้อง"
ที่ห้องโถง ริต้า, เรเน่ และโนอาจะเอาเครื่องรางทำเองให้เรา
ริต้า
"พรุ่งนี้เรามาพยายามกันนะ! เราจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด! แพ้ไม่ได้!"
เรเน่
"อะ...เอ่อ... นี่จากพวกเราค่ะ..."
โนอา
"เรานั่งทำกันตั้งนาน รักษาให้ดีๆนะ"
(เราจะได้ Wooden Amulet มา)
ในห้องของลิโน่ เขากำลังเตรียมอาวุธอยู่ พอเห็นเราเดินเข้ามาก็ถามขึ้น
ลิโน่
"มีอะไรเหรอ? นอนไม่หลับงั้นเหรอ? งั้นฟังฉันเล่าเรื่องสั้นๆไปก่อนแล้วกัน"
"รูนที่เจ้าถือครองอยู่.... ถูกปลุกขึ้นมาจากซากโบราณสถานโอเบลเมื่อ 15 ปีก่อน ราชินีแห่งโอเบลคือภรรยาของฉันเอง เธอพยายามใช้ชีวิตอย่างปกติโดยไม่สนใจแรงชักจูงของรูน จกระทั่งวันหนึ่งพวกเราถูกโจรสลัดเข้าโจมตี.... ลูกๆของเธอ แฟลร์และน้องชายที่เพิ่งเกิดมาได้ไม่นาน อยู่บนเรือลำนั้นด้วย คนรักฉันตายเพื่อปกป้องชีวิตพวกเขา... เรากำจัดโจรสลัดได้ แต่เรือก็เสียหายมาก... ลูกชายคนเล็กของฉันหายสาบสูญไป ถ้าเขายังอยู่ก็คงอายุพอๆกับเธอนี่แหละ .....อีกแค่ไม่กี่ปีก็โตพอจะมานั่งดื่มกับฉันได้แล้ว อย่าเข้าใจผิดล่ะ ฉันไม่ได้จะให้เธอมาแทนที่ลูกชายของฉันหรอกนะ เอาละๆ ฉันจะไปนอนแล้ว เธอเองก็เตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้ไว้ล่ะ"
(ลิโน่จะล็อคห้อง)
เอเลนอร์นั่งดื่มเหล้าอยู่ในห้องกับแอกเนส พอเห็นเราเข้ามาก็ชวนคุย
เอเลนอร์
"นอนไม่หลับเหรอ? กินเหล้าสิจะได้ง่วง..."
แอกเนส
"พูดอะไรกันคะ ท่านเอเลนอร์?! เราน่าจะรีบนอนเตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้นะ"
เอลเลนอร์
"พรุ่งนี้เหรอ... อยากรู้จังว่าพรุ่งนี้ฉันจะได้เจอเครย์ไหม.... เมื่อนานมาแล้วเขาเคยเป็นลูกน้องฉัน เป็นนักยุทธศาสตร์และผู้ช่วยที่ทำงานให้จักวรรดิสการ์เล็ตมูน.... แต่เพราะความเศร้าทำให้เขาโจมตีขุนนางของสการ์เล็ตมูน เรื่องมันผ่านมากี่ปีแล้วนะ?"
แอกเนส
"………."
- (1) ไม่รู้สิ
- (2) รีบไปนอนดีกว่าครับ
เอลเลนอร์
"ตอนนั้นเกิดเรื่องขึ้นกับเครย์ เจ้านั่นเปลี่ยนแขนซ้ายเป็นแขนเหล็ก ยิ่งกว่านั้นคือเครย์ใช้ลูกชายตัวเองเป็นเหยื่อและปล่อยให้เขาตาย.... ฉันว่ามันต้องเกี่ยวกับการที่เจ้านั่นแปรพักตร์ไปแน่นอนเลย แต่ไม่ว่าฉันจะถามยังไงมันก็ไม่ยอมตอบเสียที สุดท้ายเขาก็ถูกขับไล่ แล้วฉันก็ถูกปลดจากตำแหน่ง เขาเป็นคนดีนะ แต่ตอนนี้.... ฉันเสียใจจริงๆที่ไม่สามารถช่วยอะไรเจ้านั่นได้เลย..."
แอกเนส
"ท่านเอเลนอร์.....จะดื่มอีกไหมคะ?"
คาตาริน่าอยู่ในห้องของเธอ
คาตาริน่า
"พรุ่งนี้จะเป็นศึกชี้ขาดแล้วนะ เธอเติบโตเป็นผู้ชายเต็มตัวแล้ว ท่านแม่ทัพเกล็นคงดีใจ"
"แสดงความเก่งกาจให้เราเห็นด้วยนะ ฉันจะช่วยเท่าที่จะช่วยได้"
ริคิเอะที่อยู่กับแรคกิหันมาคุยกับเรา
ริคิเอะ
"พรุ่งนี้แล้วสินะ.... ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้นะ ฉันจะช่วยอย่างสุดความสามารถ ยังไงฉันก็อยากอยู่ใกล้ๆรูนแห่งการลงทัณฑ์ สามีฉันคงต้องการแบบนี้"
เนย์โคบอลต์สามตัวนอนละเมออยู่
ชีปู
"ลุยกันเล้ย!"
นาลกุล
"ฮื่อ!"
แชมปู
"เข้ามาเลย งืม...."
ทางด้านดาริโอ้คุยกับนาเลโอ้ในห้องพัก
ดาริโอ้
"พรุ่งนี้เราจะต้องแสดงให้เจ้าพวกนั้นเห็น! ได้ยินไหม?"
นาเลโอ้
"ครับท่าน!"
ดาริโอ้
"อย่าเพิ่งตายซะล่ะ ได้ยินไหม?"
นาเลโอ้
"ครับท่าน!"
ดาริโอ้
"ถ้าฉันตาย ...กลับไปหาแม่ซะนะ"
นาเลโอ้
"ครับท่าน! ...เดี๋ยวๆ พ่อ เจอแม่ผมแล้วเหรอ?"
ดาริโอ้
"เอ่อ....จริงๆคือ โฮ่ย! จะมัวมาคุยเรื่องเศร้าพรรค์นี้ทำไม?! ไปนอนแล้วพอได้แล้ว!"
นาเลโอ้
"ครับท่าน!"
เฮลมุทจะคุยกับคอลตันที่ถูกขังอยู่ชั้นล่างสุดของเรือ
เฮลมุท
"ทุกอย่างกำลังจะจบสิ้นลง แต่ได้โปรดเถอะครับ......"
คอลตัน
"ไม่ต้องห่วงหรอก มันถึงเวลาตายของฉันแล้ว"
เฮลมุท
"ตั้งแต่ขอร่วมศึกกับท่าน ผมก็พร้อมจะเผชิญทุกอย่างแล้ว"
คอลตัน
"นั่นเป็นการตัดสินใจของเจ้าเอง ใช้ชีวิตตามแต่ที่เจ้าจะเห็นสมควรเถอะ.... กูลูคไม่ใช่ทุกอย่างของโลกนี้นะ เข้าใจไหม?"
เฮลมุท
"พ่อครับ......"
คอลตัน
"ต้องรอดกลับไปถึงจะถือว่าสำเร็จ"
เฮลมุท
"ครับท่าน"
ในห้องรูนแคนน่อน พาโบลจะวุ่นวายกับการเตรียมอาวุธ
พาโบล
"โอย.... ฉันยุ่งสุดๆเลย คุณทอฟ คุณมานั่งเอ้อระเหยตรงนี้จะดีเหรอครับ?"
ทอฟ
"ทางด้านฉันเรียบร้อยแล้ว"
พาโบล
"งั้นก็มาช่วยผมหน่อยสิ"
ทอฟ
"โทษที ฉันไม่ถนัดเรื่องรูนแคนน่อน"
พาโบล
"โอย วุ่นๆๆๆ วันนี้วุ่นสุดๆ"
พอเดินมาที่หน้าห้องนอนเรา สโนว์จะเดินเข้ามาหา
สโนว์
"ได้เวลาแล้วสินะ ใช้กำลังของฉันให้เต็มที่ตามที่นายต้องการเลย ถึงจะช่วยอะไรนายได้ไม่มากก็เถอะ ฉันแค่อยากบอกให้รู้ว่า เอ่อ.... ราตรีสวัสดิ์นะ"
พอคุยกับเพื่อนจนหนำใจแล้วก็เข้านอน ตกดึกเล็คนาร์ทจะปรากฏตัวขึ้นในห้องเรา บทพูดของเล็คนาร์ทจะเปลี่ยนไปขึ้นกับเราสามารถรวมเพื่อนได้ครบหรือไม่
กรณีรวบรวมเพื่อนครบ 108 คน
เล็คนาร์ท
"การทดสอบของรูนกำลังจะจบสิ้นลง.... เวลาแห่งการลงทัณฑ์กำลังจะผ่านพ้นไป เวลาแห่งการอภัยกำลังจะเริ่มต้นขึ้น นั่นคือชะตากรรมของเจ้า และเหล่า 108 ดาราที่รายล้อมเจ้าอยู่"
แสงแห่งการชำระล้างส่องจากตัวเรา
เล็คนาร์ท
"ข้าได้เห็นเจตจำนงของรูนแล้ว หากเจ้าปล่อยรูนนี้ไป มันจะออกตามคร่าชีวิตผู้คนอีกครั้ง ที่ๆรูนจะออกเดินทางไปต่อจากนี้แม้ตัวข้าก็ไม่อาจรู้ได้...."
กรณีไม่สามารถรวมเพื่อนได้ครบ
เล็คนาร์ท
"การทดสอบของรูนจบสิ้นลงแล้ว สิ่งที่รอคอยอยู่ข้างหน้า แม้ตัวข้าก็ไม่อาจมองเห็นหรือคาดการณ์ได้ แม้สายลมแห่งโชคชะตาไม่โบกพัด แต่เหล่าดาราที่รายล้อมจะช่วยส่องทางให้แก่เจ้า เรื่องของหนทางที่เจ้าเชื่อมั่น กำลังภายในกายของเจ้า และเจ้ารูนที่กลืนกินชีวิต ข้าจะจดจำสิ่งเหล่านี้ไว้...."
เราจะเอามือประคองมือข้างที่มีรูนอยู่ แล้วเล็คนาร์ทก็หายตัวไป
หากคืนก่อนเราเลือกไม่ตกลงให้เอเลนอร์ขึ้นป้อมเอลอีล
ถึงเช้า พอจะเดินมาเปิดประตูก็พบว่าประตูล็อค เราจะได้ยินเสียงเอเลนอร์จากข้างนอก
เอเลนอร์
"ขอโทษด้วยนะ ฉันจำเป็นต้องทำแบบนี้ พอจบเรื่องแล้วฉันจะกลับมา"
- (1) คุณเอเลนอร์ อย่าบอกนะว่าคุณจะ...
- (2) ผมเข้าใจ
เลือกข้อไหนก็ได้
เอเลนอร์
"ฉันไม่คิดจะตายหรอกนะ ฉันจะทำให้มันจบเสียที ถึงมันจะดูเหมือนการล้างแค้นเรื่องส่วนตัวผิดจรรณาบรรณนักยุทธศาสตร์...แต่ฉันคิดดีแล้วว่านี่แหละ คือกลยุทธ์ที่ดีที่สุด ฉันขอขอบคุณเธอ เธอช่วยพาฉันกลับมาจากความตาย....."
เช้ามาให้ออกมาที่ดาดฟ้าเรือ เราจะมาถึงป้อมเอลอีลแล้ว (รอบป้อมมีหมอกหนาแน่นช่วยบังเรือเราไว้)
หากเราเลือกลิโน่ไว้ในทีมทำลายปืน
เซ็ทสึจะออกมาโวยวาย
เซ็ทสึ
"ท่านครับ ท่านไม่จำเป็นต้องส่งราชาและท่านเอเลนอร์เข้าไปในแดนศัตรูหรอก"
- (1) อือ....
- (2) แต่ฉันเพิ่ง.....
เลือกข้อไหนก็ได้
เซ็ทสึ
"ไม่ว่าจะยังไงผมก็ว่านี่เป็นวิธีที่ดีที่สุด พระองค์ท่านก็ต้องการแบบนี้ แล้วผมกับทุกคนก็เชื่อใจท่านนะ ตอนนี้ผมได้แค่เฝ้าคอย....ก็เลยพูดด้วยความเป็นห่วง"
หากเราไม่ได้เลือกลิโน่ไว้ในทีมทำลายปืน
ลิโน่
"คิดดีแล้วเหรอ ที่ปล่อยให้เอเลนอร์ไปแบบนี้?"
- (1) เอ่อ...คือว่า....
- (2) มันพูดลำบากนะ....
ตอบข้อไหนก็ได้
ลิโน่
"ขอโทษนะที่ถามโง่ๆ ถ้าที่เอเลนอร์พูดเป็นจริง หมอกกำลังจะจางลงแล้ว รีบเตรียมพร้อมกันเถอะ"
พวกเอเลนอร์จะนั่งเรือเล็กมาถึงป้อม (ในที่นี้เลือกลิโน่เป็นคนนำทีมทำลายปืน)
เอเลนอร์
"เอาละ ไปกันเถอะ"
ลิโน่
"แล้วจะทำไงกับเรือเล็กนี่ดี?"
เอเลนอร์
"ซ่อนไว้หลังหินสิ สักพักหมอกก็จางลงแล้ว รีบซ่อนไว้ดีกว่านะ"
เราจะได้บังคับเอเลนอร์ เดินเข้ามาสักพักฉากจะตัดกลับมาที่เรือฐาน หลุยส์, แอกเนส และแทนย่าเฝ้ามองอยู่บนดาดฟ้าเรือ
หลุยส์
"หมอกจะจางลงจริงเหรอ?"
แอกเนส
"ใช่สิ ท่านเอเลนอร์บอกไว้แบบนั้น"
แทนย่า
"ฉันอยากรู้จังว่าท่านรู้ได้ยังไง.... ฉันอยากให้ท่านช่วยสอนวิธีอ่านลมฟ้าอากาศให้ฉันสักวัน"
แอกเนส
"หลังจากฉัน ท่านต้องสอนฉันก่อน"
แทนย่า
"ทำไมล่ะ? สอนเธอเสียเวลาจะตาย เธอเรียนรู้เรื่องกับเขาด้วยเหรอ?"
แอกเนส
"ว...ว่าไงนะ? หมายความว่าไง?!"
เดสมอนด์
"เรือล่อมาถึงเอลอีลแล้ว!"
แอกเนส
"ได้เวลาแล้วสินะ....."
พวกเงือกจะพาเรือเปล่าๆไม่มีคน เข้าไปใกล้ๆป้อมเอลอีลเป็นเรือล่อแล้วกระโดดน้ำหนีไป

ทหารกูลูค
"ท่านครับ! เราไม่ได้รับรายงานจากกองเรือที่2 เกรงว่ากองเรือเหล่านั้นจะ...."
ทรอย
"เข้าใจแล้ว ขอบใจมาก"
ทหารกูลูค
"กัปตันครับ! มีกองเรือศัตรูมุ่งมาทางนี้!"
ทรอย
"เตรียมรบได้ ระวังเรื่องระยะยิงของรูนแคนน่อนนะ เราต้องลากศัตรูเข้ามาใกล้ๆ ไปตรวจสอบเรือนั่นให้แน่ใจเสียก่อน"
ทหารกูลูค
"ครับท่าน"
แต่ทหารกูลูคจะยิงใส่กองเรือล่อทันทีที่เตรียมกระสุนเสร็จโดยไม่ได้ตรวจสอบเรือให้ดีเสียก่อน กองเรือปลอมจะถูกทำลายจมไป
ทรอย
"พวกนั้นรีบยิงเกินไป ยังไม่ทันตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยดีเลย ฟังนะทุกคน มุ่งหน้าเข้าไปเลย กำลังหลักของพวกศัตรูคงรอดอยู่ส่วนนึงแน่ๆ ถ้าเจอเรือเหลืออยู่ก็โจมตีได้เลย! "
ตัดมาทางเรือฐาน
เดสมอนด์
"อีกนานแค่ไหนรูนแคนน่อนถึงจะยิงได้อีก?"
แอกเนส
"ประมาณ 2 ชม. อย่ามัวเสียเวลาเลย เราต้องรีบทำลายกองเรือที่ 1 ให้ได้ก่อนอื่น!"
ทรอย
"จำนวนศัตรูยังมากอยู่เลย หรือที่ยิงไปเมื่อกี้จะเป็นแค่เรือล่อ? พวกเรา! ไปกันเถอะ!"
## Battle 11: Final Engagement##
1st Kooluk Fleet VS พันธมิตรหมู่เกาะ
ยุทธนาวีครั้งสุดท้ายในเกมส์นี้ พันธมิตรหมู่เกาะจะต้องสู้กับกองเรือที่หนึ่งที่เข้มแข็งที่สุดของกูลูคนำมาโดยทรอย (HP 220 ธาตุไฟ, ลม, ดิน, น้ำ) สามารถยิงได้ไกลมาก ให้เราโจมตีด้วยปืนน้ำจะมีโอกาสยิงเข้ามากที่สุด และเรืออีกสองลำ (HP 180 ธาตุลม, ดิน / HP 150 ธาตุน้ำ, สายฟ้า) ก็แข็งแกร่งกว่ากองเรือที่ผ่านๆมา หนนี้แอกเนสทำหน้าที่บัญชาการแทนเอเลนอร์ ควรจมเรือขนาบสองข้างแล้วรุมยิงทรอยให้จมจึงจะสามารถเอาชนะได้
เมื่อชนะแล้วฉากจะตัดมาทางเอเลนอร์ ขึ้นบันไดคดเคี้ยวหน้าป้อมมาเก็บ Mega Medicine แล้วเข้าไปในป้อม
ศัตรูที่พบในป้อมเอลอีล – Elite Soldier, Kooluk Soldier, Kooluk Captain, Kooluk Archer
ที่ป้อมจะเต็มไปด้วยทหารระดับสูงของกูลูค HP อยู่ระดับ 500-600 และมีโอกาสดรอปของตกแต่งด้วย
เดินลงมาชั้นล่าง เข้ามาด้านในสุดจะพบศพของผู้บัญชาการตายในคุก สำรวจศพจะพบ Cape of Darkness เดินกลับมาเก็บ Hero’s Helmet แล้วกลับขึ้นมาที่ชั้นแรก ขึ้นบันไดด้านซ้าย อ้อมด้านหลังห้องมา จะพบหีบที่มี Angel Hairball กำจัดมันให้ได้จะได้ Chaos Shield เดินขึ้นบันไดมาแล้วขึ้นบันไดต่อไปอีกชั้น ตรงเข้ามาเปิดหีบหน้าห้องจะพบ Mixed Herb, Mega Medicine และ Fortune Orb (หลังจากนี้จะเข้าไปลุยบอสแล้วทีมสี่คนนี้จะหมดบทบาทแล้ว บอสไม่เก่งเท่าไหร่ ถ้าเสียดายไอเท็มก็ถอดออกมาเก็บไว้กองกลางซะ) เข้าประตูไปยังห้องควบคุมรูนแคนน่อน จะพบเกรแฮมเครย์คอยอยู่

เครย์
"อะไรกัน? พวกแกเข้ามาทำไม? ตอบมา!"
เอเลนอร์
"ไม่ได้เจอกันนานนะ.... ฉันได้ยินเรื่องของแกเลยมาดูกับตาว่ามันจริงมั้ย"
เครย์
"งี้นี่เอง.... ใช่คุณจริงๆด้วย คุณคือคนที่ปล่อยข่าวว่ากองทัพของสการ์เล็ตมูนบุกชายแดนทางตอนเหนือของประเทศเรา"
เอเลนอร์
"ถูกต้อง ฉันเองแหละ แต่ฉันอยากให้แกรู้ ว่านั่นเป็นเรื่องจริง"
เครย์
"หึ! คุณใช้ประโยชน์จากครอบครัวตัวเองที่บ้านเกิดสินะ ความสามารถในการคุมเกมส์ของคุณไม่ได้ด้อยลงไปเลย..."
เครย์ยิงเข็มเข้าใส่เอเลนอร์ แต่รามาด้า(ที่เราคิดว่าตายไปแล้ว)จะกระโจนเข้ามารับแทน
รามาด้า
"แขนซ้ายของหมอนั่น....มันมีพิษ ระวังด้วยนะ!"
แล้วรามาด้าจะหมดสติไป
เครย์
"ทุเรศจริงๆ.... ไอ้หัวขโมยกระจอกที่พยายามทำตัวเป็นคนดี พอกันทีกับละครห่วยๆแบบนี้"
แล้วเราจะต้องสู้กับเครย์
BOSS
Graham Cray .....HP 4000
เกรแฮมเครย์จะเริ่มต้นด้วยการสร้างบาเรียร์ป้องกันการโจมตีกายภาพสองเท่า (บาเรียร์อยู่สามเทิร์น) เขาสามารถยิงเข็มใส่พวกเราหนึ่งคน ยิงแสงเครย์บีมใส่พวกเราทั้งหมด หรือใช้สายฟ้าเล่นงานเพื่อนหนึ่งคนได้
Potch Gained : 1000
เมื่อชนะแล้วเครย์จะหนีไป เอเลนอร์สั่งให้ลิโน่ทำลายปืนส่วนตัวเธอจะขออยู่ที่นี่ต่อ
ลิโน่
"แน่ใจเหรอ? เครย์อาจย้อนกลับมาก็ได้นะ"
เอเลนอร์
"เจ้านั่นคงต้องไปที่นั่นแน่ๆ ที่สำคัญฉันอยากให้ท่านช่วยเคลียร์ทางออกให้หน่อย ไปสิ พารามาด้าไปด้วยนะ"
ลิโน่
"เข้าใจแล้ว เราจะไปรอข้างล่างนะ"
เมื่อพวกลิโน่ออกไปแล้ว เอเลนอร์ก็ติดระเบิดเข้ากับแผงควบคุมรูนแคนน่อน
เอเลนอร์
"เอาละ .....ที่เหลือก็แค่...."
ตัดมาทางกลุ่มหลักของลาซโล
แอกเนส
"ฉันจะคอยอยู่ที่นี่ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลยนะ"
เฟรเดริก้า
"เกรแฮมเครย์.... เจ้าคนที่ทำลายหมู่บ้านของเรา มันอยู่ที่นี่!!"
(ออกมาบ่นตามเนื้อเรื่อง แต่ถึงเอาเฟรเดริก้าเข้ากลุ่มตอนเจอเครย์ก็ไม่มีบทพูดพิเศษอะไร)
ให้เราจัดกลุ่มสี่คนที่จะลุยบอสใหญ่ ต่อจากนี้เราสามารถเดินไปคุยกับแอกเนสแล้วขอจัดกลุ่มหรือคุยกับแรคกิเพื่อกลับขึ้นเรือ (ใช้เครื่องอำนวยความสะดวกในเรือได้ แต่ออกเรือไม่ได้) ตีอาวุธ, ติดรูน, ติดเกราะ, เตรียมไอเท็มให้เรียบร้อย ถ้าจะออกจากเรือกลับขึ้นป้อมเอลอีลก็คุยกับแรคกิอีกรอบ
เมื่อเตรียมการเรียบร้อยแล้วขึ้นป้อมเอลอีลทางเดิมกับทีมแรกไปยังชั้นสี่ที่ห้องที่สู้กับเครย์เมื่อครู่ เดินเข้าห้องด้านขวาสำรวจโต๊ะ จะพบ Stair Room Key (บนโซฟาห้องนี้สามารถนอนพักได้) กลับมาทางเดิมจนถึงชั้นสอง ตอนนี้จะสามารถไขเข้าห้องบันไดวนได้
ศัตรูที่พบบนบันไดวนป้อมเอลอีล – Kooluk Soldier, Grain of Light, Royal Guard Archer, Elite Captain, Elite Trooper
ศัตรูในดันเจี้ยนสุดท้ายเป็นทหารที่เก่งที่สุดของกูลูคที่จะโผล่มาครั้งละมากๆ และยังมีพวก Grain of Light ที่เป็นชิ้นส่วนของต้นไม้ยักษ์ด้วย
ใต้บันไดวนมี Magic Canceller ขึ้นบันไดวนมาเรื่อยๆจะพบกับทางซ้ำไปซ้ำมา ระหว่างทางจะมี Mixed Herb ให้เก็บ วนมาจนถึงชั้นบนสุดเซฟหน้าห้องบอสแล้วเข้าห้องไปจะพบเครย์ยืนอยู่หน้าต้นไม้ยักษ์ที่ใช้ผลิตรูนแคนน่อน
เครย์
"กลับมาแล้วสินะ ....รูนแห่งการลงทัณฑ์...."
- (1) กลับมา?
- (2) .........
เครย์
"ในความทรงจำของรูน.... แกเห็นเด็กไหม?"
- (1) เขาบอกว่าเขาต้องการขนมปัง....
- (2) ฉันไม่ตอบคำถามแก!
- (3) ความทรงจำ? ความทรงจำอะไร? (หากข้อบนเลือกข้อ (2) จะไม่มีตัวเลือกนี้)
หากเลือกข้อแรก
เครย์
"ขนมปัง? ฮ่าๆๆ เยี่ยมไปเลย! ข้าเองก็อยากถือครองรูนแห่งความทรงจำเพื่อเล่นสนุกกับความทรงจำแสนหวานพวกนั้น เมื่อนานมาแล้วรูนนั่นเลือกเรา ไม่ใช่แก! ประเทศนี้จะต้องเข้มแข็งขึ้น ทั้งหมู่เกาะ, ชีวิตของแก, รวมทั้งตัวแกเองทั้งหมดนั่นมีไว้แค่เติมเต็มชะตากรรมของเราแค่นั้นแหละ.... รูนก็เหมือนกัน! สงครามครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะเจตนารมณ์ของแกที่มันขัดกับของข้า!"
หากเลือกข้อสอง
เครย์
"งั้นข้าจะชิงมันกลับมาดูเองกับตา"
หากเลือกข้อสาม
เครย์
"แกน่าจะเห็นความทรงจำในอดีตของรูนนะ"
(จากนั้นจะกลับไปเหลือตัวเลือกแค่สองช้อยส์)
แล้วเครย์จะปลุกต้นไม้ยักษ์ขึ้นมาสู้กับพวกเรา

BOSS
Gaint Tree .....HP 13000
Seed of Light(x2) .....HP 3000 (x2)
ต้นไม้ยักษ์ที่วอร์ล็อคอัญเชิญมาจากต่างมิติ ผลของมันสามารถใช้ผลิตรูนแคนน่อนได้ หลังเจ้าเมืองมิดเดิ้ลพอร์ทขายมันให้กับกูลูค สงครามก็ทวีความรุนแรงขึ้น ต้นไม้ยักษ์มีผลแห่งแสงคุ้มกันอยู่ด้านหน้า แต่กำจัดแค่ตัวต้นไม้ก็สามารถโค่นมันได้ ผลแห่งแสงสามารถดูดพลังพวกเรา, ฟื้นพลังให้ต้นไม้ยักษ์เล็กน้อย และใช้ไฟโจมตีเพื่อนเราหนึ่งคนได้
ใบของต้นไม้ยักษ์จะเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆในแต่ละเทิร์น มันจะเปลี่ยนสีก่อนเริ่มเทิร์นต่อไปทำให้สามารถใส่คำสั่งรับมือได้ แต่ละสีมีลักษณะการโจมตีต่างกันออกไปดังนี้
เขียวอ่อน – ปล่อยคลื่นใบมีดใส่เพื่อนหนึ่งคน
เขียวแก่ – ทำให้เพื่อนหนึ่งคนหลับ
น้ำเงิน – พ่นไอพิษโจมตีและทำลายสภาวะเพื่อนทั้งหมด
ฟ้า – ฟื้นผลแห่งแสงกลับมาหนึ่งอันหลังถูกทำลาย
เหลือง – ชาร์จพลังเตรียมเปลี่ยนเป็นสีขาว
ขาว – โจมตีใส่เพื่อนทั้งหมดอย่างรุนแรง เมื่อมันเปลี่ยนเป็นสีนี้ควรใช้คำสั่งป้องกันทั้งทีม
Potch Gained : 3600 (+ 1000(x2))
เมื่อเอาชนะได้แล้วต้นไม้ยักษ์จะระเบิดทำให้ป้อมเริ่มถล่มลงมา
เครย์
"ยังไม่ยอมรับข้าสินะ....รูนแห่งการลงทัณฑ์... ครั้งหนึ่งข้าตัดเจ้าออกจากร่างนี้ไป เจ้าคงไม่อยากกลับมาอีกแล้วสินะ"

เอเลนอร์ตะโกนเข้ามา
เอเลนอร์
"ที่นี่อันตรายนะ! ถ้าไม่อยากตายก็รีบวิ่งเร็วเข้า!"
เราจะลงมาอยู่ที่ชั้นสอง ให้วิ่งออกมานอกป้อม (มีศัตรูปรากฏตัวเหมือนเดิม) เมื่อออกมาแล้วคุยกับแรคกิเพื่อกลับขึ้นเรือ
Note : หลังจากนี้เราปรับแต่งทีมไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ขณะโหลดขึ้น NEW GAME ของที่ติดตัวตัวละครในทีมหลักจะไม่โหลดขึ้นเกมส์ใหม่ ดังนั้นให้ถอดของออกให้หมดก่อนคุยกับแรคกิ ส่วนเกราะอย่าง Hero Set, Pirate King Set, และ Guardian Set รวมถึงรูน Champion จะไม่ถูกโหลดขึ้นเกมส์ใหม่ไม่ว่าจะติดอยู่กับตัวละครหรือไม่ก็ตาม
เมื่อออกเรือห่างจากป้อมมาสักพักจะพบกับทรอยมุ่งเข้ามาหาเราด้วยเรือของเขาที่กำลังจะจมเพื่อขอตัดสินกับผู้นำแห่งพันธมิตรหมู่เกาะครั้งสุดท้าย ลาซโลเห็นดังนั้นก็กระโดดขึ้นไปบนเรือของทรอยทันที
ตอนนี้เราจะต้องดวลแบบตัวต่อตัวกับทรอย และเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเกมส์นี้ (ภาคนี้คอนทินิวตรงที่แพ้ได้ทันทีไม่ต้องกลัวอะไร)
Duel : Troy
คำพูดก่อนโจมตี
- Then...here I go.
- Yield to my sword...
- Here I go.
คำพูดก่อนป้องกัน
- ......
- Humph...
- Come on! Let's see what you have got.
คำพูดก่อนใช้ท่าไม้ตาย
- Prepare yourself.
- I'll settle this with the next move.
- Sorry...but I will take your life with one more move.
เมื่อชนะแล้วเราจะกลับขึ้นมาบนเรือของเรา
ชีปู
"นายไม่เป็นไรนะ?"
ทางด้านทรอยจะจมลงไปพร้อมกับเรือของเขา
- (1) จะมาร่วมมือกับเราไหม?
- (2) ในที่สุดก็รู้ผลกันแล้วสินะ
หากตอบข้อแรก
ทรอย
"อย่าทำให้ความพ่ายแพ้ของข้าต้องแปดเปื้อน ข้าไม่ต้องการความเห็นใจจากเจ้า นี่คือจุดจบที่ข้าหวังไว้ ข้าไม่คิดเสียใจแม้แต่น้อย การต่อสู้ระหว่างเราจบสิ้นลงแล้ว ข้ามีสายเลือดของลูกทะเลไหลเวียนอยู่ ข้าจะกลับคืนสู่ท้องทะเลเพื่อเกิดใหม่ ....สักวันเราจะได้พบกันอีกบนท้องทะเล..."
หากตอบข้อสอง
ทรอย
"ใช่ ข้ายังคงเป็นตัวข้าจนวาระสุดท้าย ....ยังคงเป็นนักรบ ข้าขอแสดงความเคารพเจ้า"

ทรอยจะนึกถึงตอนที่พบเราบนเรือพ่อค้าครั้งก่อนและจำได้ว่าเด็กอ่อนหัดที่พบเมื่อตอนนั้นคือผู้นำของพันธมิตรหมู่เกาะที่มอบความพ่ายแพ้ให้แก่เขาในวาระสุดท้ายก่อนจะจมทะเลหายสาบสูญไป
ลิโน่
"เจ้าโง่เอ๊ย เอาชีวิตที่มีค่าของตัวเองมาทิ้งแบบนี้...."
ทางด้านเอเลนอร์คุยกับเครย์อยู่ในป้อมเอลอีลที่กำลังถล่มลงมาจากพลังทำลายของการต่อสู้ของเราและต้นไม้ยักษ์
เครย์
"จบสิ้นแล้วสินะ อะไรอีกล่ะ?"
เอเลนอร์
"ฉันมีเรื่องอยากถาม...."
เครย์
"แล้วถ้าข้าไม่อยากตอบล่ะ?"
เครย์จะเดินหันหลังกลับไปแต่เพดานป้อมก็พังลงมาปิดทาง
เครย์
"ข้ารู้ว่าท่านจะถามอะไร .....แต่ข้าจะไม่ตอบ ข้าจะปล่อยให้เจ้าคาใจอยู่แบบนี้ตลอดไป เจ็บใจใช่ไหมล่ะ? มนุษย์ล้วนเป็นสิ่งที่โง่เขลา แม้แต่ตัวท่านเอง .....หรือแม้แต่ตัวข้าก็ด้วย......"
เอเลนอร์
"ทุเรศชะมัด นั่นเรอะข้อสรุปดีที่สุดที่แกคิดออกมาได้ ดูท่าจะต้องสอนกันใหม่ตั้งแต่ต้นซะละมั้งเนี่ย"
เครย์
"หึ....."
ทางด้านพวกเราที่อยู่บนเรือฐานพยายามออกเรือหนีแรงระเบิดของป้อมสุดความสามารถ
ชีปู
"เสียงดังขึ้นเรื่อยๆแล้วนะ"
แอกเนส
"ต....แต่ท่านเอเลนอร์ยัง..."
จีเวล
"หวา!!"
เคเนธ
"เราจะเสร็จซะก่อนนะสิ!"
ลิโน
"ลาซโล!"
ลาซโล
"รูนแห่งการลงทัณฑ์ของผม....."
ลาซโลชูตราแห่งการลงทัณฑ์ขึ้นเพื่อต้านพลังระเบิดจากป้อมโดยเพื่อนๆไม่ทันได้ห้าม ทั้งที่รู้ว่าเกินขอบเขตที่พลังของเขาจะทนได้แล้ว และนี่อาจเป็นการใช้รูนครั้งสุดท้าย....

...แล้วเขาก็หลุดเข้ามาในห้วงมิติประหลาดอีกครั้ง แต่หนนี้วิญญาณที่ได้พบกลับไม่มีท่าทีทรมานและขอให้ลาซโลลงมือสังหารเหมือนครั้งก่อนๆแต่กลับเป็นดวงวิญญาณของอดีตราชินีโอเบลที่ยิ้มให้กับลาซโลอย่างอ่อนโยน สติของเขาค่อยๆพร่าลง แล้วเสียงเพลงที่ดังอยู่ในหัวเขามาตลอดชีวิตก็บรรเลงขึ้นอีกครั้ง...
ในที่สุดสงครามก็สิ้นสุดลง เวลาผ่านไป ขณะนี้ที่โอเบลกำลังจะมีพิธีก่อตั้งพันธมิตรหมู่เกาะอย่างเป็นทางการ
แฟลร์
"คอยเดี๋ยวค่ะ ท่านพ่อ! คุณเซ็ตสึเขาวานให้หนูทำอะไรสักหน่อยน่ะ"
หน้าราชวังโอเบล ราชาลิโน่ และแฟลร์ในชุดราชินีโอเบลเดินออกมาต้อนรับประชาชน

ลิโน่
"ด้วยเกียรติของกษัตริย์แห่งโอเบล ข้า ลิโน่ เอ็น คูลเดส ขอประกาศฟื้นฟูอาณาจักรโอเบลขึ้นอีกครั้ง ความขัดแย้งและโศกนาฏกรรมครั้งนี้ได้เตือนให้เราคิดถึงหมู่เกาะและประชาชนเป็นสำคัญเหนืออื่นใด เราขอใช้โอกาสนี้ประกาศการก่อตั้งพันธมิตรหมู่เกาะ พวกท่านเห็นว่าไงบ้าง?"
ไม่มีเสียงคัดค้านจากเจ้าเกาะคนอื่นๆ
ลิโน่
"ข้าขอประกาศการก่อตั้งพันธมิตรหมู่เกาะ ณ บัดนี้!"
ผู้คนทั้งเหล่าคนที่ต่อสู้ร่วมกับเรา และประชาชนต่างโห่ร้องด้วยความยินดี แล้วการต่อสู้ระหว่างพันธมิตรหมู่เกาะและกูลูคก็จบสิ้นลงชั่วระยะเวลาหนึ่ง
(ขึ้นรายชื่อ 108 ดารา และรายชื่อผู้จัดทำ)
ฉากตัดมาที่กลางทะเล ร่างของลาซโลที่จบชีวิตจากการใช้รูนแห่งการลงทัณฑ์ครั้งสุดท้ายถูกนำใส่เรือเล็กลอยออกไปกลางมหาสมุทรอย่างโดดเดี่ยว
==จบ==
หากสามารถรวบรวมเพื่อนได้ครบ 108 คน
ลาซโลจะรู้สึกตัวขึ้นบนเรือพบว่าเขายังมีชีวิตอยู่ คำสาปของรูนแห่งการลงทัณฑ์ถูกคลายและต่อไปนี้จะเป็นช่วงเวลาแห่งการอภัยดังที่เล็คนาร์ทเคยกล่าวไว้ ลาซโลหันไปเห็นเรือของโอเบลที่แล่นกลับมาหาเขาจึงโบกมือให้และกลับไปยังโอเบลในที่สุด
==จบบริบูรณ์==
